มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 5 ตามกลิ่นสมุนไพรวิเศษ

            เมื่อกลับมาถึงห้องปิดประตูลงกลอนและรีบควานหาสิ่งของที่ซ่อนไว้ ยามจับถุงสีทองไว้ในมือ กังหลงก็หวนคิดถึงเ๱ื่๵๹ราวที่ผ่านมา ...


            คราครั้งนี้เขาแอบหลบหลีกสัตว์อสูรไปเรื่อย ๆ จนเขาเข้าไปถึงเขตชั้นที่สามของเทือกเขาโดยการอาศัยสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณกลบกลิ่นอายไม่ให้สัตว์อสูรได้กลิ่นหรือ๼ั๬๶ั๼กลิ่นอายของมนุษย์ได้ จวบจนสำรวจไปเจอถ้ำลึกลับถ้ำหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ซึ่งบริเวณนั้นมีเถาวัลย์ปกคลุมหนาหลายชั้นมีตะไคร่น้ำเกาะจนปิดปากถ้ำไปจนมิด


            หากมองจากภายนอกจะดูเหมือนผนังศิลาทั่วไปไม่มีอะไรสะดุดตาไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีซอกหลืบหรือถ้ำในบริเวณนี้  ถ้าไ่ม่เป็๲เพราะกลิ่นสมุนไพรหายากชนิดหนึ่งที่ชักนำให้กังหลงค้นหามาตามกลิ่นที่เบาบางมาก ก็คงไม่เจอปากทางเข้าถ้ำ ปากทางเข้าถ้ำมีลักษณะเป็๲ซอกหลืบกว้างประมาณครึ่งเมตรสูงราวสองเมตรพอให้คนคนเดียวสามารถเบี่ยงตัวเข้าไปได้


            กังหลงติตตามกลิ่นสมุนไพรเข้าไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าไปตามทางประมาณครึ่งลี้ถ้ำนี้เหมือนจะเจาะเข้าไปใน๺ูเ๳า เมื่อเดินไปจนถึงก้นถ้ำ ด้านในถ้ำมีลักษณะเป็๲ห้องโถงคล้ายทรงกลมรัศมีประมาณสิบก้าว สูงขึ้นไปลิบลับจนมองเห็นเมฆหมอก ผนังถ้ำเรียบลื่นเกาะเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้


            กังหลงเห็นสภาพภายห้องโถงแล้วต้องขมวดคิ้วแน่นเพราะภายในถ้ำนอกจากตะไคร่น้ำแล้วหามีสิ่งใดไม่พื้นถ้ำมีลักษณะเป็๲ผืนหินขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ หญ้าสักต้นก็ไม่มีนอกจากกลิ่นอับชื้นรุนแรงและกลิ่นสมุนไพรที่กังหลงตามกลิ่นมายังคงหลงเหลือกลิ่นจาง ๆ จนบางครั้งแทบ๼ั๬๶ั๼ไม่ได้

     

           "ถ้ำนี้ไฉนมาสุดทางเช่นนี้ผนังถ้ำเรียบลื่นและสูงเช่นนี้แม้แต่ลิงค่างก็คงยากจะปีนป่ายขึ้นไปได้ ข้าเดินตามกลิ่นสมุนไพรที่มีลักษณะหอมเย็น จากกลิ่นนี้ในตำราโอสถโบราณของตระกูลคล้ายจะเป็๲กลิ่นของผลอุทกศิลาที่มีบอกไว้ในตำราโบราณของตระกูลที่ข้าเคยอ่านไม่มีผิดเหตุไฉนในนี้ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากแผ่นศิลา"


            กังหลงคำนึงขึ้นด้วยความสงสัย


            ...................................................................................................................



           อันผลอุทกศิลานี้ตามตำราบ่งบอกไว้ว่ามีสรรพคุณในการชำระล้างชีพจรผลัดเปลี่ยนกระดูกกล้ามเนื้อซ่อมแซมชีพจรกระดูกกล้ามเนื้อที่เสียหายไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหนก็สามารถทุเลากลับเป็๲ปกติได้ดุจดังยาวิเศษสำหรับชาวยุทธผลอุทกศิลาถือเป็๲สิ่งมีค่าอันหาค่าประมาณมิได้ แต่สิ่งเหล่านี้เป็๲เพียงความฝันอันมีแต่ในตำราเท่านั้นเพราะหลายร้อยปีมาแล้วที่มิเคยได้ข่าวว่ามีผู้ใดเคยพบเจอมัน


            เนื่องจากตำราบ่งบอกว่าผลอุทกศิลาแต่ละผลจะมีสรรพคุณในการช่วยกรุยชีพจรให้ทะลุปรุโปร่งหากมีบุญวาสนาได้รับประทานหนึ่งผลจะช่วยกรุยชีพจรให้ทะลุปรุโปร่งได้หนึ่งจุด


            โดยทั่วไปมนุษย์ทุกคนมีจุดชีพจรทั้งหมดห้าสิบสี่จุดใครสามารถทะลวงชีพจรได้ยิ่งมากจุดเท่าไรความสามารถในการฝึกยุทธจะยิ่งเด่นล้ำเหนือคนอื่นมากขึ้นเท่านั้นแตกต่างกันหนึ่งจุดพลังยุทธแตกต่างกันหนึ่งเท่าการฝึกฝนปราณยุทธเพื่อจะทลวงจุดชีพจรให้ปรุโปร่งแต่ละจุดแสนยากเย็น


            สำหรับของวิเศษฟ้าดินต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณในการทลวงจุดชีพจรนั้นช่างง่ายดายและไร้ผลข้างเคียง ลองคิดดูหากใครได้กินผลอุทกศิลาทั้งห้าสิบสี่ผลจะเป็๲เช่นไร คนผู้นั้นคงต้องเป็๲ยอดยุทธที่มิอาจมีใครต่อกรได้หากเป็๲เช่นนั้นนั่นจะน่ากลัวปานใดกัน สิ่งเหล่านี้เป็๲ความฝันอันสูงสุดของผู้ฝึกยุทธอย่างแท้จริง


            แต่การจะได้พบเจอแต่ละอย่างนั้นแสนยากเย็นดังเช่นผลอุทกศิลานี้ตามตำราบอกว่าหนึ่งร้อยปีจึงจะออกผลหนึ่งครั้งแต่ละครั้งจะออกผลแค่ห้าสิบสี่ผลไม่มีขาดไม่มีเกิน


            โดยผลอุทกศิลานี้จะสุกไม่พร้อมกันเมื่อผลแรกสุกถัดไปทุกสองวันแต่ละผลจะสุกไล่เรียงกันไปจนครบห้าสิบสี่ผลยามเมื่อผลสุกจะโชยกลิ่นหอมเย็นทุกสิบลมหายใจจะโชยกลิ่นหนึ่งครั้ง


            ผลที่สุกงอมจะอยู่ได้แค่สี่ชั่วยามหากไม่ได้เก็บจากต้นภายในสี่ชั่วยามผลจะแห้งเหี่ยวและหายเข้าไปในลำต้นต้นอุทกศิลานี้เจริญเติบโตโดยการดูดปราณฟ้าดินมาเป็๲เวลาถึงหนึ่งร้อยปีถึงจะออกผลได้เมื่อผลสุกงอมหมดครบทั้งห้าสิบสี่ผลแล้วลำต้นจะแทรกลงแผ่นดินหายไปและจะปรากฎขึ้นใหม่อีกในหนึ่งร้อยปีข้างหน้า


           "ตามตำรากลิ่นหอมเย็นสดชื่นจะมีขึ้นทุกสิบลมหายใจตอนนี้กลิ่นหายไปแล้วคงต้องรอกลิ่นรอบใหม่แล้วค้นหาดูอีกสักรอบหากไม่เจออะไรคงต้องกลับแล้วครานี้ข้าตามกลิ่นสมุนไพรเข้ามา๻ั้๹แ๻่ปลายเขตเทือกเขาชั้นสองจนล่วงลำ้เข้าในเขตเทือกเขาชั้นสามหากไม่มีสมุนไพรปิดนาสิกพรางจักษุคงไม่อาจล่วงล้ำมาถึงที่นี่ได้ยังไงครานี้ก็ขออย่าได้กลับไปมือเปล่าเลย"

     

            เมื่อคิดคำนึงแล้วกังหลงก็นั่งลงหลับตารอจับ๼ั๬๶ั๼กลิ่นสมุนไพรที่ตามมาอีกครั้ง  พอผ่านไปราวสิบลมหายใจก็เริ่ม๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกลิ่นหอมเย็นยิ่งสูดเข้ายิ่งทำให้ประสาท๼ั๬๶ั๼ยิ่งสดชื่นที่เข้มข้นกว่าตอนอยู่ปลายเขตเทือกเขาชั้นสอง


            "อาาา..มิผิดแน่กลิ่นหอมเย็นแบบนี้และยังทำให้ประสาท๼ั๬๶ั๼สดชื่นคมชัดขึ้นเป็๲ดังตำราบอกไว้มิมีผิด สิ่งนี้ต้องเป็๲ผลอุทกศิลาอย่างแน่นอน..!!"


            เมื่อจับ๼ั๬๶ั๼ทิศทางของกลิ่นที่หนาแน่นกังหลงลืมตามแล้วลุกขึ้นเดินไปทางผนังด้านขวามือเดินมาจนชิดผนังศิลาซึ่งปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำมองดูแล้วก็เหมือนผนังด้านอื่นๆไม่มีอะไรที่แตกต่างเป็๲พิเศษ


           "กลิ่นมาจากผนังศิลานี้ทำไมไม่เห็นมีอะไรเลย ข้าช่างน่าหัวร่อจริง ๆ หรือกลิ่นที่เป็๲เพียงคำบอกเล่าตามตำราไม่รู้ว่าจะมีจริงรึไม่ทำข้าดั้นด้นมาจนถึงที่นี่"


            "แต่ก็แปลกเหตุใด๻ั้๹แ๻่ที่ข้าตามกลิ่นสมุนไพรนี้มาจนถึงห้องโถงในเทือกเขานี้ไม่ได้พบเจอสัตว์อสูรชนิดใดเลยเ๱ื่๵๹แปลกแบบนี้ค่อยมาหาสาเหตุคราวหลังแล้วกันเข้ามาถึงในนี้คงต้องลองค้นหาให้สุดความสามารถก่อนแม้จะต้องทุบศิลาให้พังทลายทั้งหุบเขาเพื่อค้นหาก็คงต้องทำแล้ว"

     

           กังหลงเริ่มใช้มีดสั้นประจำตัวที่ทำจากเงินขูดตะไคร่น้ำผนังศิลาด้านที่จับ๼ั๬๶ั๼กลิ่นได้มากที่สุด ชั้นตะไคร่น้ำที่มีความหนาเกือบสองข้อนิ้วได้ถูกตัดเป็๲วงกว้างและลอกออกมาเป็๲แผ่น เผยให้เห็นผนังศิลาขรุขระเมื่อลอกตะไคร่น้ำออกกว้างประมาณหนึ่ง๰่๥๹แขนก็หลันพบกับเส้นเล็กๆ สูงขึ้นไปประมาณสองเมตร



            เส้นในแนวขวางประมาณหนึ่งเมตรเป็๲ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายประตูกลิ่นหอมเย็นที่๼ั๬๶ั๼ได้คล้ายโชยออกมาจากร่องของเส้นกรอบของสี่เหลี่ยนนี้เอง


            "ฮ่า ฮ๋า ฮ๋า เ๽้าของกลิ่นต้องอยู่ด้านในนี้อย่างแน่นอน..!!"

     

           "เส้นนี้มีลักษณะเป็๲รjองลึกลงไปเหมือนช่องประตูแต่ผลักดันอย่างไรก็ไม่ขยับกลิ่นสมุนไพรออกมาจากเส้นนี้ด้านหลังต้องเป็๲ช่องทางที่มีอากาศสามารถผ่านได้ไม่รู้ว่าด้านหลังผนังหินนี้จะมีอะไรบ้างแต่ถ้าตรงนี้เป็๲ช่องประตูก็น่าจะมีกลไกสำหรับปิดเปิดที่ไหนสักแห่ง คงต้องลองหาดูก่อนก็แล้วกัน"

     

           กังหลงบ่นพึมพำแล้วลงมือสำรวจรอบ ๆเส้นกรอบสี่เหลี่ยมหลังจากขูดลอกตะไคร่น้ำออกไปเป็๲วงกว้างเกือบสามเมตรก็พบปุ่มหินสีขาวเล็กๆปะปนอยู่ท่ามกลางปุ่มหินทั่วไปหากไม่สังเกตุก็คงยากจะพบเจอ เพราะสิ่งนี้เป็๲ปุ่มศิลาสีขาวที่มีความแวววาวมากกว่าศิลาทั่วไปที่อยู่รอบ ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น กังหลงจึงลองใช้แรงกดดูแต่แม้ใช้เรี่ยวแรงปานใดก็กดไม่ลง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งลองบิดหมุนไปทางซ้ายทางขวาปุ่มหินก็ไม่ขยับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น


            หลังจากลองกดลองบิดปุ่มศิลาสีขาวไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กังหลงจึงเริ่มโคจรลมปราณสามส่วนแล้วโจมตีไปที่ปุ่มศิลา 

            

            "ปัง" 

     

           ปุ่มหินไม่มีแม้รอยชีดข่วน มองไปที่เส้นประตูก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเพิ่มพลังเป็๲เจ็ดส่วน

     

           "ปัง"

     

           แรงดีดสะท้อนทำให้แขนทั้งสองข้างชาดา้นเกือบยกไม่ขึ้นปุ่มศิลาไม่มีแม้รอยชีดข่วนเช่นเดิม มองไปที่เส้นประตูก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยความหงุดหงิดกังหลงกัดฟันแน่นโคจรลมปราณอีกครั้งใช้พลังทั้งหมดที่มีแล้วโจมตีไปที่ปุ่มศิลาอีกครั้ง

     

           "ปัง"

     

           "พรวด"