บทที่ 17 หญิงผอมบาง
[หนึ่งหยวนสามารถเช่าพื้นที่ขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรได้]
แม้ว่าจะต้องจ่ายเงินอีก แต่หลังจากโจวหลีอันครุ่นคิดสักครู่ เธอก็ตัดสินใจจ่ายอีกหนึ่งหยวนเพื่อเช่าพื้นที่ขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรเป็เวลาหนึ่งเดือน
อย่างไรก็ตาม การเก็บของในมิติพิเศษก็สะดวกมากกว่าการเก็บไว้ข้างนอก เพื่อไม่ให้เงินหนึ่งหยวนนี้สูญเปล่า โจวหลีอันคิดว่าในอนาคตควรใช้ระบบการจัดเก็บในมิติพิเศษให้มากขึ้น
หลังจากใช้เงินไปอีกหนึ่งหยวน และจดบันทึกค่าใช้จ่ายลงในสมุดเล่มเล็กแล้ว โจวหลีอันก็เตรียมตัวเข้านอน
เมื่อมองดูลู่เยี่ยนโจวที่นอนอยู่บนเตียง เธอรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าอีกฝ่ายดูเหมือนเ้าหญิงนิทรา ที่จำเป็ต้องมีเ้าชายมาจุมพิตปลุกเขาหรือไม่นะ?
เนื่องจากลู่เยี่ยนโจวเป็เด็กผู้ชาย คนที่จะจุมพิตเขาได้ก็ต้องเป็เด็กผู้หญิงเท่านั้น
โจวหลีอันหัวเราะคิกคักใส่ลู่เยี่ยนโจวสองครั้ง แล้วยื่นมือไปจับมือที่เย็นเล็กน้อยของอีกฝ่าย "คุณวางใจได้เลย ฉันจะคืนเงินให้คุณเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน!"
ส่วนเื่จูบน่ะเหรอ?
เธอไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดนั้นหรอก!
การเช็ดตัวเพื่อให้เขาสะอาดก็เพียงพอแล้ว แต่การจูบคนที่ไม่มีสติแบบนั้นมันเกินไปแล้ว แม้ว่าลู่เยี่ยนโจวจะเคยนอนบนเตียงนี้มาแล้ว แต่โจวหลีอันก็ยังรู้สึกว่าเตียงนี้เล็กไป เมื่อคิดได้ไม่นานเธอก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอไปดูในมิติพิเศษอีกครั้ง
เมล็ดพืชที่ปลูกไว้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ปลาใบบ่อเลี้ยงมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เห็นเมื่อคืนเล็กน้อย และน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ก็มีปริมาณมากขึ้นอีกด้วย สิ่งนี้ยืนยันข้อสันนิษฐานของโจวหลีอันอย่างไม่ต้องสงสัย
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ จะกลับมาใหม่ในวันถัดไป
ยิ่งไปกว่านั้น การมีสิ่งของในมิติพิเศษมากเท่าไหร่ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นด้วย การค้นพบสิ่งวิเศษนี้ทำให้โจวหลีอันรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
เธอไม่ได้อยู่ในมิติพิเศษนานนัก เพราะวันนี้มีหลายสิ่งที่ต้องทำ!
ขณะที่โจวหลีอันกำลังล้างหน้าแปรงฟัน โจวซู่อันก็ตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน
โจวซู่อันที่ทำงานติดต่อกันสองวันจนเหนื่อยล้านั้น แม้แต่ตอนล้างหน้าแปรงฟันก็ยังลืมตาไม่ขึ้น แตกต่างจากโจวหลีอันที่ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
"พี่รอง สวัสดีตอนเช้าค่ะ"
โจวหลีอันทักทายด้วยเสียงเบา ๆ ทำให้โจวซู่อันถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงนั้น เขามองไปที่โจวหลีอันแล้วหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดว่า
"ทำไมพี่รู้สึกว่าวันนี้เธอดูสวยขึ้นกว่าเดิมล่ะ?"
ก่อนหน้านี้ โจวหลีอันก็สวยอยู่แล้ว แต่เนื่องจากรอบตัวเหมือนมีอารมณ์หดหู่อยู่ จึงทำให้ใบหน้าที่สวยงามของเธอดูหม่นหมองลง
ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่เธอดูเต็มไปความสดใส ราวกับดอกไม้กำลังผลิบานอยู่
ไม่มีใครที่ไม่ชอบฟังคำพูดจาอ่อนหวาน โจวหลีอันคิดว่าที่เธอสวยขึ้นคงเป็เพราะเมื่อคืนดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ไปหนึ่งหยด วันนี้เธอก็ต้องให้คนในครอบครัวได้ดื่มด้วย
อาหารเช้ายังคงเป็โจ๊กเหมือนเคย โจวหลีอันเป็คนอาสาทำหน้าที่ตักข้าวให้ทุกคน
ในที่สุด นอกจากชามของจางเฉี่ยวลี่แล้ว ชามของคนในครอบครัวก็ถูกโจวหลีอันหยดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงไปหนึ่งหยด
โจวซู่อันเป็คนแรกที่สังเกตเห็น "แปลกจริง วันนี้กินโจ๊กแล้วไม่รู้สึกอยากอาเจียนเลย กลับรู้สึกว่าอร่อยดีนะ" เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เด็ก ๆ สองคนในบ้านก็พูดเสริมว่า "โจ๊กวันนี้ หวานดีจัง"
แม่โจวก็เห็นด้วยว่าโจ๊กวันนี้อร่อยเป็พิเศษ
แต่แม่โจวทำอาหารปกติเหมือนทุกวัน อาจจะเป็เพราะมือหนัก รสชาติเลยดีขึ้นก็เป็ได้
โจวหลีอันฟังบทสนทนาเหล่านี้แล้วก็ค่อย ๆ กินโจ๊กอย่างช้า ๆ
หลังมื้ออาหารเช้า
แม่โจวพูดกับโจวหลีอันว่า "วันนี้ลุงเฉิงของลูกก็เริ่มงานแล้ว ลูกอย่าลืมเอาน้ำหวานใส่ถังไปส่งให้พวกเขานะ"
"ได้ค่ะ"
โจวหลีอันเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เธอได้ยินแม่โจวพูดต่อว่า "ตอนเที่ยงแม่จะกลับมาเร็วหน่อยเพื่อช่วยลูก ลูกอยากได้อะไรในบ้านก็ใช้ได้ตามสบายเลยนะ"
"สำหรับอาหารจานเนื้อ หนูจะทำหมูตุ๋นมันฝรั่งซอสแดง และผัดพริกเขียวกับหัวหมูต้มพะโล้"
"ส่วนผัก จะทำมะเขือม่วงผัด ผัดผักกาดขาว และสุดท้ายเป็ซุปไข่ดีไหมคะ?" โจวหลีอันถามพลางมองแม่โจว
แม่โจวพยักหน้ารับเบา ๆ "มีอาหารจานเนื้อสองอย่างแล้ว แม่ว่าพอแล้วล่ะ!"
ยุคนี้มีประเพณีคือวันแรกที่สร้างบ้านต้องกินอาหารอย่างดีที่สุด
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากแม่โจวแล้ว โจวหลีอันพยักหน้ารับคำของแม่ "แม่ ขอกุญแจห้องใต้ดินของบ้านหน่อยค่ะ"
เมื่อได้ยินโจวหลีอันพูดแบบนั้น แม่โจวก็ส่งกุญแจบ้านทั้งหมดให้โจวหลีอันทันที
สำหรับลูกสาวของตัวเองแม่โจววางใจได้เสมอ แต่แม่โจวก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง "ลูกจะเอากุญแจห้องใต้ดินไปทำอะไรเหรอ?"
ห้องใต้ดินทางใต้ใช้สำหรับเก็บรักษาของแช่แข็ง
"ข้างล่างหนาวมาก หนูจะเอาเนื้อหมูสามชั้นไปเก็บไว้ข้างล่างบ้าง จะได้เก็บไว้ได้นานขึ้น"
แม่โจวแม้จะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แต่ก็รู้ว่าเนื้อจะไม่เสียง่ายในอากาศหนาวจัดจริง ๆ เมื่อเห็นลูกสาวพูดแบบนั้น เธอก็ปล่อยให้ลูกสาวทำตามใจ
ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลว่าลูกสาวซื้อเนื้อกลับมาเยอะขนาดนี้จะจัดการไม่ไหวเสียอีก
หลังจากที่คนในบ้านออกไปกันหมดแล้ว โจวหลีอันก็ยึดครองห้องครัวทันที โดยการเริ่มต้นด้วยการจุดไฟต้มน้ำ
ในขณะที่รอน้ำเดือด เธอนำเนื้อหมูสามชั้นที่นำกลับมาเมื่อวานออกมา แล้วแบ่งออกเป็ชิ้น ๆ
โจวหลีอันแบ่งเก็บชิ้นที่มีน้ำหนักมากกว่าไว้ ส่วนที่เหลือทั้งหมดเธอนำไปเก็บไว้ในมิติพิเศษเพื่อรักษาความสดไว้ เื่ห้องใต้ดินเป็เพียงข้ออ้างของเธอเท่านั้น…
ห้องใต้ดินจะเก็บของไว้ดีกว่ามิติพิเศษของเธอได้อย่างไร!
อย่างไรก็ตาม กุญแจของห้องใต้ดินในบ้านก็อยู่ในมือของโจวหลีอันแล้ว เธอจึงไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะค้นพบ
ส่วนเหตุผลที่ทำไมเธอไม่ซื้อมาน้อยลงั้แ่แรก หรือเก็บทั้งหมดไว้ในมิติพิเศษั้แ่ต้น แล้วค่อยนำออกมาทีละนิด ความคิดนั้นโจวหลีอันรู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป
ถ้าจะเอาเนื้อออกมาจากมิติพิเศษ ก็จำเป็ต้องไปที่อำเภออีกครั้ง
ในยุคนี้พวกเขามีรถแทรกเตอร์และเกวียนวัวที่ต่างก็เป็สมบัติล้ำค่าของหมู่บ้าน หากไม่มีเหตุจำเป็พิเศษก็จะไม่มีใครนำมาใช้ โดยปกติแล้วจะใช้เฉพาะตอนไถนาหรือไปส่งธัญพืชที่คอมมูนเท่านั้น
ดังนั้นถ้าจะไปในเมืองอำเภอ จึงต้องเดินไปหรือไม่ก็ไปยืมจักรยานผู้ใหญ่บ้าน
โจวหลีอันยอมรับว่าตัวเองเป็คนี้เี ถ้าไม่มีเหตุจำเป็พิเศษก็ไม่อยากเดินไป แต่ก็ไม่สามารถไปยืมจักรยานจากบ้านผู้ใหญ่บ้านบ่อย ๆ ได้ นอกจากคนอื่นจะต้องใช้แล้ว ไปบ่อยเช่นนี้มันก็ไม่เหมาะสม
ดังนั้น จึงต้องซื้อกลับมาให้มากหน่อยในคราวเดียว เพื่อให้ผ่านสายตาแม่โจวก่อน จากนั้นค่อยนำออกมาใช้
เมื่อน้ำเดือดแล้ว โจวหลีอันใช้ทัพพีตักใส่ในถังข้าวที่สะอาด เติมน้ำตาลกรวดลงไป แล้วคนให้ละลาย
โจวหลีอันไม่ได้รีบไปส่งน้ำหวาน แต่เริ่มจัดการกับหัวหมูก่อน
หัวหมูถูกใส่ลงในหม้อน้ำเย็น เติมขิง กระเทียม และเหล้า จากนั้นรอน้ำเดือด ก็ตักฟองออก แล้วนำขึ้นมาล้างให้สะอาด
ต่อไปเติมเครื่องเทศเพื่อต้มน้ำซุป เมื่อน้ำซุปเดือดแล้ว ใส่หัวหมูลงไป แล้วเติมเกลือ พริก ซีอิ๊ว และน้ำตาลกรวด ต้มด้วยไฟอ่อน ๆ อย่างช้า ๆ การต้มนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง โจวหลีอันจุดไฟเสร็จแล้วก็หิ้วน้ำตาลออกจากบ้านไป
ตลอดทางโจวหลีอันไม่เจอใครเลย
ในเวลานี้ คนส่วนใหญ่ออกไปทำงานกันหมดแล้ว
ส่วนคนที่ไม่ได้ออกไปทำงาน ก็มีธุระของตัวเองที่ต้องทำ เมื่อใกล้จะถึงเขาด้านหลังโจวหลีอันก็พบกับคนคนหนึ่ง
เป็ผู้หญิงที่ผอมมากและกำลังก้มหน้าอยู่
ผอมมากแค่ไหนน่ะเหรอ? ก็ดูจากแขนที่เผยออกมาจากเสื้อนั้น เห็นกระดูกข้อมือชัดเจน ถึงขั้นที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว
ขณะที่ร่างกายขยับ แขนเสื้อก็หดขึ้น้า โจวหลีอันเห็นสีบางอย่างผ่านไปวูบหนึ่ง
โจวหลีอันมองไม่ชัดว่าเป็สีเขียว หรืออาจจะเป็สีม่วง แต่โดยสัญชาตญาณ เธออยากจะมองให้ชัดเจน จึงยืนอยู่กับที่ไม่ไปไหน
หญิงสาวที่ก้มหน้าลงคนนั้นคงไม่ได้มองทางเช่นกัน เธอจึงชนเข้ากับตัวโจวหลีอันอย่างจัง
โจวหลีอันถูกชนกระแทกหนึ่งที เมื่อรู้สึกตัวได้จึงพยายามใช้มือข้างที่ว่างคว้าตัวอีกฝ่ายไว้ แต่ก็ไม่ทัน สุดท้ายหญิงสาวคนนั้นก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรง
เมื่อหญิงสาวล้มลงบนพื้น ใบหน้าของเธอก็ปรากฏให้เห็นชัดเจน โจวหลีอันจึงจำได้ว่าคนคนนี้เป็ใคร คำขอโทษที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากจึงติดค้างอยู่ในลำคอ