บทที่ 13 โรงงาน
อาจารย์หลี่เผลอไผลมองใบหน้าของกู้เยี่ยที่คล้ายกับหญิงที่ตนรักอย่างลืมตัว จนกู้หลินผิดสังเกตุ
“ท่านอาจารย์”
เสียงเรียกของลูกศิษย์ตัวน้อยทำให้อาจารย์หลี่ละสายตาจากความงดงามตรงหน้า แล้ว หันกลับมาคุยกับกู้หลิน
“เ้ามีสิ่งใดอยากคุยกับอาจารย์อย่างนั้นหรือ”
กู้หลินทันเห็นสายตาอ่อนเชื่อม ที่อาจารย์มองแม่เ้าของร่างภายในใจของหญิงสาวสงสัยว่าอาจารย์กำลังคิดอะไรกับแม่เ้าของร่างอยู่หรือไม่ แต่แล้วก็ปัดความคิดทิ้งอย่างรวดเร็วก่อนจะปรึกษาเื่ที่ตัวเองกำลังวาดแผนอยู่ในใจ
“ข้าอยากขอปรึกษาอาจารย์เื่การทำเครื่องเรือนขายให้เถ้าแก่มู่”
อาจารย์หลี่หันมาให้ความสนใจกู้หลินอย่างจริงจังเมื่อนาง้าปรึกษาเื่การค้า
“เ้าอยากให้อาจารย์ช่วยอะไรก็บอกมา”
กู้หลินคิดเื่ในสมัยปัจจุบัน เครื่องเรือนที่ได้รับความนิยมในหมู่ของคนจีนว่าเป็ของสูงและราคาแพงคือเครื่องเรือนประดับมุก หญิงสาวจึงอยากทำออกมาขายในยุคนี้ และ้าให้อาจารย์ หลี่ ซึ่งเขียนอักษรได้งดงามอ่อนช้อยช่วยออกแบบตัวอักษร และลายมงคลให้
“ข้ามีแบบเครื่องเรือนไว้ในใจ เป็การฝังมุกเป็ลวดลายและตัวอักษรในเครื่องเรือนแต่ข้าและพี่ใหญ่ไม่มีฝีมือในการเขียนอักษรมงคลจึงอยากปรึกษาท่านอาจารย์ผู้มีลายมืองดงามอ่อนช้อย ว่าหากข้าจะขอให้ท่านวาดลวดลายและตัวอักษรเ่าั้ให้เพื่อนำมาแกะสลักแล้วปักมุกลงบนเครื่องเรือน โดยข้าจะแบ่งรายได้ให้ส่วนหนึ่งท่านอาจารย์จะเห็นเป็เช่นไร”
อาจารย์หลี่มองลูกศิษย์ด้วยความตกตะลึงเพราะเขาผู้เคยเป็ถึงอาจารย์ของเหล่าองค์ชายแต่ก็ไม่เคยเห็นเครื่องเรือนในวังมีรูปลักษณ์แบบที่ กู้หลินกล่าวถึง
“เครื่องเรือนประดับมุกอย่างนั้นหรือข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าทำได้”
กู้หลินอมยิ้ม พลางคิดในใจว่าแน่นอนว่าอาจารย์จะไม่เคยได้ยินเพราะนางก็ไม่แน่ใจว่าประวัติเครื่องเรือนฝังมุกจากประเทศจีนเริ่มขึ้นในสมัยใดเหมือนกัน
“ข้าคิดว่าทำได้ เพราะเคยเห็นภาพวาดที่ท่านตาเคยเอามาให้ดูจึงอยากทดลองทำดู หากขายได้ย่อมทำเงินให้กับชาวบ้าน พวกเขาจะได้มีเงินทอง ใช้สอย ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป”
กู้หลินอ้างชื่อของผู้เฒ่ากู้ขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เตรียมกันไว้ก่อนซึ่งเกือบทำให้ตาของกู้หลินรับมือไม่ทัน เขาจึงได้แต่แสดงท่าทีสุขุมเอาไว้
ฝ่ายอาจารย์หลี่เมื่อได้ยินกู้หลินกล่าวอ้างถึงปากท้องของชาวบ้านเขาซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านจะทำอันใดได้ นอกจากพยักหน้าตกลง แต่ภายในใจก็รู้สึกลิงโลดที่ต่อไปอาจจะได้พบแม่ของ กู้หลินบ่อยขึ้น
“หากเ้าอยากให้อาจารย์ช่วยก็ไม่ขัดข้องขอเพียงเ้าบอกว่า้าอักษรแบบใด ลวดลายแบบใด อาจารย์กับอาเหว่ยพอมีฝีมือที่จะช่วยเหลือชาวบ้านได้”
หลี่เหว่ยที่ฟังการสนทนามาตลอดก็ยกยิ้มอยู่ในใจที่ต่อไปนี้เขาย่อมหาเหตุมาพบปะกู้หลินได้เหมือนเถ้าแก่มู่
“ข้าก็ยินดีเขียนให้เต็มที่ ขอเพียงเ้าบอกมา”
กู้หลินมองเห็นประกายตาระยิบระยับของ หลี่เหว่ย ก็อดรู้สึกเอ็นดูอีกฝ่ายไม่ได้ภายในใจคิดว่าโลกแห่งนี้ช่างบริสุทธิ์ ผู้คนคิดสิ่งใดก็เปิดเผยออกมาทางดวงตา โดยไม่ได้คิดซับซ้อนเหมือนคนสมัยปัจจุบัน
เมื่อทุกคนยินดีทำงานร่วมกัน กู้หลินจึงขอให้อาจารย์หลี่กับหลี่เหว่ยช่วยเขียนอักษรมงคล 10 แบบ พร้อมทั้งวาดภาพใบหลิวซึ่งถือว่าเป็ไม้มงคลของจีนอีก10 แบบ ซึ่งทั้งคู่ขอเวลาไม่เกินสองวันจะนำมาส่งให้ถึงบ้าน
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ และพี่เหว่ยหากขายเครื่องเรือนชุดนี้ได้ ข้าไม่ลืมแบ่งเงินให้ตามที่ ตกลงแน่นอน”
กู้หลินกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้ายินดีจากนั้นก็หันไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านที่นั่งฟังอยู่ไม่ห่าง
“ท่านผู้นำหมู่บ้านคงได้ยินที่ข้าเจรจาเื่การค้ากับเถ้าแก่มู่แล้วตอนนี้คงต้องขอความช่วยเหลือจากท่านแล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านยืดตัวขึ้นสูงเมื่อได้ยินว่ากู้หลินให้ความสำคัญกับตน
“บอกข้าได้เลยว่า้าให้ช่วยสิ่งใดข้ายินดีที่จะช่วยเหลือคนในหมู่บ้านของเราให้มีงานทำในหมู่บ้านและไม่ต้องเร่ร่อนไปทำงานในเมืองอีกต่อไป”
กู้หลินแอบนึกภาพตู้อบไม้จากภูมิปัญญาของชาวบ้านพลันภาพนั้นในม้วนกระดาษเก่าเหลืองก็ปรากฏอยู่ที่ปลายแขนเสื้อนางดึงภาพออกมาด้วยท่าทีแเี
“นี่คือภาพของตู้อบไม้ ก่อนที่เราจะทำเครื่องเรือนไม้ที่นำมาทำต้องแห้งก่อน เพื่อไม่ให้ไม้หดตัวเสียหายเมื่อใช้ไปนาน ๆและนี่คือแบบที่ข้าอยากให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยบอกให้ชาวบ้านทำขึ้นมาใช้”
กู้หลินยื่นกระดาษสีเหลืองเก่าให้ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเมื่อเขารับมาดูอย่างละเอียดก็เข้าใจ
“ได้ ข้าจะให้ชาวบ้านทำตามแบบนี้ให้ ว่าแต่จะให้สร้างที่ใด”
ผู้เฒ่ากู้มองหน้าทุกคน แล้วนำเสนอแิของตน
“การอบไม้ต้องใช้ฟืนจำนวนมาก และคงจะมีควันหากเราใช้พื้นที่ตีนเขาซึ่งห่างจากหมู่บ้านสักหน่อยจะทำให้เกิดความสะดวกในการลำเลียงไม้ ที่ตัดจากูเาทุกคนเห็นว่าอย่างไร”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านและเป็พื้นที่ส่วนรวมที่ใช้ร่วมกันจึงไม่เป็ปัญหาในการจัดหาที่ดินเพื่อก่อเป็เตาอบไม้
ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย กู้หลินขอให้ผู้ใหญ่บ้านบอกลุงจางและช่างอื่นในหมู่บ้านมาก่อสร้างโรงทำเครื่องเรือนบริเวณใกล้บ้านของตระกูลกู้โดยนางจะเป็ผู้จ่ายค่าจ้างเหมือนเดิมและไม่ลืมที่จะมอบเงินก้อนให้ผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยดูแลจัดการการก่อสร้างซึ่งก็สร้างความดีใจให้กับผู้ใหญ่บ้านเป็อย่างมากจากความนับถือในน้ำใจของตระกูลกู้ก็กลายเป็นับถือให้เป็ผู้มีพระคุณของหมู่บ้านไปอีกตำแหน่งหนึ่ง
อาจารย์หลี่มองดูลูกศิษย์ที่เคยเห็นมาั้แ่เด็กก็อดประหลาดใจไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ถึงแม้นางจะเป็เด็กฉลาดแต่ก็ขี้อาย และมักก้มหน้าอยู่ข้างหลังพี่ชายเสมอแต่บัดนี้ความฉลาดและความกล้าฉายชัดออกมาทางสีหน้าและแววตาจนเขาสงสัยว่าคนเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไรแต่ภายในใจของอาจารย์หลี่ก็ยินดีที่อดีตลูกศิษย์ตัวน้อยเปลี่ยนไปในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัดและอดที่จะดีใจแทนผู้เป็แม่ของนางไม่ได้
“ในที่สุดลูกที่เลี้ยงมาด้วยความยากลำบาก ก็เติบโตเป็ที่พึ่งของมารดาได้แล้ว”
ความเปลี่ยนแปลงของกู้หลินไม่ใช่เพียงอาจารย์หลี่และหลี่เหว่ยที่มองเห็น แม้แต่ลุงจางและช่างในหมู่บ้าน ก็กำลังสนทนากันถึงความสามารถของคุณหนูกู้ที่พวกเขาเรียกขานในปัจจุบัน
“คุณหนูกู้จะให้สร้างโรงงานสำหรับทำเครื่องเรือนบริเวณใกล้กับบ้านของตระกูลกู้นางจะให้แบ่งคนในหมู่บ้านออกเป็สามส่วน ส่วนแรกให้ก่อสร้างโรงงานส่วนที่สองให้ก่อสร้างเตาอบไม้ ส่วนที่สามให้ขึ้นไปตัดไม้บนูเาและลำเลียงลงมาคุณหนูกู้จะจ่ายค่าจ้างให้ พวกเ้าอยากได้ค่าจ้างรายวันหรืออยากได้เป็ส่วนแบ่งจากการขายเครื่องเรือนเหมือนอาจารย์หลี่”
ผู้ใหญ่บ้านที่กำลังประชุมลูกบ้านเพื่อแบ่งหน้าที่ในการทำงานถามขึ้นหลังจากบอกสิ่งที่ได้พูดคุยกับกู้หลินให้ฟังแล้ว
“คุณหนูกู้ช่างใจกว้างยิ่งนักให้พวกเราสามารถเลือกว่าจะรับเป็ส่วนแบ่งเหมือนเป็เ้าของร่วมกันหรือจะรับเป็รายวันเหมือนเป็ลูกจ้างได้อีก”
“ข้าอยากได้เป็รายวันมากกว่าเพราะมั่นใจว่าคุณหนูกู้ต้องจ่ายให้อย่างเป็ธรรมแน่นอนส่วนคุณหนูกู้จะได้กำไรจากการขายมากเท่าไหร่ก็ขอให้เป็กำไรของนางที่อุตส่าห์ช่วยชาวบ้านลงทุนไปก่อนเถิด”
ทุกคนได้ฟังแล้วก็เห็นคล้อยตามเพราะต่างสำนึกในบุญคุณที่มีกินมีใช้ในตอนนี้ก็เพราะตระกูลกู้
“ถ้างั้นก็เอาตามนี้เย็นนี้ข้าจะไปหาคุณหนูและบอกเื่ที่พวกเราตกลงกันแล้ว”
ก่อนที่ชาวบ้านทุกคนจะแยกย้ายผู้ใหญ่บ้านก็เพิ่งคิดได้ว่ากู้หลินยังบอกอีกเื่
“เดี๋ยวก่อนคุณหนูกู้บอกว่าให้ผู้หญิงในหมู่บ้านไปช่วยกันทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้ทุกคนเหมือนเดิม”
เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจของชาวบ้านดังไปถึงบ้านตระกูลกู้กำไลหยกสีเขียวในแขนของกู้หลินส่องแสงเจิดจ้าจนหญิงสาวก้มลงมองด้วยความประหลาดใจ