ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 136 วันอลหม่าน สามีเก่า สามีใหม่ คนกลางที่ยืนงง

    แสงอรุณแรกของวันใหม่ค่อยๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างบานกว้างผ้าม่านโปร่งสีงาช้างพลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วนอกหน้าต่างสร้างบรรยากาศที่ดูจะสงบเกินไปสำหรับจิตใจของหญิงสาวผู้หนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนแสนโกลาหลมา

     

    บนเตียงไม้แกะสลักอย่างประณีต ฮวาเสี่ยวซีค่อยๆ ลืมตาขึ้นเปลือกตาบางปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่ยังคงฉายแววความงุนงงไม่คุ้นเคยกับสิ่งรอบกายที่แลดูแปลกตา ผ้าปูที่นอนหอมสะอาด พื้นไม้ที่ขัดจนเงาวับ เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีล้วนเป็นของที่เธอไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย

     

    “ที่นี่...ที่ไหนกัน?” เสียงของเธอแหบพร่าคล้ายคนหมดแรง

     

    ทันใดนั้น คลื่นความทรงจำจากเมื่อคืนก็ถาโถมเข้ามาไม่ทันให้ตั้งตัว  เหตุการณ์ที่ร่างของเธอและจิ้นอ๋องถูกตรึงไว้ด้วยพิษราคะนารีการเผชิญหน้าท่ามกลางไฟอารมณ์ และ...การปลดปล่อยที่เธอเป็นผู้ริเริ่มเองอย่างเต็มใจใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีแดงก่ำอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะความร้อนจากความอับอายแล่นวูบขึ้นใบหน้าราวกับเพลิง

     

    “ข้าเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ...” เธอพึมพำเบาๆ

     

    แต่ยังไม่ทันได้สับสนไปมากกว่านั้น ภาพของชายอีกคนหนึ่งก็ค่อยๆเลือนรางขึ้นในใจ ชายหนุ่มที่เคยกอดเธอด้วยความอบอุ่น ชายผู้เรียกเธอว่า“เสี่ยวหว่าน” และอ้างว่าเธอคือภรรยาของเขา พร้อมกับ “เจ้าอ้วนน้อย”ที่เป็นลูกชายของพวกเขา ความทรงจำบางอย่างกระพริบวาบราวแสงไฟริบหรี่ในม่านหมอก

     

    เด็กน้อยในอ้อมแขนของใครบางคน... เสียงหัวเราะสดใส...แสงแดดที่สาดลงบนผ้าห่มผืนเก่า...

     

    ภาพทั้งหมดพร่ามัว คล้ายฝัน คล้ายจริง

     

    ฮวาเสี่ยวซีหลับตาลงพลางส่ายหน้าหวังจะปัดเป่าความวุ่นวายออกจากหัวใจและจิตใจของตน “โอ๊ย... ปวดหัวชะมัด...”เธอพึมพำพลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง

     

    นางยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ มือกำเนื้อผ้าสีขาวที่วางอยู่แน่นราวกับสัมผัสของมันจะช่วยไขความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ ผ้านุ่มละมุนจนเธอรู้สึกแปลกแยกกับตัวเองขึ้นมาอย่างประหลาดเหมือนว่า... เธอไม่ควรจะได้สวมมัน เหมือนว่าเธอเคยเป็นใครสักคนที่ชีวิตผูกพันกับเสื้อผ้าเนื้อหยาบกลิ่นควันไฟ และละอองฝุ่นกลางป่า ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาจากภาพจำแต่มาจากร่องรอยในใจที่ลบไม่หมดเธอลุกจากเตียง บิดขี้เกียจอย่างเชื่องช้ากล้ามเนื้อยังคงปวดล้า แต่หัวใจเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นทุกที

     

    ขณะกำลังสัมผัสเนื้อผ้าบนโต๊ะนั้นเอง เสียง “แอ๊ด…” ของประตูห้องก็ดังขึ้น

     

    ร่างสูงสง่าของ อี้หานเฟิง ปรากฏในกรอบประตูเขายืนนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ แววตาเรียบสงบแต่ลึกซึ้งเสียจนหญิงสาวหลบสายตาแทบไม่ทันใบหน้าคมเข้มที่มักสงบนิ่งยามอยู่ในสนามรบตอนนี้กลับฉายแววอ่อนโยนเจือปวดร้าวจนเห็นได้ชัด

     

    "เจ้าตื่นแล้วหรือ เสี่ยวซี..." เขาเอ่ยเบาๆเสียงต่ำทุ้มสั่นสะเทือนใจ

    ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นน้อยๆ ดวงตาสบกับเขาเพียงแวบหนึ่งแล้วรีบเบือนสายตาหนีอย่างประหม่า "ท่าน... มาแต่เช้า?"

     

    อี้หานเฟิงไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียว แล้วหยุด หยั่งเชิง"รู้สึกอย่างไรบ้าง?"

     

    ฮวาเสี่ยวซีขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหนื่อย... สับสน... และก็ไม่เข้าใจอะไรเลย”เสียงของนางแผ่วลง พลางกอดอกไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว

     

    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบจากทางเดินก็ดังใกล้เข้ามาราวกับตัดบรรยากาศตึงเครียดเป็นเส้นตรง

     

    ประตูเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็น อี้เฟยหลง จิ้นอ๋องแห่งแคว้นผู้ที่เพิ่งผ่านคืนโกลาหลมาเช่นกัน

     

    สีพระพักตร์ของพระองค์ซีดเซียว ดวงเนตรแดงก่ำเห็นได้ชัดว่ามิได้บรรทมทั้งคืนแต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าคือประกายความห่วงใยในแววตาและแววริษยาที่พยายามปิดบังไว้ยามทอดพระเนตรเสี่ยวซียืนอยู่ใกล้ชายอื่น

     

    "เสี่ยวซี! เจ้าตื่นแล้วหรือ!" จิ้นอ๋องเอ่ยขึ้นเสียงดังกว่าปกติพร้อมรีบก้าวเข้ามาในห้อง

     

    สายตาของอี้หานเฟิงหรี่ลงเล็กน้อย

     

    "จิ้นอ๋อง... ท่านมาทำอะไรที่นี่?" ฮวาเสี่ยวซีถามกลับสีหน้าแสดงความประหลาดใจปนไม่แน่ใจ

     

    "ก็ข้าห่วงเจ้าน่ะสิ!" เขาตอบทันควันแวบหนึ่งเขาเหลือบตามองอี้หานเฟิงด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะถามอย่างประชดประชัน"เสด็จอา... ยังไม่กลับตำหนักหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

     

    อี้หานเฟิงไม่ได้ตอบทันที แต่ยืนตรงอยู่กลางห้องอย่างองอาจ"ข้าก็เป็นสามีของนาง เหตุใดจะอยู่ที่นี่ไม่ได้เล่า?"

     

    คำพูดตรงประเด็นที่ฟังดูเรียบง่ายแต่หนักหน่วงนั้นทำเอาบรรยากาศภายในห้องพลันเงียบลง

     

    และก่อนที่ใครจะได้พูดต่อ พระพักตร์ของ ฮ่องเต้อี้จงเหวิน ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู

     

    พระองค์ยังคงทรงภูมิฐานแม้จะดูเหนื่อยล้าดวงเนตรสีนิลทอดมองบุรุษทั้งสองและหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์ทรงพยักหน้าเบาๆ พลางก้าวเข้ามาช้าๆ เสียงก้าวพระบาทแต่ละย่างดุจจะหยุดเวลา

     

    "พอได้แล้ว หลงเอ๋อร์... เสด็จอา" ฮ่องเต้ตรัสเรียบ ๆ แต่เปี่ยมอำนาจ ทั้งห้องหยุดนิ่งในทันที

     

    "สถานการณ์นี้ไม่ควรมีการโต้เถียง" พระองค์กล่าวพลางทอดพระเนตรไปที่ฮวาเสี่ยวซี "นางยังสับสน ยังอ่อนล้าพวกเจ้าควรให้เวลานาง ไม่ใช่แย่งกันแสดงความเป็นเจ้าของ"

     

    คำพูดของฮ่องเต้ก้องสะท้อนในใจเสี่ยวซี

     

    "แย่งกันแสดงความเป็นเจ้าของ..."

     

    คำนี้สะท้อนใจนางยิ่งนักเพราะมันทำให้นางรู้สึกว่าในช่วงเวลาแสนสั้นที่ผ่านมา...ชีวิตของเธอกำลังถูกดึงรั้งด้วยเส้นด้ายจากสามทาง อดีต ปัจจุบัน และความรู้สึกที่กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่

     

    ฮวาเสี่ยวซีหลุบตาลงอีกครั้ง ขณะเดียวกันภาพบางอย่างก็

     

    แว้บขึ้นมาในใจ ภาพของเด็กน้อยนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ หัวเราะคิกคักขณะเธอป้อนข้าวปั้น

     

    เธอกระพริบตาเร็วๆ พยายามไล่ความฝันนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามลืมภาพก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

    “...เจ้าอ้วนน้อย...” เธอเอ่ยเสียงเบาเกือบไม่ได้ยิน ชายสามคนหันขวับมามองพร้อมกัน

     

    "เจ้าว่าอะไรนะ เสี่ยวซี?" อี้หานเฟิงเอ่ยถามดวงตาหวั่นไหว

     

    "ข้า... เหมือนจะจำอะไรได้..." นางตอบช้าๆ พลางยกมือแตะขมับ“แต่มันก็ยังพร่าเลือน... เหมือนฝัน…”

     

    ฮ่องเต้ทรงก้าวเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงเล็กน้อยระดับสายตากับนาง “ไม่เป็นไร...จงค่อยๆ นึก ค่อยๆ จำ ทุกอย่างจะค่อยๆ เปิดเผยเมื่อนางพร้อม”

     

    จิ้นอ๋องเม้มริมฝีปากแน่น ความกระวนกระวายฉายชัดในแววตาด้านหนึ่งเขากังวลว่านางจะจำเรื่องราวเมื่อคืนได้ทั้งหมด อีกด้านกลับกลัวว่านางจะจำชายผู้นั้นที่เรียกตนเองว่าสามีได้ก่อน

     

    ขณะเดียวกัน อี้หานเฟิงยืนนิ่งเงียบแต่ดวงตาคมกริบจับจ้องที่หญิงสาวด้วยความหวังริมฝีปากที่เคยสงบเสมอเผยอออกเล็กน้อย ราวจะเอื้อนเอ่ยคำใดบางอย่างทว่าก็เลือกเก็บมันไว้ก่อน

     

    บรรยากาศที่เหมือนจะคลี่คลาย กลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อฮวาเสี่ยวซีหลับตาลงแน่น จับภาพบางอย่างที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นในห้วงความทรงจำ

     

    ภาพของชายคนหนึ่ง...กำลังก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นจากเปลผ้าใบหน้าเขามีเคราและหนวดรุงรังเสื้อผ้าธรรมดาเปื้อนดินโคลน เสียงหัวเราะของเขานุ่มนวลและอบอุ่น แต่ไม่ใช่บุรุษหน้าตาคมคายผู้ใดในห้องนี้

     

    “คนที่อุ้มเจ้าอ้วนน้อย... เขาไม่ใช่...” นางพึมพำเบาๆ พลางลืมตาขึ้นช้าๆ“เขาไม่มีหน้าตาแบบท่าน... อี้หานเฟิง”

     

    แววตาของอี้หานเฟิงสั่นไหวชั่วขณะ สีหน้าที่เคร่งขรึมสะดุดลงครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม

     

    “ข้าเข้าใจ...” เขาเอ่ยเสียงเบา

     

    จิ้นอ๋องหันขวับมา สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงนปนโล่งใจทันที“หมายความว่าอย่างไร? เขาไม่ใช่ชายที่อยู่ในความทรงจำของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”

     

    ฮวาเสี่ยวซีขมวดคิ้ว “ในภาพ... เขาไว้เครา มีผ้าคาดหัวเก่าๆอะไรสักอย่าง... เขาดูไม่เหมือนใครในห้องนี้เลย”

     

    อี้หานเฟิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ คราวนี้แววตาเปลี่ยนไป ไม่ใช่เจ็บปวดแต่เหมือนยอมรับ “ตอนที่เจ้าเป็นเสี่ยวหว่าน ข้ายอมเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด  ทั้งรูปลักษณ์ ทั้งสถานะข้าไว้เคราเพื่อตบตาผู้คน... แม้กระทั่งเจ้าเอง ก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร”

     

    คำพูดของเขาเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจหญิงสาว

     

    นางเบิกตากว้าง “ท่าน... คือเขา?” เสียงสั่นเครือ

     

    “ใช่ ข้าคือคนที่เจ้าเห็นในภาพนั้น ข้าเคยเป็นเพียงชายป่าธรรมดาไม่ใช่เสนาบดี ไม่ใช่องค์ชาย ไม่ใช่ใครที่สำคัญในวังหลวง...มีเพียงความรักที่ข้ามอบให้เจ้า กับเจ้าอ้วนน้อยเท่านั้น”

     

    อี้เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ขบกรามแน่น มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูด คำยืนยันของอี้หานเฟิงเหมือนตอกย้ำสถานะของเขาเองว่าเป็นเพียง ‘ผู้มาใหม่’ในชีวิตนาง แม้ความรู้สึกที่เขามีจะจริงแท้ไม่แพ้กัน

     

    "แต่เจ้าไม่ได้อยู่เคียงข้างนางตอนนี้... ข้าอยู่ข้าเป็นคนดูแลนางในยามอ่อนแอที่สุด!" อี้เฟยหลงโพล่งขึ้นน้ำเสียงขุ่นจัดแฝงความเจ็บปวด

     

    "แต่ท่านไม่ได้อยู่เคียงข้างนางตอนนี้... ข้าคือคนแรกของนาง!" อี้เฟยหลงโพล่งออกมา น้ำเสียงเด็ดขาดแฝงด้วยความเจ็บลึกราวกับคำพูดนั้นจะเป็นสิ่งเดียวที่เขายึดมั่นได้ในความ สัม พันธ์อันสับสนนี้

     

    ทันทีที่ถ้อยคำนั้นหลุดออกจากปาก บรรยากาศในห้องก็เหมือนถูกแช่แข็งชั่วขณะ
    ดวงตาของอี้หานเฟิงฉายแววแปรเปลี่ยนจากความสงบนิ่งกลายเป็น กราดเกรี้ยวดั่งเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นกลางอก

     

    "เจ้า...!" เขาก้าวพรวดเข้าหาอี้เฟยหลงเพียงก้าวเดียวร่างสูงใหญ่ปะทะเข้ากับแรงกดดันของบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว

     

    "เจ้าบังอาจพูดคำเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร..."เสียงของอี้หานเฟิงเค้นลอดไรฟันดวงตาสั่นระริกด้วยความโกรธจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ "เพียงเพราะเจ้า...ได้ร่างของนางในค่ำคืนที่นางไร้สติเจ้ากล้าพูดว่าตนคือคนแรก?"

     

    อี้เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังจ้องตอบไม่ยอมถอย "อย่างน้อย...ข้าก็อยู่กับนางจริงๆ ไม่ใช่แค่ความทรงจำเก่าๆ ที่เจ้าร่ำร้องหา!"

     

    เพี๊ยะ!

     

    เสียงฝ่ามือกระทบผนังด้านข้างราวกับสายฟ้าฟาดอี้หานเฟิงใช้มือตบประตูไม้ข้างตัวแทนคำตอบ น้ำเสียงเย็นเยียบของเขาดังขึ้นชัดเจน

     

    "ฟังให้ชัด อี้เฟยหลง ข้าคือสามีของนาง ไม่ใช่แค่ในนามแต่ในทุกสิ่งทุกอย่าง!"เขาเน้นถ้อยคำทุกคำชัดถ้อยชัดคำราวกับจะสลักมันลงกลางใจทุกคนในห้อง

     

    "และข้าคือพ่อของเจ้าอ้วนน้อย... ลูกของข้ากับนาง!" เสียงทุ้มต่ำของอี้หานเฟิงเต็มไปด้วยแรงสะท้อนแห่งความเสียใจและความรักที่เก็บซ่อนไว้เนิ่นนาน

     

    "เจ้าอาจเป็นคนที่นางเห็นในยามหลับตา...แต่ข้าคือคนที่นางเคยวางหัวใจให้ทั้งดวง"

     

    ฮวาเสี่ยวซีที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากภาพความทรงจำยังพร่าเลือนอยู่แต่เสียงหัวใจของชายสองคนกลับชัดเจนขึ้นทุกขณะ ความเงียบโรยตัวลงอีกครั้ง
    ทว่าคราวนี้คือความเงียบที่สั่นสะเทือนเกินกว่าจะละเลย นี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่องแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบททดสอบระหว่างหัวใจสามดวง...และหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังค่อยๆจำได้ว่า “เธอคือใคร”

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138