ตอนที่13 เมืองเดเรนซ์
ความอุ่นเข้าห้อมล้อมร่างกายลมพัดเอากลิ่นอายดินลอยกระทบจมูกเสียงนกร้องแข่งขันกันราวกับกำลังพูดคุยทักทายตามประสา ผู้คนพลุกพล่านเดินทำกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่มักสวมผ้าคลุมหนาเพื่อกันแดด
เมืองเดเรนซ์เป็เมืองขนาดปานกลางอยู่ติดกับขอบบาเรียของเขตแดนเทพผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นักผจญภัย ทำการออกล่าสังหาร รวบรวมวัตถุดิบเก็บสมุนไพรต่างๆ เพื่อส่งขายไปยังเมืองหลวง
สภาพป่านอกบาเรียเขตแดนเทพเป็สถานที่ทำเงินของผู้คนที่นี่เป็พื้นที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ มีมอนสเตอร์ให้สังหาร และมีวัตถุดิบให้หา แต่ก็เต็มไปด้วยความลึกลับอันตราย
เมืองเดเรนซ์ขึ้นชื่อในเื่ของการทำธุรกิจกิลด์ที่มีมากถึง55 กิลด์ แบ่งเป็ 4 กิลด์มหาอำนาจ 12 กิลด์ใหญ่ 14 กิลด์ปานกลาง และอีก 25กิลด์เล็ก
4กิลด์มหาอำนาจ
อันดับ 1 กิลด์เดเรนซ์เป็กิลด์ที่ตั้งขึ้นโดยบุตรชายของเ้าเมือง และเป็กิลด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดมีทรัพยากรมหาศาล และทำธุรกิจกับคู่ค้าหลากหลายหัวเมือง
อันดับ 2 กิลด์ โพเซดอนกิลด์ที่มีหัวหน้ากิลด์ซึ่งได้รับพรแห่งเทพ และมีทักษะชั้นสูงทั้งนี้แม้จะเป็กิลด์อันดับ 2 แต่ก็รองเพียงเื่ของอำนาจเท่านั้น แต่เื่ความแข็งแกร่งนั้นยืนหนึ่ง
อันดับ 3 กิลด์ัทมิฬกิลด์ที่เด่นในเื่ของความชั่วร้ายไม่สามารถร้องเรียนเอาเื่ได้เพราะหัวหน้ากิลด์คือสายเืเข้มข้นของราชวงค์
อันดับ 4 กิลด์กุหลาบสีเื กิลด์ที่มีหัวหน้าและรองหัวหน้าเป็หญิงสาวที่มีทักษะเด่นในเื่ของคำสาปกุมอำนาจด้านวัตถุดิบเกือบทั้งหมดของเมืองนี้
หากกล่าวโดยรวม เมืองนี้มีจุดเด่นที่จำนวนกิลด์มีการจัดอันดับกันในแต่ละปี หากกิลด์ไหนติด 1-3 อันดับสุดท้ายติดต่อกัน 3ปีจะต้องถูกยุบและทรัพยากรทั้งหมดจะตกอยู่ในการของกิลด์มหาอำนาจทั้ง 4 และนี่เองที่ทำให้กิลด์ขนาดเล็กต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อความอยู่รอดของพวกเขา
...........................
บริเวณเขตแดนกั้นระหว่างเมืองเดเรนซ์
ณ ทุ่งหญ้าเขียวขจีบัดนี้มีร่างของไผ่กับนานะที่อยู่ในอ้อมกอดของไผ่นอนแน่นิ่งอยู่ ทั้งคู่หลับสนิทแม้แต่อากาศร้อนก็ไม่อาจจะทำอะไรได้
ทุ่งหญ้านี้ห่างไกลจากตัวเมืองเล็กน้อยบวกกับแสงดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเปลือกตาของไผ่ค่อยๆ เปิดออกเพื่อรับรู้สภาพภายนอกแสงตะวันที่อ่อนลงเพราะหมู่เมฆบดบังทำให้มองเห็นดวงกลมโตสีส้มชวนมอง เหล่านกต่างพาบินกลับรังอุณหภูมิรอบด้านเริ่มหนาวเย็น
มือทั้งสองข้างกอดนานะไว้แน่น นานะเองเริ่มรู้สึกตัวเธอค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น แววตาเด็กน้อยดูเศร้าสร้อยนานะกอดไผ่ไว้แน่นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ไม่มีเสียงร้องไห้ใดๆมีก็แต่น้ำตาและเสียงสะอื้นน้อยๆ ชายหนุ่มหลับตาแล้วโอบกอดนานะ
“พี่ขอโทษที่ช่วยพ่อกับแม่นานะไม่ได้” เสียงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดของไผ่ดังขึ้นเบาๆเด็กน้อยส่ายหัวแล้วกอดไผ่แน่นกว่าเดิม
“ไม่ใช่ความผิดของพี่ชายหรอกเื่นี้ท่านพ่อกับท่านแม่บอกให้นานะรู้มาก่อนแล้วว่าอีกไม่นานจะมีคนไม่ดีมาสังหารท่าน นานะไม่ได้โกรธพี่ชายนานะแค่ยอมรับเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้ พวกนั้นโหดร้ายเหลือเกิน” นานะพูดขณะที่เอาหน้าซุกกับอกของไผ่เธอพูดด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีและหาที่พึ่งพิงที่เธอไว้ใจที่สุด
ในหัวสมองของไผ่ขาวโพลนเขาไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยอายุแค่นี้จะมีความคิดที่เข้มแข็งเช่นนี้ แม้น้ำตาจะไหลอาบแก้มเพราะความเศร้าโศกแต่เธอไม่ได้เปล่งเสียงร้องไห้ออกมาเลย
ไผ่นิ่งเงียบแล้วกอดนานะไว้แน่นจากนั้นก็สูดหายใจยาวๆ แล้วลุกขึ้น เวลานี้เขาต้องเดินต่อไป และต่อจากนี้จะทำหน้าที่ดูแลนานะแทนคุณราอิลกับคุณนีอา
ไผ่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นโดยมีนานะกอดเขาไว้แน่นสายตากวาดมองทิวทัศน์รอบๆไกลออกไปนั้นมีแสงไฟอยู่หลายจุด ไผ่จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีหมู่บ้านอยู่ตรงนั้นสองขาก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วด้วยการเสริมพลังความเร็วดุจดั่งสายลมพัดวูบหนึ่งก็ห่างจากจุดเดิมนับร้อยเมตรกระทั่งเจอผู้คนไผ่ก็สลายพลังแล้วเดินตามปกติ
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนไม่สามารถัักลิ่นอายคุ้นเคยของป่าที่อาศัยได้เลยพื้นที่ตอนนี้มีสภาพอากาศแตกต่างจากที่เก่าราวกับเดินทางข้ามประเทศ ไผ่เห็นกลุ่มคนเดินตามถนนฝุ่นบนหลังของพวกเขานั้นพาดถุงที่ทำด้วยหนังใบใหญ่ เมื่อมองทะลุก็เห็นว่าข้างในนั้นเป็เนี้อสัตว์และวัตถุดิบต่างๆที่พวกเขาหาได้
ไผ่รีบจ้ำอ้าวเดินไปหาชายคนหนึ่งแล้วเอ่ยถามทันที
“พี่ชายพวกพี่จะไปไหนกันเหรอ” เสียงอันสุภาพเอ่ยขึ้นทำให้ชายวัย 40คนหนึ่งชะงักแล้วหันมายิ้มให้
“พี่ชายเหรอเอ็งพูดถูกใจข้าว่ะ ว่าแต่เมื่อกี้ถามอะไรนะ” ชายวัย 40สวมเกราะหนัง หลังสะพายธนูไม้พูด
“คือผมถามว่าพี่ชายจะไปไหนกันเหรอ”น้ำเสียงสุภาพ และคำว่าพี่ชายก็ทำให้ผู้ฟังตัวลอย
“พวกข้ากำลังจะกลับไปที่กิลด์เพื่อเอาของไปขึ้นเงินว่าแต่เอ็งมาจากไหนล่ะ ทำไมถึงแต่งตัวแปลกๆ แถมสำเนียงก็ดูประหลาดด้วย” ชายคนนั้นตอบด้วยท่าทีเป็มิตร
“ผมกับน้องสาวมาจากเมืองอื่นเราออกเดินทางอย่างไร้จุดมุ่งหมายจนมาถึงที่นี่แหละครับ” คำพูดสุภาพยังคงดำเนินต่อไปแม้สำเนียง ครับจะดูแปลกสำหรับพวกเขาก็ตาม
“อ้อ มิน่าล่ะข้าถึงไม่คุ้นหน้าจะว่าไป่นี้ก็มีผู้อพยพา กับเหล่านักผจญภัยจากเมืองอื่นมาตั้งรกรากหากินที่นี่บ่อยอยู่เหมือนกัน เ้าเองคงเดินทางมาไกล เมื่อถึงที่นี่คง้าที่พักและอาหารอีกอย่างข้าคิดว่าสีหน้าอย่างเ้าคงยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้ล่ะสิท่าให้ข้าช่วยไหมล่ะ” ชายคนนั้นรู้สึกถูกชะตากับไผ่จึงยื่นมือให้ความช่วยเหลือ
“เป็ความเมตตาอย่างยิ่งเลยครับแล้วพี่ชายจะช่วยอะไรผมเหรอ” ไผ่ก้มหัวขอบคุณและถามต่อ
“บอกตามตรงเลยว่าหน่วยก้านเอ็งดีข้าเองก็ถูกใจเอ็งมาก เอางี้ มาอยู่กิลด์เดียวกับข้าไหมล่ะถ้าเ้ามีสังกัดกิลด์ก็จะได้ที่พัก มีอาหารให้กิน แต่ก็ต้องทำภารกิจขึ้นเงินแลกเปลี่ยนนิดหน่อยล่ะนะ”ชายคนนั้นพูดด้วยความภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงเื่กิลด์
แต่ก่อนที่ไผ่จะตอบตกลงได้มีชายคนหนึ่งมาขวางไว้
“เดี๋ยวสิอานเ้าจะรับคนเข้ากิลด์สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ หากเ้าหนูนี่อยากจะเข้ากิลด์มันต้องผ่านเกณฑ์ที่กิลด์เรากำหนดนั่นก็คือต้องมีระดับ 1 ดาว เลเวล 10 ขึ้นไปเท่านั้น” ชายสวมชดเกราะเหล็กที่ดูแล้วมีอำนาจเหนือกว่าพูดแทรกและเขาก็หยิบหินสีเขียวเล็กๆ ออกมาแล้วบีบ จากนั้นก็เอามาโรยบนหัวของไผ่
หินที่ว่านั้นเป็หินที่ใช้เพื่อบ่งบอกเลเวลว่าอยู่ในระดับดาวไหน เลเวลอะไร
“หืม อะไรวะ ไม่แสดงปฏิกิริยา แกยังไม่ได้อัพเลเวลแบบนี้เอาเข้ากิลด์ไม่ได้” ชายคนนั้นพูดอย่างไม่ใยดีและกำชับไม่ให้คนก่อนหน้ายุ่งกับไผ่อีก
“เ้าหนูข้าต้องขอโทษแทนหัวหน้าข้าด้วย แต่เมื่อเป็คำตัดสินข้าก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”ชายชุดหนังพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ไม่เป็ไรครับขอบคุณที่ให้คำแนะนำนะพี่ชาย” ไผ่พูดนอบน้อมแล้วกล่าวขอบคุณและเดินแยกจากไป
“เดี๋ยวก่อน” ชายชุดหนังะโเรียก
“มีอะไรเหรอครับพี่ชาย”ไผ่หันไปถามด้วยความงุนงง
“แม้เ้าจะเข้ากิลด์ข้าไม่ได้แต่ในเมืองนี้มีกิลด์อื่นๆ อีกมากมาย เ้าลองไปสมัครดูนะเผื่อจะมีสักกิลด์รับเ้าแต่ก่อนที่จะจากกัน เ้ารับนี่ไว้ด้วย ถือเป็ของแทนคำขอโทษของข้า อ้อถ้าไม่มีกิลด์ไหนรับก็ลองสังหารมอนสเตอร์อัพเลเวลสักปีสองปีข้าเชื่อว่าเ้าทำได้แน่” ชายดังกล่าวยื่นห่อใบไม้ห่อหนึ่งมาให้และคาดว่านี่คงเป็อาหาร
ไผ่ยิ้มแล้วรับมาด้วยความซาบซึ้ง
“พี่ชายชื่ออานสินะครับไว้สักวันผมคงได้ตอบแทนพี่ชาย” ไผ่กล่าวขอบคุณอานถึงกับเกาหัวแก้เขิน
“ไม่เป็ไรหรอก ข้าเต็มใจ”อานพูดแก้เขินแล้วขอแยกตัวออกไป
ไผ่มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเพื่อที่ไปสมัครเข้ากิลด์ตามคำแนะนำของอานชายหนุ่มรู้สึก งง กับคำว่าเลเวลและระดับดาวเล็กน้อยเพราะตนไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกันมันสักนิดแต่ถ้าจะพูดให้ถูกคือระดับดาวและเลเวลนั้นได้จากการสังหารมอนสเตอร์และสัตว์ต่างๆยิ่งสังหารมาก เลเวลก็ยิ่งเพิ่มมาก ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่าหากมีเลเวลมากนั่นก็ย่อมหมายถึงความแข็งแกร่ง
แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงไม่มีเลเวล
..............................
ข้อมูลของไผ่
ระดับ ?
เลเวล : ?
เผ่า : มนุษย์ (???)
พลังกาย : 25 ดาว เลเวล 69
ความคล่องตัว : 20 ดาว เลเวล 95
พลังเวท : 20 ดาว เลเวล 100
สกิล:
-ไม่รู้จัก ระดับ (ไม่แน่ชัด) เลเวล(ไม่ชัดเจน) **สกิลนี้คือ สิ่งที่เรียกว่า คาถาอาคม**
-พันธะเวท
-ฟื้นฟูกายภาพ (พรเทวะ)
-อาณาเขตทมิฬวิการัตน์
-บอลธาตุ
-เคลื่อนมิติ
-ตัดอากาศ
???
ทักษะ:
-ก้าวย่างั 20 ดาว เลเวล 85
-คงกระพัน 25 ดาว เลเวล 90
-ทะลวงเกราะ 20 ดาว เลเวล 5
-ต้านทานพิษ 15 ดาว เลเวล 15
-ฟื้นฟู 20 ดาว เลเวล 77
-จิตสังหาร (ระบุไม่ได้)
-หล่อหลอม 20 ดาว เลเวล 90
-เนตรไตรภพ (ระบุไม่ได้)
-ควบพลัง 20 ดาว เลเวล 50
???
สิ่งเหล่านี้ได้มาจากการต่อสู้กับคิวบิลัสและการสอนของราอีลใน่เวลา4 ปี กระทั่งตอนนี้เ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าระดับดาว กับระดับเลเวลคืออะไร
............................