บทที่110
การประมูลลับ
หลังจากที่ได้ยินพบกับโจวผิงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆกันมากมาย
จนกระทั่งโจวผิงเอ่ยสนทนาเกี่ยวกับเรื่องงานประมูลลับจางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยเอ่ยถามออกมา “งานประมูลลับอย่างนั้นหรือขอรับหมายความว่าอย่างไร? ”
“ งานประมูลับ”
“ ใช่แล้วขอรับงานประมูลลับโดยงานประมูลลับเกี่ยวกับเรื่องนี้รู้สึกว่าจะเป็นงานประมูลที่จัดขึ้นก่อนที่จะมีงานประมูลที่ดินในรอบปี”
“ เรื่องนี้รู้เพียงแค่พวกพ่อค้าที่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เท่านั้น ”
“ รู้สึกว่างานนี้จะถูกจัดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนแล้วเป็นพ่อค้าผู้หนึ่งภายในเมืองหลวงจัดงานประมูลขึ้นมา”
“ งานประมูลถ้าพูดถึงงานประมูลก็ต้องมีของที่ใช้ในการประมูลสินะ ”
“ แล้วของที่ใช้ในการประมูลมันคืออะไรอย่างนั้นหรือขอรับ?”
“ รู้สึกว่าของที่ใช้ในการประมูลจะเป็นพวกกิจการต่างๆในเมือง ”
“ หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่ากิจการต่างๆภายในเมือง ”
“ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนะแต่รู้สึกว่าพ่อค้าที่ทำการจัดงานประมูลนี้ขึ้นมาจะเป็นคนที่เป็นพ่อค้านายทุนขนาดใหญ่ทีปล่อยเงินกู้”
“ หลังจากที่ปล่อยเงินกู้ในตลอดรอบทั้งปีก็มีกิจการบางแห่งที่โดนยึดมาเพราะแบบนั้นกิจการหลายอย่างภายในเมืองเลยตกอยู่ภายในมือเขา”
“ ในแต่ละปีเขาก็จะขาดกิจการเหล่านั้นโดยการใช่การประมูลเป็นตัวตัดสินและให้ผู้คนมากมายมาร่วมประมูลเพื่อแย่งกิจการพวกนั้นไป”
“ ตัวของท่านเองก็น่าจะรู้ว่าการเปิดปิดการภายในเมืองหลวงยากเย็นเพียงใดสิ่งที่ยากที่สุดน่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องใบอนุญาตในการเปิดกิจการภายในเมืองหลวง ”
“ เพราะแบบนั้นงานประมูลในครั้งนี้ถือว่าเป็นทางลัดของผู้ที่จะมาเปิดกิจการภายในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี” โจวผิงกล่าวออกมา
การที่จะเปิดกิจการภายในเมืองหลวงมันเองก็จำเป็นต้องพึ่งปัจจัยหลายอย่างด้วย
โดยทั่วไปแล้วการเปิดกิจการภายในเมืองหลวงสิ่งที่ยากเย็นที่สุดก็คือใบอนุญาตการเปิดกิจการ
กว่าที่คนคนหนึ่งจะสามารถเปิดกิจการภายในเมืองหลวงได้คงจะต้องขอใบอนุญาตบางคนเองก็ไม่ผ่าน
เมืองหลวงมีระบบและก็กฎเกณฑ์หลายอย่างที่ยุ่งยากและก็วุ่นวายกว่าการเปิดกิจการภายในเมืองทั่วไป
เพราะว่ามันเป็นแหล่งเศรษฐกิจขนาดใหญ่มันเลยทำให้ภายในสถานที่แห่งนี้สามารถเปิดกิจการได้อย่างอยากลำบาก
ผู้คนมากมายที่ต่างใฝ่ฝันอยากจะเปิดกิจการภายในเมืองหลวง
บางคนเองก็ไม่สามารถเปิดกิจการได้เพราะว่าไม่ผ่านในการขอใบอนุญาต
เพราะแบบนั้นงานประมูลในครั้งนี้ก็เลยมีผู้คนมากมายให้ความสนใจพวกเขาเข้าไปเพื่อที่จะใบประมูลใบทำการเปิดกิจการภายในเมืองหลวง
จางหยวนพอจะเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา
งานประมูลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อที่จะประมูลพวกใบการเปิดกิจการภายในเมืองหลวง“ การซื้อขายใบเปิดกิจการภายในเมืองหลวงบางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ”
“ แต่ก็ไม่มีกฎหมายแน่นอนว่าห้ามซื้อขาย ”
“ ใช่แล้วขอรับเพราะว่าเรื่องนี้ไม่มีถูกไม่มีผิดแต่ว่างานประมูลเองก็ต้องถูกจัดขึ้นอย่างลับลับด้วยเช่นเดียวกัน”
“ ข้าคิดว่าจะไปดูงานประมูลนี้สักหน่อยตัวของท่านจะเดินทางไปด้วยหรือไม่ ”
จางหยวนส่ายหน้าของตนเองไปมา“ ไม่ขอรับข้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว”
“ อันที่จริงแล้วการเข้าไปยุ่งเกี่ยวมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ผิดหรือว่าอะไรหรอกขอรับแต่ว่างานประมูลไข่เข้ามาถึงแล้วเงินส่วนใหญ่ที่คาดเตรียมมาก็ใช้กับการประมูลที่ดินเท่านั้น”
“ เกรงว่าถ้าเข้าร่วมงานประมูลในครั้งนี้เงินที่ใช้ในการประมูลที่ดินจะไม่เหลือพอ”
“ แล้วอีกอย่างตัวของข้าก็ยังไม่มีความคิดจะทำการเปิดกิจการภายในเมืองหลวงด้วยเช่นเดียวกัน”
“ เพราะแบบนั้นงานประมูลในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเองก็คงจะไม่เข้ากับข้าสักเท่าไหร่เลยคิดว่าจะไม่เข้าร่วมขอรับ ”
“ พอจะเข้าใจได้ ” โจวผิงเข้าใจในเหตุผลของจางหยวน
แต่จางหยวนเองก็เอ่ยถามขึ้น“ ว่าแต่ตัวของท่านเถอะขอรับการที่อยากจะเข้าร่วมงานประมูลในครั้งนี้ท่านมีความคิดอยากจะขยับขยายกิจการเข้ามาภายในเมืองหลวงอย่างงั้นรึ? ”
“ ก็มีความคิดอยู่ ”
“ ตอนนี้ข้ากำลังหาคนจำนวนมากเข้าตลาดแรงงานของข้าเพื่อที่จะขยับขยายให้มันใหญ่ขึ้น”
“ ถ้าข้าสามารถขยับขยายมาที่เมืองหลวงได้ก็คงจะมีผู้คนสนใจไม่น้อย ”
“ เพราะแบบนั้นเลยอยากจะหาลู่ทางขยับขยายมาที่เมืองหลวงบางทีมันอาจจะทำให้ค่าประสบความสำเร็จมากขึ้นก็ได้” โจวผิงมองเห็นเกี่ยวกับลู่ทางที่จะทำให้ตัวเองนั้นประสบความสำเร็จมากขึ้น
แน่นอนว่าไม่ว่าผู้ใดก็ต้องการให้กิจการของตนเองเติบโตอย่างรวดเร็ว
การขยับขยายมาที่เมืองหลวงถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้กิดการเจริญเติบโตขึ้นมาได้
แต่ในขณะเดียวกันมันเองก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน
กิจการที่จะขยับขยายเข้ามาภายในเมืองหลวงจำเป็นจะต้องพบเจอกับตลาดการค้าขนาดใหญ่แน่นอนว่ามีลูกค้าจำนวนมากก็ต้องมีคู่แข่งจำนวนมากเช่นเดียวกัน
ผู้ที่สามารถเอาชนะตลาดภายในเมืองหลวงได้ก็จะเป็นเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ในทันที
“ ตลาดแรงงานของท่านถ้าคิดว่าท่านขยับขยายไปที่เมืองอื่นดีกว่าอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ หมายความว่าอย่างไรมีความคิดอันได้อย่างนั้นหรือ? ”
“ ข้าขอพูดตรงๆตลาดแรงงานของท่านถือว่าเป็นความคิดที่ดีแต่ว่าการขยับขยายมาที่ภายในเมืองหลวงเมืองหลวงแห่งนี้แบ่งประชากรเป็นหลายส่วน”
“ โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางสวนลงมาก็เป็นชนชั้นสูงและอีกหน่อยที่สุดคือชนชั้นล่าง”
“ ตลาดแรงงานของท่านต้องการให้ผู้คนเข้าร่วมเพื่อที่จะขายแรงงานของตนเอง ”
“ แต่ว่าท่านลองคิดดูสิขอรับคนที่ต้องการเงินขนาดที่จะนำเอาแรงงานของตนเองมาขายมันก็จำเป็นคนที่ขาดสนเรื่องเงินทอง”
“ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นคนชั้นล่างแต่ว่าภายในเมืองแห่งนี้ชนชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นคนที่มีฐานะและก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะมีเงินทองในระดับนึงคงจะไม่ขาดแคลนขนาดนั้น”
“ เรียกง่ายๆว่าเป็นพวกบัณฑิตเพราะแบบนั้นตัวของข้าเลยอยากจะให้ท่านลองคิดดูขยับขยายกิจการของท่านเข้ามาภายในเมืองหลวงคงจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่”
“ เมืองหลวงแห่งนี้กิจการที่จะเติบโตได้คือกิจการการค้าขายแต่ว่าท่านคือการค้าขายแรงงานที่ต้องการคนที่เป็นสินค้า”
“ เพราะแบบนั้นท่านสู้ขยายไปที่เมืองที่มันค่อนข้างจะมีประชากรชั้นล่างเยอะไหมดีกว่าอย่างงั้นหรือขอรับ” จางหยวนให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป
เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวผิงแล้วก็คิดเกี่ยวกับคำแนะนำในครั้ง
ที่ได้ลองฟังคำแนะนำนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายส่วนและมันเองก็เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
“ นั้นสิน่ะเมื่อลองฟังดูแล้วมันเองก็เป็นอย่างที่ตัวของท่านพูดข้าไม่จำเป็นจะต้องขยับขยายกิจการเข้ามาภายในเมืองหลวง”
“ กิจการบางประเภทสามารถเติบโตได้โดยที่เมืองอื่นสามารถทำให้กิดการเจริญเติบโตได้มากกว่าเมืองหลวง” จางหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณท่านมากที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”
“ จริงสิขอรับท่านโจวผิงข้าเองก็มีเรื่องสำคัญที่อยากจะขอความช่วยเหลือกับท่านด้วยเช่นเดียวกันไม่ทราบว่าพอให้ความช่วยเหลือกับข้าได้หรือไม่”
“ ได้ๆ ลองกล่าวมาสิ ”
…
หลังจากนั้นจางหยวนเองก็ได้พูดคุยกับโจวผิงเกี่ยวกับเรื่องบางอย่างสองคนอยู่สักพักใหญ่และก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
จางหยวนเดินทางกลับมาที่พักของตนเอง
ที่เดินทางกลับมาที่โรงเตี๊ยมที่เป็นที่พักของตนเองเขาได้รู้ข่าวบางอย่างที่น่าตกตะลึง
“ ว่าอย่างไรนะไม่มี!!! ” จางหยวนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกตกใจร่างกายที่นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในตอนแรกลุกขึ้นทันควัน
จบบท