ลมฝนที่กำลังก่อตัว
ภายในห้องทำงานอันโอ่อ่าบนชั้นสูงสุดของตึก ฟางเทียนหลง กรุ๊ป ใจกลางมหานครที่ไม่มีวันหลับไหล บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับถูกโอบล้อมด้วยเมฆหมอกที่มองไม่เห็น 'เฟยหลง' รองประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ มือหนากุมขมับแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดขณะจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้นซึ่งเขาไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบสงัดภายในห้องถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่จังหวะหนักแน่นแต่สุภาพ
ก๊อก ก๊อก...
"ขออนุญาตครับท่านรองประธาน"
"เข้ามาได้" เฟยหลงตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกเกรงขาม
เลขาจาง ชายวัยกลางคนผู้ซื่อสัตย์และทำงานกับตระกูลฟางมานาน เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน แผ่นหลังเหยียดตรง ท่าทางของเขาวันนี้ดูร้อนรนกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผม ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 22 องศาเซลเซียส
"ผมมารายงานเื่สำคัญเกี่ยวกับ คุณหนูหนิงหลง ครับ"
คำว่า 'หนิงหลง' ทำให้เฟยหลงเงยหน้าขึ้นทันที แววตาที่เคยเ็าเปลี่ยนเป็ความห่วงใยและสงสัยในชั่วพริบตา "เชิญครับเลขาจาง มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับน้องสาวผมอย่างนั้นหรือ?"
เลขาจางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มรายงานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "เมื่อวานนี้ คุณหนูหนิงหลงเดินทางไปที่บ้านพักตากอากาศแถบชานเมืองครับ และเธอได้สั่งการให้ปรับปรุงพื้นที่ขนานใหญ่... ชนิดที่เรียกว่ารื้อระบบเดิมทิ้งทั้งหมดเลยครับ"
คิ้วเข้มของเฟยหลงขมวดเข้าหากัน "ปรับปรุงบ้านพัก? ่นี้อากาศกำลังดี เธอคงอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนล่ะมั้ง"
"ผมเกรงว่ามันจะไม่ใช่แค่การพักผ่อนธรรมดาครับท่านรอง..." เลขาจางเปิดแฟ้มเอกสารแล้วยื่นรูปถ่ายและรายการสั่งซื้อให้เฟยหลง "คุณหนูสั่งให้เพิ่มความสูงของกำแพงรอบพื้นที่ทั้งหมด จากเดิม 3 เมตร ให้กลายเป็ 6 เมตร
พร้อมทั้งเปลี่ยนประตูทางเข้าหลักเป็เหล็กกล้าหนาพิเศษ และที่น่าใที่สุดคือ... เธอสั่งให้ติดตั้งระบบปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงไว้ที่สันกำแพงและลวดหนามรอบทิศทางครับ"
มือที่กำลังหยิบเอกสารของเฟยหลงชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง "6 เมตร? ไฟฟ้าแรงสูง? นี่เธอกำลังสร้างคุกหรือป้อมปราการกันแน่?"
"นอกจากนี้เธอยังให้ยกเลิกการใช้ไฟฟ้านครหลวง และสั่งติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) พร้อมแบตเตอรี่สำรองขนาดมหึมาที่สามารถจ่ายไฟได้ทั้งโครงการแม้ไม่มีแสงแดดติดต่อกันเป็เดือนครับ"
เลขาจางกล่าวต่อพลางเช็ดเหงื่อ "รวมถึงสั่งเปลี่ยนกระจกหน้าต่างทุกบานเป็กระจกนิรภัยกันะุหนาสามชั้น และเน้นย้ำว่าประตูภายในทุกบานต้องเป็เหล็กกล้าที่ปิดล็อกจากด้านในได้แ่าที่สุด"
"แล้วได้ถามเหตุผลเธอไหม?" เฟยหลงถามด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่าขนลุก
"ไม่ทราบครับ ท่านรองประธานเคยกำชับผมไว้ว่าอย่าไปก้าวก่ายหรือถามซักไซ้คุณหนู ผมเลยไม่กล้าขัดคำสั่ง และทางคุณหนูเองก็ไม่ได้แจ้งเหตุผลอะไรไว้เลยครับ เธอเพียงแค่สั่งการด้วยแววตาที่... ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเด็ดเดี่ยว มั่นคง และแฝงไปด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ในเวลาเดียวกัน"
เฟยหลงพึมพำกับตัวเอง "หนิงหลงมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า? หรือว่าเธอกำลังถูกใครข่มขู่? แต่คนอย่างหนิงหลง ถ้าไม่ใช่เื่ใหญ่จริงๆ เธอไม่มีทางลงมือทำอะไรที่เกินกว่าเหตุขนาดนี้แน่นอน"
"ยังมีอีกครับท่านรอง..." เลขาจางพลิกหน้าถัดไปของรายงาน "คุณหนูสั่งข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุงรส ยาเวชภัณฑ์ และน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวนมหาศาลจนเต็มโกดังเก็บของที่สร้างขึ้นใหม่
นอกจากนี้เธอยังสั่งให้รื้อสนามกอล์ฟและสวนดอกไม้ทิ้งทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนเป็พื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน มีทั้งโรงเรือนปลูกผักระบบปิดและโรงเลี้ยงสัตว์... และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกอย่างต้องเสร็จสิ้นภายใน 5 วัน ครับ"
ปัง! เฟยหลงตบโต๊ะเสียงดังจนเลขาจางสะดุ้ง "5 วัน! นั่นมันเป็ไปไม่ได้ การก่อสร้างระดับนั้นต้องใช้เวลาเป็เดือน หนิงหลงกำลังแข่งกับอะไร?"
เฟยหลงหยิบรายงานขึ้นมาเปิดดูอย่างละเอียด รายการสิ่งของที่สั่งมานั้นไม่ได้มีแค่ของกินของใช้ แต่มันคือการเตรียมพร้อมเพื่อการดำรงชีวิตแบบตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เขามองดูแผนผังการวางแนวป้องกันแล้วใจหายวาบ น้องสาวตัวน้อยที่เขาเคยปกป้อง ตอนนี้เธอกำลังสวมบทบาทนักวางแผนที่รัดกุมที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
"ดูจากรายงานแล้ว หนิงหลงต้องเผชิญกับศัตรูที่น่ากลัวมากแน่ๆ และต้องเป็ศัตรูที่เธอคิดว่าตำรวจหรือกฎหมายก็ช่วยไม่ได้ ถึงขนาดต้องเตรียมตัวเหมือนจะไปอยู่บ้านพักเป็การถาวร เตรียมการพร้อมสรรพขนาดนี้..." เฟยหลงลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างกระจกบานกว้างที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวง
"ถ้าเธอไม่พูด ผมก็จะไม่ง้างปากเธอ แต่ผมจะไม่ยอมให้เธอเผชิญหน้ากับเื่นี้เพียงลำพัง"
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานเป็จังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... สอดคล้องกับจังหวะความคิดที่กำลังหมุนวน
"เลขาจาง" เฟยหลงเรียกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ผม้าพื้นที่ด้านข้างที่ติดกับบ้านพักตากอากาศของหนิงหลงพอดี พอจะหาให้ได้ไหม?"
เลขาจางยิ้มออกมาเล็กน้อยเหมือนเดาใจเ้านายออก "มีครับท่านรอง ผมตรวจสอบมาให้ล่วงหน้าแล้ว พื้นที่ทางทิศใต้ติดกับรั้วบ้านคุณหนู เดิมทีเป็โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องขนาดใหญ่ เ้าของปัจจุบันกำลังร้อนเงินเพราะ้าย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับลูกชาย เขาประกาศขายด่วนครับ"
"บอกรายละเอียดมา"
"พื้นที่ทั้งหมด 100 ไร่ครับ มีกำแพงรั้วรอบขอบชิดอยู่แล้ว ภายในมีบ้านพักตึก 3 ชั้น อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงงาน 5 หลังที่ยังมีโครงสร้างแข็งแรง และที่สำคัญคือมีอาคารพักพนักงาน 4 ชั้น อีก 10 หลัง ซึ่งสามารถรองรับคนได้ประมาณ 2,000-3,000 คนครับ" เลขาจางเว้นจังหวะ
"ยังมีโกดังสินค้า 8 หลัง ในนั้นมีสินค้าเหลืออยู่บ้าง และเครื่องจักรยังอยู่ในสภาพดี เ้าของตั้งราคาไว้ที่ 3,000 ล้านบาท รวมทุกอย่างครับ"
"3,000 ล้าน... หึ ถูกเหมือนได้เปล่า" เฟยหลงแสยะยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว "ซื้อที่ตรงนั้นซะ เลขาจาง จัดการโอนเงินและทำสัญญาให้เสร็จภายในวันนี้!"
"รับทราบครับท่าน!"
"และฟังให้ดี..." เฟยหลงโน้มตัวลงมาหาเลขาจาง "สั่งคนของเราให้เข้าไปทำความสะอาดด่วน กว้านซื้อสินค้าทุกประเภทตามรายการที่หนิงหลงสั่งมา แล้วคูณสิบเข้าไป! เอาให้เต็มทุกโกดัง
ส่วนรั้วกำแพงให้ปรับปรุงให้สูง 8 เมตรไปเลย หนาขึ้นสองเท่า ติดตั้งระบบป้องกันภัยขั้นสูงสุด ระบบโซลาร์เซลล์ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าของหนิงหลง และต้องมีระบบกรองน้ำบาดาลขนาดใหญ่ด้วย"
เลขาจางเบิกตากว้าง "ท่านรองครับ... 5 วันนะครับ ยิ่งพื้นที่ 100 ไร่นี่มัน..."
"ผมไม่สนคำว่าไม่ได้!" เฟยหลงตวาดเสียงกร้าว "สั่งหยุดทุกโครงการของฟางเทียนหลง กรุ๊ป ย้ายคนงาน วิศวกร และเครื่องจักรทั้งหมดมาลงที่นี่ จ้างบริษัทรับเหมาเ้าอื่นเพิ่มมาช่วยด้วย ทำงานสลับกะตลอด 24 ชั่วโมง ค่าแรงให้สามเท่า ค่าใช้จ่ายไม่อั้น! ขอเพียงอย่างเดียว... ทุกอย่างต้องเสร็จพร้อมกับบ้านพักของหนิงหลง"
"เข้าใจแล้วครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้!" เลขาจางรับคำแข็งขัน
"อ้อ... อีกเื่หนึ่ง" เฟยหลงขัดขึ้นก่อนเลขาจางจะเดินออกไป "สั่งการไปที่หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย ย้ายลูกน้องฝีมือดีจากคาสิโนและเขตสัมปทานเหมืองของเราทั้งหมดมาสแตนด์บายที่โรงงานนี้ บอกพวกเขาว่านี่คือการฝึกซ้อมใหญ่ เตรียมอาวุธและอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมที่สุด"
เลขาจางพยักหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด เขาเริ่มััได้ถึงกลิ่นอายของาที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าศัตรูคือใครก็ตาม
เมื่อห้องกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง เฟยหลงทอดสายตาออกไปไกลแสนไกล หัวใจของพี่ชายสั่นไหวด้วยความกังวล "หนิงหลง... ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังกลัวอะไร หรือเธอกำลังเห็นภาพนิมิตแบบไหน แต่ถ้าโลกนี้มันจะพังทลายลงจริงๆ ผมคนนี้แหละที่จะเป็กำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับเธอเอง"
ความเงียบในห้องทำงานยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดกรรโชกจากภายนอก ราวกับเป็สัญญาณเตือนว่าพายุลูกใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด กำลังจะพัดพาความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของพวกเขาในอีกไม่ช้า
………………………