…กฤษ…
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาเที่ยวเล่นในห้างสรรพสินค้าใน่วันหยุดสุดสัปดาห์ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ในร้านอาหารที่เป็คาเฟ่ด้วยตาคมของเขาสอดส่ายไปมาราวกับกำลังมองหาใครบางคนอยู่ไม่นานเขาก็เห็นสาวผิวขาวอมชมพูร่างเล็กเดินเข้ามา ใบหน้าที่แต่งอ่อนๆและผมสีดำที่ปล่อยยาวสลวยและไหวไปมาตามแรงเดินของเ้าของทำให้ชายหนุ่มหลายคนต้องเหลียวหลังมองเสียงจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจดังออกจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในร้านแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากมองเธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มผิวแทนอีกคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ
ผมมองดูดาวเดินเข้าไปหาคู่เดทของเธอด้วยความขัดใจเป็ที่สุด…ทำไมคนที่เธอมาหาไม่ใช่ผม ทำไมคนที่เธอมีท่าทีประหม่าห์ด้วยไม่ใช่ผมไอ้หมอนั่นมันมีอะไรดีกว่าผม เธอถึงได้ไปหาเขาแทน… ผมคิดวนเวียนอยู่กับคำถามเหล่านี้พักหนึ่งแต่ผมเองก็รู้คำตอบของคำถามเ่าั้ดี เพราะถ้าจะว่ากันตามตรงแล้วผมโอกาสมากกว่าหมอนั่นมากแต่ผมมันขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าสารภาพความรู้สึกของผมออกไปเพราะงั้นการที่ดาวไปกับคนอื่นอาจจะเป็เื่ที่สมควรแล้วแต่ถึงอย่างนั้นการที่เห็นเธอไปกับคนอื่นแบบนี้มันก็ยังรู้สึกขัดใจอยู่ดี
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณกฤษใช่ไหมคะ” เสียงทักดังขึ้นเหนือหัวผมถอนหายใจในใจเบาๆ …มาแล้วสินะ คนที่ผมจะใช้เป็ข้ออ้างเผื่อดาวเห็นผม… แต่ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นๆกับเสียงนี้แปลกผมปั้นยิ้มและหันไปมองทางเสียง ทว่ายิ้มของผมก็หุบลงแทบทันใดที่ผมเห็นหน้าของเธอ …นี่มันเวรกรรมอะไรกัน…
“ว่าไงคะ ตกลงคุณคือคุณกฤษใช่ไหม”เธอถามย้ำผม …ก็รู้อยู่นี่แล้วจะถามทำไม…
“มาที่นี่ได้ไง”ผมถามเสียงแข็งซึ่งเธอเพียงแต่โชว์แอพมือถือของเว็บหาคู่ที่ผมใช้อย่างไม่มีทีท่าสะทกสะท้านและบนนั้นก็ปรากฏรูปของผม …เดี๋ยวนะอย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่ผมกดนัดเดทไปมั่วๆคือเธอ…กรรมที่สุด…
“ตกลงคุณคือคุณกฤษใช่ไหมคะ”เธอถามย้ำอีกครั้ง…เจตนาจะกวนส้นใช่ไหม?... ผมตอบรับส่งๆไปจะได้จบๆ และหันไปมองทางโต๊ะดาว…ท่าทีมีความสุขของเธอนั่นทำไมมันไม่ใช่เพราะผม… เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นจากคนนั่งตรงข้ามผม แต่ผมไม่ใส่ใจซักพักเสียงลุกจากเก้าอี้ดังขึ้นตรงผม แต่ผมก็ยังคงไม่ใส่ใจถ้ายัยนั่นเบื่อจนตัดสินใจจะไป มันก็ไม่ใช่เื่ของผมแต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเขมเดินไปหาดาวที่โต๊ะ และดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอก่อนจะหันมาหาผมและกวักมือเรียกให้ไปหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ...ยัยนั่นเล่นบ้าอะไรอีกแล้ว!!...
สมองของผมคิดไหร่ตรองอย่างหนักว่าควรจะทำยังไงกับสถาณการณ์ตรงหน้าดีความจริงผมอยากทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ และเมินการกวักมือเรียกของเขมแต่ดาวเห็นผมแล้วนี่สิ มันคงจะแปลกน่าดูถ้าผมไม่เดินไปหาเธอผมเลยต้องกัดฟันปั้นยิ้มเดินไปหาพวกเขาตั้งใจจะเดินไปกล่าวทักทายและลากเขมออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดทว่าความตั้งใจของผมกลับต้องมลายไปแทบจะในทันทีที่ผมเดินไปถึงโต๊ะเพราะยัยบ้านั่นลงไปนั่งร่วมโต๊ะกับเขาเรียบร้อย นั่งข้างคู่เดทของดาวแถมยังสั่งอาหารมากินแล้วอีก ผมนี่อายดาวจนไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน
“อ้าวทำอะไรอยู่หล่ะคะคุณกฤษ ทำไมไม่นั่งลงหล่ะ”เธอถามผมด้วยสีหน้าไร้เดียงสา…โง่หรือปัญญาอ่อนกันแน่เนี่ยถึงได้ไม่รู้จักกาละเทศะขนาดนี้…
“นั่งกินข้าวด้วยกันก่อนสิกฤษ กินหลายๆคนมันสนุกดีนะ”ดาวชวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม…ขอโทษจริงๆนะดาว…
“เอ่อคือ…”ผมเริ่มพลางหันไปมองคู่เดทของดาวเขาส่งยิ้มให้ผมและทำไม้ทำมือเหมือนจะบอกให้ผมนั่งกับพวกเขา …เอางั้นนะเยี่ยม…ผมพูดขออนุญาติพอเป็พิธี นั่งลง สั่งข้าว และเริ่มต้นคุยกับพวกเขาเป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้เนียนในการทำตัวเป็ กขค ของพวกเขาทั้งสองอย่างน้อยก็จนกว่าจะกินข้าวเสร็จ ทว่ามันไม่เป็อย่างนั้นเพราะก่อนที่พวกเราจะจ่ายเงินกัน เขมชวนดาวไปงาน event ที่จัดอยู่ชั้น1 ของห้าง ผลคือพวกเราทั้งสี่คนจึงเดินไปงาน event นั้นหลังกินข้าวเสร็จโดยมีสองสาวเดินนำหน้าและสองหนุ่มเดินตามหลัง
“คุณเขมนี่ดูสดใสและพลังงานเหลือเฟือจังเลยนะครับ”อยู่ๆคู่เดทของดาวก็พูดขึ้นในขณะที่พวกเรากำลังเดินตามสองสาว
“ขอโทษนะครับ เพราะยัยนั่นแท้ๆเลยพวกผมเลยมารบกวนการเดทของคุณกับดาว” ผมว่าอย่างรู้สึกผิด…ตามมารยาท
“เอ้ยไม่เป็ไรครับ ไม่เป็ไร”นพว่าพลางโบกมือไปมา“ได้เจอพวกคุณแบบนี้ผมว่าน่าจะดีซะอีกอย่างน้อยดาวก็ดูจะเกร็งน้อยลงด้วย”เขาว่าดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปที่แผ่นหลังเล็กๆของดาวด้วยแววตาชื่นชม ผมเลยได้แต่ถอนหายใจ
“คุณนพครับ”ผมเริ่ม “ทำไมคุณถึงสนใจดาว”
“ตอนแรกคงเป็ความสวยมั้งครับที่สะดุดตาผมแต่เมื่อผมได้เข้าไปคุย ได้เข้าไปรู้จักกับดาวทำให้รู้ความสวยเป็แค่หนึ่งในเื่ที่ผู้หญิงคนนี้มี ผมประทับใจในความอ่อนโยนของเธอและทึ่งในความสามารถรอบด้านอย่างที่คุณในฐานะที่เป็เพื่อนกันมานานน่าจะทราบดีว่าเธอเป็หมอหลอดเืที่เก่งมากทำอาหารเก่งจนเป็บล็อคเกอร์ชื่อดัง และรู้เื่รอบตัวเป็อย่างดียิ่งผมได้รู้จักกับเธอมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งตกหลุมรักเธอและคิดจะสร้างอนาคตร่วมกันกับเธอ”เขาพูด…ถูกเพราะนั่นคือคุณสมบัติของดาวที่ทำให้ผมและผู้ชายอีกหลายคนหลงรักเธอเหมือนกัน
“แล้วคุณกฤษหล่ะครับ ชอบอะไรในตัวคุณเขม”ชายข้างๆผมเป็ฝ่ายถามบ้าง ผมกรอกตาขึ้นฟ้า หาทางแถเต็มที่ ก็นะจะบอกความจริงว่าผมกดเลือกส่งๆเพื่อจะได้มีข้ออ้างมาสังเกตุการณ์การนัดเดทของดาวมันก็ใช่เื่
“คงเพราะเธอน่าสนใจดีมั้งครับเรียนทางด้านการเขียนโปรแกรมแท้ๆแต่กลับเลือกทำงานสำนักพิมพ์”ผมแถสดด้วยข้อมูลที่ผมพึ่งรับรู้มาสดๆร้อนๆ
“หรอครับ แล้วคุณสองคนคบกันมานานรึยังครับ”นพถามต่อ …เดี๋ยวนะคำถามนี่มันคืออะไร?...
“เราพึ่งนัดเจอกันวันนี้เป็ครั้งแรกครับ” เอาเถอะอย่างน้อยคราวนี้ผมก็ไม่ได้แถ
“อ้าวหรอครับ ผมนึกว่าพวกคุณคบกันมานานแล้วซะอีกเห็นท่าทางสนิทกัน” เขาว่ายิ้มๆ …สนิท ผมกับยัยนั่นท่าทางสนิทกัน?? คนนี้นี้ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆถึงมองพวกเราสนิทกัน
“เราดูสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ผมถาม
“ครับ ก็เพราะสรรพนามที่คุณใช้เรียกเธอมันแตกต่างจากที่คุณใช้เรียกดาว ทั้งๆที่ดาวกับคุณเป็เพื่อนกันมาั้แ่มหาลัย” เขาอธิบายทำเอาผมแอบสะอึกเพราะผมเองก็พึ่งรู้ตัวว่าสรรพนามที่ผมใช้เรียกเธอมันแตกต่างจากสรรพนามที่ผมใช้เรียกผู้หญิงคนอื่นจริงๆ แต่นั่นเพียงเพราะสำหรับผมแล้วผู้หญิงคนนี้น่าหมั่นไส้เป็พิเศษก็เท่านั้น
“555 อย่างงั้นเหรอครับ”ผมแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนและรีบหาเื่อื่นคุยแทน …ก็นะ…ผมี้เีแถไปมากกว่านี้แล้วเราสองคนนั่งคุยกันระหว่างรอสองสาวเดินเที่ยวงาน event ไม่นานพวกเธอก็เดินกลับกลับมาหาพวกเราด้วยท่าทางมีความสุขเมื่อเดินมาถึงดาวก็ยื่นขนมที่เธอถือมาด้วยให้พวกเรา
“ลองชิมดูสิคะคุณนพ กฤษ”เธอว่าด้วยรอยยิ้มผมมองขนมในมือของเธอและจำได้ทันทีว่ามันคือขนมที่เธอเป็คนคิดสูตรขึ้นมาและเขียนลงบล๊อค
“สูตรขนมนี่ดาวเป็คิดเองเลยนะคะอร่อยนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ เมื่อกี้ตอนเดินผ่านคนขายเขาจำดาวได้ เลยเรียกให้ไปชิม และแทบจะยกขนมทั้งร้านให้ดาวแทนคำขอบคุณเลยค่ะ”เขมโฆษณาคุณนพและผมหยิบขึ้นมาลองคนละชิ้น วินาทีที่แป้งของขนมััลิ้นของผมรสหวานละมุนจากภายในก็แพร่ไปทั่วปาก จนรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกอันนี้ไม่ได้ลำเอียงนะแต่ขนมของดาวเป็ขนมที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลยก็ว่าได้
“เอ้อจริงสิคุณดาวร้านขนมหวานที่เขมบอกคุณอยู่ใกล้ๆนี้ เดี๋ยวเราไปกินขนมกันต่อที่ร้านนั้นดีไหมคะ”เสียงเขมดังเข้ามาในประสาทรับรู้ของผมทำเอาผมชะงัก…เดี๋ยวนะ… มือของผมยื่นออกไปก่อนที่ผมจะห้ามตัวเองได้ทัน
“พอได้แล้วมั้งเขม”ผมว่าเสียงเย็นพลางลุกขึ้นจับต้นแขนของเขม“เลิกรบกวนดาวกับคุณนพได้แล้ว อีกอย่างเราสองคนควรจะมาเดทกันนะเธอไม่คิดหน่อยหรือไงว่าเราควรจะใช้เวลาตามลำพังบ้าง”…นี่ผมกำลังพูดอะไรของผม…แต่ดูเหมือนผมจะไม่ใช่คนเดียวที่งงกับการกระทำของตัวเองเพราะเขมมองผมราวกับจะถามว่า …นี่บ้าไปแล้วหรือไง…
“นั่นสินะ ขอโทษนะจ้ะกฤษ เราเองก็คุยกับคุณเขมเพลินเลยกฤษคงอยากใช้เวลาตามลำพังกับคุณเขมบ้างสินะ งั้นเราแยกกันตรงนี้เนอะไปกันเถอะค่ะคุณนพ ไปก่อนนะคะคุณเขม ไว้ว่างๆเรานัดกินข้าวกันนะคะ”ดาวว่าพลางส่งยิ้มให้ผม ก่อนจะบอกลาและเดินไปจากตรงนั้นโดยมีคุณนพตามหลังไป …ผมทำบ้าอะไรของผมลงไป…