“มันเรียกว่าประตูสู่ยมโลก…เป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกคนตายอย่างแท้จริง สองคนเมื่อกี้ที่เจ้าและข้าพึ่งจัดการไป เป็นหนึ่งในพวกนิกายที่ใช้วิชาต้องห้ามอัญเชิญคนตายออกมา”
เสียงของมารีนได้ดังขึ้นท่ามกลางความสงสัยของเซน ทำให้เซนนั้นนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวนั้นกำลังบาดเจ็บอยู่และเขาต้องรีบช่วยเหลือเธอ อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มหันกลับมา เขาพบว่าบาดแผลที่ร้ายแรงของหญิงสาวนั้นได้หายไปเสียแล้วราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าสีหน้าท่าทางของหญิงสาวจะยังดูซีดอยู่ก็ตาม
“ไม่ต้องตะลึงไปหรอก มันคือยาวิเศษของพวกนักปรุงยา มันมีผลโดยเร่งพลังวิญญาณของผู้ที่กินมันมารักษาบาดแผล…ในบ้านเกิดของข้ามันนับว่าหาได้ทั่วไป”
หญิงสาวกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับโยนเม็ดยาทรงกลมสีเขียวที่ไม่ค่อยมีจุดเด่นอะไรให้แก่เซนเพื่อให้ชายหนุ่มดู เซนนั้นสัมผัสได้ว่ามีออร่าสีเขียวอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่ภายในตัวยา กลิ่นของมันนั้นเป็นกลิ่นของสมุนไพรหลายชนิด เมื่อไม่มีสิ่งใดสงสัยอีกต่อไปชายหนุ่มจึงได้ส่งยานั้นกลับคืนให้หญิงสาว
“ขอบคุณเจ้าจริงๆ ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้แน่นอน!”
มารีนกล่าวพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย ทำให้ชายหนุ่มเกิดอาการเกร็ง เนื่องจากนิสัยตามปกติของมารีนนั้นเซนยังนึกท่าทางที่หญิงสาวคนนี้จะมาขอบคุณเขาไม่ออก ดังนั้นการที่ได้เห็นอะไรแบบนี้จึงกล่าวได้ว่าขัดกับบุคลิกของเธอ
“ช่างเถอะ ไม่ได้ลำบากอะไร”
เซนกล่าวพร้อมกับยิ้ม อย่างไรก็ตามในเวลานั้นหญิงสาวที่ก้มหน้าอยู่ก็ได้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมาว่า
“เห็นสาวสวยน่ารักขอบคุณหน่อยเจ้าก็ได้ใจใหญ่เลยสินะ ไอท่าทางและคำพูดอวดดีนั่นมันอะไรกัน”
“สุดท้ายเจ้าก็ยังเหมือนเดิมจริงๆ”
เซนส่ายหัวพร้อมกับกล่าวจากนั้นก็เดินลึกเข้าไปภายในโบราณสถาน โดยมีมารีนนั้นตามหลังมาติดๆ การระเบิดของเปลวเพลิงขนาดใหญ่ของมารีนนั้นทำให้โบราณสถานแห่งนี้เสียหายไปอย่างมาก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโครงสร้างของโบราณสถานนั้นไม่ได้รับผลอะไรเลย นั่นแสดงให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินที่อาจจะแอนตี้เวทมนตร์
“ข้าเห็นที่ทางเข้า มีร่องรอยของคนจำนวนมากแถมยังผ่านไปไม่นาน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าได้พบกับพวกเขาแล้ว?”
เซนกล่าวถามขึ้นอย่างลอยๆ หญิงสาวเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ส่ายหัวปฏิเสธทันทีพร้อมกับกล่าว
“ข้าเองก็พึ่งจะมาถึงเช่นกัน และไม่เห็นวี่แววของคนอื่นเลย นอกจากรอยเท้าและสิ่งของที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ข้างหน้า”
เซนที่ได้ฟังก็คิดว่าพวกคนที่ตายอยู่หน้าทางเข้านั้นอาจจะพึ่งตายไม่นานและหญิงสาวที่เข้ามาทีหลังก็เข้ามาในช่วงเวลาที่พวกเขายังมาไม่ถึงพอดี ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าคนที่ตายอยู่หน้าทางเข้าถูกคนสองคนที่ทำร้ายมารีนเมื่อครู่ฆ่าตาย
“ดินแดนแห่งทดสอบของทวีปแห่งนี้นับว่าแปลกมากจริงๆ โดยเฉพาะที่ที่เราอยู่ที่นี่ มันมีกลิ่นอายแห่งหายนะกระจายไปทั่ว น่าอึดอัดจริงๆ "
ราวกับหญิงสาวนั้นรู้ว่าเซนต้องการจะถามเธอเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นอายแห่งหายนะที่เธอกล่าวถึง เธอจึงอธิบายให้เขาฟังทันที แม้ว่าชายหนุ่มนั้นจะฟังมาบ้างแล้วจากเพื่อนต่างเผ่าพันธ์ุมนุษย์กิ้งก่า
“กลิ่นอายแห่งหายนะนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานที่แห่งนั้นเคยเกิดหายนะใหญ่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอะไรก็ตาม แต่มีข้อแม้นั่นคือสถานที่แห่งนั้นต้องมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากตกตาย…แต่กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้นั้นเข้มข้นเกินไป จนบอกได้อย่างเดียว นั่นก็คือมันเกิดจากผลของสมบัติสวรรค์ที่ชื่อว่าบทเพลงแห่งหายนะของโซโลม่อน”
หญิงสาวกล่าวถึงตรงนี้เธอก็เงียบไปสักพักให้เซนนั้นได้ครุ่นคิดจากนั้นก็ได้กล่าวต่อไป
“ผลของสมบัติสวรรค์ชิ้นนี้นั้นทำให้ดินแดนทั้งดินแดนนั้นแห้งเหือดและสังหารสิ่งมีชีวิตของดินแดนแห่งนั้นจนหมดสิ้น ส่วนเรื่องขั้นตอนนั้นข้าไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนักเพราะมันถูกบันทึกไว้น้อยอย่างมาก”
ในขณะที่บอกเล่าและฟังเรื่องราวกันอย่างเพลินๆ ทั้งสองนั้นก็ได้มาถึงส่วนลึกสุดของโบราณสถานซึ่งมันกว่าจะมาถึงนั้นพวกเขาจะต้องเดินลงใต้ดินมาเรื่อยๆ ซึ่งมันค่อนข้างจะลึกเลยทีเดียว จนมาถึงทางตันเบื้องหน้าของพวกเขา ซึ่งเป็นเหมือนกับประตูบานใหญ่รอให้พวกเขาเปิดเข้าไป
ด้วยความระมัดระวังนั้นเซนจึงใช้สัมผัสที่เฉียบคมของตนเองตรวจสอบสิ่งที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหลังประตูแต่ชายหนุ่มก็ต้องพบกับความประหลาดใจเพราะจิตสัมผัสของเขานั้นไม่สามารถแทรกแซงเข้าไปภายในได้ และไม่อาจรับรู้ได้เลยว่ามีสิ่งใดรอพวกเขาอยู่
“เปิดมันเถอะ”
มารีนได้กล่าวขึ้นข้างๆ เซน ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงประตูบานใหญ่ให้ค่อยๆ แง้มเปิดออกมา โดยปกติแล้วประตูบานนั้นจะต้องใช้คนหลายคนช่วยกันเปิด เพราะมันหนักมากๆ แต่เซนกลับเปิดมันด้วยมือข้างเดียวอย่างสบายๆ
ส่วนหญิงสาวนั้นไม่ได้ประหลาดใจอะไรเพราะระดับกึ่งเทวะนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีกำลังกายที่สุดยอดกันทั้งนั้น เมื่อประตูถูกเปิดออกจนกว้างมากพอทั้งสองก็มองเข้าไปภายในและพบกับทางเดินอันมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่างส่องอยู่เลย แต่ความมืดมิดนั้นไม่ได้ทำให้ทั้งสองลังเลที่จะกล่าวเข้าไปต่อ
ทั้งสองเดินเข้าไปทันที การเดินของทั้งสองนั้นเพียงก้าวเดินไปเป็นเส้นตรงเท่านั้นเพราะมันไม่มีทางเลี้ยวอื่นเลย เมื่อใช้เวลาเดินเข้าไปสักพักเซนก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่รออยู่เบื้องหน้าพวกเขา ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขานั้นเป็นกลุ่มมนุษย์หรือคณะเดินทางขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันจำนวนมากกว่าร้อยคน
“ดูเหมือนพวกนั้นจะเป็นกลุ่มที่มาถึงก่อนเรานะ แต่พวกเขาน่าจะยังไม่เจอสิ่งที่ต้องการภายในโบราณสถานแห่งนี้”
มารีนได้กล่าวขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา จุดประสงค์ของเธอที่มาที่นี่นั้นก็เพื่อที่จะตามหารากแห่งจิตวิญญาณตามข่าวลือ และเป็นไปได้สูงว่าดินแดนแห่งนี้จะมีมันอยู่
“คนมาใหม่เหรอ?”
ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่นิ่งๆ ในห้องโถงได้กล่าวขึ้น พร้อมกับหันมามองเซนและมารีนที่พึงซึ่งพึ่งก้าวเข้ามาจากความมืด ไม่ใช่แค่ชายคนนั้นแต่เป็นสายตานับร้อยที่จ้องมองมาทางพวกเขา
เซนสำรวจคนทั้งร้อยอย่างรวดเร็วและชายหนุ่มได้พบว่าในกลุ่มคนพวกนั้นมีคนที่เขารู้จักอยู่ซึ่งมาจากคณะเดินทางเดียวกัน และเขายังเป็นหันหน้าของคณะเดินทางอีกด้วย
“จอห์น?”
เซนกล่าวเรียกชื่อของอีกฝ่ายทำให้อีกฝ่ายที่นั่งพักอยู่สังเกตเห็นเซนได้อย่างชัดเจนและลุกขึ้นยืนทันที จอห์นนั้นเป็นองครักษ์ที่อยู่ข้างกายของราชาเอวินซ์เสมอดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเซนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงให้ความเคารพเซน
“ท่านเซน แล้วคณะเดินทางกลุ่มเดียวกับท่านล่ะ?”
จอห์นกล่าวถาม และเซนก็กล่าวตอบไปด้วยน้ำเสียงอายๆ ว่า
“ข้าหลงกับกลุ่มตั้งแต่วันแรกๆ นี่นับว่าน่าอายจริงๆ แล้ว…พวกเจ้าทำสิ่งใดกันอยู่ได้สำรวจพื้นที่โบราณสถานนี้ไปแล้วบ้างหรือไม่?”
เมื่อเซนกล่าวถามออกมาเช่นนั้นสีหน้าของจอห์นก็ได้เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองทันที ก่อนที่จะกล่าวกับเซนว่า
“ทางไปต่อจากนี้เป็นเขาวงกต พวกเราพยายามมาหลายวันแล้วแต่ไม่สามารถผ่านมันไปได้ เป็นเพราะภาพมายาทำให้พวกเราที่เดินหลงข้างในต่างออกมารวมกันที่ห้องโถงนี้กันหมด และที่เป็นปัญหายิ่งกว่าคือพวกเราถูกปิดตายไม่สามารถเดินกลับออกไปข้างนอกได้”
แน่นอนว่าเซนต้องการจะกล่าวถามว่าเพราะเหตุใด เพราะทางเดินกลับก็อยู่ด้านหลังของเขา อย่างไรก็ตามในเวลานั้นมารีนที่ดูเหมือนจะรู้บางอย่างก็ได้กล่าวขึ้น
“แบบนี้นี่เองทางเข้าที่เข้ามาได้อย่างเดียวแต่ออกไม่ได้ ข้าขอถามเจ้าหน่อยว่าหากพยายามจะเดินกลับไปทางเดิม พวกเราจะมาโผล่ที่ห้องนี้ใช้หรือไม่?”
“ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ดูเหมือนท่านจะรู้บางอย่างใช่หรือไม่?”
จอห์นแม้จะพบกับมารีนครั้งแรกแต่เขารับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวนั้นต้องแข็งแกร่งและเป็นตัวตนที่เขาคาดไม่ถึงแน่นอน เพราะรอบตัวเธอนั้นมีออร่าคล้ายๆ กับราชาเอวินซ์