หลังจากเสร็จงานหมั้นฮั่วอี่ก็มาหาไป๋ชิงแทบทุกวัน ทั้งพาไปทานอาหารที่เหลาใหญ่โตหรูหรา ทั้งพาไปเดินเล่นตลาด บางวันก็เป็ลูกมือในห้องสมุนไพร ไป๋ชิงเริ่มสนิทสนมกับฮั่วอี่และรู้สึกดีมากขึ้นและคิดว่ามีคู่หมั้นเช่นนี้ก็ไม่เลว
จากในโลกเก่าที่เคยอยู่ไป๋ชิงไม่เคยมีความรักฉันท์หนุ่มสาว จึงยังไม่ค่อยเข้าใจว่าสิ่งใดคือความรัก แต่แค่อยู่ด้วยแล้วสบายใจเช่นนี้คงเป็ความรักกระมัง
2 เดือนผ่านไป
ฮั่วอี่ที่มาบ้านแทบทุกวันก็มาบอกว่าใกล้จะต้องกลับไปทำงานที่ชายแดนแล้ว และจะส่งจดหมายกับคนที่ไว้ใจเท่านั้นมาให้เรื่อยๆ แน่นอน
่หลังมานี้ฮั่วอี่เป็คู่ซ้อมฝึกยุทธ์ให้ไป๋ชิงด้วย ซึ่งไป๋ชิงสนุกมากที่ได้ต่อสู้แบบโบราณทั้งร่างกายนี้ก็มีฝีมืออยู่แล้วถือเป็การสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยและฝึกความคุ้นชิน แต่พอฮั่วอี่จะไม่อยู่ก็รู้สึกเหงาเล็กน้อยจนฮั่วอี่สังเกตได้
"หากคิดถึงข้าจงมองสิ่งนี้”
ฮั่วอี่ยื่นหยกห้อยลายัให้ไป๋ชิงและบอกว่าเป็ของแทนใจ ไป๋ชิงพยักหน้าและรับสิ่งของมา
"ข้าคงจะเหงาที่ไม่มีคนมาฝึกยุทธ์ด้วย
ปากก็พร่ำบ่นเบะปากออกจนง้ำงอ จนฮั่วอี่หลุดขำออกมา
"เ้าคิดถึงข้าแค่ตอนฝึกยุทธ์หรือ มันน่าน้อยใจนัก ข้าทั้งเอาอกเอาใจตามใจเ้าทุกอย่างแต่คิดถึงข้าแค่ตอนฝึกยุทธ์"
ไป๋ชิงตาเหลือกใที่ฮั่วอี่พูดเช่นนั้น
"ข้าก็พูดรวมๆ ไม่ใช่แค่ตอนฝึกยุทธ์อย่างเดียวสักหน่อย ท่านนี่ขี้ใจน้อยยิ่งนัก"
ฮั่วอี่อมยิ้มและไม่พูดสิ่งใด มือเอื้อมมาจับแก้มไป๋ชิงอย่างทะนุถนอม
"เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเ้าสำคัญต่อข้ามาก แม้ห่างไกลกันเ้าอย่าได้เป็อื่นนะ รอข้ากลับมา"
ไป๋ชิงพยักหน้า
"ข้าไม่เป็อื่นหรอกนอกจากท่านจะทิ้งข้าก่อน"
ไป๋ชิงพูดจบก็ยิ้มหวานตาหยี จนฮั่วอี่อดใจไม่ได้ก้มลงมาจูบหน้าผากเบาๆ ััเพียงครู่เดียวแต่ตราตรึงใจฮั่วอี่ไปอีกนานในความทรงจำ
"ข้าขอมัดจำไว้สักเล็กน้อยนะ"
พูดจบก็ลูบหัวไป๋ชิงเบาๆ อย่างรักใคร่ ไป๋ชิงใจเต้นตึกตักที่ถูกจูบหน้าผากกะทันหันจึงหน้าแดงเรื่อขึ้น ส่วนฮั่วอี่ก็หน้าแดงจนถึงใบหูแล้ว ทั้งคู่ต่างมองตากันไปยิ้มไปจนฮั่วอี่ร่ำลากลับในที่สุด
หลังจากฮั่วอี่เดินทางไปชายแดนแล้ว แต่ละวันของไป๋ชิงก็เงียบเหงา ผ่านไปเกือบเดือนก็มีข่าวมาบอกว่าฮั่วอี่าเ็หนักอยู่ชายแดนเพราะถูกลอบสังหาร
ไป๋ชิงเป็ห่วงอาการและคิดอยากเดินทางไปช่วยรักษาฮั่วอี่ เพราะอย่างน้อยก็มีความรู้แพทย์ล้ำยุคกว่าหมอที่นี่ จึงไปขออนุญาติบิดามารดาออกเดินทางไปชายแดนทันที
การเดินทางไปชายแดนใช้เวลาปกติ 15-20 วันแล้วแต่ว่าหยุดพักบ่อยหรือไม่ ม้าวิ่งเร็วไหม ขบวนของไป๋ชิงมีองครักษ์ 20 คน นำขบวน 10 คนและรั้งท้าย 10 คน ส่วนบนรถม้ามีเซียงเซียงไป๋ชิงและคนขับรถม้าพร้อมของใช้จำเป็และเงินจำนวนหนึ่ง
ไป๋ชิงออกนอกเขตเมืองมาได้พักใหญ่ เข้าเขตป่าทึบก็มีกลุ่มคนชุดดำโผล่มาเกือบ 50 คน
"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดมีคนลอบทำร้ายเราเช่นนี้ โจรหรือไม่"
"คุณหนูหลบด้านในรถม้านะขอรับ พวกมันมากันเยอะมาก"
ไป๋ชิงแอบมองลอดหน้าต่างออกไปเห็นชายชุดดำอาวุธครบมือ แถมมีจำนวนมากก็คิดว่าควรหลอกล่อให้แยกเป็ 2 ทางจะได้จัดการได้ง่าย จึงเรียกองครักษ์คนหนึ่งมาบอกว่าให้แยกไปคนละทางแล้วค่อยไปเจอกันอีกทีที่จุดพักม้า
สักพักรถม้ารีบเคลื่อนย้ายออกมาอีกด้านตอน่ชุลมุนและวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำติดตามมาเกือบ 20 คนส่วนที่เหลือถูกองครักษ์รั้งไว้ ไป๋ชิงนำลูกดอกอาบยาพิษออกมาซัดเข้าใส่ชายชุดดำทีละคน จนเหลือ 10 กว่าคน และมีองครักษ์ติดตามมาช่วย 6-7 คน รถม้าวิ่งไปสุดชีวิตจนมีชายชุดดำคนหนึ่งที่โดนลูกดอกอาบยาพิษยังพอมีแรงเฮือกสุดท้ายซัดลูกดอกกลับไปที่ม้า ทำให้ม้าใวิ่งอย่างสะเปะสะปะจนคนบังคับรถม้ากระเด็นตกรถม้า รถม้าพุ่งไปทางหน้าผาไป๋ชิงตอนแรกเข้าใจว่าม้าวิ่งเร็วเฉยๆ แต่พอมีเสียงองครักษ์ะโใจึงเปิดม่านออกดูก็พบว่าม้าวิ่งมาถึงขอบหน้าผาแล้ว
ไป๋ชิงใจนทำอะไรไม่ถูกรีบเกาะขอบหน้าต่างจับรถม้าไว้แน่นไม่ให้กระเด็นออกนอกรถม้า
เซียงเซียงเองก็หน้าซีดพลางเกาะไป๋ชิงแน่น
"คุณหนูเราจะตายไหมเ้าคะ"
"ข้าไม่ยอมให้เ้าตายหรอก"
สักพักมีเสียงกระแทกต้นไม้ลงเรื่อยๆ และชะลอลงจนตกสู่พื้น จากนั้นไป๋ชิงก็หมดสติไป
ไป๋ชิงค่อยๆ ลืมตาทั้งที่เ็ปไปทั้งตัว หันไปมองรอบๆ ก็เห็นเซียงเซียงหัวแตกและเืไหลจึงเอามือไปอังจมูกพบว่ายังหายใจจึงหยดเืที่นิ้วใส่ปากเซียงเซียงไป 1 หยด และเดินออกจากรถม้าดูรอบๆ พบว่าเป็ป่าทึบและได้ยินเสียงน้ำไหลใกล้ๆ
ดีนะที่ร่างกายนี้แข็งแรง ตกลงมาขนาดนี้ยังแค่ปวดตัวและระบมนิดหน่อย
ไป๋ชิงคิดว่าพวกชายชุดดำอาจจะตามมาอีกจึงรีบกลับไปเก็บสัมภาระในรถม้าใส่ถุงผ้าทั้งอาหารแห้ง เสื้อผ้าและนำถุงเงินผูกใส่เอวก่อนจะไปปลุกเซียงเซียงที่ดื่มเืวิเศษเข้าไปพักใหญ่แล้ว สักพักเซียงเซียงก็ลืมตาตื่นอย่างใ และหันมองหน้านายตนและร้องไห้ออกมาอย่างดีใจ
"รีบไปจากตรงนี้ก่อน หากพวกนั้นตามมาอีกจะแย่ ดูเหมือนจงใจมาฆ่าเรามากกว่ามาปล้นนะ เพราะของที่เราขนมาก็ไม่ได้มีมากมายเลย"
ไป๋ชิงพูดไปพลางขมวดคิ้ว และมองดูทิศทางที่จะเดินต่อไป จึงเลือกเดินไปทางทิศตะวันตกและพยายามมองหาที่ๆ จะพักแรมได้
เดินมาพักใหญ่ก็เจอโพรงปากถ้ำเล็กๆ ที่มีหญ้ารกครึ้มบังอยู่ ไป๋ชิงจึงไปส่องดูเห็นมีทางเข้าไปจึงชวนเซียงเซียงเข้าไปในโพรงหญ้าเพื่อหลบเลี่ยงนักฆ่าและคิดว่าพอมีที่กำบังน้ำค้างหรือฝน
เดินเข้าไปเกือบ 5 เมตรก็เจอโพรงที่ใหญ่ขึ้นกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทั้งมีหินงอกหินย้อยสีขาวสวยและหยดน้ำเสียงดังเปาะแปะ ไป๋ชิงจึงเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกอากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ และมืดมากขึ้น จึงพยายามจุดไฟกับกระบอกไฟที่พกมาและมองหาเศษไม้มาทำเป็คบเพลิง 2 อันให้เซียงเซียงถืออันหนึ่ง
เดินไปสักพักก็เจอโถงถ้ำอีกที่หนึ่ง แต่มีข้าวของเครื่องใช้ทั้งโต๊ะ เก้าอี้และหนังสือกองอยู่ เดินไปสักพักก็เจอห้องที่กั้นแยกออกมามีชายคนหนึ่งผมสีขาวนอนบนเตียงที่เหมือนน้ำแข็ง จึงเดินเข้าไปดูเห็นหน้าซีดขาวแทบไม่มีสีเืจึงลองจับชีพจรดูก็พบว่าเต้นอ่อนมากเหมือนใกล้จะหมดลมหายใจ ไป๋ชิงจึงแอบหยดเืใส่ปากตอนเซียงเซียงเผลอมองสำรวจรอบบริเวณอยู่
"พวกเ้าเป็ใคร เข้ามาในถ้ำข้าได้อย่างไร"
อยู่ดีๆ เสียงชายผมขาวก็พูดขึ้นขณะที่ไป๋ชิงและเซียงเซียงกำลังเก็บกวาดบริเวณรอบๆ เพื่อไว้พักในคืนนี้
"พวกเราถูกตามฆ่าเลยหนีมาเจอปากทางเข้าถ้ำของท่าน จึงลองเดินเข้ามาดูเ้าค่ะ ขอพวกข้าพักอาศัยสักครู่แล้วพวกเราจะรีบไป ตอบแทนที่ข้าให้ยาวิเศษกับท่านได้หรือไม่"
ไป๋ชิงกล่าวจบก็มองหาที่นอนเหมาะๆ สักที่
ชายผมขาวไม่พูดอะไรและนิ่งอึ้งไปสักพัก จึงค่อยๆ ลงจากเตียงและมองร่างกายตนเองอย่างงุนงง
"เ้ามียาวิเศษหรือ แล้วเหตุใดจึงให้ข้ากิน ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน เ้าไม่เสียดายหรือ"
ไป๋ชิงได้ยินจึงยิ้มพลางตอบว่า
"หากมียาวิเศษแต่ไม่ใช้ช่วยชีวิตคน จะมียาไว้เพื่ออะไรหรือท่าน หรือแค่พกไว้ติดตัวให้ดูว่ามีของล้ำค่าไว้อวดผู้อื่นหรือ"
ชายผมขาวได้ยินก็เงียบไปพลางมองไป๋ชิงอย่างครุ่นคิดและมองอย่างมีความนัย
"เช่นนั้นเ้าช่วยชีวิตข้าแล้ว ข้าก็จะมอบชีวิตข้าให้เ้า ข้าจะเป็ทาสรับใช้เ้าไปตลอดชีวิต"
ไป๋ชิงใกับคำพูดของชายผมขาว
"ข้าไม่้าทาส เ้าไม่ต้องมอบชีวิตให้ข้า ชีวิตเ้าเป็ของเ้าเอง ข้าไม่ผูกมัดเ้าไว้หรอก"
ยิ่งได้ยินดังนั้นชายผมขาวก็ยิ่งหน้าดำมืดลงและหันไปจ้องตาไป๋ชิง
"ข้าพูดคำไหนคำนั้น เ้าห้ามปฏิเสธ นี่ถือเป็การตอบเทนที่ข้าต้องทำ ไม่อย่างนั้นข้าก็เป็คนอกตัญญูยิ่งนัก"
ไป๋ชิงถอนหายใจ และส่ายหัว
"ตามใจเ้า แต่ข้าจะออกเดินทางต่อไม่ได้อยู่ที่นี่นานนัก เ้ายินดีติดตามข้าไปหรือไม่"
"ข้ายินดีไปทุกที่ที่มีเ้า"
ไป๋ชิงเลิกสนใจชายผมขาว แล้วไปหาที่เหมาะๆ ล้มตัวลงนอนเพราะปวดเมื่อยตัวยังไม่หายจึง้าพักผ่อนให้ร่างกายหายเ็ป พอล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับลงอย่างง่ายดาย ไม่สนใจว่าชายผมขาวจะทำอะไรตนหรือไม่ด้วยซ้ำ ส่วนเซียงเซียงก็มานอนใกล้ๆ นายตน