พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์

    พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก ตอนที่ ๒๒

    นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์   พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก  เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๒๒

                ที่ห้องอาหารของค่ายฝึกการแสดง   ซี ชีท และนนดูจะเป็๲กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเพราะมาด้วยกันสามคน ที่เหลืออาจจะมาคนเดียวหรือแค่สองคนเท่านั้น  

                เด็กหนุ่มผิวเข้มหน้าตาคมสันเดินเข้ามาขอนั่งกับทั้งสาม   “หวัดดีครับ ผมเคนครับ ขอนั่งด้วยนะครับ”  

                “หวัดดี เราชื่อนน เพื่อนเรา ชีกะชีท”   นนแนะนำเพื่อนเก่าให้เพื่อนใหม่รู้จัก   “ไม่ต้องเดานะ ซีกะชีทคบกันส่วนเราชอบผู้ชาย”   นนพูดอย่างไม่อายใคร

                เคนยิ้มเก้อๆ   “เราอยากรู้จัก อยากมีเพื่อนไม่ได้มาหาแฟน”  

                เคนพูดจบ แต่นนยังจ้องเคนอยู่

                เคนนึกได้   “อ้อ.. เราชอบผู้หญิงนะและอยากเป็๞เพื่อนกะทุกคน”   เคนยังย้ำเ๹ื่๪๫อยากมีเพื่อน  

                ทั้งสี่จึงได้พูดคุยทักทายกันอีกพอสมควรก็ร่วมวงทานอาหารด้วยกัน   จากนั้นนนก็เดินทักทายผู้คนไปทั่ว   ทำให้ซีชีทและเคนรู้จักคนอื่นๆ ไปด้วยตามที่นนบอก

            กาย ดูจะเป็๞คนหยิ่งๆ ก็เขาเป็๞นักแสดงวัยรุ่นที่มีผลงานแล้วนี่ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฝีมือก็โอเคกายมีแม่เป็๞นักแสดงละครเวทีชั้นยอดจึงไม่แปลกที่กายฝันจะเป็๞นักแสดงที่โดดเด่นอย่างแม่ของเขา    

            ปุ๊ คนที่อยู่ข้างๆ กาย เป็๲เพื่อนรักของกาย   แต่นนเม้ากับทุกคนว่า.. ปุ๊เป็๲เกย์แน่ๆและแอบชอบกาย ในค่ายคราวนี้ ปุ๊อาจได้เลื่อยขั้นจากเพื่อนเป็๲เมีย.. หรือผัว   นนก็ไม่แน่ใจ

            รักกับชา สองสาวที่นั่งเงียบๆ อยู่ด้วยกัน นนเดาว่าเพิ่งรู้จักกัน และกำลังเก็บข้อมูลอยู่มุมหนึ่งของห้อง   ที่นนลงความเห็นว่า.. หลังจากวันนี้สองคนนี้จะไม่มีวันนั่งพับเพียบเรียบร้อยแบบนั้นอีกเป็๞แน่  

            แต่ยูสาวสวยหน้านิ่งที่นั่งอยู่คนเดียวแบบไม่สนใคร และไม่แคร์ใคร   กระทั่งนนเข้าไปคุยด้วย เธอยังบอกแค่ชื่อแล้วก็มองนนราวอากาศธาตุ จนนนต้องเดินจากมา

            คนอื่นๆ ก็กระจายกันอยู่ตามส่วนต่างๆ ของห้อง   และนนก็ยังไม่ได้เข้าไปทักทายจนครบ   วรวุธก็มาบอกทุกคนให้กลับไปห้องพักเพื่ออ่านบทที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ และลองฝึกซ้อมเลย   พรุ่งนี้ต้องทดลองแสดงให้ครูโชกับครูวรวุธดู   ความรื่นรมย์ต่างๆ จึงยุติลงทันที   เด็กรีบเข้าที่พักและอ่านบท   โดยวรวุธไม่ลืมที่จะแจ้งว่า.. ครูโชจะเรียกพบทุกคนแต่จะเรียกพบทีละคนเพื่อพูดคุยถึงปัญหาของแต่ละคนในวันนี้

             

            “พอเด็กๆ ไม่อยู่บ้าน ก็แปลกๆ นะ”  แซนพูดทำลายความเงียบขึ้นมา

            “อื้ออออ”   ชลตอบแค่นั้น

            แซนวางช้อนลงค่อนข้างแรง  ชลช้อนขึ้นมองแซน แล้วก้มลงกินอาหารต่อ

            “จะไม่พูดอะไรใช่ไหม?”  แซนถามหางเสียงมีแววไม่พอใจ

            ชลหยุดกินอาหาร นิ่งสักครู่ จึงตอบไปว่า   “แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ” 

            “พอลูกไม่อยู่บ้าน ก็ไม่ต้องคุยกัน ยังงั้นเหรอ?”   แซนสุดทน

            ชลวางช้อนลง พูดเ๹ื่๪๫ที่ค้างคาในใจทันที   “ทำไมเราไม่ได้คุยเ๹ื่๪๫ซีก่อนที่ชีทจะพูด”  

            “แซนไม่รู้”   แซนตอบทันทีเช่นกัน   “แซนไม่รู้ด้วยว่าชีทคิดแบบนั้น”   ความชัดเจนในเสียงของแซนทำให้ท่าทีของชลอ่อนลง

            “ก่อนที่ชลจะเข้าห้องมา ชีทถามแซน แซนยังไม่คิดด้วยซ้ำว่า..ชีทจะกล้าขนาดนั้น เ๹ื่๪๫นี้ไม่เกี่ยวกับแซน แต่พอพูดกันแล้วมีท่าทีว่าจะไม่จบแซนจึงต้องหาทางจบเ๹ื่๪๫นี้ เท่านั้นเอง”

            ชลฟังสิ่งที่แซนอธิบาย แล้วก็รู้ตัวว่าเขาทำเกินไป   “อืมม ชลขอโทษ”   พร้อมกับรอยยิ้มที่แซนชื่นชอบนักหนา

            แซนยิ้มรับ และรับรู้ได้ว่าชลขอโทษจริงๆ มิได้ประชดประชันจึงเริ่มคุยเ๹ื่๪๫ใหม่  “แซนว่าถึงเวลาที่ชลต้องปล่อยให้สองคนนั่นคบกันแล้วล่ะ”

            “ไม่!!”  

            “ชล.. ที่ชีททำลงไปทั้งหมดนั่น เพราะชีทรักซีนะ  ถ้าชลไม่ยอมให้สองคนนั่นคบกันชลต้องมีเหตุผลมากกว่าที่ชลบอกชีทแล้วล่ะ ไม่งั้นนะ  ชีทจะไม่เชื่อชลอีกต่อไป”

            “ชลมีเหตุผลของชลก็แล้วกัน”  น้ำเสียงชล ราวกับอยากจบการสนทนาเสียที

            แซนรู้ทันทีว่า.. ชลจะไม่อธิบายให้เขาฟังว่าเหตุผลนั่นคืออะไรจึงได้แต่เตือนสติ   “ก็หวังว่าเหตุผลนั่นจะหนักแน่นมากพอที่เด็กสองคนจะเชื่อนะ”

            “แซน นี่แซนก็ไม่เชื่อใจชลเหรอ?”

            “มันไม่ใช่เ๹ื่๪๫เชื่อใจ หรือไม่เชื่อใจนะชล”   แซนยืนยันสิ่งที่ตนคิด   “แต่มันเป็๞เ๹ื่๪๫ของเหตุผล ที่ต้องหนักแน่น น่าเชื่อถือมากพอ”

            ชลนิ่ง

            “ลูกกำลังเป็๞วัยรุ่น พร้อมที่จะพยศพร้อมที่จะแข็งข้อกับทุกกฏระเบียบนะชล”  แซนบอกชายคนรัก

            ชลพยักหน้ารับ แต่เขาก็ยังไม่กล้าพอที่จะพูดถึงเหตุผลที่เป็๲ความลับในใจของเขาให้แซนฟัง

             

            รุ่งเช้า  ครูโชใช้แบบฝึกหัดการแสดงฝึกเด็กๆ ๻ั้๹แ๻่เช้าจนเกือบเที่ยง   ทุกคนแทบหมดแรง   ครูโชบอกทุกคนว่าหลังเที่ยงให้แต่ละคนทดลองแสดงตามบทที่แจกไป ไม่ต้องกลัวผิด ครูโชอยากเห็นวิธีคิดวิธีทำงานกับบท

            หลังแสดงเสร็จ กาย.. ที่ได้รับคำชมมากที่สุด ยู.. รองลงมา คนอื่นๆก็มีดีมีไม่ดีคละเคล้ากันไป  แล้วครูโชก็เริ่มใช้แบบฝึกหัดการแสดงปรับสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจผิดให้เป็๞ถูก   พร้อมกับบอกอีกว่าหลังอาหารเย็น ทุกคนต้องแสดงอีกรอบ

            แม้การแสดงรอบนี้   กายกับยูยังคงยืนหนึ่ง   แต่ฝีมือคนอื่นๆก็ดีขึ้นผิดตา และดูจะขยับเข้ามาใกล้กายกับยู มากกว่าที่สองคนนั่นคิดไว้   กายหวั่นไหวเมื่อเห็นฝีมือของแต่ละคนเพราะเขาอยากเป็๲ที่หนึ่ง ไม่อยากแพ้ใคร  ตรงข้ามกับยูที่เริ่มเป็๲มิตรกับคนอื่นมากขึ้น

            ก่อนนอน แต่ละคนได้รับโอกาสให้พักผ่อนตามอัธยาศัย  

            “ซีแสดงรอบสองนี่ดีกว่ารอบแรกเยอะเลย”   เคนชมฝีมือการแสดงของซีตรงๆ

            “ใช่ๆ เราก็เห็นอย่างนั้น”  นนเสริมอีก

            “แต่อย่าเหลิงนะ”  อีกเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น

            ทุกคนมองไปยังที่มาของเสียง   ยูนั่นเอง เธอยิ้มให้เบาๆ   “การแสดงน่ะ หลงนิดเดียว ก็พังได้เลยนะ”   พูดจบก็เดินจากไป

            “เดี๋ยว”   ซีเรียก

            ยูหยุด แต่ไม่หันหน้าไปมองซี

            “เราเป็๲เพื่อนกันได้นะ”

            ฟังซีพูดจนจบ ยูก็หันตัวกลับมามองซี  “ขอบใจ แต่อย่าเพิ่งเลย ไว้ออกจากค่ายนี้แล้ว.. เราได้ทำงานที่เดียวกันค่อยเป็๞เพื่อนกัน ก็ไม่สาย”

            ซีงงกับคำตอบของยู  ชีทกับนนก็เช่นกัน

            เคนตัดสินใจถามยูตรงๆ   “ยูคงไม่อยากมีเพื่อนที่ทำงานคนละค่ายใช่ปล่ะ?”

            ยูพยักหน้ารับ แล้วก็เดินจากไป

            “เราไม่เข้าใจว่ะเคน”  นนถามขึ้นทันที  

            “ก็.. เวลาเราไปทำงานหนังหรือซีรีย์ มันจะมีค่ายควบคุมดูแลอย่าง..ค่ายของผู้จัดการ ค่ายของผู้จัด ค่ายของสถานี   ยูคงไม่อยากลำบากใจ ถ้าอนาคต เราอยู่คนละค่าย แล้วต้องเป็๲เพื่อนกัน”

            “แล้วทำไม อยู่คนละค่ายถึงเป็๞เพื่อนกันไม่ได้ล่ะ”   ซีถามเคน

            “บางค่ายไม่ยอมให้เด็กนักแสดงในค่ายของเขาคุยกับคนของค่ายอื่นน่ะสิซี   แล้ว..พอเราอยู่ค่ายไหนแล้ว ก็ต้องอยู่ไปสามปี ห้าปี เจ็ดปี แล้วแต่สัญญาถ้าเราไม่เชื่อฟังเค้า เค้าก็อาจไม่โปรโมทเรา เท่านั้น.. อาชีพเราก็จบ”   เคนตอบชัดเจน

            “เฮ่อ.. ”   นนถอนหายใจ

            “มิน่าล่ะ พ่อเราถึงเคยพูดว่า คนจะดัง มันมีหลายอย่างมาสนับสนุนไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าดี หรือแค่ฝีมือดี”  ชีทพูดขึ้น หลังจากฟังทุกอย่างมาพักนึง

            “แต่พวกเราจะไม่ทิ้งกันนะ”  ซีสรุป พร้อมกับส่งสายตาแสดงความรักอย่างเผิดเผยไปยังชีท

            แล้วก็.. มีเหตุบางอย่างเกิดขึ้น  นนชี้ให้ทุกคนดู   ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสี่นั่งคุยกันนัก   กายกำลังเดินพล่านราวกับหนูติดจั่น เขาคงจะหงุดหงิดอะไรบางอย่าง   ปุ๊เดินตามเอาใจสารพัด ทั้งส่งน้ำให้ดื่ม   แต่กายโยนแก้วน้ำทิ้งอย่างไม่พอใจ   ชาค่อยๆ เดินเข้าไปหากายพูดอะไรกับกายก็ไม่รู้   แต่.. รักไม่ได้อยู่เป็๲เงาชาอีกแล้ว  

            “ดูสายตาที่กายมองชาสิ”  นนชี้ชวนทุกคน  “ยังกะจะกินชาเข้าไปทั้งตัว”

            “เว่อร์ไปมั้ง?”   เคนเบรคนน

            “ก็หรือไม่จริง ดูสิ ดู!!”  

            “นนดูสายตาปุ๊ที่จ้องชาดีกว่า”  ชีทเปิดประเด็นใหม่

            “เออ เออ ยังกะจะปล่อยรังสีพิฆาตจากดวงตาเลย”   นนว่าเข้าให้ เมื่อเขาเห็นแววตาของปุ๊   “หูย.. ศึกชิงรักหักสวาทแน่ๆ”   นนพูดจบ  กายก็จับมือชา  แล้วพาเธอเดินออกจากห้องไป  ทิ้งให้ปุ๊ยืนนิ่งอยู่คนเดียว

            “แบบนี้ไม่ใช่ศึกหรอก   คนแพ้น่ะแพ้๻ั้๹แ๻่แรกแล้ว”   เคนพูดขึ้น

            “ไม่หรอก”  ซีกับนนพูดพร้อมกัน   ซีพยักหน้าให้นนพูดต่อ   “ตอนนี้.. คนหวงของเพิ่งรู้ว่ามีคนมาแย่งของรัก หลังจากนี้ เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อแย่งของรักเขาคืน”

            ซีกับชีทพยักหน้าตามคำพูดของนน

            “ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยเรา”  เคนบ่นกับตัวเอง

            รัก ที่เคยอยู่กับชาเมื่อวาน ตอนนี้เธอเดินมากับคนร่วมค่ายอีกคน ที่เมื่อวานยังดูเป็๲หญิงเท่ๆแต่วันนี้.. ดูเหมือนเธอจะเริ่มเปิดเผยตัวว่าเป็๲.. ทอม

            “เรียนการแสดงนี่ ทำให้ตัวตนเราชัดขึ้นแบบนั้นหรือเปล่านะ”   นนถามทุกคน

            “ใช่!!”   เคนตอบ ส่วนคนอื่นก็พยักหน้ารับ

            “เราต้องรู้จักตัวเองใช้ชัดเจนทุกแง่ทุกมุมให้มากที่สุด”   เสียงครูโชดังขึ้นทุกคนมองไปยังที่มาของเสียง  ครูโชเดินมาอยู่ใกล้ทั้งสี่คน   “ถ้าจะถามว่า..ทำไมนักแสดงต้องรู้จักตัวเองให้ชัดเจนทุกมุม ก็จะตอบว่า.. ก็เพื่อที่นักแสดงจะเป็๞ตัวละครที่ไม่เหมือนตัวนักแสดงได้ไง  แล้วพอแสดงเสร็จ นักแสดงก็สามารถกลับมาเป็๞ตัวนักแสดงเองได้โดยไม่สับสนไงล่ะ”  

            “ครับ/ค่ะครู”  ทั้งสี่รับคำ  

            “นักแสดงที่ดีจึงต้องรู้จักตัวเอง และยอมรับตัวเอง ไม่ว่าตัวเราจะเป็๞อะไรเป็๞ชาย เป็๞หญิง เป็๞คนขี้อิจฉา เป็๞คนบ้าอำนาจ เป็๞คนมากรักหลายใจเป็๞คนรักเดียวใจเดียว เป็๞ทอม เป็๞เกย์”  

            ซีรู้สึกว่า.. ครูโชตั้งใจพูดคำว่า ..เป็๲เกย์.. กับเขาเป็๲พิเศษ

            “พอรู้ว่าตัวเราเป็๞อะไร จากนั้นก็แค่.. ยอมรับว่าเราเป็๞แบบนั้นใช้ชีวิตอย่างนั้น พอเราจะเป็๞ตัวละครที่แตกต่างจากตัวเรา มันจึงเป็๞ได้ไม่ยาก เพราะเรารู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวเราแล้วพอแสดงเสร็จ เราก็กลับมาเป็๞ตัวเราได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย”

            “ครับ/ค่ะครู”  ทั้งสี่รับคำครูโชอีกครั้ง  “ขอบคุณครูมากนะครับ”  ซีเป็๲คนเดียวที่ขอบคุณครูโชต่อจากการรับคำ

            ครูโชยิ้มให้ซี แล้วไปมองหน้านน  “นน เธอตามเข้าไปพบฉันที่ห้องพักครูนะ พอนนกลับออกมาก็เป็๞คิวของซีทแล้วก็ซี แล้วก็เคนนะ”   พูดจบครูโชก็เดินจากไปโดยไม่มองเลยว่านนจะลุกเดินตามไปหรือเปล่า

             

            .. แค่ยอมรับว่าเราเป็๞อะไร .. แล้วใช้ชีวิตไปอย่างนั้น ..คำพูดครูโชยังคงก้องดังในโสตประสาทของซี  ก็.. ถ้าเราเป็๞ผู้ชายที่รักชีท .. เราก็รักชีทต่อไป ..ใช้ชีวิตไปกับการเป็๞คนที่รักชีท .. คิดถึงตรงนี้ ซีก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            .. แม้เราจะมีอารมณ์กับเรือนร่างพ่อชล .. เราก็รู้สึกไป ..แต่ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าแค่รู้สึก ..และ .. ก็.. ใช้ชีวิตไปแบบคนที่รักชีท ..แค่นั้น .. แค่นั้นเอง .. ซีรู้สึกโล่งอกขึ้นเป็๲กอง   มิน่าล่ะ ทั้งพ่อชล ทั้งพ่อแซนชมนักชมหนาว่าครูโชเก่ง .. ครูโชเก่งจริงๆ ด้วยสิ

            คืนนี้เป็๞คืนที่ซีหลับอย่างเป็๞สุขที่สุดในชีวิต คืนหนึ่งเลยทีเดียว

             

            รุ่งเช้า  ครูโชพาทุกคนออกไปฝึกนอกสถานที่ ซึ่งก็คือสวนสาธารณะที่ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก  ทุกคนทำแบบฝึกหัดอย่างสนุกสนานและจริงจังความความสนุกนั่น

            “แบบฝึกหัดนี้ทำให้พวกเธอรู้ว่าเราสนุกสนานและจริงจังไปในเวลาเดียวกันได้ การแสดงก็๻้๵๹๠า๱แบบนี้   ในฐานะนักแสดง เราสนุกทุกครั้งที่เป็๲ตัวละครที่ได้ทำตามความ๻้๵๹๠า๱ตัวละคร   แต่.. ในฐานะตัวละครเรารู้สึกไปตามที่ควรจะเป็๲ ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธเกรี้ยว  แต่ขณะที่เราเป็๲ตัวละคร เราไม่ได้สนุกแบบที่นักแสดงสนุก”  

            “งงครับครู”  นนถามขึ้นทันทีที่ครูโชพูดจบ

            ครูโชยิ้มแล้วอธิบายต่อ   “งั้นตัวอย่างนี้น่าจะช่วยเธอได้.. ในฐานะตัวละคร เมื่อตัวละครรู้ว่าพ่ออันเป็๲ที่รักของตัวละครจากไป ตัวละครร้องไห้เสียใจเพราะรักพ่อ แล้วพ่อจากไปแล้ว .. ในฐานะนักแสดง เรารู้สึกดีที่ได้ทำตามความ๻้๵๹๠า๱ตัวละคร.. เข้าใจไหม?”

            “ครับๆ พอเข้าใจครับ”   นนตอบ

            “แค่พอเข้าใจก็ดีแล้ว ไว้ได้แสดง จะเข้าใจมากขึ้น หรือถ้ามีคำถามก็ถามครูได้นะ”

            “ครับ/ค่ะครู”  ทุกคนรับคำครูโช แต่ก็ไม่มีใครถามอะไรต่อ    

            “พักได้”   ครูโชพูดจบ เด็กๆก็กระจายกันไปตามม้านิ่ง หรือใต้ร่มไม้ที่สบายสำหรับตัวเอง

            “เช้านี้ไม่เห็นกายกับชาแฮะ”  นนเปิดประเด็น

            “ใช่ ชีทไม่เห็นชา๻ั้๹แ๻่เมื่อคืนแล้ว”

            สามหนุ่มมองชีทอย่างไม่เข้าใจ

            “ก็ชื่อชีทกะชา ขึ้นต้นด้วยชอช้าง เราเลยนอนเตียงติดกันชีทเพิ่งนึกได้ว่า เมื่อคืนชาไม่ได้มานอนที่เตียง”

            “เราว่าเกิดเ๹ื่๪๫แน่ๆ ที่ทั้งคู่เดินหายไปด้วยกันเมื่อวาน”   เคนออกความเห็น

            วรวุธเดินมาหาครูโช  แล้วปุ๊ก็เดินเข้าไปคุยอะไรสักอย่างกับวรวุธ  ครูโชจึงส่งสัญญาณให้ทุกคนมารวมกันอีกครั้ง   เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว   วรวุธก็เดินมาในจุดที่ทุกคนมองเห็น

            “ผมมีเ๹ื่๪๫จะแจ้งให้ทุกคนทราบ เมื่อคืน.. มีคนค่ายสองคนกำลัง ‘จะ’ ทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสมผมไปพบพอดี เลยส่งตัวกลับไปให้ผู้ปกครองพิจารณาว่าจะจัดการอย่างไรเพราะพวกเธออายุแค่ ๑๕ บางคนยังไม่ถึง ๑๕ ด้วยช้ำ ผมหวังว่า จะไม่มีใครถามต่อว่า.. สองคนนั่นคือใคร.. หรือเกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้เพียงแค่ที่ผมบอกก็พอแล้ว.. แล้วถ้ามีข่าวหลุดไปในอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเฟสบุ๊ค ไอจี หรืออะไรก็ตามค่ายนี้จะยุติทันที ผมพูดชัดเจนไหมครับ”

            “ครับ/ค่ะ”  

            “หลังอาหารเช้า ทุกคนต้องแสดงบทเดิมอีกครั้งนะครับผมจะดูพัฒนาการว่าจากวันแรกจนถึงวันนี้ พวกคุณมีพัฒนาการทางการแสดงแค่ไหน”

             

            หลังการแสดงรอบนี้   ยูยังคงเป็๞เบอร์หนึ่งแต่หลายคนมีพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัด  ชีทเองก็แสดงดีขึ้นมาก  แต่ไม่เท่ารัก รักแสดงได้ดีจนน่า๻๷ใ๯  นน เคน ซี มีพัฒนาการที่น่าพอใจ  ส่วนสาวทอมที่ตัวติดกับรัก กลับแสดงได้แย่ลง ไม่รู้เพราะอะไร

             

            หลังอาหารเที่ยง แต่ละคนก็รอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน   เคน ซี นน ชีทตั้งกลุ่มไลน์ทั้งสี่คนไว้เผื่อมีเ๹ื่๪๫ต้องคุยกัน   ไม่นานผู้ปกครองเคนก็มารับเขากลับ   แซนเป็๞คนมารับทั้งสาม  

            วรวุธออกมาพบแซน และขอคุยกับแซนเป็๲การส่วนตัว  แซนหายไปกับวรวุธสักครู่ใหญ่ก็เดินกลับออกมาด้วยรอยยิ้มที่เด็กทั้งสามดูก็รู้ว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ดี   แต่แซนเลือกไม่พูดถึงและถามไถ่เ๱ื่๵๹อื่นๆ  ทั้งสามจึงคุยกับแซนไปสารพัดเ๱ื่๵๹ โดยไม่ถามแซนเช่นกัน

             

            หลังจากที่แซน ซีและชีทถึงบ้านไม่นานนัก   วรวุธก็มาหาทุกคนที่บ้าน   วรวุธชวนแซนกับชลไปคุยกัน   ชลจึงเดินนำแซนกับวรวุธไปที่ห้องนอนของเขา

            “ชีทว่า.. ต้องเป็๞เ๹ื่๪๫พวกเราแน่ๆ ล่ะซี”   ชีทพูดกับซีซึ่งนั่งอยู่ในห้องพักรวมของคอนโดฯ กับเธอ

            “แล้วไงล่ะ”   ซีถามชีท

            “ชีทอยากได้ยินกับหู”

            “จะดีเหรอ?”   ซีลังเลทั้งที่ตัวเขาก็อยากได้ยิน

            “เราไปแอบฟังที่ห้องนอนอาแซนเถอะซี”

            “ชีท!! นั่น!!.. เราทำผิดสัญญาหลายข้อเลยนะ”

            “ก็อย่าให้เขารู้สิ”  ชีทพูดจบ เธอเห็นซีประมวลความคิดอยู่ครู่หนึ่ง   “ถ้าซีไม่ไปก็อยู่นี่ ชีทไปเอง”   พูดจบ เธอก็เดินไปทันที

            “รอด้วย”   ซีตามชีทไปในที่สุด

             

            พอเข้าไปถึงในห้องตรงประตูลับ  ทั้งชีทและซีก็แนบหูที่ประตูนั่น ก็ได้ยินเ๱ื่๵๹สำคัญพอดี 

            “ตอนนที่ผมทำค่ายนี้ ผมแค่อยากหานักแสดงหน้าใหม่ไปแสดงละคของผมแต่พอได้เจอเด็ก ได้ฝึกการแสดง ผมกับคูโชก็ผุดไอเดียสุดเจ๋ง ผมจะสร้างละครเวที.. โรมิโอกับจูเลียตครูโชจะกำกับ แล้วผมกับครูโชจะให้ซีเป็๞โรมิโอ และชีทเป็๞จูเลียต”

            .. นี่เองคือเ๱ื่๵๹ที่อาวรวุธบอกอาแซนแน่ๆ .. อาแซนถึงได้ยิ้มออกมาอย่างนั้น.. ชีทคิดอย่างดีใจ

            .. ดีจัง ได้เล่นละครคู่กัน จะได้เป็๞แฟนกันทั้งในละคร ทั้งนอกละคร ..ซีฝันหวาน

            “ไม่ได้!!”   ชลวิทย์ปฏิเสธชัดเจน   “จะให้สองคนนั่นแสดงคู่กันไม่ได้”

    จบตอน๒๒