เออิจิไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เขาวางถังไม้ขนาดใหญ่ไว้ด้านหน้ากองซากศพของสัตว์อสูร จากนั้นก็สะบัดมือขวาเรียกหอกไม้ที่เสียบอยู่้ากองซากศพมาถือไว้ในมือ
เขายื่นมือซ้ายออกไปเบื้องหน้า วงแหวนเวทย์สีม่วงเก้าวงเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา เออิจิฝืนโคจรพลังลมปราณในร่างกายมาไว้ที่มือซ้าย จากนั้นก็ดึงกระชากร่างของสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้ออกมา เขาใช้หอกยาวในมือตัดลงไปที่กระดูกต้นคอของมัน จากนั้นก็ส่งพลังลมปราณเข้าไปในร่างของสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้
ไม่นานของเหลวข้นสีชาดทองก็ถูกดึงออกมาจากกระดูกทุกส่วนในร่างของสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้ เออิจิใช้พลังลมปราณชักนำไขกระดูกสีเหลืองทองเข้าไปในถังไม้ใบใหญ่
ใช้เวลาไม่นานสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้ก็ถูกรีดไขกระดูกออกมาจนหมด เออิจิโยนร่างของมันทิ้งอย่างไม่ใยดี จากนั้นก็ยื่นมือซ้ายออกไปอีกครั้ง แล้วดึงร่างของสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับหมาในออกมา จากนั้นก็ใช้หอกยาวในมือตัดลงไปที่กระดูกต้นคอของมันเหมือนกับตัวที่แล้ว เออิจิรีดเค้นเอาไขกระดูกในร่างของมันออกมาแล้วนำไปเก็บไว้ในถังไม้ใบใหญ่
มีสัตว์อสูรมากกว่าสิบตัวที่ถูกเออิจิรีดเค้นเอาไขกระดูกออกมา ทุกคนจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ไม่นาน้ากำแพงป้อมปราการที่อยู่สูงขึ้นไปนับสิบเมตร ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซด
"เด็กนั่นจะเอาไขกระดูกของสัตว์อสูรสายเืชั้นยอดไปทำอะไรกัน" นักผจญภัยคนหนึ่งกล่าวขึ้น
"เื่นั้นไม่สำคัญ เพราะวันนี้ชีวิตของเขาต้องจบลงที่นี่ การดูิ่ท่านเ้าหอคอยเวทมนตร์ถือเป็โทษสถานหนัก วันนี้ไม่ว่าเขาจะเป็ใครมาจากไหน ก็ต้องตายอยู่ที่นี่เท่านั้น" ชายที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สายตาของเขาเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด สายตาที่จับจ้องอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนรีดเค้นไขกระดูกของสัตว์อสูรอยู่ตรงนั้น น่ากลัวจนไม่มีใครกล้าสบตา
"พฤติกรรมของเขาสมควรถูกปะาอย่างถึงที่สุด เป็เด็กแต่ไม่รู้จักเคารพผู้าุโ อีกทั้งยังิ่เกียรติของจักรพรรดิเวทมนตร์ผู้สูงส่ง เด็กนั่นสมควรตายที่สุดแล้ว" นักเวทย์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวเสริมขึ้นมา
"เด็กอวดดี ปากของเขายังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลยด้วยซ้ำ หึหึ! ดูแล้ววันนี้ ใครก็ช่วยเขาไม่ได้" นักเวทย์ที่อยู่ข้างกันกล่าวสำทับขึ้นมา
"....." เหล่านักผจญภัยที่มาพร้อมกับกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัย ทั้งหมดต่างก็หันซ้ายแลขวาสบตากันไปมา แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้ากล่าวคำใดออกมา
เมื่อนึกถึงเหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวานตอนเช้า กิลด์นักผจญภัยตกอยู่ในความโกลาหลก็เพราะเด็กหนุ่มคนนั้น วันนี้ได้พบเขาอีกครั้ง นับว่าพวกเขาต่างก็ได้เปิดหูเปิดตา การสังหารสัตว์อสูรเหล่านี้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ต่อให้เป็ปรมาจารย์ดาบก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้เลย
ในตอนนี้เหล่านักผจญภัยต่างก็อยากรู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มที่ยืนรีดเค้นไขกระดูกของสัตว์อสูรอยู่ตรงนั้น การที่เขาทำให้กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยต้องลงมารับมือด้วยตนเอง เด็กธรรมดาที่ไหนจะทำได้อย่างเขากัน เพราะฉะนั้นเด็กหนุ่มต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
เออิจิไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างแต่อย่างใด หลังจากที่เขารีดเค้นเอาไขกระดูกของสัตว์อสูรเ่าั้จนสิ้น เขาก็แบกถังไม้ขนาดใหญ่ขึ้นไว้บนบ่า จากนั้นก็แบกถังไม้อันใหญ่โตมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียน
กิลด์มาสเตอร์จ้องมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความระมัดระวังสูงสุด วันนี้หากมีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เขาต้องทำให้แน่ใจว่าเออิจิจะปลอดภัยจากทุกเื่ที่เหนือความคาดหมายของเขา
"พอลองมองให้ดีแล้ว รูปโฉมของเ้านับว่างดงามมากเลยทีเดียว สนใจมาเป็เด็กรินชาให้ข้าไหม" น้ำเสียงของเออิจิรีบนิ่งไม่สั่นไหว คำพูดของเขาเป็ธรรมชาติอย่างถึงที่สุด
เพียงแต่บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบสงัด เ้าหอคอยเวทมนตร์ถึงกับตกตะลึงจนไร้คำพูดกัับความหยาบคายของเออิจิ
กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยบัดนี้หนังศีรษะของเขาชาหนึบ เหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากและแผ่นหลังของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ใบหน้าที่เคยงดงามราวกับนางเซียนของเ้าหอคอยเวทมนตร์ บัดนี้มืดครึ้มลงด้วยความโกรธ นางจ้องมองเออิจิด้วยสายตาเย็นะเื ครู่ต่อมาคฑาเวทย์สีทองก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง จิตสังหารแผ่กระจายออกไปรอบด้าน บรรยากาศเย็นะเืจนผู้คนบนกำแพงป้อมปราการต่างก็ต้องกลั้นหายใจ
เออิจิจ้องมองนางแล้วส่งยิ้มให้เล็กน้อย "จิตสังหารไม่เลวเลยทีเดียว เพียงแต่เ้าเข่นฆ่ามาน้อยเกินไป ทำให้จิตสังหารนี้เข้มข้นไม่พอ ของพรรค์นี้เอาไว้ตบตาคนอื่นได้ แต่กับข้ามันไม่ส่งผลกระทบใดๆเลยแม้แต่น้อย"
เออิจิยังคงจับจ้องอยู่ที่การเคลื่อนไหวของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนเบื้องหน้าอย่างไม่ละสายตา หลังจากที่เขากล่าวจบเขาเห็นเรียวนิ้วมือของสาวงามกุมอยู่ที่ตัวของคฑาแน่น เขาจึงรีบกล่าวสำทับขึ้นมาอีกว่า
"พื้นฐานไม่มั่นคง รีบร้อนบรรลุระดับขั้นเร็วเกินไป จักรพรรดิเวทมนตร์ขั้นที่เจ็ดคงเป็ขีดจำกัดสูงสุดในชีวิตนี้ของเ้าแล้ว" กล่าวจบเออิจิก็เดินจากไปโดยไม่สนใจอากัปกิริยาของเ้าหอคอยเวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย
ด้านหลังของเออิจินิ้วมือเรียวงามที่เคยกุมแน่นอยู่บนตัวคฑาบัดนี้ค่อยๆคลายออก จากสีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นางจ้องมองแผ่นหลังของเออิจิอย่างว่างเปล่า นั่นก็เพราะคำพูดของเด็กหนุ่มได้จี้ใจดำของนางอย่างถึงที่สุด
กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยก็ตกตะลึงกับคำพูดของเออิจิเป็อย่างมากเช่นเดียวกัน มือที่เคยกุมแน่นอยู่บนด้ามดาบทมิฬ ในตอนนี้มันค่อยๆคลายออกอย่างไม่รู้ตัว เขาจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาสับสน ถึงแม้จะสืบรู้ตัวตนของเด็กหนุ่มอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว แต่ความลึกลับที่เออิจิได้แสดงออกมา กลับทำให้เขาที่เป็ถึงเซียนดาบคาดเดาอะไรไม่ได้เลย
"เข้าไปในป้อมปราการกันเถอะ ข้ายังมีเื่ต้องให้เ้าช่วยอีกมาก" เออิจิหันไปมองกิลด์มาสเตอร์ที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่ น้ำเสียงของเขาได้ทำให้กิลด์มาสเตอร์ตื่นจากภวังค์
แต่หลังจากที่ตัดสินใจจะก้าวเท้าเดินออกไป จู่ๆสัญชาตญาณนักดาบของกิลด์มาสเตอร์ก็ทำงาน เขาก็แหงนหน้ามองขึ้นไป้ากำแพงป้อมปราการ ร่างเงาที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงโจมตีลูกไฟขนาดใหญ่ไปยังร่างของเออิจิ
กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยดึงดาบทมิฬที่เหน็บอยู่ด้านหลังของเขาออกมา จากนั้นก็ใช้มันผ่าลูกไฟขนาดใหญ่ลูกนั้นจนขาดเป็สองส่วน การโจมตีเกิดขึ้นเร็วมาก แต่สัญชาตญาณของเซียนดาบแน่นอนว่าย่อมตอบสนองได้ทันกับเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว
บึ้ม!
ลูกไฟขนาดใหญ่ที่ถูกผ่าออก ตกลงบนพื้นทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่น่ากลัวขึ้น
กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยจ้องมองไปยังร่างของชายที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงด้วยแววตาที่น่ากลัว จากนั้นกิลด์มาสเตอร์ก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ
"กล้าโจมตีคนของข้า รนหาที่ตาย"
ร่างของกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับอุกกาบาตทมิฬที่ไม่สนใจแรงโน้มถ่วงของโลก ความเร็วของเขาน่ากลัวอย่างถึงที่สุด เพราะเพียงแค่อึดใจเดียวร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของชายที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงแล้ว
ดาบทมิฬถูกง้างออกแล้วฟาดฟันลงไปด้วยกำลังมหาศาล
เคล้ง!
เหล็กกระทบกันเสียงดังกังวาล เบื้องหน้าของกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัย ปรากฏร่างของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียน นางใช้คทาสีทองในมือของนาง รับการโจมตีของกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยเอาไว้ ด้วยแรงปะทะที่มหาศาลทำให้ร่างของนางเซถลาออกไปด้านหลังถึงสามก้าว
เ้าหอคอยเวทมนตร์จ้องมองกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยด้วยแววตาซับซ้อน สายตาของนางยังคงสับสนงุ่นงง แต่ปฏิกิริยาตอบโต้ของนางก็รวดเร็วไม่แพ้เซียนดาบเลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณกิลด์มาสเตอร์ที่ออมมือ" นางกล่าวขอบคุณพร้อมกับเอามือซ้ายทาบอก
ดาบใหญ่ทมิฬในมือของกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัย ชี้ไปที่ร่างของเ้าหอคอยเวทมนตร์
"ข้ามิได้ออมมือ แต่คิดว่าด้วยพลัังเพียงเท่านี้ก็สามารถสังหารคนที่คิดร้ายกับคนของข้าได้แล้ว หากรู้ว่าท่านจะเข้ามาขวาง ข้าคงโจมตีด้วยกำลังทั้งหมด" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์ทั้งเคร่งขรึมและเย็นะเื จิตสังหารที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา มันรุนแรงยิ่งกว่าจิตสังหารของเ้าหอคอยเวทมนตร์เสียอีก
ตอนนี้บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด ผู้คนที่เคยยืนอยู่บนกำแพงกันอย่างเนืองแน่น บัดนี้แตกหือกันออกไปคนละทิศคนละทาง บ้างก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า บางคนถึงขั้นะโกำแพงป้อมปราการเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนลูกหลง การปะทะกันของเซียนดาบและจักรพรรดิเวทมนตร์ คือหายนะสำหรับพวกเขาและป้อมปราการแห่งนี้
"คนของข้าอาจหุนหันพลันแล่นเกินไป เื่นี้ข้าต้องขออภัย" เ้าหอคอยเวทมนตร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ขณะเดียวกันใบหน้าของนางก็แฝงไว้ซึ่งความโกรธเล็กน้อย "แต่คนของเ้าก็กล่าววาจาล่วงเกินข้าไม่น้อยเลยทีเดียว อันที่จริงต่อให้เขาถูกสังหาร นั่นก็นับว่าสมควรแล้ว"
"เช่นนั้นดาบเมื่อครู่นี้ของข้า เขาก็สมควรได้รับมันเช่นเดียวกัน คิดแตะต้องคนของข้า แน่นอนว่าต้องข้ามศพข้ามไปก่อน" กิลด์มาสเตอร์จ้องมองไปยังร่างของชายที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิง แววตาของเขาเหี้ยมหาญดุดัน เฉียบคมราวกับดาบที่สามารถใช้สังหารคนได้
ชายที่สวมชุดคลุมสีแดงเพลิงหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เื่ในครั้งนี้เขารู้สึกอัปยศอย่างถึงที่สุด หากรู้ว่ากิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยจะลงมือด้วยตนเอง เขาคงไตร่ตรองในการกระทำของตัวเองให้ดีมากกว่านี้
บรรยากาศบนกำแพงป้อมปราการเต็มไปด้วยความตึงเครียด มันเหมือนกับว่าเซียนดาบและจักรพรรดิเวทมนตร์จะปะทะกันได้ทุกเมื่อ
แต่บรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้นก็คงอยู่ได้ไม่นาน มันถูกทำลายด้วยเสียงเสียงหนึ่งที่ดังลอยขึ้นมาจากเบื้องล่างป้อมปราการ
"เลิกเสียเวลาได้แล้ว รีบเข้าเมืองเถอะ"