บทที่ 5
เริ่มต้นชีวิติใหม่
“ฉันมีเื่หนึ่งที่จะขอร้องค่ะ” เว่ยเถียนเถียนพูดขึ้น
“เื่อะไรก็ว่ามาเถอะถ้าถูกต้องตามหลักฏหมายย่อมได้อย่างแน่นอน” หัวหน้าหมู่บ้านตอบ
“ฉันอยากให้ลูกชายไปกับฉันด้วยค่ะ”เว่ยเถียนตอบเสียงดังเพื่อประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ที่นั่นรู้ตัว“เพราะว่าบ้านจางตอนนี้ไม่มีเงินเลย่ที่ผ่านก็ใช้เงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉันเป็ค่าใช้จ่ายในบ้านมาตลอดจางกวนหย่งเองก็ไม่มีงานการให้ทำเป็หลักแหล่ง แม้กระทั่งงานที่คอมมูนเขาก็ไปไม่ทำเลยด้วยซ้ำดังนั้นฉันคิดว่าเขาและแม่ของเขาไมสามารถเลี้ยงดูอบรมให้ลูกชายของฉันเป็คนดีได้ดังนั้นการให้เขาไปอยู่กับฉันจะเป็การดีที่สุด” เว่ยเถียนเถียนอธิบาย
“ได้ยังไงกัน เด็กแซ่จางก็ต้องเป็ลูกหลานบ้านจางยังไงเขาก็ต้องอยู่ที่นี่” นางหยางเจี่ยรีบคัดค้านขึ้นมาทันที
“แต่ว่าฉันมีเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกได้” เว่ยเถียนเถียนยืนยัน“และฉันก็มั่นใจว่าจะสอนลูกให้เป็คนดีได้ ไม่ใช่ครอบครัวที่พ่อติดการพนันย่าและอาสาวที่เอาแต่ใช้เงินไปวัน ๆ
“แล้วออกจากบ้านไปเธอจะไปทำมาหากินอะไรกันล่ะเงินมรดกของเธอเยอะก็จริง แต่มันก็มีวันหมดได้เหมือนกัน” จางกวนหย่งพยายามคัดค้าน
เว่ยเถียนเถียนถอนหายใจอย่างรำคานให้กับคนบ้านจางครั้งหนึ่งก่อนจะพูดต่อ“ฉันมีเงินมากพอที่จะเปิดร้านสักร้าน เท่านี้ก็สามารถทำมาหากินไปได้ตลอดชีวิตแล้วอย่าพยายามพูดให้มากความเลยยังไงเสียบ้านจางก็ไม่เงินพอที่จะเลี้ยงเสวียอี้อยู่แล้วหัวหน้าหมู่บ้านคิดว่ายังไงคะ”
หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนฟังอยู่พูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม "ถ้าจางกวนหย่งและแม่ของเขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ พวกเขาต้องยกจางเสวียอี้ให้เว่ยเถียนเถียนไปเพราะพิจารณาดูแล้วยังไงเว่ยเถียนเถียนก็เหมาะสมที่จะเลี้ยงลูกมากกว่า"
"ใช่ ๆ พวกเราเห็นด้วยคนดีอย่างเว่ยเถียนเถียนต้องเลี้ยงลูกได้ดีแน่" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งในกลุ่มชาวบ้านพูดขึ้น
"แต่เสวียอี้เป็ลูกชายของผมเป็คนสกุลจาง ผมจะไม่ยอมให้เถียนเถียนพาเขาไปแน่" จางกวนหย่งพยายามจะค้าน
เว่ยเถียนเถียนหันไปมองลูกชายด้วยสายตาอ่อนโยน "เสวียอี้ ลูกอยากอยู่กับแม่ไหม"
จางเสวียอี้พยักหน้าแน่น "ครับแม่ ผมอยากไปอยู่กับแม่ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว"
คำพูดของจางเสวียอี้ทำให้ชาวบ้านรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบกันบางคนมองดูด้วยความเห็นใจ บางคนก็ไม่พอใจกับการกระทำของจางกวนหย่งและแม่สามี
"ถ้าอย่างนั้นการตัดสินใจก็ชัดเจนแล้วจางกวนหย่งและแม่ของเขาต้องยอมรับการตัดสินใจนี้" หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวพลางหยิบกระดาษปากกาขึ้นมาเพื่อจะเขียนรายละเอียด
นางหยางเจี่ยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พยายามจะพูดอะไรออกมาแต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ "เอาเถอะ ถ้าเสวียอี้อยากไปอยู่กับแม่ของเขาก็ให้เขาไป"
"ขอบคุณค่ะฉันหวังว่าแม่อดีตสามีจะเข้าใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของเสวียอี้" เว่ยเถียนเถียนหันไปมองนางหยางเจี่ยเธอตั้งใจเน้นคำว่าอดีตเพื่อเป็การย้ำว่าได้ตัดขาดจาดบ้านจางแล้ว
จางกวนหย่งยังคงทำหน้าไม่พอใจ แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เขาหันไปมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ "เสวียอี้…ถ้าแกไปกับแม่แกจะไม่มีวันได้กลับมาที่บ้านนี้อีก เข้าใจไหม"
"เข้าใจครับพ่อผมจะไปกับแม่และผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก" จางเสวียอี้หันไปมองพ่อด้วยสายตาแน่วแน่
เว่ยเถียนเถียนจับมือลูกชายแน่นและหันไปขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ "ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนฉันในวันนี้ขอบคุณมากเลยค่ะ"
"ขอให้เธอโชคดีนะเถียนเถียนเธอทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ถ้า้าความช่วยเหลืออะไรก็มาหาพวกเราได้" ชาวบ้านพากันพูดให้กำลังใจ
เว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้เดินออกจากบ้านจางพร้อมกับความหวังในใจถึงแม้เส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากแต่เธอเชื่อว่าชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นรอคอยพวกเขาอยู่
เมื่อเธอและลูกชายเดินห่างจากหมู่บ้านไปเรื่อย ๆ เว่ยเถียนเถียนรู้สึกถึงความโล่งอกและอิสระที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนนี่อาจจะเป็ความ้าที่อยู่เบื้องลึกในหัวใจของเ้าของร่างเดิมพอทำมันสำเร็จก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
"ฉันคืนชีวิตอิสระให้เธอแล้วนะเว่ยเถียนเถียน" เว่นเถียนเถียนกล่าวกับเ้าของร่างเดิมในใจ
สองแม่ลูกนั่งเกวียนเข้ามาในเมือง แสงแดดอ่อนๆในตอนเย็นทำให้เมืองดูสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนต่างก็เดินกันขวักไขว่มองไปทางไหนก็ดูครึกครื้นไปหมด เว่ยเถียนเถียนรู้สึกสนใจเมืองนี้เป็อย่างมาก
เธอมีเงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เหลืออยู่ถึงแม้ว่ามันจะร่อยหรอไปมากตอนอยู่บ้านจางแต่ก็เหลืออยู่จำนวนหนึ่งน่าจะพอเช่าห้องเล็กๆ แล้วเปิดกิจการค้าขายง่าย ๆ ได้ทั้งสองเดินหาห้องเช่าอยู่พักใหญ่ก็เจอตึกแถวชั้นเดียวหลังหนึ่งใกล้กับตลาดห้องเช่านี้มีขนาดพอเหมาะสำหรับการเริ่มต้นกิจการใหม่และที่สำคัญคือค่าเช่าไม่แพงเกินไป
ตึกแถวนี้เป็ของป้าคนหนึ่งชื่อว่าป้าเหลียนเมื่อเว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้พบป้าเหลียนครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจป้าเหลียนยิ้มแย้มและต้อนรับพวกเขาด้วยความอบอุ่นเธอเป็หญิงวัยกลางคนที่มีท่าทางใจดีและมีน้ำใจรับฟังเื่ราวของเว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้ด้วยความเห็นใจ
จางเสวียอี้เป็คนเล่าให้ป้าเหลียนฟังว่าแม่ของเขาถูกพ่อทำร้ายเื่ราวของพวกเขาทำให้ป้าเหลียนอดที่จะสงสารไม่ได้จึงตัดสินใจลดค่าเช่าให้กับเว่ยเถียนเถียนและยังไปหาอุปกรณ์ทำแผลมาให้เธอด้วย
"ป้าเข้าใจว่าชีวิตของเธอคงไม่ง่ายดายเลยแต่ป้าเชื่อว่าเธอมีความแข็งแกร่งที่มีจะผ่านพ้นทุกอย่างไปได้อย่างน้อยก็มีลูกชายที่น่ารักอยู่ทั้งคน คิดเสียว่าทำเพื่อเขานะ" ป้าเหลียนพูดขณะที่กำลังทำแผลให้เว่ยเถียนเถียน
เว่ยเถียนเถียนรู้สึกซาบซึ้งใจและขอบคุณจากใจ "ขอบคุณค่ะป้าเหลียนฉันไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำว่าขอบคุณ ฉันเองก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีขอให้เด็กน้อยคนนี้เติบโตอย่างเข้มแข็งก็เพียงพอแล้ว"
"แล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อไปล่ะ ที่ใกล้ตลาดขายของก็ได้นะ" ป้าเหลียนถาม
"สิ่งที่คิดออกเป็อย่างแรกก็คือขายของนี่แหละค่ะแต่ยังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดีเดินผ่านตลาดมาก็เห็นว่ามีของขายอยู่มากมายกลัวจะไปซ้ำกับคนอื่นเขาอีกอย่างถ้าจะเปิดร้านก็คงต้องยื่นเื่ขอแล้วต้องรอใบอนุญาตอีกนานเลยค่ะกว่าจะขายได้" เว่ยเถียนเถียนตอบ
ป้าเหลียนจับมือเว่ยเถียนเถียนอย่างอ่อนโยน "เอาอย่างนนี้ ตอนนี้อย่างเพิ่งคิดมากเลย พักผ่อนให้หายดีก่อนพอคิดออกแล้วก็มาบอกป้าเื่ใบอนุญาตน่ะไม่ต้องเป็ห่วงหรอกเดี๋ยวป้าให้ลูกชายของป้าช่วยจัดการให้เขาเป็สารวัตรทหารอยู่ประจำการที่เมืองนี้แหละ"
"ขอบคุณค่ะป้า" เว่ยเถียนพยักหน้ารับ
หลังจากที่ได้ห้องเช่าแล้ว สองแม่ลูกพักผ่อน วันนี้เจอเื่หนักๆและเหนื่อยมาทั้งวันแล้วจึงคิดว่าพักเอาแรงกันก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้พร้อมแล้วค่อยคิดหาวิธีทำมาหากินกันสองแม่ลูกนอนหลับไปบนเตียงที่ไม่มีแม้แต่ที่นอนแต่เป็เพราะความเหนื่อยล้าจึงทำให้หลับได้โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าเตียงจะแข็งขนาดไหน