ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 89 ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดขู่

    บทที่ 89 ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดขู่


       “หากพวกนายมีความกล้ามากพอ จะเข้ามาจัดการฉันตอนนี้เลยก็ได้นะ” สายฝนกล่าวยิ้มๆ ขณะเดียวกันเขาก็เดินเข้าใกล้ร่างไร้สติของพี่เหล็ก ดาบเพลิงโลกันตร์แทงไปที่หัวใจพี่เหล็กด้วยความรวดเร็ว


       เสียงดัง ฉึก! ดาบแทงทะลุหัวใจพี่เหล็กสำเร็จ เกิดไฟสีแดงฉานขึ้นที่บริเวณหัวใจที่ถูกแทง จากนั้นไม่นานไฟก็เริ่มกลืนกินหัวใจของพี่เหล็ก ไม่เกินสามวินาทีหัวใจพี่เหล็กหายไปอย่างไร้ร่องรอย เพลิงโลกันตร์ยังคงไม่อิ่ม มันกลืนกินร่างพี่เหล็กต่อ ใช้เวลาไม่ถึงห้าสิบวินาที ร่างพี่เหล็กก็สูญหายตามหัวใจไป


       “นี่คือจุดจบของคนที่คิดเป็นศัตรูกับฉัน ฉันไม่สนใจว่าใครจะมาจากกลุ่มโจรหรือองค์กรไหน ถ้ากล้ามาเป็นศัตรูกับฉัน ฉันจะทำลายพวกมันให้สิ้นซาก ต่อจากนั้นฉันก็จะทำลายผู้สนับสนุนของมันต่อ” สายฝนกล่าวด้วยความอวดดี ดาบเพลิงโลกันตร์ชี้ไปที่คนของกลุ่มภูเขาเขียว สายฝนเอ่ยขึ้นว่า “เข้ามาสิ แต่ฉันไม่รับประกันนะว่าพวกนายจะสูญเสียอะไรไปบ้าง”


       “ไอ้บัดซบหัวฟ้า! แกอย่าอวดดีให้มันมากนัก อย่าคิดว่าพวกเราไม่กล้าฆ่าแก ถ้าแกยังคงท้าทายพวกเราอยู่แบบนี้แกจะได้ตายตอนนี้แน่” คนของกลุ่มโจรภูเขาเขียวไม่พอใจสายฝนมาก ชายคนนี้สังหารเพื่อนร่วมกลุ่มของพวกมันไปแล้วสองคนทั้งๆที่ยังไม่ได้เข้าไปสำรวจมิติเร้นลับเลย สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือถึงแม้สายฝนจะฆ่าเพื่อนร่วมกลุ่มพวกมันไปสองคนต่อหน้าต่อตา พวกมันกลับไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สายฝนและไม่มีใครกล้าโจมตีเขา ชายคนนี้อันตรายเกินไป! แข็งแกร่งขนาดนั้นคงไม่ใช่ว่าเขาเป็นระดับหนึ่งหรอกนะ?


       “งั้นก็ลองทำให้ฉันตายดูสิ” สายฝนยังคงอวดดีเช่นเดิม เขาไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย วินาทีนั้นสายฝนพลันเก็บดาบเพลิงโลกันตร์เข้าแอปพลิเคชั่น[มิติคลังเก็บสิ่งของ]และนำมีดหั่นผลไม้ของราชันย์ออกมา เห็นว่าจู่ๆดาบเพลิงโลกันตร์ก็หายไปจากนั้นก็มีมีดสีทองมาแทนที่ ผู้คนรอบข้างก็ตกตะลึง ไอ้หัวฟ้าทำได้อย่างไรกัน?


       “ก่อนที่พวกนายจะฆ่าฉัน ฉันจะฆ่าพวกนายก่อนเอง” สายฝนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เวลานี้เขาต้องการสังหารคนของกลุ่มโจรภูเขาเขียวให้หมด มันเป็นผลของสายเลือดของเขา


       สายฝนปามีดหั่นผลไม้ของราชันย์โจมตีชายที่ขู่เขาเมื่อครู่ หวืด! เสียงมีดแหวกอากาศดังขึ้น ชายที่ขู่สายฝนต้องการป้องกันมีดหั่นผลไม้ของราชันย์ แต่น่าเสียดาย มันป้องกันไม่ทัน ความเร็วมีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์เร็วเกินไป กว่ามันจะหยิบอาวุธตนเองขึ้นมาป้องกัน มีดของสายฝนก็ได้ปักกลางหัวมันเรียบร้อยแล้ว คนของกลุ่มโจรภูเขาเขียวเสียชีวิตอีกหนึ่งคน!


       “แก! ไอ้หัวฟ้า! ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะฆ่าแกให้ได้” เห็นเพื่อนร่วมกลุ่มตายอีกหนึ่ง ชายคนหนึ่งก็ทนไม่ไหว มันวิ่งเข้ามาหาสายฝน ต้องการจะสังหารเขา สายฝนยิ้มเยาะเย้ย เขาหลบการโจมตีด้วยขวานของชายคนนั้นได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากตอนนี้อาวุธไม่ได้อยู่ในมือเขา สายฝนจึงใช้มือเป็นอาวุธ


       สายฝนเคลื่อนไหวความเร็วสูง วินาทีถัดมาคอของชายซึ่งทนไม่ไหวก็ถูกสายฝนบีบอย่างแรง มันพยายามใช้ขวานโจมตีสายฝน ทว่าสายฝนก็หลบได้อีกครั้งด้วยท่าเหยียบจันทร์ดับแสงก่อนจะทำลายกระดูกมืออีกฝ่ายโดยใช้มืออีกข้าง เป็นผลให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถถือขวานได้ ขวานตกลงกับพื้นจนเกิดเสียงดัง


       “ฉันต่างหากที่จะฆ่าแก” สายฝนมองศัตรูของเขาด้วยความเย็นชา ดวงตาเขาเวลานี้ดูดุร้ายเป็นอย่างมาก เป็นดวงตาหมาป่าตอนกำลังมองเหยื่อที่ใกล้ตาย สายฝนยกร่างฝ่ายตรงข้ามขึ้นเหนือพื้นพร้อมออกแรงเพิ่มเล็กน้อย อีกฝ่ายโดนสายฝนบีบคออยู่จึงไม่สามารถหายใจได้ เพียงไม่นานมันก็ตายเพราะไม่มีอากาศหายใจ


       “มีใครอีกรึเปล่า?” พบว่าศัตรูตายไปแล้ว สายฝนเลยโยนร่างมันไปบนพื้นอย่างไม่ไยดี จากนั้นก็หันไปถามกับพวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวซึ่งกำลังยืนกลัวตัวสั่นอยู่ สายฝนเห็นแบบนั้นก็หัวเราะขึ้น “พวกนายไม่มีความกล้าเอาซะเลย ดูอย่างเพื่อนร่วมกลุ่มพวกนายสี่คนที่ตายไปสิ พวกมันมีความกล้ามากกว่าพวกนายเยอะ ไม่สิ คงเรียกว่าความกล้าไม่ได้ ต้องเรียกว่าความโง่มากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ”


       สายฝนเดินเข้าใกล้พวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ด้านหน้าศพชายที่พูดขู่เขา สายฝนก้มตัวลงหยิบมีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์ขึ้นมา พวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวใช้จังหวะนั้นโจมตีสายฝน แต่ละคนใช้ความสามารถที่ตนมีออกมาเพื่อสังหารสายฝนให้ได้


       “พวกนายนี่มันน่าสมเพชจริงๆ” สายฝนกล่าว เขาลุกขึ้นยืนและหลบการโจมตีแรกจากนั้นก็หลบการโจมตีที่สอง เขาใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงที่ได้รับจากเทพวายุหลบการโจมตีนับสิบ ไม่ใช่แค่หลบอย่างเดียว สายฝนยังใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงในการทำให้พวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวโจมตีพลาดไปโจมตีพวกตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส สายฝนเห็นคนบาดเจ็บสาหัส เขาไม่รอช้า ใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงหลบการโจมตีจากรอบข้างและพุ่งเข้าโจมตีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส


       “ตาย!” จิตสังหารอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างสายฝน มีดในมือถูกตวัดสองสามครั้ง หัวของคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนับสิบขาดออกจากร่าง สายฝนเห็นเลือดแล้วรู้สึกถูกกระตุ้นยิ่งกว่าเดิม เขาเริ่มบ้าคลั่งขึ้นมา สายฝนลองในสิ่งที่ตนเองไม่เคยทำมาก่อน มือข้างขวาเขาใช้มีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์โจมตี มือข้างซ้ายเขาใช้ท่าแย่งชิงแสงจันทร์โจมตี


       แม้แรกๆจะยากไปบ้างแต่เมื่อเวลาผ่านไป สายฝนเริ่มคุ้นชินกับมัน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรหากเทียบกับการทำความเข้าใจอักษรลี้ลับ อักษรลี้ลับทำความเข้าใจยากมาก เขาทำความเข้าใจมันมาหลายวันแล้วก็ยังคงไม่เข้าใจอะไรเลย


       เพราะสายฝนสามารถโจมตีด้วยมีดกับท่าชิงแสงจันทร์ได้ ความแข็งแกร่งของเขาจึงเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ภายในสามวินาทีพวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวตายไปถึงสิบคน คนที่เหลือแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่พวกมันก็ได้รับบาดเจ็บ


       “เรี่ยวแรงของฉันยังเหลืออีกมาก” สายฝนพึมพำกับตนเอง เวลาเดียวกันก็ตวัดมีดหั่นผลไม้แห่งราชันย์ตัดคอคนของกลุ่มโจรภูเขาเขียวคนหนึ่ง เวลานี้เป็นเหมือนกับตอนที่เขาต่อสู้กับวัน จู่ๆพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สายฝนคิดว่าพลังที่เพิ่มขึ้นตอนนี้เยอะยิ่งกว่าตอนสู้กับวันเสียอีก


       “ออร่าราชาวัวครึ่งปลา” เกิดออร่าสีแดงที่มือข้างซ้ายของสายฝน สายฝนกำหมัดก่อนต่อยไปที่คนของกลุ่มโจรภูเขาเขียว ตูมมม! ร่างชายคนนั้นระเบิดทันทีที่โดนสายฝนต่อย ทุกคนตกตะลึง ไม่เว้นกระทั่งสายฝน เขาไม่คิดว่าแค่เขาใช้พลังออร่าของราชาวัวครึ่งปลาจะสามารถสังหารระดับครึ่งก้าวได้ง่ายขนาดนี้


       นี่คือความต่างชั้นของระดับครึ่งก้าวกับระดับหนึ่ง ช่างห่างกันมากมาย เป็นเรื่องยากมากที่ระดับครึ่งก้าวจะสังหารระดับหนึ่งได้ด้วยตัวคนเดียว


       ‘นี่ขนาดฉันยังไม่ได้ใช้พลังของระดับหนึ่ง ระดับครึ่งก้าวยังตายไปแล้วเกือบห้าสิบคน’ สายฝนคิดภายในใจ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าระดับหก ระดับเจ็ดจะแข็งแกร่งแค่ไหน สายฝนหลบและโจมตีสวนกลับพวกกลุ่มโจรภูเขาเขียวไปเรื่อยๆ ยิ่งเวลาผ่านไปคนตายยิ่งเยอะกว่าเดิม


       “ไอ้หัวฟ้าแกหยุดเดี๋ยวนี้!!!” เสียงอันทรงพลังดังขึ้น สายฝนหลบดาบของใครคนหนึ่งก่อนหันไปมองทิศทางต้นเสียง เขาเห็นระดับครึ่งก้าวชั้นยอดของแต่ละกลุ่มยืนอยู่ แต่ละกลุ่มพวกระดับสูงส่งระดับครึ่งก้าวชั้นยอดมาสามคน มีกลุ่มเดียวที่ส่งมาหนึ่งคน


       กลุ่มทั้งหมดมีหกกลุ่มในการสำรวจมิติเร้นลับครั้งนี้ นั่นก็เท่ากับว่ามีระดับครึ่งก้าวชั้นยอดสิบหกคน สายฝนกลัวมั้ยน่ะเหรอ? เขาไม่กลัวพวกมันแม้แต่นิด! ต่อให้อาร์ครีเวอร์จะยืนอยู่ตรงหน้าเขาสายฝนก็ไม่กลัว กับอีแค่ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดสิบหกคน เขาจำเป็นต้องกลัว?


       ‘คงกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วสินะ’ สายฝนคิดขึ้น การที่เขาสังหารคนไปเป็นจำนวนมาก มันเป็นเรื่องใหญ่ ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดจะอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าพวกมันนิ่งกับสิ่งที่สายฝนทำ อาจมีคนในกลุ่มตั้งข้อสงสัยก็ได้


       เห็นสายฝนไม่หยุดโจมตีคนอื่น ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดก็กล่าวขึ้นพร้อมสั่งให้ลูกน้องนำหญิงสาวคนหนึ่งให้สายฝนดู “หากแกยังไม่หยุดโจมตีคนอื่นอีก พวกฉันจะฆ่าผู้หญิงคนนี้ซะ! แกคงรู้สินะว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?”


       ได้ยินแบบนั้นสายฝนพลันหันไปมองพวกระดับครึ่งก้าวชั้นยอดอีกครั้ง เขาเห็นรินในสภาพที่ไม่สามารถต่อสู้ได้กำลังถูกพวกมันจับกุมใว้ สายฝนถึงกับสบถคำหยาบคายออกมา ไอ้พวกเวรนี่คิดจะเอารินมาเป็นตัวประกันงั้นเหรอ? เขาลืมคิดเรื่องรินไปซะสนิทเลย


    ---


    จบบทที่ 89 ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดขู่