ทารินที่เป็หัวหน้าทีมกำลังอธิบายถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าที่ทีมของพวกเขาอาจพบเจอระหว่างการเดินทาง
เพราะนี่คือภารกิจที่เร่งด่วน
ทีมของทารินจึงไม่ใช่ทีมเดียวที่ต้องเข้าไปในป่าธาโลเรนชั้นในยังมีอีกหลาย ๆ ทีมที่ได้รับภารกิจเร่งด่วนในครั้งนี้รวมไปถึงเหล่าทหารซึ่งกำลังทยอยเคลื่อนพลเข้าสู่ป่าเช่นกัน
ป่าธาโลเรนขึ้นชื่อว่าเป็แดนลึกลับที่แม้แต่แสงดาวยังถูกบดบังด้วยม่านหมอกหนาการที่หลายฝ่ายถูกเร่งรัดให้เข้าไปพร้อมกันเช่นนี้ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและความไม่แน่นอนทุกย่างก้าวที่รออยู่ข้างหน้าล้วนเป็สิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้
ทารินหันมองสมาชิกในทีมด้วยสีหน้าตึงเครียด“ภารกิจของทีมเราค่อนข้างจะพิเศษและแตกต่างจากทีมอื่น ๆ” กล่าวเสียงเรียบ“พวกเราต้องปกป้องวิลล์ที่มีความสามารถพิเศษในการสื่อสารให้ปลอดภัยจนกว่าจะเดินทางไปถึงตัวของเป้าหมาย!”
“รับทราบ!” เฟนริกลีน่าและเซลิตอบรับอย่างเป็ระเบียบ
ซึ่งจะแตกต่างจากวิลล์ที่ตอนนี้เธอกำลังมีใบหน้าที่งุนงงกับสิ่งที่เธอได้รับฟัง
“ปกป้องฉันเหรอ”ชี้ไปที่ตัวเอง “ฉันสำคัญกับภารกิจในครั้งนี้มากเลยเหรอ”น้ำเสียงแววตาและใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยคำถาม
“ใช่!” ทารินตอบรับก่อนที่เขาจะอธิบายข้อมูลภารกิจทั้งหมดออกมา
เป้าหมายของภารกิจเร่งด่วนในครั้งนี้คือบริเวณใกล้ ๆ กับค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างประจำการเอาไว้ในป่าธาโลเรนชั้นในค่ายทหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอยเฝ้าระวังและเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายที่อาจจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนมีท่าทีที่สามารถคุกคามต่อป่าธาโลเรนชั้นกลางและชั้นนอกรวมไปถึงพื้นที่ปลอดภัยนอกป่าธาโลเรนและเมือง
บรรยากาศในป่าเต็มไปด้วยแสงจางๆ ของหมอกสีเงินที่สะท้อนประกายดาวจากฟากฟ้ายิ่งทำให้ค่ายทหารกลางป่าดูลึกลับและเคร่งขรึมกว่าปกติราวกับเป็ด่านสุดท้ายที่กั้นระหว่างความสงบของผู้คนภายนอกกับอำนาจดิบเถื่อนของสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
วิลล์ยิ้มเจื่อนพลางมีใบหน้าชะงักและแข็งค้างไปหลายวินาที
“ทำไมต้องเป็ฉันล่ะ?”หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับชี้ไปที่หน้าตนเอง
“จำนกฮูกตาไฟเมื่อครั้งนั้นได้ไหม?”ลีน่าถามเสียงเรียบ แต่สายตาแฝงความกังวล
“จำได้สิ ทำไมเหรอ?”วิลล์ตอบทันที
“สัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งและอาละวาดอยู่ในตอนนี้คือจ่าฝูงนกฮูกตาไฟ” ทารินส่ายหัวไปมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ“จากรายงานด่วนที่ได้รับมา… จ่าฝูงนกฮูกตาไฟตัวนี้กำลังอยู่ใน่วางไข่น่ะ”
สัตว์ร้ายแต่ละสายพันธุ์มักจะอาศัยรวมกันเป็กลุ่มโดยที่ในกลุ่มของพวกมันจำเป็ที่จะต้องมีจ่าฝูงคอยควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกภายในกลุ่ม
“สัตว์ร้ายก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ กับพวกเราแหละ มีจ่าฝูง รองจ่าฝูงแล้วก็สมาชิก” เซลิอธิบายเพิ่มเติม
โดยที่สัตว์ร้ายที่จะมาเป็จ่าฝูงและรองจ่าฝูงได้นั้นพวกมันจะต้องมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตและมีความแข็งแกร่งกว่าสัตว์ร้ายตัวอื่น ๆ ภายในกลุ่ม
เพื่อแสดงถึงสติปัญญาอำนาจ พละกำลัง และความแข็งแกร่งที่จะปกครองสมาชิกในกลุ่มของพวกมัน ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางจนเกิดการปะทะกับสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งกว่าหรือมีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
“อ๋อ!”วิลล์ลากเสียงยาว “ก็ไม่ต่างจากสังคมของพวกเราเท่าไหร่นักก็...ปลาใหญ่กินปลาเล็กสินะ” ทำสีหน้าครุ่นคิดพลางพยักหน้าหงึก ๆ
…
ทารินที่เป็หัวหน้าทีมส่งสัญญาณด้วยมือและตัดสินใจเคลื่อนขบวนเข้าป่าธาโลเรนทันทีหลังจากอธิบายถึงภารกิจและเล่าถึงภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าที่พวกเขามีโอกาสต้องเผชิญเสร็จสิ้นลง
แสงสลัวจากหมู่ดาวบนฟากฟ้าเล็ดลอดผ่านเรือนยอดไม้สูงใหญ่ราวกับละอองแสงวิบวับที่คอยนำทางทีมของทารินก้าวฝ่าป่าชั้นนอกเข้าสู่ความลึกด้วยความรวดเร็วและเป็ระเบียบ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนสะดุดใจคือตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่าน ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบของสัตว์เล็ก ๆ สักตัวเดียวไม่มีแม้แต่แสงตาวาวของสัตว์กลางคืนที่ปกติแล้วมักจะคอยแอบมองผู้บุกรุก
“ไม่ดีแน่!”ลีน่าเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมดวงตาของเธอฉายประกายสีเงินราวกับสะท้อนแสงดาว“จ่าฝูงนกฮูกตาไฟคงกำลังคลุ้มคลั่งและอาละวาดอย่างหนักหน่วงจนเหล่าสัตว์ในป่าเองยังรับรู้ได้ถึงภัยมหันต์แล้วพากันหลบหนีเข้าไปยังสถานที่ปลอดภัย”
เธอคือผู้ที่มีประสาทััเหนือกว่าใครในทีมทุกการสั่นะเื ทุกความผิดปกติของบรรยากาศ เธอสามารถจับได้แม้เล็กน้อยที่สุด
แท้จริงแล้วสัตว์ไม่ว่าจะเป็ชนิดใดหากมันรู้สึกได้ถึงอันตรายร้ายแรงที่มีพลังมากพอจะพรากชีวิตของมันไปในพริบตาสิ่งแรกที่พวกมันเลือกคือการหนี การหาที่ซ่อนลึกที่สุดและปลอดภัยที่สุดรอจนกว่าภัยนั้นจะผ่านพ้นไป
และนั่นเองเมื่อทีมของทารินรุกล้ำเข้าใกล้ป่าชั้นในมากขึ้นทุกทีกลับพบกับความโกลาหลอันน่าสะพรึงกลัว เสียงคำราม เสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าที่กระหึ่มดังก้องไม่หยุด
สัตว์ทั้งเล็กและใหญ่แตกตื่นวิ่งหนีไปคนละทิศละทางดวงตาแดงก่ำวาววับของสัตว์ร้ายบางตัวสะท้อนกับแสงดาว ก่อนจะพุ่งพรวดหายไปในความมืดเหมือนกับว่าพวกมันต่างก็ตระหนักตรงกันว่า ‘ผู้ล่าเหนือผู้ล่า’ กำลังตื่นขึ้น
โดยที่สัตว์เ่าั้ไม่คิดจะเหลียวมองทีมของทารินแม้แต่น้อย
“อย่าไปยุ่งหรือไปขวางทาง!”ทารินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
สัตว์ทั่วไปและสัตว์ร้ายสายพันธุ์ต่างๆ ไม่คิดจะสนใจกับสิ่งมีชีวิตที่พวกมันบังเอิญพบเห็นระหว่างทาง
ป่าธาโลเรนชั้นในย่อมมีอันตรายทุกการก้าวเดิน ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในขณะที่พวกเขาอยู่ในป่าแห่งนี้
ป่าชั้นในค่อนข้างมืดและทึบสาเหตุมาจากร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มีเพียงแสงสว่างรำไรเท่านั้นที่ส่องกระทบลงสู่พื้นการเดินทางในครั้งนี้จึงมีความยากเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
ทารินส่งสัญญาณให้สมาชิกในทีมหยุดเดินก่อนที่เขาจะออกไปสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบ
ทารินพบกับโขดหินแห่งหนึ่งซึ่งเหมาะที่จะเป็ที่พักในวันนี้ของพวกเขา
“พักตรงจุดนี้ดีที่สุด!ไม่ต้องไปกังวลว่าจะมีสัตว์ร้ายปรากฏตัวออกมาจากบนต้นไม้หรือเปล่า” เฟนริกกล่าวหลังจากที่เขาเดินสำรวจรอบโขดหิน
วิลล์นำอาหารที่ทำเตรียมเอาไว้ออกมาเสิร์ฟ
พวกเขาทั้งห้าคนกินอาหารภายใต้ความเงียบงันเพื่อระมัดระวังเหตุร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ทารินและลีน่าอาสาเฝ้ายามใน่ต้นของค่ำคืนส่วนเฟนริกและเซลิจะผลัดเปลี่ยนเวรเฝ้ายามใน่ค่ำคืนหลังพวกเขาทั้งสี่คนจะผลัดกันไปนอนพักผ่อนประมาณ 5-6 ชั่วโมงซึ่งระยะเวลาพักผ่อนดังกล่าวก็เพียงพอสำหรับพวกเขา
วิลล์ลืมตาตื่นขึ้นมาในกลางดึกระหว่างที่เอลฟ์ทั้งสี่คนผลัดเปลี่ยนเวรยามเพื่อเฝ้าระวังภัยในสถานที่แห่งนี้
วิลล์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาใน่เวลาที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์กำลังสาดส่อง
อาหารเช้าง่าย ๆถูกแจกจ่าย
หลังจากกินอาหารจนเสร็จพวกเขาก็รีบออกเดินทางทันที
เวลาผ่านไป
ลีน่าที่ััได้ถึงเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างรีบส่งสัญญาณให้กับสมาชิกในกลุ่ม
“อาจจะเป็พืชิญญา!”ลีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“บ้าจริง!โชคร้ายชะมัด!” เฟนริกสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์
พืชิญญาคือสิ่งมีชีวิตที่มีความใกล้เคียงกับสัตว์ร้าย ทว่าลักษณะของมันคือพืชพืชทุกชนิดทุกสายพันธุ์สามารถเป็พืชิญญาได้ทั้งหมด และความอันตรายของพืชิญญาก็คือการกลมกลืนไปกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ
“หลบ!”วิลล์และลีน่ากล่าวออกมาพร้อมกัน
สมาชิกในทีมคนอื่น ๆตอบสนองต่อเสียงร้องฉับพลันของหญิงสาวทั้งสองคน
“ใช้ได้เลยนี่”เซลิกล่าวชม
“อาจจะช้ากว่าฉันนิดหน่อยก็ได้นะ”ลีน่ากล่าวติดตลก
การจู่โจมของพืชิญญาเงียบหายไปก่อนที่เสียงเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจะดังขึ้นมาอีกครั้ง
“จำเอาไว้ให้ดีนะวิลล์พืชิญญาจะมีสองต้นเสมอ!” ทารินกล่าวกำชับ “มันคือต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เหมือนกับที่เธอเคยได้ยินมาจากนกฮูกตาไฟเกี่ยวกับดอกน็อคไทรา”
“อืม!”พยักหน้าตอบรับ “เข้าใจแล้ว!” กล่าวพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณที่ยืนอยู่
ในขณะนั้นทีมของทารินทั้งห้าคนก็พยักหน้าให้กันก่อนที่จะขยับร่างกายเพื่อเบี่ยงหลบการโจมตีจากพืชิญญา
ใบไม้สีเขียวอ่อนที่มีความเรียวบางราวกับใบมีดกำลังจู่โจมใส่พวกเขาอย่างต่อเนื่อง
“อย่าหลบหลังต้นไม้ใหญ่เด็ดขาด”เซลิที่อยู่ใกล้กับวิลล์มากที่สุดกล่าวเตือน “หาต้นไม้เล็ก ๆ หรือสิ่งกำบังอื่น ๆที่ไม่ใช่ต้นไม้หลบพืชิญญาพวกนี้มีความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก”
ขึ้นชื่อว่าพืชิญญาพวกมันสามารถสร้างเถาวัลย์ขนาดเล็กออกมา เพื่อใช้ในการเหวี่ยงหรือดึงร่างกายของมันเพื่อเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ ภายในป่า
วิลล์ที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่กับต้นไม้ขนาดเล็กมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย “เถาวัลย์เ่าั้คือรากของพวกมันใช่ไหม?”
“ใช่แล้วล่ะ”เซลิกล่าว
“แบบนี้พืชิญญาทุกต้นก็สามารถเคลื่อนที่โดยใช้รากเถาวัลย์ของพวกมันได้น่ะสิ”วิลล์ถาม
“อืม!”เซลิพยักหน้าตอบรับ
การเคลื่อนไหวที่ไร้ทิศทางของพืชิญญาแม้แต่ผู้มีประสบการณ์ในการต่อสู้ยังยากที่จะจับทิศทางของพวกมันได้
จากนั้นธนูที่อยู่ในมือของทั้งห้าคนก็ถูกง้างแล้วทำตามคำสั่งที่ทารินกล่าว
ทารินได้แจ้งให้กับสมาชิกทุกคนในทีมให้ใช้ธนูดักซุ่มยิงไปที่พืชิญญาต้นใดต้นหนึ่งโดยที่ทั้งห้าคนต้องเล็งไปที่พืชิญญาต้นเดียวกัน
เพื่อเป็การสุ่มดักการเคลื่อนไหวและเพื่อเพิ่มโอกาสโจมตีให้โดนพวกมัน
ในขณะที่ลูกธนูถูกปลดปล่อยออกไปก็มีใบไม้กลุ่มหนึ่งถูกโจมตีสวนออกมา
“ลีน่า!”สมาชิกทั้งสี่คนกล่าวออกมาพร้อมกัน
แม้จะมีชุดเสริมพลังคอยป้องกันอันตรายต่างๆ ทว่าการโจมตีที่รุนแรง รวดเร็วและพุ่งตรงไปที่จุด ๆ เดียวก็สามารถสร้างาแให้กับลีน่าได้
ชุดเสริมพลังบริเวณหัวไหล่ของลีน่าฉีกขาดพร้อม ๆ กับาแและเืสด ๆ ที่กำลังไหลผ่านออกมา
“อย่าเสียตำแหน่ง!เดี๋ยวฉันหาที่หลบเอง!” ลีน่ากัดฟันะโออกมา
“บ้าเอ๊ย!”ทารินสบถอย่างอารมณ์เสีย
การโจมตีจากพืชิญญายังคงไม่มีทีท่าจะหยุดลง
จนทารินที่เข้าประชิดลีน่าก็เริ่มได้รับลูกหลงจากใบไม้อันบางเฉียบและคมกริบของพืชิญญา
“อย่าเสียสมาธิสิ!”ลีน่ากล่าวกับคนรักของเธอ
“ช่างเถอะ!”ทารินใช้มือขวากดห้ามเืที่ไหลออกมาจากาแบนมือข้างซ้ายของเขา
“ไหวกันไหม?ฉันเห็นนะ ว่านายเองก็ได้รับาเ็ ทาริน” เซลิถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
“าแของฉันเล็กกว่าลีน่าชุดปฐมพยาบาลที่พกมาห้ามเืสำเร็จแล้วล่ะ”ทารินตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
เสียงการเคลื่อนไหวและการโจมตีของพืชิญญายังคงปรากฏออกมาให้พบเห็นอย่างต่อเนื่อง
“หลบให้มิดชิดล่ะเดี๋ยวพวกฉันสามคนไปหาเอง” เฟนริกกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “ตามหลังฉันมา!ต้องเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เข้าใจไหม!”
“อืม!” เซลิกับวิลล์ตอบรับ
แม้ว่าระยะห่างของพวกเขาจะไม่ไกลกันมากเท่าไหร่ทว่าการโจมตีของพืชิญญามันทำให้เฟนริกต้องเลือกใช้เส้นทางที่ไกลออกไป
อุปกรณ์สื่อสารของพวกเขาทั้งห้าคนดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ทนหน่อย!ใกล้ถึงแล้ว!” เฟนริกกล่าว
ในด้านของทารินและลีน่าพวกเขาทั้งสองคนยังคงได้รับผลกระทบจากการโจมตีของพืชิญญาต้นหนึ่งโดยที่พืชิญญาดังกล่าว ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อของมันหลุดรอดไป
ทีมทารินกลับมารวมตัวกันได้สำเร็จ
ชุดปฐมพยาบาลระดับสูงถูกนำเอาออกมาใช้กับลีน่า
วิลล์และเฟนริกมีหน้าที่หลอกล่อพืชิญญาทั้งสองต้นโดยที่ทั้งสองคนคอยใช้ธนูโจมตีเพื่อสร้างความสนใจให้กับอีกฝ่าย
“เสร็จแล้วล่ะ!”เซลิที่เป็คนลงมือใช้ชุดปฐมพยาบาลรักษาลีน่ากล่าว “ถ้าฤทธิ์ของยาชาหมดลีน่าต้องปวดมากเลยแน่ ๆ”
ขณะที่ทีมทารินทั้งห้าคนกำลังพูดคุยปรึกษาไปพร้อมกับหลอกล่อพืชิญญา
เสียงร้องของสัตว์ร้ายสายพันธุ์หนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“สัตว์ร้าย!”ทั้งห้าคนอุทานออกมาพร้อมกัน
ทีมทารินทั้งห้าคนมีสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันวิลล์และเซลิจะคอยโจมตีสัตว์ร้ายเพื่อเปิดทาง ส่วนทั้งสองคนก็รีบวิ่งให้เร็วที่สุด”เฟนริกเสนอแนะ
เสียงการเคลื่อนไหวและเสียงร้องของสัตว์ร้ายใกล้เข้ามา
‘ช่วย มาช่วย’
ทันใดนั้นวิลล์ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
หญิงสาวยกมือขึ้นห้ามปรามแล้วกล่าวว่า“ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องหนีแล้วล่ะ” ถอนหายใจเบา ๆ ออกมา “จำนกฮูกตาไฟตัวนั้นได้ไหมตอนที่พวกเราไปตามหาดอกน็อคไทรา”
“อืม!” ทารินพยักหน้าตอบ
“จำได้” ลีน่ากล่าว
วิลล์ยิ้มกว้างแล้วกล่าวว่า“สัตว์ร้ายที่กำลังมุ่งตรงมาที่นี่เป็มัน มันบอกว่ากำลังมาช่วยพวกเรา”
“ฮะ!”เอลฟ์ทั้งสี่คนอุทานออกมาพร้อมกันด้วยใบหน้าใ
“ไม่ต้องฮะฉันพูดจริง” วิลล์กล่าวพลางชี้ไปที่นกฮูกตาไฟที่กำลังบินใกล้เข้ามา