หน้าประตูสำนักขุนเขาสวรรค์
"พี่รองที่นี่มีต้นไม้ร่มรื่นน่านอนมาก แต่พลังปราณไม่หนาแน่นเท่าสวนหลังบ้านของเราจึงไม่ค่อยมีพืชที่น่าสนใจมาเกิดในภูเขาลูกนี้"ลู่จื้อกล่าววิจารณ์บริเวณโดยรอบของเขาที่เป็นที่ตั้งของสำนักขุนเขาสวรรค์
"โถ่อาลู่เจ้าจะให้เขาลูกนี้มีปราณเท่าเขตอาคมที่สวนหลังบ้านของเราได้อย่างไร ใกล้จะถึงเขตสำนักแล้วเจ้าไม่ควรเอ่ยติติงสำนักของพี่ใหญ่รู้รึไม่"เจียวซิ่นเอ่ยเตือนน้องชายอย่างไม่จริงจังเท่าใดนัก แล้วเดินนำน้องไปยื่นเรื่องเยี่ยมพี่ชายของตนที่ศาลาเยี่ยมญาติ
"เรียนท่านเจ้าหน้าที่ข้าจางเจียวซิ่นและน้องชายจางลู่จื้อมาเยี่ยมศิษย์ในจางลูฉีเจ้าคะ"เจียวซิ่นยื่นกระดาษเยี่ยมญาติเพื่อให้เจ้าหน้าที่จดบันทึกแล้วไปตามท่านพี่ลู่ฉีมาพบเจียวซิ่นในการต่อมา ในระหว่างนั่งรอในศาลาเยี่ยมญาติ นางก็สังเกตคนอื่นที่มาเยี่ยมญาติ ถึงแม้จะเป็นศิษย์ในแต่ญาติที่มาเยี่ยมยังต้องนั่งรอศิษย์ในสำนักมาพบที่ศาลาเยี่ยมญาติเช่นกับศิษย์คนอื่นๆในสำนัก
"คุณหนูท่านนี้ ไม่ทราบว่าท่านคือคุณหนูจางเจียวซิ่นใช่รึไม่"เจียวซิ่นที่นั่งรอลู่ฉีอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับลู่จื้อต้องหันมาสนใจหญิงสาวร่างบางที่สวมชุดสำนักขุนเขาสวรรค์ที่แสดงตนว่าเป็นศิษย์ชั้นนอกของสำนักเข้ามาทักเจียวซิ่น. ด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างมากที่ได้มาพบตนในวันนี้ทำให้เจียวซิ่นถึงกับงงเพราะนางไม่รู้จักสตรีตรงหน้าและไม่เคยพบหน้ามาก่อน ไม่รู้ว่าที่เข้ามาทักมีจุดประสงค์ใด นางจึงทำเพียงยิ้มแล้วตอบว่านางคือจางเจียวซิ่นและแนะนำลู่จื้อไปพร้อมกัน
"เรียนคุณหนูจางตามตรงข้ามีนามว่าเกาเหยาอี้เป็นศิษย์สายนอกที่ได้รับการช่วยเหลือจากศิษย์พี่จาง ที่มาวันนี้ข้าเพียงบังเอิญพบคุณหนูมาเยี่ยมศิษย์พี่จางเลยอยากถือโอกาสรอขอบคุณศิษย์พี่จางได้หรือไม่เจ้าค่ะ"เกาเหยาอี้กล่าวด้วยท่าทางเขินอายเจียวซิ่นจึงสบตากับลู่จื้อที่มีสายตาเอือมระอากับการหว่านเสน่ห์อย่างไม่รู้ตัวของพี่ใหญ่ ทำให้ไม่ว่าพี่ใหญ่จะก้าวเท้าไปที่ใดมักจะพบเจอกับผ้าเช็ดหน้านอนรอให้เหยียบย้ำอยู่เรื่อยไป
"เรื่องนี้ก็แล้วแต่แม่นางเกาเถิดข้าและน้องไม่สามารถว่ากล่าวสิ่งใดได้ที่นี้คือสำนักขุนเขาสวรรค์ท่านอยากอยู่พบพี่ฉีก็อยู่เถอะ"เจียวซิ่นเอ่ยอนุญาตอย่างขอไปที
“ซิ่นเออร์ อาลู่เจ้ามากันเพียงสองคนรึ”ลู่ฉีกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงที่น้องน้อยทั้งสองเดินทางมาเพียงสองคนโดยไม่มีท่านพ่อและท่านย่ามาด้วย
"เจ้าค่ะ ข้ามากับอาลู่สองคนแต่ท่านไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้างยังมีองครักษ์อีกหกคนที่ตามข้ากับอาลู่มาทั้งๆที่ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องตามมาข้ากับอาลู่เดินทางเองได้สบายมากไม่ต้องห่วง แต่ท่านย่าเป็นห่วงว่าระหว่างทางข้ากับอาลู่จะไปเล่นซุกซนไม่กลับบ้านจึงให้คนมาคุมถึงหกคนทำให้ข้ากับอาลู่เล่นสนุกไม่ได้เลยเจ้าคะ"เจียวซิ่นบ่นด้วยใบหน้าที่ยับย่นที่ตนไม่สามารถเล่นสนุกหรือกลั่นแกล้งผู้คนได้
"จริงขอรับพี่ใหญ่ระหว่างทางมานี้ข้ากับพี่รองขยับตัวไม่ได้เลย" ลู่จื้อทำหน้าย่นอีกคนพูดจบลู่จื้อก็เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วเพราะคิดว่าที่สำนักนี้คงมีสิ่งที่น่าสนใจให้เขาและพี่รองเล่นอีกมาก
“ว่าแต่ที่สำนักมีอะไรให้เล่นบ้างหรือไม่พี่ใหญ่”ลู่จื้อถามด้วยรอยยิ้มทะเล้น
"เจ้าจะมาเล่นที่สำนักได้ก็ต่อเมื่อเจ้าเข้ามาเป็นศิษย์ของสำนักเท่านั้นเจ้าสนใจรึไม่"ลู่ฉีกล่าวเสร็จจึงยักคิ้วให้ลู่จื้อด้วยรู้ว่าลู่จื้อไม่สนใจที่จะเข้าสำนักใดๆเช่นเดียวกับเจียวซิ่นด้วยรักในอิสระไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบของสำนักเท่าใดนัก
“ว่าแต่ศิษย์น้องที่ยืนข้างซิ่นเออร์คือผู้ใดรึ” ลู่ฉีถามด้วยรู้สึกถึงการจ้องมองจากคนข้างกายของน้องสาวตน
"ขออภัยศิษย์พี่ข้าคือเกาเหยาอี้ศิษย์นอกสายปรุงโอสถที่ได้รับการช่วยเหลือจากการทำร้ายของสัตว์อสูรที่บุกเข้าหมู่บ้านอ้ายในเดือนที่แล้วข้าเป็นบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้านจึงมาเพื่อกล่าวขอบคุณศิษย์พี่เจ้าคะ"