วันนี้เพ่ยซูเจินนั่งรถม้าเข้ามาในวังหลวงแต่เช้าและโดยใช้ป้ายอนุญาตที่องค์ชายห้าทรงมอบให้เมื่อวันก่อนในการแสดงตัวตน เพื่อที่นางจะได้สามารถเข้ามาในวังหลวงและให้นางกำนัลช่วยนำทางไปยังแปลงทดลองอีกฝ่ายซึ่งอยู่ด้านในอีกที
เพ่ยซูเจินที่วันนี้ก็อยู่ในชุดสีเขียวเช่นเดิมแต่เป็ทางการกว่าเดิม เนื่องจากต้องให้เกียรติสถานที่อย่างวังหลวงและองค์ชาย แต่ก็ไม่ลืมเน้นชุดที่มีความคล่องตัวและสะดวกในการเคลื่อนไหว
หลังจากที่ท่านพ่อของนางได้รับจดหมายที่องค์ชายห้านำมาให้ ท่านพ่อก็มองนางด้วยแววตาภาคภูมิใจที่นางได้รับเกียรติจากองค์ชายห้า และยังมีจดหมายที่ฮ่องเต้ทรงเขียนขึ้นเพื่อขอตัวนางไปเป็อาจารย์ช่วยสอนองค์ชายห้า ที่มีความสนใจด้านการเกษตรได้ทดลองทำแปลงปลูกผักในวังหลวง
ท่านพ่อเอ่ยชื่นชมนางอยู่หลายคำและสำทับอีกหลายรอบว่านางต้องระมัดระวังกิริยามารยาทให้ดี โดยเฉพาะเวลาอยู่กับองค์ชายห้าซึ่งเป็ที่โปรดปรานมากที่สุดในตอนนี้ อย่าเห็นว่าองค์ชายห้าเป็เพียงแค่เด็กไร้เดียงสาทั่วไป ขึ้นชื่อว่าเป็บุตรของัแล้ว ย่อมไม่ทิ้งความเป็ั
ท่านพ่อช่วยหาผู้ช่วยมาดูแลแปลงฟักทองของนางในยามที่นางต้องเข้าไปในวังหลวง และยังหาผู้ช่วยมือดีมาให้นางนำติดตัวเข้าวังไปด้วยอีกสองคน เพื่อช่วยเหลือนางกับองค์ชายและทำหน้าที่ที่ต้องใช้แรงงาน
ตอนที่รถม้าเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตวังหลวง หัวใจของนางเต้นรัว ดวงตางดงามแวววาวด้วยความตื่นเต้น ครั้งสุดท้ายที่นางเคยมาวังหลวงก็เมื่อแปดปีก่อน เนื่องจากมีการจัดงานเลี้ยงขึ้นและตระกูลของนางก็ได้รับคำเชิญให้มาร่วมด้วยเช่นกัน ความโออ่าและสวยงามของวังหลวงไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังชวนให้ตกตะลึงและประทับใจไปเสียทุกครั้งจริงๆ
เมื่อลงจากรถม้าและส่งป้ายอนุญาตจากองค์ชายห้าให้กับทหาร ก็มีนางกำนัลคนหนึ่งช่วยนำทางนางไปยังตำหนักขององค์ชายห้า ที่มีเ้าหน้าที่ของกรมการเกษตรมาช่วยไถหน้าดินและขุดแปลงสำหรับปลูกเอาไว้เตรียมพร้อมให้องค์ชายน้อยได้เรียนรู้และลงมือปลูกผักของตัวเอง
นางได้ยินเ้าหน้าที่บางคนเล่าเกี่ยวกับความโปรดปรานที่ฮ่องเต้ทรงมีให้องค์ชายห้าอย่างมากล้น เพราะฝ่าาทรงอุ้มองค์ชายห้ามาทอดพระเนตรความคืบหน้าทุกวัน นอกจากจะทรงอนุญาตให้เปลี่ยนพื้นที่ด้านหน้าตำหนักอันสวยงามเป็แปลงเพาะปลูกแล้ว บ่อน้ำก็ขุดขึ้นมาให้ใหม่ ยังมีศาลาที่ทรงเร่งให้กรมโยธาช่วยติดตั้งไว้ใกล้ๆ แปลงผักเพื่อที่เวลาองค์ชายน้อยรู้สึกเหนื่อยจะได้มีที่ให้นั่งพักและมองทิวทัศน์แปลงผักของตัวเอง โดยไม่จำเป็ต้องเสียเวลาเดินเข้าไปพักในตำหนัก
เมื่อนางเดินมาถึงตำหนักขององค์ชายห้า เพ่ยซูเจินมองศาลาสร้างใหม่ที่อยู่ถัดจากทางเข้าตำหนักไม่ถึงยี่สิบเก้า นางก็มีความเข้าใจในความรักที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อองค์ชายห้าได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม ฮ่องเต้ทรงรักและใส่ใจองค์ชายห้ามากกว่าที่นางคิดไว้นัก
แปลงผักที่มีสีน้ำตาลเข็มของดินถูกขุดขึ้นเป็ร่อง ขนาดของแปลงทดลองขององค์ชายใหญ่เสียยิ่งกว่าแปลงทดลองของนางที่กรมการเกษตรเสียอีก
นางกำนัลเชิญให้นางก้าวเข้าไปในศาลาที่เพ่ยซูเจินไม่ทันได้สังเกตว่าด้านในมีฮ่องเต้และองค์ชายทุกพระองค์ประทับอยู่ที่นี่
มือบางรีบประสานย่อกายทำความเคารพเ้าเหนือหัวทันทีด้วยความประหม่า นับว่าโชคดีที่เชื้อพระวงศ์คนอื่นนอกจากองค์ชายห้าทำเพียงแค่ฝากฝังองค์ชายห้ากับนางเท่านั้น ก็เสด็จจากไปทันที
ใบหน้างดงามที่ลอบเหงื่อตกถึงได้โล่งใจมากขึ้นเพราะคิดว่าจะต้องสอนองค์ชายน้อยปลูกผักทั้งที่มีสายตาจ้องมองของทั้งฝ่าากับองค์ชายพระองค์อื่นเสียแล้ว
"ขุดหลุมลึกประมาณหนึ่งชุ่นเพคะ จากนั้นก็ใส่เมล็ดลงไปหลุมละ 3 เมล็ด กลบดินทับ รดน้ำเพียงให้ดินชุ่มชื้นแต่อย่าให้แฉะมาก แล้วก็คลุมทับด้วยฟาง เท่านี้ก็เป็อันเสร็จสำหรับการเพาะเมล็ดฟักทองแล้วเพคะ"
เพ่ยซูเจินคุกเข่าลงบนผ้าข้างร่างเล็กขององค์ชายห้าที่หยิบจับทำตามนางทุกอย่างด้วยความกระตือรือร้น
องค์ชายพระองค์นี้ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
นางมองมือเล็กขององค์ชายน้อยจับพลั่วไม้ขนาดเล็กที่ดูก็รู้ว่าคงถูกสั่งทำมาเป็พิเศษเพื่อองค์ชายพระองค์นี้โดยเฉพาะก็อดยิ้มหวานออกมาไม่ได้
แม้จะมี่เวลาสั้นๆ ที่ได้เห็นปฏิสัมพันธ์กันขององค์ชายพระองค์อื่นกับองค์ชายห้า แต่นางก็สามารถเห็นถึงความรักที่องค์ชายทุกคนมีต่อองค์ชายผู้นี้ได้เป็อย่างดี ทุกอย่างล้วนเป็ของจริง ไม่ใช่การเสแสร้งต่อหน้าประชาชนอย่างนางเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมันก็ทำให้นางเทิดทูนฝ่าามากยิ่งกว่าเดิมที่สามารถเลี้ยงดูเหล่าองค์ชายให้สามัคคีและรักใคร่กลมเกลียวกันได้ถึงเพียงนี้
เพราะแม้แต่ขุนนางบางบ้านที่มีลูกจากหลายภรรยา พี่ชายน้องชายมักจะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอยู่เสมอ ในบ้านของนางเองก็ด้วยที่พี่ชายมารดาเดียวกันกับนางไม่ถูกกับพี่ชายที่เกิดจากฮูหยินรอง ความขัดแย้งของทั้งคู่ค่อนข้างรุนแรงมากขึ้นตาม่วัย จนทำให้คนทั้งบ้านรวมถึงนางยังปวดหัว
นี่นับว่าเป็ครอบครัวในฝันของหลายตระกูลอย่างแท้จริง
"องค์ชายห้าพักสักหน่อยดีไหมเพคะ เดี๋ยวที่เหลือหม่อมฉันกับคนอื่นๆ จะช่วยจัดการให้เอง"
ใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อเล็กน้อยผุดพรายพยักหน้าเห็นด้วยกับคำชักชวนของคุณหนูเพ่ย สองแก้มเจือสีชมพูจากการออกแรงขุดหลุมและกลบดินเมล็ดฟักทองไปได้สองแปลง
"ถ้าจะพักก็พักกันทั้งหมดนี่แหละ ไปนั่งดื่มชากับทานลูกพลับที่ศาลากันสักสองก้านธูปแล้วค่อยมาทำงานต่อกันเถอะ"
มือผอมรับผ้าชุบน้ำจากนางกำนัลคนสนิทมาซับเหงื่อบนใบหน้าให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น ก่อนจะเดินนำทุกคนไปยังศาลาที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อนั่งพักทานของว่าง
งานเพาะเมล็ดฟักทองดูเหมือนว่าจะน้อยแต่ก็ไม่น้อยเลย ขนาดที่เขาไม่ได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่รับหน้าที่ขุดหลุมกับกลบดินเท่านั้น การต้องลุกขึ้นนั่งขยับตัวไปเรื่อยๆ ก็ทำให้ขาเล็กเริ่มแสดงความเมื่อยล้า ฝ่ามือของเขาแสบร้อนนิดๆ เพราะเสียดสีกับพลั่วไม้เป็เวลานาน
จวินหลิงหยางชุนที่จิบน้ำชาไปนั่งนึกถึงแผนที่วางเอาไว้ในอนาคตแล้ว เขาก็ตัดสินใจให้นางกำนัลช่วยนำผ้านุ่มๆ ที่ไม่ลื่นมาตัดเป็ถุงมือให้เขาไว้หลายๆ คู่หน่อย รวมถึงของคนอื่นที่จะช่วยงานเขาด้วย ถ้ายังหยิบจับเครื่องมือพวกนี้โดยไม่มีถุงมือล่ะก็อาจมีแผลพุพองเกิดขึ้นให้เจ็บแสบได้
ดวงตากลมโตของเขาสังเกตเห็นว่าฝ่ามือของคุณหนูเพ่ยนั้นเหมือนมีตุ่มไตแข็งๆ อยู่ นั่นก็คงมาจากการที่อีกฝ่ายหยิบจับอุปกรณ์ทำสวนเป็เวลานานเช่นกัน
"ลูกพลับ์ไม่ว่าจะได้ทานกี่ครั้งก็ยังอร่อยจนลืมไม่ลงจริงๆ เพคะ"
เสียงหวานของคุณหนูเพ่ยที่ดังขึ้นดึงความสนใจของเขาให้หันไปมอง ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังทานลูกพลับวัตถุดิบระดับห้าด้วยสายตาเป็ประกายอย่างน่ามอง สายตายามจับจ้องไปที่ลูกพลับ์ไม่ต่างจากการมองของล้ำค่า เขาก็อดยิ้มมุมปากขึ้นบ้างไม่ได้ ทุกครั้งที่มีคนได้ทานของอร่อย เขาก็จะมีความสุขตามไปด้วย ยิ่งได้ยินคำชมความอร่อย หัวใจดวงน้อยก็รู้สึกพองโตจนแน่นอกไปหมด
ความสุขของคนอื่นๆ เมื่อได้กินของอร่อยที่เขาได้มาจากระบบ ล้วนเป็แรงผลักดันให้เขาอยากตามหาสมุนไพริญญาชนิดอื่นๆ ให้พบโดยเร็วมากขึ้น และหวังว่าสมุนไพริญญาทั้งหมดจะเป็วัตถุดิบอาหารด้วยจะยิ่งดี
"เปิ่นหวางดีใจที่ได้ยินคุณหนูเพ่ยพูดเช่นนั้น หลังจากทำในส่วนของวันนี้เสร็จ เปิ่นหวางจะพาคุณหนูเพ่ยไปเยี่ยมชมต้นลูกพลับ์ดีหรือไม่"
"ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนขององค์ชายห้าเพคะ"
เพ่ยซูเจินรีบเอ่ยปฏิเสธทันทีด้วยความเกรงใจ นางจะหาญกล้าให้องค์ชายพานางไปเที่ยวชมต้นลูกพลับ์ได้อย่างไรกัน ถึงจะมีสิบหัวนางก็ไม่กล้าคิดเด็ดขาด แม้ในใจของนางจะอยากเห็นต้นลูกพลับ์มากแค่ไหนก็ตาม ตามประสาคนที่มีความสนใจในต้นไม้
ใครจะไม่อยากเห็นต้นไม้ที่กลายพันธุ์ตัวเองจนทำให้ผลของมันมีรสชาติที่คนกินได้ลิ้มรสแล้วเหมือนอยู่ใน์ขนาดนี้ ความหอมหวานของลูกพลับที่นางได้ชิมจากท่านพ่อเพียงนิดเดียวเมื่อหลายวันก่อน วันนี้นางกำนัลขององค์ชายห้าจัดใส่จานเป็ของว่างให้นางทานถึงสามผล
นางมีความสุขเสียจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็คำพูดได้ นางซาบซึ้งจริงๆ ที่ฝ่าาทรงคิดถึงประชาชนในแคว้นเป็อันดับหนึ่ง ไม่คิดหวงแหนลูกพลับ์นี้ไว้เพียงในวังหลวง แต่อยากให้ประชาชนในแคว้นหลานหลิงทุกคนได้มีโอกาสได้ทานของอร่อยเหมือนที่พระองค์ได้เสวย
"ไม่รบกวนเปิ่นหวางเลยสักนิด เอาเป็ว่าตกลงตามนี้ หลังจากเพาะเมล็ดฟักทองอีกหนึ่งแปลงเสร็จแล้ว เราจะไปเก็บลูกพลับ์กัน ทุกคนสามารถเก็บไปฝากคนที่บ้านได้นะ แต่อย่าลืมเก็บเมล็ดของมันหลังทานเอาไว้ด้วย"
องค์ชายน้อยบอกการตัดสินใจของตัวเอง และไม่ลืมเอ่ยอย่างใจกว้างให้ทั้งสามคนที่มาวันนี้เก็บลูกพลับ์ไปฝากคนในครอบครัว ถือเสียว่าเป็ค่าเหนื่อยที่เพิ่มมาเป็พิเศษก็แล้วกัน
[นายท่านขอรับ! มิติส่วนตัวมีฟักทองสมุนไพริญญาระดับห้าเกิดขึ้นมา 1 ลูกแล้วขอรับ ภารกิจรวบรวมสมุนไพริญญาระดับห้าชนิดที่สามสำเร็จแล้วขอรับ!]
เสียงดีใจของระบบที่ดังขึ้น ทำให้เขาเผลอทำลูกพลับที่ถืออยู่ร่วงหล่นกับพื้นทันทีด้วยความใ ดวงตากลมโตสุกใสเต็มไปด้วยความดีใจ ริมฝีปากสวยยิ้มกว้างเต็มแก้มอย่างน่ามอง เขารีบก้มหยิบลูกพลับ์ก่อนจะกลับมาทำสีหน้าปกติเช่นเดิม แต่ก็ยากเหลือเกินจนต้องเม้มปากเอาไว้แทนเพราะกลัวหลุดยิ้มออกมา
'เยี่ยมมาก! แต่ฉันต้องรอจนกว่าเมล็ดฟักทองในแปลงจะโตพอจนเก็บได้น่ะสิ ถึงจะเอาฟักทองสมุนไพริญญาระดับสี่ไปให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อบำรุงตัวเองได้'
ร่างเล็กพูดขึ้นในใจอย่างเสียดาย
[นายท่านไม่ลองทำอาหารจากฟักทองสมุนไพรเองล่ะขอรับ] ระบบเสนอขึ้น
'ถึงฉันจะลุกขึ้นมาทำอาหารเอง แต่ก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี ทุกวันนี้ถ้าไม่อยู่กับเสด็จพ่อกับพี่ชาย ก็มีนางกำนัล ขันทีตามติดอยู่ตลอดขนาดนี้ จะไปแอบทำอาหารได้ที่ไหน'
[นายท่านก็มาทำอาหารในมิติส่วนตัวสิขอรับ...ระบบยังไม่เคยบอกนายท่านหรือขอรับว่าท่านสามารถเข้าออกมิติส่วนตัวได้ ทั้งแบบกายหยาบและจิติญญา... อ่า ดูเหมือน์จะเรียกตัวระบบอีกแล้ว แล้วเจอกันขอรับนายท่าน ติ๊ด!]
'ระบบ!!!'
Talk : เสี่ยวชุนบำรุงร่างกาย ไม่
ระบบบำรุงความจำ ใช่
ตาลายจนเพ่ยซูเจินเป็ซูเพ่ยเจินแล้วค่ะ ถ้ามีหลุดเดี๋ยวมาไว้ค่อยตามแก้นะคะ