ในที่สุดอี้เหรินเฟิ่งและกลุ่มขวานไฟก็ได้เดินทางออกมาจากป่า จากคำบอกเล่าของหวังหูจ่งหัวหน้าทีม ป่านี้มีชื่อเรียกว่า ป่านรกดึกดำบรรพ์ เป็ป่าโบราณที่ไม่มีใครที่จะสามารถสำรวจได้ทั้งหมด ด้านในยังมีดินแดนมากมายที่ไม่มีใครเคยสำรวจ เปี่ยมไปด้วยอันตราย และก็มากไปด้วยสมบัติเช่นเดียวกัน
สำหรับกลุ่มนักล่าทั่วๆ ไปแบบกลุ่มขวานไฟนั้น สามารถหากินได้เพียงชายขอบของป่าใหญ่เท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านั้นได้เลย เพราะมันอันตรายเกินไปสำหรับพวกเขา
อี้เหรินเฟิ่งและกลุ่มขวานไฟใช้เวลาเดินทางออกมาจากป่าราวหกวัน พวกเขาถามว่าอี้เหรินเฟิ่งจะไห้พวกเขาไปส่งยังหมู่บ้านใกล้ๆ หรืออี้เหรินเฟิ่งจะเข้าไปยังเมืองใหญ่ที่มีชื่อว่าหยางโจว อี้เหรินเฟิ่งจึงแจ้งไปว่าบ้านของเขาอยู่ละแวกเมืองหยางโจว เขาจะเดินทางเข้าเมืองไปด้วยกันกับกลุ่มขวานไฟ จากนั้นจะเดินทางกลับบ้านเอง
พวกของหวังหูจ่งจึงได้พาเขากลับเข้าเมืองไปด้วย เมืองหยางโจวเป็เมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของดินแดนทิศตะวันตกนี้ ภายในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนนับล้านคน สินค้ามากมายผู้คนพลุกพล่าน
เมื่อเดินทางเข้าเมืองมาได้แล้วนั้นพวกกลุ่มขวานไฟได้เดินตรงไปยังร้านขายเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง เพื่อที่จะขายชิ้นส่วนของกระทิงป่าที่ล่ามาได้ อี้เหรินเฟิ่งจึงได้กล่าวลาพวกของหวังหูจ่งที่ร้านขายเนื้อนั้น
อี้เหรินเฟิ่ง "พี่ใหญ่จ่ง ขอบคุณในความมีน้ำใจของพวกท่านมากขอรับ หากไม่ได้พวกท่านช่วยชีวิตข้าออกมาจากป่าใหญ่นั้น ตัวข้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง ป่านนี้อาจจะถูกสัตว์ป่าคาบไปกินแล้วก็เป็ได้ หวังว่าในวันข้างหน้าเราจะได้พบเจอกันอีก ขอบพระคุณอีกครั้งขอรับ ขอไห้พวกท่านโชคดี"
"ไม่เป็ไรน้องชาย พบเจอกันถือว่ามีวาสนา โอกาสหน้าไว้เราค่อยเจอกัน ไม่แน่วันหน้ารอเมื่อเ้าโตแล้วาพวกเราอาจได้ร่วมวงดื่มสุรารำลึกความหลังด้วยกันก็เป็ได้ ขอไห้เ้าโชคดีเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย"หวังหูจ่งกล่าวลาอี้เหรินเฟิ่ง
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งกับจินฉานได้เดินเล่นภายในเมืองอย่างสบายใจ พวกเขาเดินสำรวจร้านรวงต่างๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ อี้เหรินเฟิ่งนั้นอยากจะกินอาหารเลิศรสต่างๆ นาๆ ยิ่งนักเนื่องจากไม่ได้ลิ้มรสอาหารรสเลิศมาเป็เวลานานแล้ว พวกเขาจึงพากันหาร้านขายสมุนไพรขนาดใหญ่ เพื่อขายสมุนไพรที่อี้เหรินเฟิ่งได้เก็บเอาไว้บางส่วนก่อนหน้านี้
อี้เหรินเฟิ่งได้เลือกสมุนไพรหญ้าหนวดัมาหนึ่งต้น เขาเลือกดูแล้วจากสมุนไพรที่เขามีพืชนิดนนี้นับว่ามีมูลค่าต่ำที่สุดแล้ว เขาจึงหยิบมันออกมาจากแหวนมิติแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อของเขา ในที่สุดพวกเขาก็มาเจอเข้ากับร้านขายสมุนไพรขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง เมื่อเข้าไปด้านในอี้เหรินเฟิ่งได้ตรงไปยังพนักงานต้อนรับทันที
อี้เหรินเฟิ่ง"ท่านผู้ดูแลขอรับ ข้าขอเจอผู้จัดการร้านได้หรือไม่ขอรับ ข้ามีสมุนไพรหายากมาขาย"พนักงานคนดังกล่าวมองดูอี้เหรินฟิ่งอย่างรังเกียจเนื่องจากอี้เหรินเฟิ่งไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็เวลานานแล้ว เนื้อตัวมอมแมมผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
"เ้าขอทานน้อยข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเ้าหรอกนะ ออกไปไห้พ้น!! "
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที หนอยกล้ามาดูถูกข้าหรือเ้ารู้จักข้าน้อยไปซะแล้ว เมื่ออี้เหรินเฟิ่งกำลังจะสั่งสอนพนักงานคนนั้นก็ได้มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นมาจากด้านในร้าน
"หยวนกุย เ้าทำอะไรมาโวยวายลูกค้าแบบนี้ได้ยังไง แขกในร้านจะคิดกันยังไงเมื่อได้ยินเ้ากล่าววาจาเช่นนี้"
"ขอโทษขอรับคุณหนูเมิ่ง"หญิงสาวมีชื่อว่าเมิ่งจื่อหลิงเป็บุตรสาวเ้าของร้านนางเป็หญิงสาวที่แสนงดงามนางหนึ่ง ผิวขาวผมยาวสลวย อรชรอ้อนแอ้นยิ่ง
"เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ"เมิ่งจื่อหลิงถามออกไป
"มีขอทานน้อยคนหนึ่งเข้ามาก่อกวนที่ร้านขอรับคุณหนู"
"ข้าไม่ได้มาก่อกวน ข้ามาขายสมุนไพร ในเมื่อพวกท่านไม่้าข้าจะไปขายที่ร้านอื่นก็ได้ ในเมืองนี้ไม่ได้มีแต่พวกท่านที่เปิดร้าน ข้าขอตัว"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวอย่างมีอารมณ์
"ช้าก่อนขอทานน้อย เ้าจะมาขายสิ่งไดหรือ ไห้ข้าดูได้หรือไม่"
"ข้าไม่ใช่ขอทาน!!!!"อี้เหรินเฟิ่งสวนกลับไป
"อ่าขอโทษด้วยคุณชายน้อยเป็ข้าเองที่ปากพล่อยไป ได้โปรดยกโทษไห้ข้าด้วย ท่านนำสิ่งไดมาขายอย่างนั้นหรือ ขอข้าดูหน่อยได้หรือไม่"
"เห็นแก่หน้าท่าน พวกเราเข้าไปคุยกันด้านในได้หรือไม่"
"คุณชายน้อยเชิญด้านใน"เมิ่งจื่อหลิงชักชวนอย่างเป็มิตร
เมื่อเข้ามาด้านในแล้วอี้เหรินเฟิ่งจึงได้นำสมุนไพรออกมาไห้เมิ่งจื่อหลิงตรวจสอบ
"นี่มันหญ้าหนวดัอายุพันปี!!! คุณชายท่านไปเอามันมาจากไหนหรือ สมุนไพรหายากชนิดนี้เป็ที่้าอย่างมากในตลาด ยิ่งเป็สมุนไพรอายุนับพันปีเช่นนี้ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่"
"เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าหลงเข้าไปในป่านรกดึกดำบรรพ์ ระหว่างทางข้าเก็บมันมาได้ โชคดีได้กลุ่มขวานไฟของหวังหูจ่งช่วยไว้ พวกเขาจึงพาข้าออกมาจากป่า ท่านสามารถไปสอบถามพวกเขาได้"
"เป็เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นข้าขอตรวจสอบเพื่อความแน่ใจก่อน ว่าท่านไม่ได้ขโมยมันมาจากผู้ได"
"ได้" จากนั้นเมิ่งจื่อหลิงจึงได้แจ้งไห้ผู้ดูแลไปตรวจสอบกับกลุ่มขวานไฟ และไห้ไปสอบถามกับกลุ่มต่างๆ ว่ามีผู้ไดถูกขโมยสมุนไพรชนิดนี้หรือไม่
"ระหว่างรอข้าจะเสนอราคาไห้ท่านเป็อย่างไร สมุนไพรหายากชนิดนี้ข้าขอซื้อมันจากคุณชายในราคา 30,000 ตำลึงเป็อย่างไร"
" ได้ " อี้เหรินเฟิ่งแทบไม่ต้องคิด เขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามันมีราคามากน้อยเพียงใดในตลาด เพียงแค่เขา้าเงินในการดำรงชีพไม่ว่าจะถูกหรือแพง เขาก็ขายๆ ไปโดยไม่ได้คิดอะไร ในแหวนมีอีกเป็กองๆ เขาจึงไม่ค่อยสนใจมากนัก
เมื่อเมิ่งจื่อหลิงได้ยินดังนั้นก็แอบดีใจลึกๆ ส่วนตัวเขาคิดว่าอี้เหรินเฟิ่งจะต่อรองราคาเขาจึงได้บอกราคารับซื้อที่ต่ำที่สุดไป แต่ก็ไม่ได้มีการต่อรองไดๆ เกิดขึ้น
เขาจึงสามารถซื้อสมุนไพรราคานับแสนตำลึงมาในราคาเพียงสามหมื่นตำลึงเท่านั้น ระหว่างรอพวกเขาก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันไดๆ อีกจนกระทั่งผู้ดูแลได้กลับมา เขาได้ทำการตรวจสอบไปยังกลุ่มต่างๆ แล้วไม่มีใครแจ้งหายสินค้าชนิดนี้เลยใน่หลายวันมานี้ แล้วก็ได้สอบถามไปยังกลุ่มขวานไฟเรียบร้อยแล้ว เป็ดั่งที่อี้เหรินเฟิ่งได้บอกบอกไว้ พวกเขาได้เจอเข้ากับอี้เหรินเฟิ่งที่หลงป่าจริงๆ จากนั้นการซื้อขายก็เกิดขึ้น
อี้เหรินเฟิ่งเมื่อได้รับเงินก็ออกมาจากร้านแล้วตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าเป็อันดับแรก เขาเลือกซื้อเสื้อผ้ามานับสิบชุดเพื่อใช้ผลัดเปลี่ยนในการเดินทางวันข้างหน้า จากนั้นทั้งสองก็ได้หาที่พักเพื่อเข้าไปชำระร่างกาย
อี้เหรินเฟิ่งเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมายังร้านอาหารแห่งหนึ่ง บัดนี้หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว อี้เหรินเฟิ่งราวกลับเปลี่ยนไปเป็คนละคน
เขาดูเหมือนคุณชายน้อยเ้าสำอางยิ่ง ผิวขาวราวหิมะหน้าตาหล่อเหลาั้แ่ยังเด็ก ดูไปราวกับคุณชายน้อยกระกูลใหญ่เลยทีเดียว
พวกเขาพากันไปยังภัตตาคารแห่งหนึ่ง เป็อาคารแปดชั้น ช่างโอ่โถงใหญ่โตยิ่ง อี้เหรินเฟิ่งจองห้องส่วนตัวหนึ่งห้อง สั่งอาหารมามากมายก่ายกอง
ผู้ดูแลต่างจ้องมองด้วยความตกตะลึง เด็กน้อยหนึ่งคนสั่งอาหารมากมายราวกับจะกินกันทั้งหมู่บ้าน หลังจากพนักงานยกอาหารมาจนครบแล้ว พวกเขาจึงปิดระตูห้องส่วนตัว
ทันไดนั้นจินฉานก็ะโออกมาจากบนหัวของอี้เหรินเฟิ่ง แล้วะโขึ้นมาพร้อมกับอี้เหรินเฟิ่งว่า "กินไห้เรียบ"