ฉินฟางกับเถี่ยเฉิงจินหน้าเหวอ!
คำพูดของสวี่ตงทำพวกเขา ‘ช็อก’ จนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ!
“ยังไงผมก็จ่ายไปแค่สามร้อยถ้าขาดทุนก็ขาดทุนแค่สามร้อย ไม่ใช่เพราะมีเงินเลยเอาแต่ใจ ช่างหม่าคุณผ่าต่อได้เลยครับ!”
หม่าตงเซิงพยักหน้า “ครับงั้นผมผ่าต่อเลยนะ!”
ด้านนี้สีเขียวออกมาแล้วหม่าตงเซิงจึงทำแบบครั้งที่แล้วโดยเปลี่ยนตำแหน่งหินเพื่อเตรียมตัดอีกด้าน
หินของสวี่ตงไม่ได้ใหญ่มาก เล็กกว่าหินของเหอปู้ฝานหลายเท่า โดยรวมแล้วขนาดใหญ่กว่าลูกบาสนิดหน่อย ระดับตำแหน่งที่หม่าตงเซิงเตรียมลงมีดจึงเล็กกว่ามาก
การตัดหินอีกด้านต่างจากครั้งแรกทุกคนต่างให้ความสนใจครั้งนี้จนไม่มีใครคุยกัน พากันจ้องไปที่มือของหม่าตงเซิง
หม่าตงเซิงลงมีดฉับเดียวรอจนฝุ่นควันจางลงก็รีบเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำแล้วเพ่งมองรอยตัด
ตรงรอยตัดเป็นสีเทา ไม่มีสีเขียวเลยแม้แต่น้อย หลายคนร้อง ‘โอ้’ ในใจคิดกันว่าน่าจะเป็นหินแบบเดียวกับหินของเหอปู้ฝาน เจ้าเด็กนี่โง่แท้เห็นว่าได้แค่หนึ่งล้านห้าแสนยังไม่ดี ยังอยากตัดหินให้เป็นขยะ นี่มันโง่จริงๆ !
ฉินฟางสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่รู้ว่าเขา ‘โชคดี’ หรือ ‘ผิดหวัง’ กันแน่!
โหมวซือฉิงเผลอทำหน้าสงสาร แอบหงุดหงิดที่สวี่ตงไม่รู้จักความพอดีดูอย่างเหอปู้ฝานสิ ทำเงินเป็นสิบล้านหยวนได้โดยไม่ต้องเสี่ยงแต่เขากลับดื้อรั้นไม่เอา แล้วดูสิ ผ่าครั้งที่สองไม่มีอะไรออกมาเลย!
สวี่ตงไม่พูดอะไรสักคำและไม่สั่งให้หม่าตงเซิงหยุดเพื่อเปลี่ยนมือ
หม่าตงเซิงย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากผ่าต่อไปเด็กคนนี้เหมือนไม่ถึงฮวงโหไม่ยอมเลิกล้ม ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเกรงว่าคงต้องผ่าจนเหลือเพียงเศษซากเขาถึงจะยอมแพ้!
หม่าตงเซิงลงมือตัดอีกครั้งด้วยความลึก1.5 เซนติเมตร ตอนนี้ความตื่นเต้นของหม่าตงเซิงลดลงไปมากจุดจบของหินก้อนที่แล้วยังชัดอยู่ในหัว แล้วก้อนนี้จะเป็นอะไรได้อีกเล่า
ยิ่งไปกว่านั้น จากประสบการณ์ของเขาหากนักพนันหินอยากรวยในชั่วข้ามคืนก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อลอตเตอรี่ความเป็นไปได้ที่จะผ่าได้หยกธรรมดาอาจสูงกว่าหน่อย แต่ก็ทำเงินได้ไม่กี่พันแบบนั้นจะเรียกว่า ‘รวยในชั่วข้ามคืน’ ได้อย่างไร
หลังจากผ่าครั้งที่สอง หม่าตงเซิงยังคงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดและสำรวจต่อไปกลุ่มคนที่ยืนดูทามกลางหมอกฝุ่นยังมองเห็นไม่ชัด แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหม่าตงเซิงร้องอย่างตกใจ!
ทุกคนคิดว่าหม่าตงเซิงเปิดเครื่องตัดหินสับมือตัวเองไปแล้วถึงร้องดังขนาดนั้น!
หลังจากหมอกฝุ่นจางลง สายตาทุกคนจับจ้องไปที่หม่าตงเซิง แต่กลับเห็นว่าเขาไม่ได้สับมือตัวเองแต่กำลังจ้องไปยังรอยตัดบนหิน ดวงตาเหี่ยวย่นของเขาแทบจะถลนออกจากเบ้า!
“เกิดอะไรขึ้น” เถี่ยเฉิงจินอดเข้าไปใกล้ๆไม่ได้
หม่าตงเซิงทั้งตกใจทั้งดีใจ “มี…มี…มีหยกออกมาแล้ว หยกสวยมากเลยครับ!”
“อะไรนะ มีหยก?” ฉินฟางก็ตกใจรีบก้าวเข้าไปดู
‘หยกออกมา’กับ ‘สีเขียวออกมา’ เป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิงสีเขียวออกมาเป็นแค่การมีสีเขียวโผล่ออกมาหลังจากการตัดหินสีเขียวคือสีที่แทรกซึมอยู่ในก้อนหิน การที่มีสีเขียวออกมาไม่ได้หมายความว่าข้างในก้อนหินมีหยกแต่หมายความว่าความเป็นไปได้ที่จะมีหยกเพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่ ‘หยกออกมา’ หมายความว่าตัวหยกข้างในก้อนหินเผยออกมาให้เห็นแล้วจริงๆหรือก็คือเห็นแร่หยกแล้วแต่โดยทั่วไปช่างตัดหินจะไม่รีบร้อนลงมีดหนามากเพื่อเลี่ยงความเสียหายต่อตัวหยกข้างใน
ทุกคนล้อมกันเข้ามาและเห็นว่าบริเวณตรงกลางของรอยตัดหินอีกด้านปรากฏปลายหยกขนาดเท่าถ้วยสุราเล็กๆสีดูขาวๆ เขียวๆ หม่าตงเซิงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดปลายหยกที่ไร้ฝุ่นเกาะราวกับ ‘แก้ว’ ชิ้นใหญ่ที่ห่อด้วยหิน โผล่ออกมาให้เห็นแค่มุมเดียว!
เถี่ยเฉิงจินเห็นเข้าก็ร้องเสียงดัง “ประเภทแก้ว?”ใช้มือลูบก็พบว่ามันทั้งเย็นทั้งชื้น อึ้งไปครู่หนึ่งก็ร้องออกมาว่า“ดีๆๆ !”
เถี่ยเฉิงจินพูดว่า ‘ดี’ ติดกันสามครั้งไม่รู้ว่าหมายถึงหยกที่ปรากฏออกมาคุณภาพดีหรือว่าโชคของสวี่ตงดีกันแน่!
โหมวซือฉิงดูไม่ออกจึงรีบถามเถี่ยเฉิงจินอย่างกังวล “ผู้เฒ่าเถี่ย คุณคิดว่าหินก้อนนี้ได้กำไรหรือขาดทุน”
เถี่ยเฉิงจินทอดถอนใจ “ทำกำไรแน่นอนว่าต้องทำกำไรสิ แม่หนูตระกูลโหมว เพื่อนของเธอดวงดีมากตัวหยกที่ปรากฏออกมาถึงจะแค่มุมเดียวแต่ฉันว่าขนาดทั้งหมดมันต้องใหญ่กว่านี้มากแน่ๆ อีกทั้งถึงจะเห็นแค่ส่วนปลาย ทว่าดูจากความโปร่งใสและความชื้นของมันมันเป็นผิวแก้วคุณภาพสูง!”
โหมวซือฉิงยังไม่ค่อยเข้าใจเถี่ยเฉิงจินพูดอยู่นานก็ยังไม่บอกเรื่องที่เธออยากรู้สักทีตอนนี้หินก้อนนี้ยังมูลค่าหนึ่งล้านห้าแสนอยู่หรือเปล่า
แล้วผิวแก้วคืออะไร คงไม่ใช่ ‘ชนิด’ ผิวแก้ว[1]ใช่ไหม
หม่าตงเซิงยังคงใจสั่น!
การลงมีดเมื่อกี้หนาขึ้นนิดหน่อยซึ่งความจริงควรตัดให้บางกว่านี้เขาคิดว่าเห็นก้อนนี้ไม่มีทางเกิดหยกแล้วจึงไม่ได้ตั้งใจเท่าไรใครจะคิดว่าการลงมีดครั้งนี้จะปรากฏหยกออกมาให้เห็น!
แล้วยังพอดีเป๊ะ หากตัดเพิ่มอีกนิดก็จะทำให้หยกเสียหาย แต่หากตัดบางลงอีกนิดก็จะไม่เห็นหยกอีกทุกอย่างพอเหมาะพอเจาะดีมาก และเพราะเหตุนี้ถึงทำเอาหม่าตงเซิงกลัวย้อนหลัง!
หากตัดหยกเสียหาย ชื่อเสียงเขาคงย่อยยับเป็นแน่!
แม้การพนันหินครั้งนี้ฉินฟางจะแพ้ แต่เขาก็ยังมองคุณภาพหยกออกโดยเฉพาะเถี่ยเฉิงจินผู้ซึ่งเชี่ยวชาญศิลปวัตถุและมั่นใจว่าตัวหยกที่ปรากฏออกมาคือชนิดผิวแก้วเช่นนั้นก็ไม่ต้องสงสัยแล้ว หินก้อนนี้ให้ของดีจริงๆ !
โหมวซือฉิงถามขึ้นอีกอย่างอดไม่ได้ “ผู้เฒ่าเถี่ยมันราคาเท่าไร”
เถี่ยเฉิงจินลูบเครายิ้มๆ ก่อนจะส่ายหน้า
เป็นเหล่าเจิ้งที่ทอดถอนใจ “ชนะแล้วชนะพนันแล้ว น้องชายคนนี้ดวงดีจริงๆ !”
โหมวซือฉิงตะโกนอย่างโมโห “บอกไม่ได้เหรอว่ามันราคาเท่าไร”
เถี่ยเฉิงจินยิ้ม “แม่หนูตระกูลโหมวราคาเท่าไรนั้นเกรงว่าทุกคนในที่แห่งนี้ไม่มีใครมั่นใจหรอกฉันอธิบายให้เธอฟังแบบนี้แล้วกัน หินของเสี่ยวสวี่ ตัดครั้งแรกก็เจอสีเขียวฉันเสนอราคาหนึ่งล้าน นั่นคือการเดิมพันไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วจะมีหยกออกมาจริงไหม ประธานฉินเสนอราคาหนึ่งล้านห้าแสนนั่นก็คือการเดิมพัน ช่างหม่าตัดอีกสองครั้งและตอนนี้เขาก็ตัดหยกออกมาได้จริงๆแล้วยังเป็นหยกคุณภาพสูงด้วย ราคาจึงไม่เหมือนเดิมแล้ว!”
เถี่ยเฉิงจินทอดถอนใจแล้วพูดต่อว่า “แน่นอนว่าถ้าปรากฏแค่จุดนี้จุดเดียวต่อให้เป็นหยกผิวแก้วคุณภาพสูงก็ไม่ได้ราคาเท่าไรแต่จากจุดนี้อย่างน้อยที่สุดก็เอาไปทำแหวนได้ราคาเครื่องประดับแบบสำเร็จก็ประมาณสองถึงสามล้านแต่ทุกคนทุกคนรู้ดีว่าหยกข้างในหินก้อนนี้ไม่ได้มีแค่นี้ ตอนนี้ทุกคนกำลังเดิมพันว่าหยกข้างในหินก้อนนี้จะใหญ่แค่ไหนกันแน่นี่ถึงเรียกว่าการเดิมพัน เลยบอกเธอไม่ได้หรอกว่ามันราคาเท่าไรกันแน่ฉันก็บอกไม่ได้ ใครก็บอกไม่ได้!”
“โอ้!” ในที่สุดโหมวซือฉิงก็เข้าใจแต่หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามเถี่ยเฉิงจินอีกว่า “งั้นจากตอนนี้มันยังราคาหนึ่งล้านห้าแสนได้อยู่ไหม”
“ฮ่าๆ …” เหล่าเจิ้งเหล่าหวงหัวเราะเกรียวแม้แต่เถี่ยเฉิงจินก็ยังอดยิ้มไม่ได้!
มีเพียงฉินฟางที่หน้าดำทะมึน ตอนที่เสียเงินแปดล้านเขาก็ยังไม่ได้ ‘หน้าดำทะมึน’ เท่าตอนนี้เจตนาแรกของเขาคือต้องการทำให้สวี่ตง ‘ตกที่นั่งลำบาก’ใครจะคิดว่าเขาใช้เงินสามร้อยหยวนซื้อหินก้อนที่แย่ที่สุดไปแต่กลับดวงดีราวกับมีขนมเปี๊ยะตกจากฟ้า เจอหยกชนิดผิวแก้วขึ้นมาเสียได้!
นี่มันโชคขี้หมาชัดๆ
ตอนนี้หม่าตงเซิงคลายความตื่นตระหนกลงแล้ว จิตใจเขาเปี่ยมสุขอีกครั้งในสายอาชีพของเขา สิ่งที่ตั้งตารอมากที่สุดก็คือการผ่าเจอหยกดีๆหรือผ่าเจอหยกล้ำค่าสักชิ้น นั่นก็สามารถเติมเต็มความปรารถนาของเขาได้แล้วแน่นอนว่าโอกาสแบบนั้นหาได้น้อยมากแต่ตราบใดที่สามารถผ่าหยกชั้นดีคุณภาพสูงออกมาได้ก็เป็นการประสบความสำเร็จที่น่ายินดี!
หยกชิ้นนี้ต่อให้ไม่ใช่แร่หยกคุณภาพสูงสุด แต่ก็เป็นหยกชั้นดีตอนนี้ไม่รู้ว่าหยกชิ้นนี้มีขนาดเท่าไรกันแน่ ไม่รู้ว่าตำแหน่งอื่นจะผ่าออกมาได้ดีเท่าจุดนี้หรือเปล่า
หยกชิ้นหนึ่งนั้นก่อนที่จะถูกผ่าออกมาจนหมดย่อมไม่มีใครรู้คุณภาพที่แท้จริงมีหยกหลายชิ้นที่ไม่ได้คุณภาพเท่ากันทั้งก้อน บางส่วนอาจบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งเจือปนในขณะที่ส่วนอื่นกลับเต็มไปด้วยสิ่งเจือปน บางส่วนคุณภาพสูงในขณะที่ส่วนอื่นด้อยกว่าหลายระดับ
โหมวซือฉิงแอบมองสวี่ตง แล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกไม่มีใครบอกเธอเลยว่ามันราคาเท่าไรกันแน่ แล้วสวี่ตงยังไม่ ‘ตื่นเต้น’ เท่าเธออีก ราวกับจักรพรรดิไม่ร้อนใจแต่ขันทีร้อนใจตัวเขาไม่ได้อยากได้เงินแล้วเธอจะเข้าไปยุ่งเพื่ออะไร
สวี่ตงมองปลายหยกที่โผล่ออกมา ก่อนจะลูบคางครุ่นคิดท่าทางแบบนี้ทำเอาโหมวซือฉิงแทบเป็นบ้า หนวดเคราก็ไม่มีคิดว่าตัวเองเป็นเถี่ยเฉิงจินเหรอ เถี่ยเฉิงจินหนวดเคราเฟิ้ม ลูบๆแล้วยังมีกลิ่นติดมาด้วย นายจะลูบทำไมฮะ
แน่นอนว่าสวี่ตงย่อมไม่รู้ความคิดของโหมวซือฉิงเขาลูบคางอยู่สักพักก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ช่างหม่าผมรบกวนผ่าต่อให้หน่อยครับ ผ่าจากอีกสองด้าน ผมอยากเห็นว่าหยกชิ้นนี้ใหญ่แค่ไหน!”
เถี่ยเฉิงจินแอบถอนหายใจ สวี่ตงคนนี้เป็นนักพนันตัวยงจริงๆ เห็นๆอยู่ว่าหยกปรากฏออกมาแล้ว เขายังไม่รามือ ปล่อยให้คนอื่นรับความเสี่ยงยังอยากพนันให้ถึงที่สุด!
ทว่าตอนนี้ต่างจากตอนที่ตัดเจอแค่สีเขียวแล้วตัดเจอสีเขียวไม่ได้รับประกันว่าข้างในก้อนหินมีหยก ตอนนี้หยกปรากฏออกมาแล้วข้างในก้อนหินมีหยกอยู่อย่างแน่นอน ซ้ำยังมูลค่าสูงด้วยหากจะเดิมพันอีกก็คือการเดิมพันที่ขนาดของชิ้นหยกแล้ว
แต่สวี่ตงยังไม่อยากหยุดมือ ยังอยากผ่าต่อไป ต้องชื่นชม ‘ความกล้าหาญ’ ของเขาจริงๆ !
หม่าตงเซิงพยักหน้าก่อนจะโบกมือสั่งหม่าเชาผู้เป็นลูก “ไปเปลี่ยนน้ำที!”
หม่าเชารับคำแล้วออกไปพร้อมอ่างน้ำ ตอนนี้เขาก็หัวใจเต้นแรงดัง ‘ตึกตักๆๆ !’
ฉินฟางแอบมองสวี่ตงตอนนี้เขาเดาไม่ออกเลยว่าคนคนนี้เป็นคนเจ้าเล่ห์หรือว่าเป็นคนโง่หรือว่าแสร้งเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ[2]?
[1] หยกผิวแก้ว คือ หนึ่งในเกรดผิวหยกโดยทั่วไปถือว่าดีที่สุดในบรรดาผิวหยก
[2] แสร้งเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือหมายถึง แสร้งทำตัวอ่อนแอไร้น้ำยาเพื่อหลอกศัตรูให้ตายใจ