บทที่ 52
วรยุทธ์ระดับสีม่วง
หวงหมิงนำเอาไอเทมอีกชิ้นหนึ่งออกมาโดยมันเป็นตำราที่มีรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากตำราที่ตัวของเขานั้นหรืออยู่ก่อนหน้านี้
โดยตำราเล่มนี้เป็นตำราที่มีปกสีเข้มๆดูแตกต่างจากตำราที่มีปกสีฟ้าก่อนหน้านี้บ่งบอกให้เห็นถึงความแตกต่างมันคือความแตกต่างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันแตกต่างจากพวกตำราวรยุทธก่อนหน้านี้
หวงหมิงจ้องมองมันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง “วรยุทธที่อยู่เหนือระดับสีฟ้าคือวรยุทธ์ระดับสีม่วงระดับราชันย์”
“ ภายในเกมเกมนี้วรยุทธ์ระดับสีฟ้าเองสำหรับผู้เล่นใหม่ก็ถือว่าเป็นวรยุทธ์ที่สามารถหาได้ยากแล้วไม่ต้องพูดถึงพวกวรยุทธ์ระดับสีม่วงที่เป็นวรยุทธระดับราชันย์เลย”
“ วรยุทธ์ชนิดนี้ถูกซื้อขายภายในตลาดของผู้เล่นเฮ้ยหรือไม่ก็มีโอกาสที่จะหาได้มาอยากเป็นอย่างมาก”
“ เพราะว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ล้วนแล้วต้องการวรยุทธ์ที่มีระดับราชันย์ขึ้นไปทั้งสิ้นสำหรับวรยุทธ์ที่มีระดับราชันย์ขึ้นไปนั้นมีทั้งความแข็งแกร่งทางด้านพลังการโจมตีและในด้านอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน”
“ สำหรับความต่างชั้นของระดับสี่หรือความหายากจึงอยู่ที่ว่าความสามารถของพวกมันจะแตกต่างกันออกไปแต่ในขณะเดียวกันพวกระดับสีเองก็บ่งบอกถึงความสามารถส่วนใหญ่ที่สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน”
“ วรยุทธ์ระดับสีฟ้าที่ตัวของเรานั้นเลือกมาจึงอยู่ที่ว่ามีความสามารถและมีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกวรยุทธ์ระดับทั่วไปมันอาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกวรยุทธ์ระดับสีม่วงบางชิ้น”
“ แต่ว่าสำหรับวรยุทธ์ระดับสีม่วงก็มีวรยุทธ์ในระดับสีม่วงมากมายที่มีความแข็งแกร่งและมีประโยชน์มากกว่าพวกวรยุทธ์ระดับสีฟ้าหลายเท่า”
“ นี่เป็นหนึ่งในตำราที่ดีที่สุดภายในห้องตำราภายในตำหนักแห่งนี้มันคือตำราวรยุทธ์วิชาเข็มพันเงา ”
[ ชื่อสกิลเข็มพันเงา ระดับ ราชันย์ [ สีม่วง ]]
[ รายละเอียดเมื่อทำการกดใช้งานจะได้รับความสามารถเข็มพันเงา ]
นี่คือทักษะวรยุทธหรือเรียกง่ายๆว่าเป็นวิชาวรยุทธอีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากหวงหมิงมองเห็นว่ามันเป็นหนึ่งในวิชาที่ดีที่สุดภายในห้องแห่งนี้เลยก็ว่าได้
ในบรรดาตำรามากมายหลายร้อยหลายพันเล่มที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในตำหนักบูรพาแห่งนี้เป็นหนึ่งในวิชาที่เขาเลือกขึ้นมา
วิชาระดับสีม่วงถูกซื้อขายในราคาแพงสำหรับพวกตลาดผู้เล่นส่วนใหญ่แม้แต่ภายในตลาดผู้เล่นก็ไม่ค่อยจะมีพวกวรยุทธ์ระดับสีม่วงออกมาทำการค้าขาย
การที่วรยุทธ์ระดับนี้ไม่มีค่าขายอยู่ภายในตลาดผู้เล่นมันเองก็เป็นเพราะว่าวรยุทธ์ระดับสีม่วงขึ้นไปล้วนแล้วมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแถมมันยังมีความหายากและก็มีประโยชน์กับการพัฒนาตัวละคร
โดยถ้ามองถึงในอีกมุมนึงการที่ไม่มีพวกของเหล่านั้นถูกนำออกมาขายมันเองก็เป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้มันมาไม่ว่าจะการทำเควสหรือว่าการที่ได้มาจากห้วงอสูรก็ล้วนแล้วขายให้กับพรรคพวกของตนเอง
อย่างเช่นสำนักที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาในหมู่ของผู้เล่นถ้าพวกมันสามารถได้รับพวกสกิลพวกนั้นมามันก็ต้องมอบให้สมาชิกสำนักของตนเอง
หรือไม่ก็ทำการค้าขายให้กับสมาชิกสำนักของตนเองเพื่อเพิ่มพูนระดับความแข็งแกร่งของสำนักให้สูงขึ้นเรื่องนี้มันเองก็การค้าขายให้คนภายในสำนักด้วยราคาที่เหมาะสม
เพราะอย่างไรแล้วการเก็บพวกสกิลพวกนี้เอาไว้ขายให้พรรคพวกตัวเองมันก็ย่อมดีกว่าการเก็บสกิลพวกนี้เอาไว้ขายให้คนอื่น
นี่เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พวกไอเทมระดับสูงส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกค้าขายภายในตลาดส่วนกลางไม่ใช่ว่ามันไม่มีเลยแต่ว่านานๆครั้งอาจปรากฏออกมา
หรือไม่ก็สักเดือนนึงอาจจะมีตำราหลุดออกมาสักประมาณสองถึงสามเล่มโดยตำราพวกนั้นที่ได้ออกมาเองก็ล้วนแล้วแต่เป็นของที่พวกคนที่ไม่มีสังกัดหน่วยกองอะไรออกมาทั้งนั้น
หวงหมิงเลือกตำราสามเล่มเพื่อที่จะมาทำการพัฒนาความสามารถของตนเองให้เพิ่มขึ้นอีก
หลังจากที่ตัวของเขาเลือกตำราทั้งสามเล่นจนเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มทำการมาฝึกฝนอย่างรวดเร็ว
หวงหมิงเริ่มใช้งานไอเทมที่ตนเองนั้นมีอยู่ทำการกดเรียนพวกตำราพวกนั้นเมื่อทำการกดและก็เรียนพวกตำราพวกนั้นไอเท็มที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นหายไป
ไอเท็มที่อยู่บริเวณด้านหน้าค่อยๆหายไปมันก็กลายเป็นทักษะที่เพิ่มพูนเข้ามาภายในความสามารถของตัวละคร
[ ท่านได้รับสกิลกระบี่ทะลวงนภา ]
[ ท่านได้รับสกิลลมปราณป้องกัน ]
[ ท่านได้รับสกิลเข็มพันเงา ]
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าอย่างต่อเนื่องหวงหมิงสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของตัวละครที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ตนเองนั้นสามารถเริ่มเรียนทักษะวรยุทธได้
“ เยี่ยมยอดในตอนนี้ก็ได้รับทักษะวอนหยุดอีกสามอย่างมาเรียบร้อยแล้วเพียงแค่นี้ความสามารถในตอนนี้มันเองก็มากพอที่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับพวกผู้เล่นที่มีระดับประมาณเก้าสิบได้”
“ ถ้าทำการฝึกฝนไปอีกสักพักความสามารถก็จะมากขึ้นอีก” หวงหมิงประเมินพลังของตนเองในตอนนี้
ในตอนนี้ตัวของเขารู้ดีว่าตนเองนั้นมีความสามารถอยู่ในระดับไหนเป็นเพราะว่าตนเองนั้นเป็นคนที่เคยอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งมาก่อน
เพียงแค่มองดูความสามารถของตัวละครในตอนนี้ที่เขานั้นเคยผ่านมาแล้วย่อมรู้ดีว่าเขาสามารถต่อกรได้กับผู้เล่นระดับไหนและก็ตัวละครระดับไหน
“ ตอนนี้ร่างกายยังไม่ได้แข็งแกร่งมากพอขนาดนั้นการจะแสดงตัวตนว่าตนเองนั้นเป็นผู้แข็งแกร่งคงจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก”
“ เพราะว่าถ้ามีใครสักคนอยากจะเข้ามาสังหารตัวของเราจริงๆคงจะไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้”
“ ที่รัชทายาทยังรอดพ้นมาจนถึงวันนั่นเองก็เพราะว่าตัวของมันนั่นเป็นคนอ่อนแอในสายตาของพวกขุนนางเลยมองเห็นว่ารัชทายาทอีกไม่นานก็คงจะโดนขับไล่จากตำแหน่ง”
“ แต่ถ้าตอนนี้มันเห็นว่ารัชทายาทในสายตาของพวกมันนั้นเปลี่ยนไปพวกมันคงจะลงมืออย่างแน่นอน”คิดของหวงหมิงที่ปรากฏ
ตัวของเขาคิดว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องอย่างไรเสียพวกมันเองก็น่าจะทำแบบนั้นเกมการแย่งชิงเกี่ยวกับพวกขุนนางภายในราชสำนักและก็อำนาจต่างๆก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
แม้องค์ฮ่องเต้ที่เป็นเสด็จพ่อแล้วผู้คนมากมายคอยปกป้องแต่ถ้าขุนนางที่คอยขัดแย้งจริงๆแน่นอนว่าพวกมันเองก็คงจะไม่ปล่อยไป
หลังจากนั้นวันเวลาผ่านไป หวงหมิงได้ทำการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเขาลักลอบฝึกฝนทุกราตรีส่วนใหญ่แล้วในช่วงยามกลางวันจะมีผู้คนมากมายอยู่ภายในตำหนักบูรพาจึงไม่ค่อยสะดวกนัก
ในตอนนี้จึงเปลี่ยนการฝึกมาเป็นช่วงยามกลางคืนถามการฝึกฝนยุทธหายใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตำหนัก
เหตุการณ์ที่มีผู้คนบุกเข้ามาภายในตำหนักบูรพาตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดที่รู้เกี่ยวกับความจริงในเรื่องนี้ทหารองครักษ์สืบหาเกี่ยวกับคนที่ลงมือแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดที่รู้เลย
เบาะแสนั้นมีเพียงน้อยนิดคนที่โดนสังหารตายก็เป็นคนที่ลักลอบเข้ามามันไม่มีข้อมูลไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นผู้ใดเลยไม่สามารถตามหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
หวงหมิงไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียถึงแม้ตัวของเขาไม่ลงมือเดี๋ยวอีกสักพักพวกมันก็ต้องลงมืออย่างแน่นอน
พรรคพวกของคนพวกนั้นมันต้องการของที่เขานั้นได้มาแล้วเพราะแบบนั้นพวกมันต้องตามหาอีกอย่างแน่นอน
ไม่ช้าก็เลวเดี๋ยวพวกมันก็โผล่หางออกมาเองหวงหมิงคิดแบบนั้น
ยามจันทรากระจ่างบนท้องนภาบรรยากาศบริเวณรอบๆถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบมีเพียงแค่เสียงของกระบี่ที่จังหวัดวาร์ดผ่านสายลมในยามราตรี “ ฟิ้ว!! ฟิ้ว!! ”
เสียงของกระบี่ที่ตวัดวาดผ่านสายลมมันเป็นการฝึกฝนในช่วงยามราตรีที่เงียบสงัดหวงหมิงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตวัดกระบี่ของตนเองไปมาเป็นกระบวนท่า
“ ตึ้ง!!! ”
[ กระบี่ทะลวงนภาพัฒนาเป็นขั้นสาม]
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาเท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงเมื่อเห็นว่าสกิลนั้นพัฒนาขึ้นไปอีกระดับเรียบร้อยแล้ว
ร่างกายของเขาหยุดนิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย“ ผ่านมาประมาณสี่วันแล้วที่ได้วอนหยุดนี้มาทำการพัฒนาความสามารถไปได้เพียงแค่สามระดับเท่านั้น”
“ มันมีทั้งหมดยี่สิบขั้นคิดเอาไว้ว่าอยากจะพัฒนาให้มันถึงระดับสูงสุดได้ในการใช้ระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่หนักเกินไปสินะ” หวงหมิงกล่าวออกมาอย่างหนักใจในขณะที่มองข้อความจากระบบที่อยู่ด้านหน้า
ขณะที่ตัวของเขานั้นกำลังยืนอยู่เสียงเท้าหนึ่งเก้าเข้ามาบริเวณคิ้วทั้งสองข้างของหวงหมิงขมวดเข้าหากันประสาทสัมผัสของเขาดีเป็นพิเศษ “ ตึก!!! ”
“ นั้นผู้ใด? ”
จบบท