ลึกเข้าไปในขุนเขาสายลมหนาวเย็นะเืพัดผ่านเงาร่างสองร่างทะยานข้ามผ่านเหนือลำธารเล็กไหลริน หากพินิจดูให้ดีการเคลื่อนไหวของคนด้านหลังจะเชื่องช้ากว่าอีกคนที่อยู่ด้านหน้าอย่างชัดเจนนี่เป็ผลมาจากการโจมตีทั้งสองครั้งของบุรุษขอบเขตแก่นทองจากวังหมื่นมารคนนั้น
กระบี่แรกทำให้ลูกน้องขอบเขตกำเนิดปราณตายไปคนหนึ่งส่วนเขาได้รับาเ็ภายนอกเล็กน้อยส่วนกระบี่ที่สองประสานกับการลอบโจมตีของสตรีนางนั้นทำเอาขอบเขตกำเนิดปราณตายไปอีกคนส่วนเขาที่แม้จะเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้วยังทิ้งอาการาเ็ภายในไว้ให้อีกหากอีกฝ่ายมิได้มีเป้าหมายหลักคือการปกป้องคนเจ็บพวกเขาสองคนคงไม่มีโอกาสหนีออกมาได้อย่างแน่นอน
"เ้าเร่งให้ไวหน่อยไม่ได้หรือ"ชายที่นำหน้าอยู่กล่าวอย่างหงุดหงิด
ด้วยลำดับแล้วพวกเขาทั้งสองต่างอยู่ในขอบเขตเดียวกันเพียงแต่พวกเขาแยกออกมาไล่ล่าคนจากวังหมื่นมารอย่างฉุกละหุกดังนั้นเลยไม่มีการกำหนดตัวผู้นำอย่างชัดเจนทั้งนี้เนื่องด้วยงานที่พวกเขาทำเป็งานใต้ดินและเป็การมารวมตัวกันเฉพาะกิจเมื่อจบงานต่างคนต่างแยกย้ายจึงไม่มีใครอยากเปิดเผยตัวตนให้กับคนที่ตนเองไม่เชื่อถือดังนั้นแล้วการประสานงานภายในเลยทำได้ไม่ดีนัก
ทั้งเหยื่อที่พวกเขาตามล่าเป็แค่ขอบเขตรวมปราณที่กำลังาเ็แค่คนเดียวแต่พวกเขาดันย่ามใจจนเกินไปว่าในเมื่อสังหารคู่หูอีกฝ่ายไปแล้วทั้งยังอยู่ท่ามกลางป่ากลางเขา สามารถค่อย ๆไล่ต้อนอีกฝ่ายอย่างสนุกสนานเพื่อให้มันหมดแรงไปเองที่ไหนได้มันดันทะลึ่งจุดพลุสัญญาณในตอนสุดท้ายตัวเองพกพลุสัญญาณเอาไว้ั้แ่แรกไม่ได้จุดเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ยามตนเองใกล้จะตายแล้ว พวกเขาจึงรีบลงมือสังหารไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะหนีมาไกลจนเกือบทะลุชายป่าอีกฝั่งทำให้พวกของวังหมื่นมารที่อยู่อีกเขตมาช่วยไว้ได้ทันพอดี
ครั้งนี้เสียหายหนักแล้วทั้งสองหวาดกลัวที่จะกลับไปแจ้งข่าวให้เ้านายของพวกเขาทำสินค้าจำนวนมากเสียหายไหนเลยจะกลับไปขออภัยกันได้ง่าย ๆต้องรู้ด้วยว่าสินค้าไร้ค่าเหล่านี้เมื่อผ่านเขตแดนไปมูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นมามากมายหลายเท่าตัวเพียงแต่ในตอนนี้มาคิดก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อยต้องถามก่อนว่าจะหนีพวกวังหมื่นมารนั่นพ้นได้หรือไม่
"แฮ่ก...มีสติหน่อยหากพวกมันตามมาเราคงไม่รอดนานแล้ว อีกฝ่ายเป็ถึงขอบเขตแก่นทอง ข้าว่าแฮ่ก...พวกมันมากันไม่เยอะ จึงมุ่งคุ้มครองคนเจ็บก่อนเราอาศัยจังหวะนี้หนีไปได้" ชายที่าเ็พูด พวกเขาต่างไม่รู้ชื่อกันและกันขอเพียงรู้ว่าใครไว้ใจได้ ใครไว้ใจไม่ได้เมื่อจบงานรับเงินก็แยกย้ายกันไป
"หนีหรือจะให้หนีไปไหนเล่า"
คนที่าเ็รู้สึกหงุดหงิดเป็กำลังไอ้หมอนี่เมื่อเจอกับการโจมตีที่ไม่คาดคิดก็ดูเหมือนสติจะเตลิดไปเขาเพียงได้แต่อดทนเอาไว้ก่อนตอนนี้หากพวกเขาตัดสินใจแยกทางกันตัวเขาจะถูกทิ้งให้เป็เหยื่อล่อเพราะอาการาเ็
"พวกมันอย่างไรก็เป็งูเ้าถิ่นยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่พวกเรายิ่งเสียเปรียบสมควรกลับไปทำลายหลักฐานแล้วออกจากพื้นที่ดูแลของพวกมันก่อน"
อีกคนเมื่อได้ฟังก็เห็นดีด้วยทั้งคู่ต่างเร่งรีบเคลื่อนไหวไม่ส่งเสียงอะไรอีก
"อะ..!?!"เมื่อใกล้ถึงจุดนัดพบคนนำเบิกทางส่งเสียงใทำเอาชายที่าเ็ด้านหลังหัวใจกระตุกวูบ
"มีอะไรรึ"เขากระซิบ
มองตามที่คนเบิกทางชี้ไปเบื้องหน้าทั้งสองจึงมองเห็นลำธารเล็กสายหนึ่งมีซากศพและไอเืไหลเอื่อยลอยฟุ้งกระจายไปทั่วเนื่องจากเป็ลำธารตื้น ๆ ศพจึงเริ่มมากองสุมกันจนเห็นแล้วน่าขนลุกไปหมด
นักค้ามนุษย์ที่าเ็เข้าไปใกล้เมื่อสังเกตเห็นร่องรอยกระบี่บนตัวศพแต่ละศพก็สบถออกมา"มารดามันเถอะ ทำไมพวกมันถึงโยนศพลงลำธารเล่าทำเช่นนี้ไม่ใช่กำลังแหกปากบอกผู้อื่นว่าพวกเราอยู่ที่ไหนหรอกหรือ"
"นั่น...ด้านหน้ามีคน"คนเบิกทางกระซิบ อีกฝ่ายรีบเพ่งสายตามอง
เป็คนจริง ๆมีอยู่สามคนด้วยกันเพียงแต่เมื่อพินิจดูอย่างดีแล้วน่าจะเป็คนธรรมดาเสียมากกว่าเพราะต่างก็ล้มลุกคลุกคลานทั้งกิ่งไม้ทั้งเถาวัลย์เกี่ยวกระหวัดยากสลัดออกยิ่งคืนนี้เป็คืนเดือนมืดยิ่งมองไม่เห็นทาง สภาพเหมือนหนีออกมาแต่ในป่ารกแบบนี้หากคนธรรมดาริอ่านเดินออกจากทางเดินป่าที่นายพรานและนักเดินทางใช้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น
คนเบิกทางไม่รีรอชักกระบี่แทงออกไปยังเป้านิ่งทั้งสามความแตกต่างของระดับขั้นทำให้พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายอย่างไรนับเป็ความโชคดีอย่างหนึ่งในความโชคร้ายของพวกเขากระมัง
เพียงแต่เพิ่งลงมือกับสามคนนี้ไปพวกเขากลับเจอคนที่หลบหนีออกมาอีกในทิศทางแตกต่างกันไปคนเบิกทางหันมาสบตามองคู่หูของตนด้วยความตกตะลึง
"ประหลาดแล้วพวกมันจะพลาดปล่อยคนหลุดมาขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเราจะเอาอย่างไรดี"คนเบิกทางดูเหมือนจะตัดสินใจพึ่งอีกฝ่ายเต็มตัวในเมื่อตัวมันเองก็คิดอะไรไม่ออกแล้ว
นักค้ามนุษย์ที่าเ็ขบคิดแล้วจึงกล่าว"ของถูกทิ้งลงแม่น้ำ ที่เหลือล้วนหลบหนีกระจัดกระจายพวกที่เฝ้าสินค้าเกรงว่าจะเจอเื่ร้ายมากกว่าเื่ดีสินค้าเสียหายหมดแล้วจะกลับไปทำอะไรได้ขืนยังดึงดันกลับไปรายงานคงไม่พ้นต้องชดใช้ด้วยความตายเท่านั้น พวกเรายังคงหนีกันต่อเถอะมีกันสองคนยังพอปกป้องกันและกันได้"
อีกฝ่ายพยักหน้าตกลงขณะที่กำลังจะขยับตัวนั้นอยู่ดี ๆ พวกเขาทั้งสองก็ขนลุกพรึ่บขึ้นมาพร้อมกันพวกเขาััถึงความอันตรายแล่นขึ้นมาตามกระดูกสันหลังหากพวกเขาเผอเรอเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจเขาอาจจะตายได้ง่าย ๆเสมือนดั่งกำลังถูกนักล่าจับจ้องทำเอาพวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ไปชั่วขณะ
พริบตาต่อมาทั้งสองก็ได้สติเสียงกระบี่ทั้งสองเล่มถูกชักออกจากฝัก คนหนึ่งมองไปทางอีกคนมองไปอีกทางหลังของทั้งสองเคลื่อนมาชนกัน เหงื่อทั้งสองแตกเต็มแผ่นหลังชั่วเสี้ยวลมหายใจที่พวกเขาหยุดนิ่งไปพวกเขาอาจจะตายได้แต่อีกฝ่ายไม่ฉวยโอกาสลงมือ
"เป็เพราะเ้า!ข้าเชื่อเ้าถึงได้กลับมาที่นี่ เราสมควรหนีไปแต่แรก" คนเบิกทางเริ่มแตกตื่น
"เ้าจะส่งเสียงเอะอะหาอะไรตอนข้าเสนอไม่เห็นเ้าคัดค้านจะมาโวยวายตอนนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา"ผู้าเ็เริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่บ้างแล้ว "เดี๋ยวนะหรือว่าเหตุประหลาดวันนี้เกรงว่าจะไม่ใช่แค่พวกเรากับวังหมื่นมารกระมัง"
"เ้าหมายความว่าอย่างไรเื่พวกนั้นมันสำคัญนักหรือในตอนนี้ ช่างเถอะ เราต้องออกไป.."
พูดไม่ทันจบดีเสียงคำรามต่ำๆ ของพยัคฆ์ก็ดังขึ้นมา เหล่าวิหคกรีดร้องโบยบินสู่ห้วงเวหนหลังของทั้งคู่หันมาชนกันอีกครั้งต่างรู้สึกจากแผ่นหลังอีกฝ่ายได้ว่าทั้งคู่กำลังตัวสั่นเขาเสียเวลาไม่ได้แล้วหากไม่ทำอะไรพวกเขาจะพังทลายลงจากความกดดันเสียเอง
"พยัคฆ์?พยัคฆ์ที่ไม่กลัวผู้บำเพ็ญแสดงว่ามันต้องเป็ภูตผีระดับสูงเลยไม่ใช่หรือไหนว่าเื่ภูตพยัคฆ์เป็เื่ที่แต่งขึ้นยังไงล่ะ" คนนำทางโวยวาย
"เ้าใจเย็นลงก่อนได้หรือไม่มันจะมีจริงหรือไม่ตอนนี้สำคัญนักหรือหากมันเป็พยัคฆ์พิทักษ์ขุนเขาเราสามารถใช้ไฟเข้าต้าน ข้าจะจุดไฟเ้าใช้ปราณโหมกระพือให้เพลิงลุกโชนขึ้น นี่เป็ป่าโบราณพริบตาเดียวจะเป็เพลิงไหม้โหมขนาดใหญ่เราจะหาทางหนีไปได้แน่"
"ตกลง"อีกฝ่ายรีบตอบ
คนที่าเ็ก้มลงล้วงหยิบตะบันไฟ [1] ออกมาจุดจากนั้นกอบซากใบไม้กิ่งไม้จากผืนป่าโดยรอบ เร่งลมปราณจนไฟลุกโหม
"พร้อมกัน!"คนาเ็ร้อง
แต่...ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากอีกฝ่ายคนเจ็บงุนงงสงสัยยังไม่ทันหันไปดูเขาก็รู้สึกชาวาบที่ข้อเท้าจากนั้นความเ็ปก็แล่นปร๊าดขึ้นมา
ลมปราณของเขาพลันปั่นป่วนได้แต่กัดฟันดันลูกไฟในมือทั้งสองข้างออกไปอย่างแรงทุกทิศทางจากนั้นคุกเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความอึดอัดคับข้องในทรวงอกเขาสำลักลิ่มเืที่พุ่งขึ้นมาจากลำคอเพราะาเ็ภายใน
"ขออภัยนะสหายแต่เ้าพาข้ามาติดกับก็สมควรต้องรับผิดชอบ ฝากที่เหลือด้วยล่ะ"เสียงคนเบิกทางค่อย ๆ จางหายไปตามระยะทางที่เขาทิ้งห่าง
"แค่ก...แค่ก...ชาติสุนัข"เขาสบถ เมื่อสายตาที่ขุ่นมัวด้วยความโกรธกลับมากระจ่างชัดอีกครั้งเขารีบกุมกระบี่ไว้ดวงตาสอดส่ายหาภูตพยัคฆ์ตัวนั้น
"แฮ่กแฮ่ก แฮ่ก..." ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของตนเองและเสียงไฟไหม้ผืนป่ากิ่งไม้ดังเปรี๊ยะ ๆ 'หรือมันตามไอ้สารเลวนั้นไป'เขาคิดบางทีเหยื่อที่เคลื่อนไหวอาจจะดึงดูดความสนใจของภูตพยัคฆ์มากกว่าเขาเหลียวซ้ายแลขวา ขณะจะหาทางหนีหูของเขาก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ไม่ใช่เสียงใบไม้ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงสายลมย่อมไม่ใช่เสียงของไฟที่กำลังลุกโหมไหม้ผืนป่าเช่นกัน
เสียงเหยียบย่ำใบไม้ใบหญ้ามุ่งหน้ามาทางนี้เป็เสียงสองเท้ามนุษย์ก้าวเดินอย่างชัดเจนอีกฝ่ายไม่คิดจะปกปิดแม้แต่น้อย
เขารู้สึกเหนื่อยแล้วหากอีกฝ่ายที่มาเป็พวกของวังหมื่นมาร มิสู้เขาขอยอมแพ้ดีกว่าอย่างไรก็รักษาชีวิตไปได้อีกวัน เมื่อยังมีชีวิตเขาย่อมมีโอกาสอาการาเ็ที่เขามีนั้นมากเกินไปทั้งภายในและภายนอก สิ่งต่าง ๆที่เขาพบเจอในคืนนี้แทบจะสูบพลังชีวิตเขาไปนับสิบปีแล้ว
เปลวเพลิงเริ่มลุกโหมเสียงย่ำเท้าก็เริ่มใกล้เข้ามาเช่นกันแสงเพลิงสะท้อนกระทบแมกไม้ที่เคลื่อนไหวไปมาตามแรงลมเปลี่ยนเงาไม้ให้เคลื่อนไหวดูลวงตาดูสมจริงราวกับภูตผีิญญาราวกับนรกบนดิน
ร่างเงามนุษย์ผู้หนึ่งก้าวเขามายังต้องแสงเพลิงกลับกลายเป็เด็กหนุ่มผู้หนึ่งอายุราวสิบห้าสิบหก ดวงหน้าซูบตอบสวมชุดสีเข้มมือข้างหนึ่งกำมีดเล่มหนึ่งไว้ ที่ใบหน้าคาดผ้าปิดตาทั้งสองข้าง
มันกลับเป็คนตาบอดคนหนึ่ง!?!
เชิงอรรถ
1. ^เครื่องมือจุดไฟแบบโบราณเป็ท่อเล็กๆ มักทำจากไม้ไผ่หรือโลหะ ภายในบรรจุเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟได้ง่ายเมื่อ้าใช้ไฟ ผู้ใช้เพียงแค่เป่าหรือเขย่า