ตอนที่ 4 เจอกันบ่อยหรือ้าอ่อยกันแน่
“จ่ายค่าแว่นมาเลย” ร่างบางบอกเขาเสียงดัง เพราะจนถึงตอนนี้ยังติดหนี้เพื่อนเขาที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่เลยทางไหนหาเงินได้พฤกษาขอเอาก่อนละ
“จ่ายเป็ตั๋วหนังแทนได้ไหมล่ะ” อีกฝ่ายพูดจากระเซ้า
“มันแทนกันไม่ได้ ราคาก็ต่างกันมากด้วย”พฤกษาบอกอย่างหงุดหงิดกับพ่อค้าที่ค้ากำไรเกินควรและทำท่าจะโยกโย้ไม่จ่ายเงินให้เขา
“จะคิดอะไรให้เยอะแยะได้ไปดูหนังกับหนุ่มหล่ออย่างพี่ยังไงน้องก็คุ้ม”
“เอาอะไรมาคุ้ม เจ็บตัวแถมแว่นแตก”
“เื่เจ็บตัว พี่ขอโทษจริงๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”ณภัทรเอ่ยคำขอโทษด้วยความจริงใจ แต่แวบเดียวก็ทำให้เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้
“แต่สรุปว่าตกลงไปดูหนังกับพี่ใช่มั้ย” เขาเกือบลืมไปว่าพฤกษาไม่ได้ปฏิเสธคำชวนนี้
“อย่ามามั่ว บอกตอนไหนว่าจะไป” พฤกษาพูดพลางค้อนขวับ
“อ้าว พี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงหอพักแล้ว ยังไม่ได้คุยกันเหรอ พี่นึกว่ารู้กันอยู่แล้ว”อรอุมาปล่อยะเิอีกครั้ง ครั้งนี้ทำให้ณภัทรถึงกับหน้า เหวอ
“สรุปกลิ่นน้ำหอมที่ตามผมไปทุกที่ ไม่ใช่กลิ่นติดจมูกแต่พี่ตามติดผมไปทุกที่สินะ ตามผมไปถึงหอด้วย ใช่ไหม”พฤกษาถามอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
“ใช่ พี่เป็ห่วง เลยตามไปดู พี่เป็คนเก็บกุญแจให้น้องเองกับมือ”
“แล้วที่สวนหลังอาคารเรียน ก็ตามผมไปใช่ไหม”
“พี่เห็นเราวิ่งไปทางนั้น เลยตามไปด้วยความเป็ห่วง”
เมื่ออรอุมาเห็นท่าไม่ดีเหมือนทั้งสองยังมีเื่ต้องเคลียอีกหลายอย่างกอรปกับตัวเธอเองเพิ่งปล่อยะเิลงไปเมื่อครู่ จึงตัดสินใจขอตัวลา
“เอ่อ พี่ไปก่อนนะ ไปแชมป์”อรอุมารีบดึงมือชนะพลเดินจากไปแล้วแต่สายตาของพฤกษายังคงจดจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละไม่ได้สนใจเพื่อนหรือแฟนเพื่อนที่กล่าวลาเลย
“พี่สมเพชผมใช่ไหม ที่ตามมาคอยดูแลเอาใจผมเพราะสงสารเวทนาคนอย่างผมใช่ไหม” พฤกษาถามอีกฝ่ายด้วยแววตาสั่นระริก น้ำเสียงะเืใจ เขารู้สึกอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสุดท้ายเขาก็คิดถูกคนที่รู้คนที่เห็นเื่ราวน่าละอายทั้งหมดของเขาก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ไม่ใช่นะพฤกษ์ พี่ไม่เคยคิดแบบนั้นแม้แต่นิดเดียวพี่เจอน้องหลายครั้งแล้ว แต่น้องไม่รู้จักพี่เท่านั้นเองพี่อยากรู้จักน้องมากกว่านี้ อีกอย่าง ถ้าพี่คิดแบบนั้น พี่จะจูบเราทำไม”
“หยุด พี่หยุดเลยนะ ห้ามพูดเื่นี้เด็ดขาด” พฤกษาหน้าแดงมองอีกฝ่ายอย่างร้อนรนโบกไม้โบกมือห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดเื่น่าละอายไปเมื่อครู่เขายังทำใจไม่ได้ที่จู่จู่ตนเองก็ไปจูบกับผู้ชายแถมเป็จูบแรกของเขา
“พฤกษ์อย่าคิดแบบนั้นกับพี่นะพี่ไม่เคยคิดดูถูกหรือสมเพชเราเลยแม้แต่น้อย ที่พี่คอยตามเพราะพี่เป็ห่วงจริงๆ”
“พี่จะมาเป็ห่วงอะไรผม เราไม่ได้รู้จักกัน”
“แต่พี่รู้จักพฤกษ์นะ สวนหลังอาคารเรียนนั่นพี่ก็ไปบ่อยแต่พฤกษ์ไม่เคยเจอพี่เท่านั้นเอง”
“ไปบ่อย” พฤกษาทวนคำอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ หากไปบ่อยก็แสดงว่าร่างบางหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง เขาจำได้ว่า เขาทำอะไรเปิ่นๆไปตั้งเยอะหากมีคนอยู่หรือเห็น ‘น่าอายนัก’ มือบางหยิบกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลขึ้นและั้แ่จะหนีจากโรงอาหารอีกครั้งแต่ถูกเรียกไว้
“พี่ไปส่ง พี่พาน้องมา ก็ขอให้พี่ได้ไปส่งให้ถึงอาคารเรียน”
“ไม่ต้อง ผมเดินเองได้ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว”
“นิดเดียวที่ไหน อีกตั้งไกล เดี๋ยวพี่ไปส่ง หากดื้อจะโดนแบบเมื่อเช้า”สิ้นคำขู่ ร่างพฤกษาก็นิ่งงันราวถูกสะกดร่างบางไม่อยากเชื่อว่าคนตรงหน้าคือลูกชายอธิการบดี ทำไมเขาทำตัวแบบนี้ไม่ได้ดั่งใจก็ไล่จูบชาวบ้านไปเรื่อย นี่สินะ ที่อีกฝ่ายได้ฉายา ‘คาสโนวาตัวร้าย’
ณภัทรมาส่งเขาที่ตึกเรียนตามที่รับปากไว้แถมยังบอกอีกว่าตอนเย็นจะมารับเพราะพวกเราอยู่หอเดียวกันมาด้วยกันไม่เปลืองน้ำมันพฤกษาไม่ตอบได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายขับรถออกไปและเดินขึ้นตึกเรียนอย่างเงียบๆ
วันนี้เลิกเรียนแล้ว พฤกษาไม่รู้จะไปไหน จึงมานั่งวาดรูปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยกว่าผมจะหาที่เหมาะๆ ก็ใช้เวลาไปเหมือนกัน ที่นี่บรรยากาศดีลมโบกพลิ้วสะบัดทำให้อากาศไม่ร้อนเกินไปนัก บวกกับตะวันเริ่มคล้อยต่ำตรงนี้วิวสวยมากมองเห็นสะพานและดอกไม้นานาชนิด พฤกษานั่งวาดรูปไปเรื่อยการวาดรูปทำให้เขามีสมาธิและใจเย็นลงพฤกษาเรียนสถาปัตย์เพราะเป็คนชอบวาดรูปบวกกับชอบออกแบบเวลาเขาเครียดหรือเหงาก็มักจะมาหาที่วาดรูปเป็ประจำเมื่อก่อนก็จะไปสวนหลังโรงเรียนแต่ั้แ่เจอณภัทรที่นั่นเขาก็ไม่กล้าไปอีก อีกอย่างอีกฝ่ายบอกไปที่นั่นบ่อยแถมวันนี้เขาก็หนีมา เพราะเมื่อเช้าร่างสูงบอกว่าจะรับเขากลับบ้านพร้อมกัน เขาไม่อยากเจอหน้าอีกฝ่ายจึงเลือกจะหนีมาวาดภาพในที่ที่ไม่นาจะมีใครหาเจอ
“สวยจัง” เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างๆ หูของพฤกษา ร่างบางหันไปมองตามเสียงแต่พฤกษาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้ พอเขาหันไปจึงทำให้จมูกของเขาชนกับแก้มของอีกฝ่ายอย่างจังพฤกษาหน้าร้อนผ่าวทันที รีบหันหน้ากลับแทบไม่ทัน หางตาของเขามองเห็นอีกฝ่ายยืนขึ้นและมองไปข้างหน้ายืนอมยิ้มไม่พูดอะไรหลังจากนั้น
“มาทำอะไร” เสียงห้วนชวนทะเลาะของพฤกษาถามออกไป เมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบเกินไปและเขาเริ่มไม่มีสมาธิวาดรูปต่อ
“ก็บอกแล้วว่าเย็นนี้จะรับกลับบ้าน รู้ไหมพี่หาเรากว่าจะเจอ”
“ใครรับปาก ไม่ได้รับปากสักหน่อย พูดเอง เออเองทั้งนั้น”พฤกษาเริ่มหยิบดินสอมาร่างภาพต่อ พยายามรวบรวมสมาธิเต็มที่
“พี่หิวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ”
“เื่ของพี่สิ กระเพาะใครกระเพาะมัน ไม่เกี่ยวกันนี่”
“น่า นะ ไปกินข้าวเป็เพื่อนพี่หน่อยไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำเราก็ได้” พฤกษาหันไปมองหน้าร่างสูงใหญ่ทันที นี่เขารู้ได้อย่างไรว่าร้านก๋วยเตี๋ยวหน้ามหาวิทยาลัยเป็ร้านโปรดของเขา
“พี่เป็สต๊อกเกอร์รึไง นี่พี่ตามผมไปทุกที่เลยเหรอบอกความจริงมาเลยนะ” พฤกษาลุกขึ้นเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ตรงหน้า แต่จริง ๆเขาต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายเพราะอีกฝ่ายสูงใหญ่ เขาสูงมาก พฤกษาสูง 176 เขาน่าจะสูง 187 ทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องเงยหน้าคุยกับเขา
“คิดไปถึงไหน ก็เราอยู่หอเดียวกัน ร้านก๋วยเตี๋ยวเ้าอร่อยหน้ามหาลัยก็มีอยู่ร้านเดียวไม่คิดว่าพี่จะเจอเราบ่อยๆ บ้างเหรอ อีกอย่างพี่เองก็ชอบกินร้านนั้น”เขาพูดพลางก็ยื่นนิ้วเรียวยาวมาดีดหน้าผากเขาหนึ่งครั้งเพราะหมั่นไส้ความช่างโยงเื่
“มันจะบังเอิญไปซะทุกที่ได้ไง” พฤกษายังไม่ยอมเชื่อ
“เขาถึงเรียกบุพเพไง พี่บอกแล้วว่าใครเจอพี่โดยบังเอิญสามครั้งพี่ก็จะให้เบอร์โทรและไลน์ เอามือถือมาสิ”
“ไม่อยากได้ ไม่ต้องมายัดเยียดให้”
“เอาไว้สิ เวลาอรจะฝากของให้แชมป์พี่จะให้เราเอาไปให้ได้เพราะเราต้องเจอกันบ่อยๆ อยู่แล้ว” เมื่อคิดตามเขาพูดพฤกษาก็จนใจและหมดคำพูดเลยยื่นโทรศัพท์มือถือให้อีกฝ่าย
“พี่ช่วยเก็บของ ของเยอะจัง วันหลังพี่เอารถเก๋งมารับดีกว่ามอเตอร์ไซค์ไม่เหมาะกับขนของเยอะๆ”ณภัทรพูดอย่างเป็ห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่ายที่ต้องขนของเยอะๆนั่งมอเตอร์ไซค์
“ใครบอกว่าจะไปด้วย” พฤกษาพูดเสร็จก็เก็บของเดินไปเรื่อยๆไม่สนใจคนขับรถบิ๊กไบค์คันงามตามมาติดๆณภัทรมองอีกฝ่ายก่อนถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกับความดื้อรั้นของอีกฝ่าย เขาไม่เคยเจอใครดื้อแบบนี้มาก่อนปกติเจอแต่คนคอยเอาอกเอาใจและทำให้ทุกอย่างหลังจากที่เขาสลัดคราบเด็กเอ๋อออกก็ไม่เคยต้องเหน็ดเหนื่อยตามเอาใจใคร เพราะทุกคนวิ่งเข้ามาหาเขาเองหมดแต่เ้าเด็กดื้อนี่ ทำให้เขาลำบากอยู่เรื่อย อย่างตอนนี้ที่เขากำลังใช้ขาไถรถบิ๊กไบค์ตามอีกฝ่ายที่เดินหนีเขาอย่างเดียวกว่าจะขับรถตามหาอีกฝ่ายเจอเขาก็ใช้เวลาเป็ชั่วโมงโทรถามอรอุมาให้ช่วยถามชนะพลก็ไม่ได้คำตอบ ไปหลายๆ ที่ก็ไม่เจอจนเขาเริ่มจะถอดใจไม่คิดว่าจะเจออยู่แถวสะพานนี้
“นี่พี่เหนื่อยแล้วนะ อย่าเล่นตัวนักเลย ขึ้นรถเถอะ”
“พี่ก็ไปของพี่สิ จะมาตามผมทำไม” พฤกษาไม่เข้าใจอีกฝ่ายเลยจริงๆ้าอะไรจากเขาและในที่สุดคงเพราะความสงสารพฤกษาจึงตัดสินใจขึ้นรถบิ๊กไบค์ของอีกฝ่ายไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดเ้าประจำก่อนหน้านั้นณภัทรพาร่างบางไปเก็บอุปกรณ์วาดรูปก่อนแล้วจึงพาไปกินก๋วยเตี๋ยว
“กินเผ็ดเหมือนกันนะเรา”
“พี่กินเผ็ดแค่นี้เหรอ กระจอกจัง” พฤกษาพูดยั่วโทสะอีกฝ่ายชอบยุ่งกับเขาดีนัก เขาก็จะกัดจิกให้หนีหายไปเลย
“ช่าย พี่กินเผ็ดได้เท่านี้แหละ แต่อย่างอื่นพี่เผ็ดกว่าเยอะอยากรู้ไหม อย่างจูบวันก่อน”
“หยุด” พฤกษาะโห้ามเสียงดัง จนโต๊ะข้างๆ หันมามองและนั่นทำให้ใบหน้าของร่างสูงใหญ่ฉีกยิ้มเต็มใบหน้าจนเกือบหลุดหัวเราะเสียงดังณภัทรเริ่มรู้สึกตัวเองว่า เวลาเขาอยู่กับพฤกษาเขามักจะยิ้มและหัวเราะได้อย่างเต็มที่มันเป็ความสุขที่เขาไม่เคยได้เจอตอนเรียนมัธยมก็เป็คนเก็บตัวและตั้งหน้าตั้งหน้าเรียนเพื่อทำให้พ่อแม่สบายใจจึงคว้าที่หนึ่งได้ทุกเทอมพอเข้ามหาวิทยาลัยหลังจากเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เจอแต่ความไม่จริงใจทำให้เขาไม่เคยได้หัวเราะเต็มเสียงสักครั้ง
“จะรีบไปไหน ร้านยังไม่รีบปิดหรอกน่า”ณภัทรร้องทักเมื่อเห็นอีกฝ่ายรีบตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปากกินอย่างกับจะรีบไปสอบในอีกหนึ่งนาทีข้างหน้านี้
“ง่วงแล้ว จะกลับไปนอน”
“ป่านนี้อะนะ นอนป่านนี้ไม่ตื่นตีสองเหรอ” ณภัทรยกแขนมองนาฬิกาขณะนี้เป็เวลาเพียง 19.15 น. แต่อีกฝ่ายบอกว่าจะรีบไปนอนซะงั้นเขากลั้นหัวเราะอีกครั้งเมื่อคำแก้ตัวของอีกฝ่ายฟังไม่ขึ้นจริงๆ
“ถ้าตื่นก็นั่งอ่านหนังสือได้ สงบดี” พฤกษายังเถียงข้างๆ คูๆ
“มีอะไรไม่สบายใจเล่าให้พี่ฟังได้นะ ให้พี่เป็พี่ เป็เพื่อน เป็…”
“ไม่ต้องเป็อะไรทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องอยากรู้ด้วย”พฤกษาตัดบทอีกฝ่ายดังฉับ พฤกษาไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนตรงหน้า อยู่ห่างๆ ได้ยิ่งดีและไม่ต้องคิดจะมารู้เื่ของเขาด้วย ถึงแม้จะรู้เื่น่าอายไปมากแล้วก็ตามหลังกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จณภัทรก็พาพฤกษากลับห้อง ทั้งสองแยกกันตรงลิฟต์
“พรุ่งนี้พี่จะมารับไปมหาลัยด้วยกันนะ จะมาเคาะประตูเรียกห้ามไปก่อนละ” ร่างสูงเอ่ยสั่งอีกฝ่ายก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปชั้น 12 ซึ่งเป็ห้องของเขา
ยามเช้าที่แสนสดใส แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้อง พฤกษาขยี้ตามองนาฬิกาแปดโมงสี่สิบห้า พฤกษาะโลุกจากเตียงนอนอย่างฉับไวเพราะเขาสายมากแล้วเขาอาบน้ำแต่งตัวอย่างลวกๆก่อนมือบางจะผลักประตูและรีบวิ่งไปไปหน้าลิฟต์โดยสารอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวก่อน ไม่คิดจะทักทายพี่ก่อนเหรอพี่ยืนรอเราั้แ่แปดโมงแล้วนะ เห็นทุกวันออกเวลานี้ วันนี้คิดจะแกล้งพี่ให้รอรึไง”เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลังเขา พฤกษาหันไปมอง เขาลืมไปเลยว่าเมื่อวานคนคนนี้นัดเขาไว้และวันนี้เขาก็ตื่นสายมากไม่ได้เจตนาจะกลั่นแกล้งแต่อย่างใด
“ใครบอกให้รอล่ะ ไปได้แล้ว นี่สายมากแล้ว”พฤกษาวิ่งมาจับมือหนาของอีกฝ่ายดึงให้ตามเขาเข้าลิฟต์ก่อนจะรีบกดให้ลิฟต์ลงและวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของอีกฝ่ายอย่างรู้งานพร้อมหยิบหมวกกันน็อคมาใส่ณภัทรได้แต่อมยิ้มกับความเร่งรีบของอีกฝ่ายวันนี้ณภัทรคงไม่สามารถขับรถแบบเต่าคลานได้อีกแล้ว เพราะดูท่าว่าหากยังทำแบบนั้นร่างบางคงไม่ขึ้นรถเขาอีก
“ขับเร็วก็เป็นี่น่า”พฤกษากระเซ้าอีกฝ่ายอย่างรู้ทันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ร่างสูงขับช้าคงอยากแกล้งเขาเล่นเป็แน่
“สิงห์นักบิด ฉายาของพี่ เคยได้ยินไหม”พฤกษาเบะปากมองบนอย่างหมั่นไส้คนพูด ‘สิงห์นักบิดเต่าคลานนะสิ’
“ใครกล้าให้ฉายาที่ตรงข้ามกับความจริงแบบนี้ ไหนบอกมาสิ” หลังจากณภัทรได้ยินคำปรามาศของร่างบางมือหนาก็บิดคันเร่งอย่างที่ขับอยู่เป็ประจำเพื่อโชว์ให้อีกฝ่ายเห็นว่าฉายาของเขาไม่ได้ซื้อมาอย่างแน่นอน พฤกษาใมือบางรีบเกาะเอวอีกฝ่ายแน่นนี่เขาเผลอไปท้าคนบ้าเข้าแล้ว ความเร็วขนาดนี้ไปแข่งในสนามแข่งได้เลย ด้วยความเร็วที่ไม่คาดคิดไม่นานก็ถึงตึกเรียน วันนี้เขาไม่ได้ทานอาหารเช้าเนื่องจากเข้าเรียนสายแล้ว
“เอ้า นี่” มือหนายื่นแซนวิสให้พฤกษาเขามองมือที่ยื่นขนมปังแซนวิสให้สลับกับมองหน้าคนยื่นให้
“ไม่เอา พี่เอาไปกินสิ ยังไม่กินอะไรไม่ใช่เหรอ”พฤกษารู้ว่าเขาเองก็ยังไม่ได้ทาน จึงไม่คิดจะรับไว้ณภัทรมองหน้าคนพูดก่อนจะดึงมือบางให้มาหยิบขนมปังแซนวิชในมือเขาไปทานในห้องเรียนและขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ขับออกไปเพื่อเรียนที่ตึกคณะตัวเองพฤกษามองขนมปังแซนวิชในมือ แล้วเขาละ เขาได้กินอะไรรึยังก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พฤกษารีบสลัดความคิดออกเขาจะกินหรือไม่กินก็ช่างเขาสิ นี่เขายกให้แล้วก็กินๆ ไป
“่นี้ทำไมภัทรไม่เคยมาหาซูซี่เลยละคะ โทรไปก็ไม่รับ ไปหาก็ไม่เจอนี่ถ้าไม่มาดักรอที่หน้าอาคารเรียน ซูซี่ก็คงไม่เจอภัทรใช่ไหม”ซูซี่แฟนใหม่ของณภัทร จะเรียกว่าแฟนคงไม่ใช่ เพราะตกลงกันแล้วว่า เป็เพื่อนกันแต่มันส์กันได้ห้ามคิดจะผูกมัดเด็ดขาด หากรับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องมายุ่งกับเขา ซึ่งเอาจริงๆ แรกๆ สาวๆเ่าั้ก็ปฏิบัติตามดี แต่หลังๆเริ่มผูกมัดเขามากขึ้น แสดงตัวเป็เ้าของรุนแรง เขาพูดเขาคุยกับใครก็อาละวาดหมดแม้แต่อรอุมาเองก็เคยโดนลูกหลง เขาจึงตัดเธอเ่าั้ออกจากชีวิตทันที เพราะถือว่าเราตกลงกันแล้ว เขาบอกแล้วว่าเขาไม่ใช่คนดีอดีตที่เลวร้ายทำให้เขากลายเป็คนแบบนี้ เขารู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ดี แต่เพราะไม่เคยเห็นค่าของความรักไม่เคยเชื่อมั่นในความรัก รักแท้เหรอ สำหรับเขา ไม่เคยได้ััคำนั้นและไม่คิดว่าจะมีในโลก ต่อให้ผู้หญิงมากมายบอกเขาว่า รักเขาแทบเป็แทบตายณภัทรก็หาเชื่อคำพูดเ่าั้ไม่ เพราะสิ่งที่พวกเธอพูดกับสิ่งที่พวกเธอปฏิบัตินั้นช่างต่างกัน
“่นี้ภัทรเรียนหนัก และไม่มีอารมณ์ไปไหน”
“ไปกินข้าวกันนะ ซูซี่อุตส่าห์มารอตั้งนาน” สาวน้อยตรงหน้าหน้าตาจิ้มลิ้ม สวยสด ปากแดง เล็บแดง แก้มชมพูอ่อนๆ ผมดัดเป็ลอนสวยติดกิ๊ฟรูปผลไม้ดูน่ามอง
“ไปสิ” ณภัทรรับคำอย่างว่าง่าย่นี้เขาเริ่มคิดเื่พฤกษ์มากไปหน่อยอาจเป็สาเหตุทำให้เขาเริ่มฟุ้งซ่านและคิดไปว่าตัวเองชอบอีกฝ่าย หากเขาไปทำกิจกรรมเดิมๆ ไปรีแลคหาอะไรทำบ้างก็คงดีอย่างน้อยคืนนี้เขาคงไม่กลับหอ มันอาจทำให้เขากลับมาเป็ณภัทรคนเดิมได้โดยไม่ต้องคิดถึงใครอีกคนที่่นี้โผล่เข้ามาในสมองเขาอยู่บ่อย ๆ
“พวกแกว่า วันนี้เราไปดื่มกันหน่อยดีไหม เรียนเหนื่อยชะมัดอยากหาอะไรรีแล็กซ์บ้าง” ธานินทร์เอ่ยถามเพื่อนในแกงค์ที่กำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน
“ก็ดีนะ” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ระหว่างที่เดินลงมาพฤกษาได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่คุ้นเคย ในใจกำลังคิดว่าอีกฝ่ายมารับเขาแน่นอน แต่แล้วเสียงมอเตอร์ไซค์ก็ขับหายไปกับตา ภาพที่เห็นคือมีหญิงสาวแสนสวยเหมือนดาวมหาวิทยาลัยเขาเองก็ไม่แน่ใจเพราะรถขับไปด้วยความเร็วกำลังนั่งกอดเอวร่างสูงอยู่อย่างสนิทสนมหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ไอ้พฤกษ์เป็ไร ยืนนิ่งเชียวมึง”พิชัยสะกิดเพื่อน
“หา เอ่อ มีอะไร” พฤกษาหันมาสนใจเพื่อนรอบข้างอีกครั้งหลังจากเหม่อมองตามเสียงรถที่วิ่งผ่านไป
“พวกเราบอกว่าเจอกันทุ่มหนึ่งที่หน้าร้านเหล้าประจำ แกโอเคไหม”
“อ๋อ เอ่อ ได้สิ ตามนั้น”
“ปรับลุคใหม่แล้ว อย่าเอ๋ออีกสิ”ชนะพลแซวเพื่อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายท่าทางยังเอ๋อไม่เลิก