นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์ พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๒
ที่ห้องอาหารของค่ายฝึกการแสดง ซี ชีท และนนดูจะเป็กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเพราะมาด้วยกันสามคน ที่เหลืออาจจะมาคนเดียวหรือแค่สองคนเท่านั้น
เด็กหนุ่มผิวเข้มหน้าตาคมสันเดินเข้ามาขอนั่งกับทั้งสาม “หวัดดีครับ ผมเคนครับ ขอนั่งด้วยนะครับ”
“หวัดดี เราชื่อนน เพื่อนเรา ชีกะชีท” นนแนะนำเพื่อนเก่าให้เพื่อนใหม่รู้จัก “ไม่ต้องเดานะ ซีกะชีทคบกันส่วนเราชอบผู้ชาย” นนพูดอย่างไม่อายใคร
เคนยิ้มเก้อๆ “เราอยากรู้จัก อยากมีเพื่อนไม่ได้มาหาแฟน”
เคนพูดจบ แต่นนยังจ้องเคนอยู่
เคนนึกได้ “อ้อ.. เราชอบผู้หญิงนะและอยากเป็เพื่อนกะทุกคน” เคนยังย้ำเื่อยากมีเพื่อน
ทั้งสี่จึงได้พูดคุยทักทายกันอีกพอสมควรก็ร่วมวงทานอาหารด้วยกัน จากนั้นนนก็เดินทักทายผู้คนไปทั่ว ทำให้ซีชีทและเคนรู้จักคนอื่นๆ ไปด้วยตามที่นนบอก
กาย ดูจะเป็คนหยิ่งๆ ก็เขาเป็นักแสดงวัยรุ่นที่มีผลงานแล้วนี่ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฝีมือก็โอเคกายมีแม่เป็นักแสดงละครเวทีชั้นยอดจึงไม่แปลกที่กายฝันจะเป็นักแสดงที่โดดเด่นอย่างแม่ของเขา
ปุ๊ คนที่อยู่ข้างๆ กาย เป็เพื่อนรักของกาย แต่นนเม้ากับทุกคนว่า.. ปุ๊เป็เกย์แน่ๆและแอบชอบกาย ในค่ายคราวนี้ ปุ๊อาจได้เลื่อยขั้นจากเพื่อนเป็เมีย.. หรือผัว นนก็ไม่แน่ใจ
รักกับชา สองสาวที่นั่งเงียบๆ อยู่ด้วยกัน นนเดาว่าเพิ่งรู้จักกัน และกำลังเก็บข้อมูลอยู่มุมหนึ่งของห้อง ที่นนลงความเห็นว่า.. หลังจากวันนี้สองคนนี้จะไม่มีวันนั่งพับเพียบเรียบร้อยแบบนั้นอีกเป็แน่
แต่ยูสาวสวยหน้านิ่งที่นั่งอยู่คนเดียวแบบไม่สนใคร และไม่แคร์ใคร กระทั่งนนเข้าไปคุยด้วย เธอยังบอกแค่ชื่อแล้วก็มองนนราวอากาศธาตุ จนนนต้องเดินจากมา
คนอื่นๆ ก็กระจายกันอยู่ตามส่วนต่างๆ ของห้อง และนนก็ยังไม่ได้เข้าไปทักทายจนครบ วรวุธก็มาบอกทุกคนให้กลับไปห้องพักเพื่ออ่านบทที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ และลองฝึกซ้อมเลย พรุ่งนี้ต้องทดลองแสดงให้ครูโชกับครูวรวุธดู ความรื่นรมย์ต่างๆ จึงยุติลงทันที เด็กรีบเข้าที่พักและอ่านบท โดยวรวุธไม่ลืมที่จะแจ้งว่า.. ครูโชจะเรียกพบทุกคนแต่จะเรียกพบทีละคนเพื่อพูดคุยถึงปัญหาของแต่ละคนในวันนี้
“พอเด็กๆ ไม่อยู่บ้าน ก็แปลกๆ นะ” แซนพูดทำลายความเงียบขึ้นมา
“อื้ออออ” ชลตอบแค่นั้น
แซนวางช้อนลงค่อนข้างแรง ชลช้อนขึ้นมองแซน แล้วก้มลงกินอาหารต่อ
“จะไม่พูดอะไรใช่ไหม?” แซนถามหางเสียงมีแววไม่พอใจ
ชลหยุดกินอาหาร นิ่งสักครู่ จึงตอบไปว่า “แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ”
“พอลูกไม่อยู่บ้าน ก็ไม่ต้องคุยกัน ยังงั้นเหรอ?” แซนสุดทน
ชลวางช้อนลง พูดเื่ที่ค้างคาในใจทันที “ทำไมเราไม่ได้คุยเื่ซีก่อนที่ชีทจะพูด”
“แซนไม่รู้” แซนตอบทันทีเช่นกัน “แซนไม่รู้ด้วยว่าชีทคิดแบบนั้น” ความชัดเจนในเสียงของแซนทำให้ท่าทีของชลอ่อนลง
“ก่อนที่ชลจะเข้าห้องมา ชีทถามแซน แซนยังไม่คิดด้วยซ้ำว่า..ชีทจะกล้าขนาดนั้น เื่นี้ไม่เกี่ยวกับแซน แต่พอพูดกันแล้วมีท่าทีว่าจะไม่จบแซนจึงต้องหาทางจบเื่นี้ เท่านั้นเอง”
ชลฟังสิ่งที่แซนอธิบาย แล้วก็รู้ตัวว่าเขาทำเกินไป “อืมม ชลขอโทษ” พร้อมกับรอยยิ้มที่แซนชื่นชอบนักหนา
แซนยิ้มรับ และรับรู้ได้ว่าชลขอโทษจริงๆ มิได้ประชดประชันจึงเริ่มคุยเื่ใหม่ “แซนว่าถึงเวลาที่ชลต้องปล่อยให้สองคนนั่นคบกันแล้วล่ะ”
“ไม่!!”
“ชล.. ที่ชีททำลงไปทั้งหมดนั่น เพราะชีทรักซีนะ ถ้าชลไม่ยอมให้สองคนนั่นคบกันชลต้องมีเหตุผลมากกว่าที่ชลบอกชีทแล้วล่ะ ไม่งั้นนะ ชีทจะไม่เชื่อชลอีกต่อไป”
“ชลมีเหตุผลของชลก็แล้วกัน” น้ำเสียงชล ราวกับอยากจบการสนทนาเสียที
แซนรู้ทันทีว่า.. ชลจะไม่อธิบายให้เขาฟังว่าเหตุผลนั่นคืออะไรจึงได้แต่เตือนสติ “ก็หวังว่าเหตุผลนั่นจะหนักแน่นมากพอที่เด็กสองคนจะเชื่อนะ”
“แซน นี่แซนก็ไม่เชื่อใจชลเหรอ?”
“มันไม่ใช่เื่เชื่อใจ หรือไม่เชื่อใจนะชล” แซนยืนยันสิ่งที่ตนคิด “แต่มันเป็เื่ของเหตุผล ที่ต้องหนักแน่น น่าเชื่อถือมากพอ”
ชลนิ่ง
“ลูกกำลังเป็วัยรุ่น พร้อมที่จะพยศพร้อมที่จะแข็งข้อกับทุกกฏระเบียบนะชล” แซนบอกชายคนรัก
ชลพยักหน้ารับ แต่เขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะพูดถึงเหตุผลที่เป็ความลับในใจของเขาให้แซนฟัง
รุ่งเช้า ครูโชใช้แบบฝึกหัดการแสดงฝึกเด็กๆ ั้แ่เช้าจนเกือบเที่ยง ทุกคนแทบหมดแรง ครูโชบอกทุกคนว่าหลังเที่ยงให้แต่ละคนทดลองแสดงตามบทที่แจกไป ไม่ต้องกลัวผิด ครูโชอยากเห็นวิธีคิดวิธีทำงานกับบท
หลังแสดงเสร็จ กาย.. ที่ได้รับคำชมมากที่สุด ยู.. รองลงมา คนอื่นๆก็มีดีมีไม่ดีคละเคล้ากันไป แล้วครูโชก็เริ่มใช้แบบฝึกหัดการแสดงปรับสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจผิดให้เป็ถูก พร้อมกับบอกอีกว่าหลังอาหารเย็น ทุกคนต้องแสดงอีกรอบ
แม้การแสดงรอบนี้ กายกับยูยังคงยืนหนึ่ง แต่ฝีมือคนอื่นๆก็ดีขึ้นผิดตา และดูจะขยับเข้ามาใกล้กายกับยู มากกว่าที่สองคนนั่นคิดไว้ กายหวั่นไหวเมื่อเห็นฝีมือของแต่ละคนเพราะเขาอยากเป็ที่หนึ่ง ไม่อยากแพ้ใคร ตรงข้ามกับยูที่เริ่มเป็มิตรกับคนอื่นมากขึ้น
ก่อนนอน แต่ละคนได้รับโอกาสให้พักผ่อนตามอัธยาศัย
“ซีแสดงรอบสองนี่ดีกว่ารอบแรกเยอะเลย” เคนชมฝีมือการแสดงของซีตรงๆ
“ใช่ๆ เราก็เห็นอย่างนั้น” นนเสริมอีก
“แต่อย่าเหลิงนะ” อีกเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น
ทุกคนมองไปยังที่มาของเสียง ยูนั่นเอง เธอยิ้มให้เบาๆ “การแสดงน่ะ หลงนิดเดียว ก็พังได้เลยนะ” พูดจบก็เดินจากไป
“เดี๋ยว” ซีเรียก
ยูหยุด แต่ไม่หันหน้าไปมองซี
“เราเป็เพื่อนกันได้นะ”
ฟังซีพูดจนจบ ยูก็หันตัวกลับมามองซี “ขอบใจ แต่อย่าเพิ่งเลย ไว้ออกจากค่ายนี้แล้ว.. เราได้ทำงานที่เดียวกันค่อยเป็เพื่อนกัน ก็ไม่สาย”
ซีงงกับคำตอบของยู ชีทกับนนก็เช่นกัน
เคนตัดสินใจถามยูตรงๆ “ยูคงไม่อยากมีเพื่อนที่ทำงานคนละค่ายใช่ปล่ะ?”
ยูพยักหน้ารับ แล้วก็เดินจากไป
“เราไม่เข้าใจว่ะเคน” นนถามขึ้นทันที
“ก็.. เวลาเราไปทำงานหนังหรือซีรีย์ มันจะมีค่ายควบคุมดูแลอย่าง..ค่ายของผู้จัดการ ค่ายของผู้จัด ค่ายของสถานี ยูคงไม่อยากลำบากใจ ถ้าอนาคต เราอยู่คนละค่าย แล้วต้องเป็เพื่อนกัน”
“แล้วทำไม อยู่คนละค่ายถึงเป็เพื่อนกันไม่ได้ล่ะ” ซีถามเคน
“บางค่ายไม่ยอมให้เด็กนักแสดงในค่ายของเขาคุยกับคนของค่ายอื่นน่ะสิซี แล้ว..พอเราอยู่ค่ายไหนแล้ว ก็ต้องอยู่ไปสามปี ห้าปี เจ็ดปี แล้วแต่สัญญาถ้าเราไม่เชื่อฟังเค้า เค้าก็อาจไม่โปรโมทเรา เท่านั้น.. อาชีพเราก็จบ” เคนตอบชัดเจน
“เฮ่อ.. ” นนถอนหายใจ
“มิน่าล่ะ พ่อเราถึงเคยพูดว่า คนจะดัง มันมีหลายอย่างมาสนับสนุนไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าดี หรือแค่ฝีมือดี” ชีทพูดขึ้น หลังจากฟังทุกอย่างมาพักนึง
“แต่พวกเราจะไม่ทิ้งกันนะ” ซีสรุป พร้อมกับส่งสายตาแสดงความรักอย่างเผิดเผยไปยังชีท
แล้วก็.. มีเหตุบางอย่างเกิดขึ้น นนชี้ให้ทุกคนดู ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสี่นั่งคุยกันนัก กายกำลังเดินพล่านราวกับหนูติดจั่น เขาคงจะหงุดหงิดอะไรบางอย่าง ปุ๊เดินตามเอาใจสารพัด ทั้งส่งน้ำให้ดื่ม แต่กายโยนแก้วน้ำทิ้งอย่างไม่พอใจ ชาค่อยๆ เดินเข้าไปหากายพูดอะไรกับกายก็ไม่รู้ แต่.. รักไม่ได้อยู่เป็เงาชาอีกแล้ว
“ดูสายตาที่กายมองชาสิ” นนชี้ชวนทุกคน “ยังกะจะกินชาเข้าไปทั้งตัว”
“เว่อร์ไปมั้ง?” เคนเบรคนน
“ก็หรือไม่จริง ดูสิ ดู!!”
“นนดูสายตาปุ๊ที่จ้องชาดีกว่า” ชีทเปิดประเด็นใหม่
“เออ เออ ยังกะจะปล่อยรังสีพิฆาตจากดวงตาเลย” นนว่าเข้าให้ เมื่อเขาเห็นแววตาของปุ๊ “หูย.. ศึกชิงรักหักสวาทแน่ๆ” นนพูดจบ กายก็จับมือชา แล้วพาเธอเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ปุ๊ยืนนิ่งอยู่คนเดียว
“แบบนี้ไม่ใช่ศึกหรอก คนแพ้น่ะแพ้ั้แ่แรกแล้ว” เคนพูดขึ้น
“ไม่หรอก” ซีกับนนพูดพร้อมกัน ซีพยักหน้าให้นนพูดต่อ “ตอนนี้.. คนหวงของเพิ่งรู้ว่ามีคนมาแย่งของรัก หลังจากนี้ เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อแย่งของรักเขาคืน”
ซีกับชีทพยักหน้าตามคำพูดของนน
“ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยเรา” เคนบ่นกับตัวเอง
รัก ที่เคยอยู่กับชาเมื่อวาน ตอนนี้เธอเดินมากับคนร่วมค่ายอีกคน ที่เมื่อวานยังดูเป็หญิงเท่ๆแต่วันนี้.. ดูเหมือนเธอจะเริ่มเปิดเผยตัวว่าเป็.. ทอม
“เรียนการแสดงนี่ ทำให้ตัวตนเราชัดขึ้นแบบนั้นหรือเปล่านะ” นนถามทุกคน
“ใช่!!” เคนตอบ ส่วนคนอื่นก็พยักหน้ารับ
“เราต้องรู้จักตัวเองใช้ชัดเจนทุกแง่ทุกมุมให้มากที่สุด” เสียงครูโชดังขึ้นทุกคนมองไปยังที่มาของเสียง ครูโชเดินมาอยู่ใกล้ทั้งสี่คน “ถ้าจะถามว่า..ทำไมนักแสดงต้องรู้จักตัวเองให้ชัดเจนทุกมุม ก็จะตอบว่า.. ก็เพื่อที่นักแสดงจะเป็ตัวละครที่ไม่เหมือนตัวนักแสดงได้ไง แล้วพอแสดงเสร็จ นักแสดงก็สามารถกลับมาเป็ตัวนักแสดงเองได้โดยไม่สับสนไงล่ะ”
“ครับ/ค่ะครู” ทั้งสี่รับคำ
“นักแสดงที่ดีจึงต้องรู้จักตัวเอง และยอมรับตัวเอง ไม่ว่าตัวเราจะเป็อะไรเป็ชาย เป็หญิง เป็คนขี้อิจฉา เป็คนบ้าอำนาจ เป็คนมากรักหลายใจเป็คนรักเดียวใจเดียว เป็ทอม เป็เกย์”
ซีรู้สึกว่า.. ครูโชตั้งใจพูดคำว่า ..เป็เกย์.. กับเขาเป็พิเศษ
“พอรู้ว่าตัวเราเป็อะไร จากนั้นก็แค่.. ยอมรับว่าเราเป็แบบนั้นใช้ชีวิตอย่างนั้น พอเราจะเป็ตัวละครที่แตกต่างจากตัวเรา มันจึงเป็ได้ไม่ยาก เพราะเรารู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวเราแล้วพอแสดงเสร็จ เราก็กลับมาเป็ตัวเราได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย”
“ครับ/ค่ะครู” ทั้งสี่รับคำครูโชอีกครั้ง “ขอบคุณครูมากนะครับ” ซีเป็คนเดียวที่ขอบคุณครูโชต่อจากการรับคำ
ครูโชยิ้มให้ซี แล้วไปมองหน้านน “นน เธอตามเข้าไปพบฉันที่ห้องพักครูนะ พอนนกลับออกมาก็เป็คิวของซีทแล้วก็ซี แล้วก็เคนนะ” พูดจบครูโชก็เดินจากไปโดยไม่มองเลยว่านนจะลุกเดินตามไปหรือเปล่า
.. แค่ยอมรับว่าเราเป็อะไร .. แล้วใช้ชีวิตไปอย่างนั้น ..คำพูดครูโชยังคงก้องดังในโสตประสาทของซี ก็.. ถ้าเราเป็ผู้ชายที่รักชีท .. เราก็รักชีทต่อไป ..ใช้ชีวิตไปกับการเป็คนที่รักชีท .. คิดถึงตรงนี้ ซีก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
.. แม้เราจะมีอารมณ์กับเรือนร่างพ่อชล .. เราก็รู้สึกไป ..แต่ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าแค่รู้สึก ..และ .. ก็.. ใช้ชีวิตไปแบบคนที่รักชีท ..แค่นั้น .. แค่นั้นเอง .. ซีรู้สึกโล่งอกขึ้นเป็กอง มิน่าล่ะ ทั้งพ่อชล ทั้งพ่อแซนชมนักชมหนาว่าครูโชเก่ง .. ครูโชเก่งจริงๆ ด้วยสิ
คืนนี้เป็คืนที่ซีหลับอย่างเป็สุขที่สุดในชีวิต คืนหนึ่งเลยทีเดียว
รุ่งเช้า ครูโชพาทุกคนออกไปฝึกนอกสถานที่ ซึ่งก็คือสวนสาธารณะที่ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก ทุกคนทำแบบฝึกหัดอย่างสนุกสนานและจริงจังความความสนุกนั่น
“แบบฝึกหัดนี้ทำให้พวกเธอรู้ว่าเราสนุกสนานและจริงจังไปในเวลาเดียวกันได้ การแสดงก็้าแบบนี้ ในฐานะนักแสดง เราสนุกทุกครั้งที่เป็ตัวละครที่ได้ทำตามความ้าตัวละคร แต่.. ในฐานะตัวละครเรารู้สึกไปตามที่ควรจะเป็ ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธเกรี้ยว แต่ขณะที่เราเป็ตัวละคร เราไม่ได้สนุกแบบที่นักแสดงสนุก”
“งงครับครู” นนถามขึ้นทันทีที่ครูโชพูดจบ
ครูโชยิ้มแล้วอธิบายต่อ “งั้นตัวอย่างนี้น่าจะช่วยเธอได้.. ในฐานะตัวละคร เมื่อตัวละครรู้ว่าพ่ออันเป็ที่รักของตัวละครจากไป ตัวละครร้องไห้เสียใจเพราะรักพ่อ แล้วพ่อจากไปแล้ว .. ในฐานะนักแสดง เรารู้สึกดีที่ได้ทำตามความ้าตัวละคร.. เข้าใจไหม?”
“ครับๆ พอเข้าใจครับ” นนตอบ
“แค่พอเข้าใจก็ดีแล้ว ไว้ได้แสดง จะเข้าใจมากขึ้น หรือถ้ามีคำถามก็ถามครูได้นะ”
“ครับ/ค่ะครู” ทุกคนรับคำครูโช แต่ก็ไม่มีใครถามอะไรต่อ
“พักได้” ครูโชพูดจบ เด็กๆก็กระจายกันไปตามม้านิ่ง หรือใต้ร่มไม้ที่สบายสำหรับตัวเอง
“เช้านี้ไม่เห็นกายกับชาแฮะ” นนเปิดประเด็น
“ใช่ ชีทไม่เห็นชาั้แ่เมื่อคืนแล้ว”
สามหนุ่มมองชีทอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ชื่อชีทกะชา ขึ้นต้นด้วยชอช้าง เราเลยนอนเตียงติดกันชีทเพิ่งนึกได้ว่า เมื่อคืนชาไม่ได้มานอนที่เตียง”
“เราว่าเกิดเื่แน่ๆ ที่ทั้งคู่เดินหายไปด้วยกันเมื่อวาน” เคนออกความเห็น
วรวุธเดินมาหาครูโช แล้วปุ๊ก็เดินเข้าไปคุยอะไรสักอย่างกับวรวุธ ครูโชจึงส่งสัญญาณให้ทุกคนมารวมกันอีกครั้ง เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว วรวุธก็เดินมาในจุดที่ทุกคนมองเห็น
“ผมมีเื่จะแจ้งให้ทุกคนทราบ เมื่อคืน.. มีคนค่ายสองคนกำลัง ‘จะ’ ทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสมผมไปพบพอดี เลยส่งตัวกลับไปให้ผู้ปกครองพิจารณาว่าจะจัดการอย่างไรเพราะพวกเธออายุแค่ ๑๕ บางคนยังไม่ถึง ๑๕ ด้วยช้ำ ผมหวังว่า จะไม่มีใครถามต่อว่า.. สองคนนั่นคือใคร.. หรือเกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้เพียงแค่ที่ผมบอกก็พอแล้ว.. แล้วถ้ามีข่าวหลุดไปในอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเฟสบุ๊ค ไอจี หรืออะไรก็ตามค่ายนี้จะยุติทันที ผมพูดชัดเจนไหมครับ”
“ครับ/ค่ะ”
“หลังอาหารเช้า ทุกคนต้องแสดงบทเดิมอีกครั้งนะครับผมจะดูพัฒนาการว่าจากวันแรกจนถึงวันนี้ พวกคุณมีพัฒนาการทางการแสดงแค่ไหน”
หลังการแสดงรอบนี้ ยูยังคงเป็เบอร์หนึ่งแต่หลายคนมีพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัด ชีทเองก็แสดงดีขึ้นมาก แต่ไม่เท่ารัก รักแสดงได้ดีจนน่าใ นน เคน ซี มีพัฒนาการที่น่าพอใจ ส่วนสาวทอมที่ตัวติดกับรัก กลับแสดงได้แย่ลง ไม่รู้เพราะอะไร
หลังอาหารเที่ยง แต่ละคนก็รอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เคน ซี นน ชีทตั้งกลุ่มไลน์ทั้งสี่คนไว้เผื่อมีเื่ต้องคุยกัน ไม่นานผู้ปกครองเคนก็มารับเขากลับ แซนเป็คนมารับทั้งสาม
วรวุธออกมาพบแซน และขอคุยกับแซนเป็การส่วนตัว แซนหายไปกับวรวุธสักครู่ใหญ่ก็เดินกลับออกมาด้วยรอยยิ้มที่เด็กทั้งสามดูก็รู้ว่าเป็เื่ดี แต่แซนเลือกไม่พูดถึงและถามไถ่เื่อื่นๆ ทั้งสามจึงคุยกับแซนไปสารพัดเื่ โดยไม่ถามแซนเช่นกัน
หลังจากที่แซน ซีและชีทถึงบ้านไม่นานนัก วรวุธก็มาหาทุกคนที่บ้าน วรวุธชวนแซนกับชลไปคุยกัน ชลจึงเดินนำแซนกับวรวุธไปที่ห้องนอนของเขา
“ชีทว่า.. ต้องเป็เื่พวกเราแน่ๆ ล่ะซี” ชีทพูดกับซีซึ่งนั่งอยู่ในห้องพักรวมของคอนโดฯ กับเธอ
“แล้วไงล่ะ” ซีถามชีท
“ชีทอยากได้ยินกับหู”
“จะดีเหรอ?” ซีลังเลทั้งที่ตัวเขาก็อยากได้ยิน
“เราไปแอบฟังที่ห้องนอนอาแซนเถอะซี”
“ชีท!! นั่น!!.. เราทำผิดสัญญาหลายข้อเลยนะ”
“ก็อย่าให้เขารู้สิ” ชีทพูดจบ เธอเห็นซีประมวลความคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าซีไม่ไปก็อยู่นี่ ชีทไปเอง” พูดจบ เธอก็เดินไปทันที
“รอด้วย” ซีตามชีทไปในที่สุด
พอเข้าไปถึงในห้องตรงประตูลับ ทั้งชีทและซีก็แนบหูที่ประตูนั่น ก็ได้ยินเื่สำคัญพอดี
“ตอนนที่ผมทำค่ายนี้ ผมแค่อยากหานักแสดงหน้าใหม่ไปแสดงละคของผมแต่พอได้เจอเด็ก ได้ฝึกการแสดง ผมกับคูโชก็ผุดไอเดียสุดเจ๋ง ผมจะสร้างละครเวที.. โรมิโอกับจูเลียตครูโชจะกำกับ แล้วผมกับครูโชจะให้ซีเป็โรมิโอ และชีทเป็จูเลียต”
.. นี่เองคือเื่ที่อาวรวุธบอกอาแซนแน่ๆ .. อาแซนถึงได้ยิ้มออกมาอย่างนั้น.. ชีทคิดอย่างดีใจ
.. ดีจัง ได้เล่นละครคู่กัน จะได้เป็แฟนกันทั้งในละคร ทั้งนอกละคร ..ซีฝันหวาน
“ไม่ได้!!” ชลวิทย์ปฏิเสธชัดเจน “จะให้สองคนนั่นแสดงคู่กันไม่ได้”
จบตอน๒๒