องค์ที่ 5
โหลสะกดอาถรรพ์และความลับของจอมขมังเวทย์
“ข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่ร่ายคาถาทำร้ายท่าน…”
เสียงของหัวหน้ารันสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกผิด “ท่านมีพระคุณของข้าแท้ ๆข้ากลับนึกว่าท่านเป็พวกโจรถ่อย…หรือโรคจิตเสียอีก”
โรคจิตเหรอ…?
เรวิชชะงักไปครู่หนึ่งพลางหันไปมองเงาตัวเองที่สะท้อนบนกระบอกน้ำ หน้าข้าดูเหมือนโรคจิตตรงไหนกัน!? นี่ก็แค่อายุสามสิบเองนะ!
เอาเถอะอย่างน้อยเหตุการณ์ก็จบลงได้ด้วยดี…ด้วยการอธิบายจากพวกแม็กนัสที่วิ่งวุ่นเป็ไก่ตาแตกอยู่เมื่อครู่
“เออ…ไม่เป็ไรหรอก”เรวิชตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ พลางเปลี่ยนเื่“ว่าแต่พิษจากการ์กอย…เ้ารู้สึกยังไงบ้าง?”
“ต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยรักษาข้าและลูกศิษย์ของข้า…”รันพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แสดงอาการเจ็บแปลบที่ไหล่จนข้าต้องยกมือห้าม
“ไม่ต้องฝืนหรอกพักไว้ก่อนจะดีกว่า”
“แล้วพวกหมา—”
“ไม่ต้องห่วงข้าจัดการแล้ว” เรวิชตอกย้ำอย่างจริงจัง “ตราบใดที่พวกเ้าบนห้างต้นไม้แห่งนี้จะปลอดภัย อย่าลงพื้น ไม่ว่ามีใครมาเรียกก็ห้ามลงเด็ดขาด”
แม้พวกเขาจะเป็ภาคีอัศวินมนตรา แต่ก็ยังเป็มือใหม่ที่ประสบการณ์ไม่มาก แถมบางคนก็าเ็อีก
เรวิชจึงบอกกฎเบื้องต้นของการเดินป่าแบบที่มนุษย์โลกใช้กัน"อยู่สูงเข้าไว้ รอดก่อนอธิบายทีหลัง"
ถึงป่าแห่งนี้จะไม่ใช่ป่าอาถรรพ์แต่สัตว์เวทมนตร์ที่นี่ก็ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะ หมาป่าทมิฬพวกมันแพ้ไฟก็จริง...แต่ถ้าไม่ใช้เวทย์ชั้น C ขึ้นไป ก็อย่าหวังจะทำอะไรมันได้
โชคดีที่ข้าลงเขตอาคมไว้รอบต้นไม้ก่อนหน้านี้
แม้มันจะไม่ได้ผลกับสัมภเวสีระดับสูงอย่างพวกเสือสมิงที่ตบะแรงจนเวทย์พื้นฐานแทบไม่มีผล...แต่เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ
อย่างน้อยพวกหมาป่าทมิฬก็ไม่กล้าเข้าใกล้
นั่นแสดงว่า...เวทย์ของข้าอาจใช้ได้ผลกับอสุรกายฝั่งนี้เหมือนกัน ...
หรือควรใช้เตโชกสิณ ดี? ไม่สิ เอาไว้เป็ไม้ตายดีกว่า
เรวิชควักของสิ่งหนึ่งออกจากเป้ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 12 x 28x 6 เิเ ขวดใส ลงอักขระอาคมไว้รอบด้าน มีจุกไม้ก๊อกอุดสนิท
“นั่นมันอะไรเหรอ?”เจสันถามด้วยความสงสัย
“อาวุธน่ะ” เรวิชตอบเรียบๆ “ข้าหวังว่าคืนนี้จะไม่จำเป็ต้องใช้มันหรอกนะ”
ของชิ้นนี้ข้าดัดแปลงมาจากหม้อดินเผาที่จอมขมังเวทย์ใช้จับิญญาแต่รุ่นนี้เรวิชเรียกว่า ‘โหลสะกดอาถรรพ์’ พกพาสะดวก แถมใช้ได้สารพัด ป้องกันดูดกลืน หรือแม้กระทั่งกักขังิญญาอาฆาตระดับต่ำ
“น่าแปลกนะคะ…”หัวหน้ารันเอ่ยพลางขมวดคิ้ว “ป่าทางเหนือของเมืองนอร์…แม้ไม่มีอสุรกายแต่ก็เต็มไปด้วยสัตว์เวทมนตร์ระดับ 20 พวกนักผจญภัยมือใหม่ยังแทบเอาตัวไม่รอดแต่นี่กลับไม่มีตัวไหนเข้ามาใกล้เลย”
เรวิชยิ้มบาง ๆอย่างน้อยนางก็วิเคราะห์สถานการณ์ได้ดี
“ฝีมือท่านเองสินะคะ…เรวิณ?”นางหันมาถาม
เรวิชพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยชื่อจริงของตนเอง
“ฝีมือคุณลุงเองสินะคะ!”เอมิลี่พูดอย่างตื่นเต้น
...คุณลุงเหรอ?เรวิชยิ้มแห้ง ๆ พลางคิดในใจ ยังไม่แก่ขนาดนั้นนะ!
นางยังพูดต่อ“ตอนเราเข้ามาใต้ต้นไม้ต้นนี้…เราไม่รู้สึกถึงเวทย์ป้องกันเลยนะคะ”
“ก็แน่ล่ะ….ข้าจงใจซ่อนไว้” เรวิชคิด