สุดเสน่หา พันธสัญญาผู้วิเศษ…

    ตอนที่ 5 ประตูบ้าน และจัตุรัสมรกต

    ตอนที่ 5

    ประตูบ้าน และจัตุรัสมรกต 

    · • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·

    ป้าแพมมาปลุกฉันตรงเวลาทุกวัน

    “วันนี้พาวาออกไปข้างนอกหน่อยได้ไหมคะ” ฉันบอกป้าแพมทันทีที่แต่งตัวเสร็จ ฉันเบื่อบ้านหลังนี้เต็มทนแล้ว 

    “ป้าดีใจที่คุณหนูเอวาอยากออกไปเปิดหูเปิดตาซักทีนะคะ ทานอาหารเช้าก่อนดีไหมคะ วันนี้จะทานในห้องหรือในสวนดีคะ” 

    “ในห้องก็ได้ค่ะ” 

    พอทานอาหารเช้าเสร็จ ฉันก็สั่นกระดิ่งเรียกป้าแพม ตามที่ได้นัดกันไว้ ป้าแพมโผล่มาในชุดเดรสยาวสีม่วงสด ถือกระเป๋าหนังสีดำ ผมปล่อยสลวย ติดโบว์ประดับผมลูกไม้แซมขนนกอันใหญ่ ไม่ใช่ชุดผ้ากันเปื้อนแบบแม่บ้านเหมือนทุกที ฉันเดินตามป้าแพมลงไปที่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ ทีแรกฉันคิดว่าป้าแพมคงจะลงมาหยิบของ แต่ไม่ใช่ เพราะห้องใต้ดินไม่ใช่ห้องเก็บของ แต่เป็๞ห้องโถงโล่งๆ ฝาผนังติดคิ้ว แต่งกรอบบัวหรูหรา ไม่ต่างจากผนังส่วนอื่นๆ ของบ้านเลย มีพรมลายสวยและโคมระย้าทอดยาวไปถึงประตูไม้บานสวยขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงสุดโถง ป้าแพมเดินนำฉันไปที่ประตู และเมื่อเปิดประตูออก ฉันก็ได้ค้นพบว่า นี่คือหน้าบ้านอีกด้านหนึ่ง ด้านหน้าของคฤหาสน์หลังนี้มีสองด้าน ด้านที่เป็๞ทุ่งกว้าง กับด้านที่เป็๞ตัวเมือง 

    ทหารยามสองคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ที่เชื่อมต่อกับนอกชานกว้าง มีเสาใหญ่สี่เสาอยู่ด้านหน้า และบันไดที่ทอดยาวลงไปเจอกับวงเวียนน้ำพุ ที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นยาว

    ฉันมองสถานที่ที่น่าทึ่งตรงหน้า สถาปัตยกรรมในเมือง วิจิตร อลังการ ถนนหนทางสะอาดตา ผู้คนแต่งตัวดี มีคลาส สองข้างถนนประดับตกแต่งด้วย ต้นไม้ ดอกไม้ และม้านั่งตัวสวย ไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ที่นี่สวยงาม และซิวิไลซ์มาก

    “ที่นี่เรียกว่าจัตุรัสมรกตค่ะ” ป้าแพมบอกกับฉันอย่างภาคภูมิใจ

    ถนนเส้นนี้มีทุกอย่างจริงๆ ร้านค้าที่ประชันกันตกแต่งหน้าร้านอย่างสวยงามเรียกลูกค้า ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องประดับ ร้านเครื่องหอม ร้านต้นไม้ ร้านดอกไม้ ร้านเบอเกอรี่ ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหารทุกเชื้อชาติ และร้านอื่นๆ อีกมากมาย บรรยากาศของที่นี่ รวมถึงการแต่งตัวของผู้คน ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในฌ็องเซลิเซ่ ผสมไทม์สแควร์ใน๰่๭๫ต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ไม่มีผิด 

    แฟบเปอร์เดรส สร้อยเส้นยาว หมวก ที่คาดผม เฟอร์ และขนนก อารมณ์เดียวกันกับที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของฉันไม่มีผิด คือสิ่งที่ผู้หญิงแทบทุกคนใส่กัน ส่วนผู้ชายล้วนใส่สูท เนื้อผ้า สีสัน ต่างไปตามแต่สไตล์ของแต่ละคน 

    ฉันเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ อย่างตื่นตาตื่นใจ ฉันไม่ได้อยากได้อะไร แต่ป้าแพมก็ชอปปิ้งให้ฉันไม่หยุดเพราะคุณอารัญสั่งไว้ว่าต้องใช้เงินที่ให้มาให้หมด ฉันไม่ได้ปฏิเสธ เพราะไม่อยากขัด หลังจากเดินเที่ยวกันจนปวดแข้งปวดขา ก็สมควรแก่เวลากลับ 

    “เราจะไปอาณาจักรอื่นได้ยังไงคะ” ฉันถามป้าแพมระหว่างที่เราเดินกลับ ช่วยกันถือของเต็มไม้เต็มมือ

    “ผ่านทางประตูค่ะ เราจะมีสถานที่ ที่เรียกว่าสถานีประตู ที่มีประตูของทุกอาณาจักรอยู่ที่นั่น แต่สถานีประตูถูกปิดมาห้าสิบปีแล้วค่ะคุณหนู ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เดินทางไปอาณาจักรอื่น มีแค่นายท่านที่ต้องไปพบราชินีเป็๞ระยะๆ หรือ คุณชายภาคินที่ต้องไปบ้างเพราะเ๹ื่๪๫งาน” 

    “แล้วคุณอารัญกับภาคินไปได้ยังไงคะ ในเมื่อสถานีประตูไม่มีแล้ว” 

    “ผู้วิเศษชั้นสูง สามารถเปิดประตูมิติเองได้ โดยไม่จำเป็๞ต้องใช้ประตูค่ะ” 

    “เปิดประตูมิติ? จะไปที่ไหนก็ได้เลยเหรอคะ” 

    “ใช่ค่ะ แม้แต่โลกมนุษย์ ส่วนชนชั้นธรรมดาอย่างป้าไม่มีพลังพอจะเปิดประตูมิติหรอกค่ะ” 

    “อ้อ” ฉันนึกถึงวันที่คุณอารัญไปที่บ้านฉัน และพาฉันมาที่นี่ได้ดี

    “ยิ่งมีพลังเยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปได้ไกลมากเท่านั้นค่ะ” ป้าแพมเสริม

    “ป้าแพมบอกว่าเปิดประตูมิติไม่ได้ แล้วเวลาที่วาสั่นกระดิ่งเรียกป้าแพมมาล่ะคะ” 

    “นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ของป้าหรอกค่ะ เป็๞เวทมนตร์ของกระดิ่ง ที่นายท่านเสกเอาไว้ ถ้าป้าได้ยินเสียงกระดิ่งเมื่อไหร่ ป้าก็แค่ตอบรับเสียงนั้น แล้วป้าก็จะแว้บมาหาคุณหนูได้เลยค่ะ ดีใช่ไหมละคะ” 

    “หมายความว่า ป้าแพมจะไม่ตอบรับก็ได้ใช่ไหมคะ” 

    “ใช่ค่ะ ป้าปฏิเสธเสียงกระดิ่งได้ แต่สำหรับคุณหนูเอวาไม่ว่าป้าทำอะไรอยู่ป้าก็จะต้องไปหาค่ะ เพราะนายท่านสั่งไว้” ป้าแพมบอกอย่างสบายอารมณ์

    และเราก็เดินกลับมาถึงหน้าบันไดของคฤหาสน์พอดี 

    “ขอบคุณนะคะ วันนี้วาสนุกมากเลย” ฉันขอบคุณพาแพมทันทีที่เรากลับเข้ามาข้างใน

    “ป้าดีใจที่คุณหนูสนุกนะคะ” ป้าแพมยิ้มและยื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบาๆ “ไปค่ะคุณหนู นายท่านรออยู่ที่ห้องอาหาร” 

    ฉันยิ้มและพยักหน้ารับ 

    ได้เวลาอาหารค่ำแล้วสินะ...

    ……..

    หลังจากวันนั้น ฉันก็แทบจะไม่อยู่บ้านเลย เพราะเอาแต่ออกไปเที่ยวเล่น ฉันค้นพบว่า จัตุรัสมรกตเป็๲ถนนสายกลางที่เชื่อมต่อกับย่านต่างๆ มากมาย เช่น ย่านโรงเรียน ย่านสถานที่ราชการ หรือย่านผับบาร์ 

    การได้ออกมาเที่ยวเล่นทำให้ฉันลืมที่ที่ฉันจากมา แม้จะเป็๞แค่๰่๭๫เวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่การออกมาเที่ยวเล่นคนเดียวก็ไม่ได้สนุกอย่างที่คิด เพราะฉันรับรู้ได้ว่า ฉันเป็๞จุดสนใจของผู้คน ซึ่งฉันไม่ได้สังเกตเห็นในวันแรกแรกๆ บางคนชะงัก บางคนเดินเลี่ยง บางคนหลบตา แต่ก็มีหลายคนที่ยิ้มแย้ม และเป็๞มิตร บางคนมายืนมุงดู และบอกฉันว่า ไม่คิดว่ามนุษย์จะเหมือนกับพวกเขาได้มากขนาดนี้ และฉันก็ค่อนข้างแน่ใจ ว่าทุกคนที่นี่รู้จักฉัน และเมื่อรู้แบบนั้นแล้ว ฉันก็เลยไม่อยากจะออกไปไหนอีก นอกซะจากวันไหนที่ป้าแพมไปด้วย แต่ฉันไม่อยากกวนป้าแพมบ่อยๆ ถึงแม้ว่าป้าแพมจะบอกว่าได้ทุกเมื่อเลยก็ตาม เพราะนอกจากป้าแพมต้องดูแลฉันแล้ว ป้าแพมก็ยังต้องดูแลความเรียบร้อยภายในคฤหาสน์ด้วย 

    และในตอนนี้ป้าแพมก็เหมือนจะเป็๲เพื่อนคนเดียวที่ฉันมี ฉันก็เลยจะติดป้าแพมเอามาก ๆ ฉันมักจะอยู่กับป้าแพมทุกหนทุกแห่ง ป้าแพมเดินไปตรวจความเรียบร้อย หรือสั่งงานอะไรตรงไหน ก็จะมีฉันตามติดไปด้วยเสมอ ได้ช่วยป้าแพมทำโน่นทำนี่บ้าง เท่าที่ป้าแพมจะยอมให้ทำ เท่าที่ความสามารถของมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ ฉันใช้เวลาอยู่กับป้าแพมตลอด แต่ยกเว้นแค่เวลาเดียวที่ฉันจะหลบเลี่ยงเสมอ นั่นก็คือเวลาที่ป้าแพมต้องเข้าไปพบคุณอารัญ 

    คุณอารัญใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องทำงาน ส่วนภาคินฉันไม่รู้ ฉันไม่เคยเห็นเขาอยู่บ้านเลย ฉันจะเจอเขาก็เฉพาะในเวลาอาหารค่ำ ซึ่งในช่างหลังมานี้ ภาคินดูจะเป็๞มิตรขึ้นบ้าง แต่ก็ยังกวนประสาท และไม่น่าคบอยู่เหมือนเดิม 

    ป้าแพมถามฉันบ่อยๆ ว่า เมื่อไหร่จะเลิกกลัวคุณอารัญซักที เพราะเขาทั้งน่ารัก และใจดี แต่ฉันก็ไม่รู้จะตอบป้าแพมว่ายังไง ฉันไม่ได้กลัวคุณอารัญ ฉันแค่ไม่ชอบสิ่งที่ฉันรู้สึกเวลาที่อยู่ใกล้เขา มันไม่ใช่ความกลัวซะทีเดียว ท่าที สีหน้า หรือแม้แต่กลิ่นของเขา มันทำให้ฉันประหม่า อึดอัด และกระอักกระอ่วน ฉันคิดว่ามันคงจะเป็๲กำแพงระหว่างฉันกับเขากระมัง กำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเอง กำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นเขา ฉันจะเชื่อใจคนที่จับฉันมาเป็๲เชลยได้ยังไง

    ฉันไม่เข้าใจว่าเขาจับฉันมาเก็บไว้ให้มีชีวิตอยู่แค่เพื่อหายใจไปวันๆ เพื่ออะไร ฉันควรจะซาบซึ้ง และให้อภัยเขาไหม ที่เขาไม่ได้เชือดคอให้ฉันตายไป๻ั้๫แ๻่วันนั้น หรือไม่ได้จับฉันล่ามโซ่ขังฉันไว้ในกรง แต่แบบนั้นมันก็ยังดูเข้าใจได้มากกว่าในฐานะนักโทษเชลย หากการที่เขาไม่ฆ่าฉัน หมายถึง ฉันควรจะยินดีแล้วใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขเหรอ... มันจะเป็๞ไปได้ยังไง...

    · • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·