บทที่ 20 ข้าชื่อฉินเฟิง ข้ามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะตัวข้าเอง
"เอ่อ..."
หลินซานยืนอยู่ที่เดิมด้วยความอึดอัด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีในตอนนี้
ถ้าไป ก็เท่ากับว่าเขาาพูดโม้เปล่า ๆ!
แต่ถ้าไม่ไป ก็เท่ากับส่งหัวไปให้เขาฆ่า !
สุดท้ายหลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว หลินซานก็ยังคิดว่าชีวิตน้อย ๆ ของเขาสำคัญกว่า จึงทนหน้าด้านวิ่งหนีตามฉินเฟิงไป
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จื่อเยียนก็เต็มไปด้วยความผิดหวัง
ไม่มีสาวน้อยคนไหนไม่หลงใหลในวัยใส ไม่มีสาวน้อยคนไหนไม่เทิดทูนวีรบุรุษ นางคิดว่านางได้พบกับคู่ชีวิตที่แท้จริงแล้ว ที่ไหนได้ เขากลับเป็แค่หนุ่มน้อยขี้โม้เท่านั้นเอง
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ขัดขวางการเสแสร้งของบุตรแห่ง์ ป้องกันไม่ให้เขาได้รับความโปรดปรานจากเทพธิดา ได้รับ 500 แต้มวายร้าย !]
"นี่มัน..."
บรรพชนถอนหายใจ คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา "ด้วยสภาพจิตใจของเสี่ยวเทียนในตอนนี้ เกรงว่าจะไม่สามารถรับตำแหน่งประมุขได้ ต้องหาคนมาแทนตำแหน่งประมุขของเสี่ยวเทียนก่อน อย่าให้ใครไปรบกวนพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบ หวังว่าพวกเขาจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้โดยเร็ว"
"ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ !"
บรรพชนรุ่นที่สิบพยักหน้า และหมุนตัวจากไป
ไม่นาน...
ตระกูลฉินก็ประกาศหาผู้สมัครชิงตำแหน่งประมุขคนใหม่ ทำให้ทุกคนคิดว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับฉินเฟิง
ตระกูลฉินสูญเสียสองสุดยอดเทพบุตรติดต่อกัน ฉินเทียนในฐานะบิดาและประมุขตระกูลจึงยากที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ จวนประมุขตระกูลที่เคยคึกคักก็กลับเงียบเหงาผิดปกติ ไม่มีใครอาสามาเยี่ยมเยียนอีกเลย
"ต้นไม้ใหญ่ ข้ามาหาเ้าแล้ว !"
ฉินฮ่าวที่ใบหน้าซีดเซียวเดินมาถึงใต้ต้นไม้ต้นเดิม ด้วยพลังชีวิตที่เข้มแข็งในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้ ความอ่อนเยาว์จางลงไปบ้าง สายตาเพิ่มความแน่วแน่ขึ้นอีกหลายส่วน
เขาจะบอกพี่ชายด้วยการกระทำ ว่าเขาผิดแล้ว ผิดอย่างมหันต์ !
พลังที่แท้จริงคือความเชื่อมั่นในตนเองที่ไม่มีใครเทียบ ไม่ใช่การสงสัยในพลังของตนเอง !
"พวกเ้าดูสิ นั่นไม่ใช่ลูกชายคนรองที่ไร้ประโยชน์หรอกหรือ !?"
เด็กน้อยหลายคนเห็นฉินฮ่าวแล้วก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้
ก่อนหน้านี้ ฉินฮ่าวเป็ตัวตนที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง แต่ตอนนี้ตกต่ำลงโคลน คงต้องเหยียบย่ำสักหน่อย
ความโกรธในใจฉินฮ่าวราวกับถูกจุดไฟ อยากจะไปสั่งสอนพวกนี้สักหน่อย แต่แล้วก็นึกถึงคำพูดของพี่ชายขึ้นมาได้ ต่อให้ัว่ายอยู่ตื้นก็ยังเป็ัแท้ ไม่ช้าก็เร็วจะกลับมาบินขึ้นฟ้าอีกครั้ง
"ท่านพี่ ทำไมกัน !?"
ฉินฮ่าวย่นจมูกอยากจะร้องไห้ และนึกถึงเื่คืนนั้นขึ้นมาได้
ณ ขณะนี้——
ฉินเฟิงอดใจไม่ไหวกับความสงสัยในใจ จึงถามหลินซานว่าทำไมถึงไม่ไปเมืองเทียนซินกับหลินซินเอ๋อร์
"ข้าตั้งใจจะฝึกฝนตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับไป !"
หลินซานตอบอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขาได้ซ้อมมาก่อน
"ฝึกฝน !?"
ฉินเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำโกหกของอีกฝ่าย
ในฐานะหนอนหนังสือมาสิบปี เขากล้ารับรองได้เลย ว่าปากของตัวเอกโกหกเก่งยิ่งนัก
พวกเขาบอกว่าออกมาฝึกฝน แต่จริง ๆ แล้วต่างมุ่งหน้าไปหาซากปรักหักพัง ของล้ำค่าหรือสาว ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะออกไปกี่ครั้ง ก็ไม่เคยกลับมามือเปล่าเลยสักครา
"ข้า...ข้าก็ออกมาฝึกฝนเช่นกัน !" จื่อเยียนพูดอย่างหวาดระแวง
"เ้าก็มาฝึกฝนเหมือนกันหรือ !?"
ฉินเฟิงเหลือบมองอีกฝ่าย ยังคงไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด
จากประสบการณ์การเป็หนอนหนังสือมาสิบปี สาวงามที่ถูกพระเอกกอบกู้มักจะเป็คุณหนูใจร้อนที่หนีออกจากบ้าน และมีคุณสมบัติไร้ประโยชน์มากมาย เช่น ไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้
ก็เพราะพระเอกไม่ทิ้งคุณหนูไร้ประโยชน์พวกนี้ไปไหน ถึงได้มีทุนมากินแรงอย่างเปิดเผยในภายหลัง
"ดึกแล้ว พวกเราหาที่พักสักแห่งเถอะ !"
หลินซานเห็นว่าฉินเฟิงไม่มีท่าทีจะจากไป จึงตัดสินใจหาถ้ำพักค้างคืนไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน
"ดีเลย !"
จื่อเยียนตบมือด้วยความดีใจ
หลังจากได้เห็นความชั่วร้ายในยุทธภพ นางก็รู้ตัวว่ากำลังของตนอ่อนด้อยเพียงใด
แต่นางก็ยังมีหัวใจของหญิงผู้กล้าที่อยากจะท่องยุทธภพ ดังนั้นนางจึงต้องตามสองคนนี้ไปอย่างไม่ลดละ
เป็พวกอ่อนแอแต่ชอบผจญภัยโดยแท้ !
ไม่นาน——
ราตรีก็มาเยือน กองไฟถูกจุดขึ้น
หลินซานในฐานะบุตรแห่ง์ ก็แสดงท่าทางเ็าตามธรรมชาติ เขาจับไก่ที่ไม่รู้ชื่อมาย่างกินเพียงลำพัง โดยไม่คิดเลยว่าจื่อเยียนเป็คนไร้ประโยชน์ที่ใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้
ในตอนที่จื่อเยียนยืนอยู่กับที่ หมุนนิ้วอย่างอึดอัด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ฉินเฟิงก็ยื่นไก่ย่างให้นาง กลายเป็หนุ่มอบอุ่นในทันที "เ้ากินไก่ของข้าแล้วกัน !"
"ขอบคุณเ้าค่ะ !"
จื่อเยียนซาบซึ้งจนพูดขอบคุณซ้ำ ๆ นางไม่สนใจภาพลักษณ์ของสตรีที่สง่างาม คว้าไก่มากัดกินในทันที
เห็นได้ชัดว่าหิวจนทนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ไก่อะไรก็อร่อยไปหมด
"ตอนนี้นางกินไก่ของข้าไปแล้ว ต่อไปข้าน่าจะได้กินข้าวฟรีจากนางได้แล้วกระมัง !?"
ฉินเฟิงค่อนข้างคาดหวังกับการลงทุนครั้งนี้ จากนั้นเขาก็เปิดระบบขึ้นมา ตั้งใจจะใช้โอกาสสุ่มรางวัลที่ได้จากการขุดกระดูกจักรพรรดิของน้องชาย
วาบ !
วงล้อสุ่มรางวัลปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง และเริ่มหมุนอย่างช้า ๆ
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่สุ่มได้วิชามือเบาระดับศักดิ์สิทธิ์ หัตถ์เอื้อมมิติ !]
ฉินเฟิงรู้สึกเหม่อลอยขึ้นมา เขาสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รอบตัวอย่างชัดเจน ราวกับว่าเพียงแค่ยื่นมือออกไป ก็สามารถคว้าสิ่งที่้ามาได้ แม้ว่าสิ่งนั้นจะถูกปกป้องอย่างแ่าหลายชั้นก็ตาม เขาก็ยังสามารถคว้ามันมาได้อย่างง่ายดาย
"นี่คือการตรัสรู้หรือ !?"
หลินซานสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของฉินเฟิง ในใจเขารู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง
เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าการเป็ข้ารับใช้ของตนเองนั้นเป็เพียงการใช้ชีวิตอย่างอิสระเท่านั้น เพราะเขาเป็ผู้ที่มีพร์เหนือผู้อื่นที่ล้านคนจะมีสักคนหนึ่ง มีความภาคภูมิใจเป็ของตัวเอง
แต่นับั้แ่ได้รู้จักกับคุณชายใหญ่แห่งตระกูลฉินผู้นี้ เขาก็พบว่าความภาคภูมิใจของตนเองนั้นช่างน่าขันเสียเหลือเกิน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ทำลายความมั่นใจของบุตรแห่ง์ ได้รับ 10,000 แต้มวายร้าย !]
ฉินเฟิงดูเหมือนจะไม่ได้ยินอะไรเลย ยังคงมีสีหน้าเหม่อลอยอยู่แบบนั้น รอจนกระทั่งเขาได้สติ ก็พบว่าหลินซานและจื่อเยียนกินเสร็จแล้ว พวกเขากำลังนั่งขัดสมาธิพักผ่อนอยู่บนพื้น
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความอยากรู้อยากเห็น หรือ้าลองทักษะใหม่กันแน่…
เขายื่นมือคว้าไปทางจื่อเยียน ในมือก็ปรากฏเสื้อรัดอกสีแดงที่ปักรูปเป็ดขึ้นมาทันที และยังสามารถรับรู้ถึงความอุ่นที่หลงเหลืออยู่บนนั้นได้อีกด้วย...