วันต่อมา ฉินเฉาพาสาวน้อยไปส่งที่โรงเรียน จากนั้นก็ค่อยปั่นจักรยานไปทำงานที่โรงเรียนกวงหยวน
ซึ่งเป็ไปตามคาด พอเขามาถึงโรงเรียน เขาก็โดนไอ้อ้วนหวังดุด่า นี่เรียกว่าหาเื่เจ็บตัวโดยแท้ เหตุผลที่เขาลางานเมื่อวานนี้ด้วยเพราะรู้สึกไม่ดี แต่กระบองไฟฟ้าหวังไม่อนุมัติมัน เขายังคงตัดเบี้ยเลี้ยงเขาจากเงินเดือน 50 หยวน
ฉินเฉาโกรธจนควันออกหู แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อระบายอารมณ์ สุดท้ายเขาทำแค่เดินเตร่ไปทั่วโรงเรียน ถามนักศึกษาเกี่ยวกับเื่ผีบนชั้นสองของหอพักชาย แต่ดูเหมือนเหล่านักศึกษาจะไม่อยากพูดถึงมัน เมื่อฉินเฉาถามพวกเขาพวกเขาทำแค่เงียบ หรือไม่ก็บอกว่าไม่รู้แค่นั้น
มันทำให้ฉินเฉารู้สึกหงุดหงิด ดูเหมือนเขาต้องรอจนตกกลางคืน เพื่อหาสิ่งที่เกิดขึ้น
“พี่ฉิน พี่ฉิน!” ขณะที่ฉินเฉากำลังผิดหวัง เด็กอ้วนหลิวชวนก็ยิ้มร่าวิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับยื่นบุหรี่ให้ “พี่ฉินสูบมั้ย”
“เ้าหนูถูกหวยหรือไง?” ฉินเฉาจ้องเขา ผลักบุหรี่คืนเขา “ฉันไม่สูบ นายเก็บไว้เถอะ”
“พี่รู้ไหม อวี๋เชี่ยนยอมพูดกับผมแล้ว” หลิวชวนตื่นเต้นใบหน้าจ้ำม่ำของเขาฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ
“เธอพูดอะไรกับนายล่ะ?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว อวี๋เชี่ยนไม่ใช่ว่าเธอไปกับฟางหัวหรอกเหรอ ทำไมเธอถึงกลับมาคุยกับหนุ่มจน ๆ อย่างหลิวชวนอีกล่ะ?
“เธอถามผมว่า ผมยังคงรักเธออยู่รึเปล่า” หลิวชวนยิ้ม แล้วพูดว่า “ผมต้องตอบว่ายังรักเธออยู่แล้วจริงไหม ก็เราโตมาด้วยกันนี่นา ั้แ่เด็กความรู้สึกที่ผมมีให้กับเธอมันลึกซึ้งมาก แต่ในตอนนี้ ผมเพิ่งเสียศูนย์มา ยิ่งกว่านั้นผมอยากรักษาหน้านิด ๆ หน่อย ๆ คุณรู้ใช่มั้ยผู้ชายเราต้องรักษาหน้าตัวเอง ผมเลยกลืนน้ำลายแล้วพูดกับเธอว่าไม่ จากนั้นเธอก็เลยร้องไห้ตาแดงวิ่งหนีไป พี่ฉินผมรู้ว่าพี่เป็คนดี พี่ช่วยผมหน่อย ช่วยผมขอโทษเธอนะ”
หลิวชวนจับมือเขาแล้วก้มคำนับหลายครั้งให้ฉินเฉา ฉินเฉารีบดึงมือกลับ ด้วยเพราะไม่อยากให้เขาทำแบบนี้ แล้วพูดด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “นายก็แค่เดินไปบอกเธอตรง ๆ ไม่ต้องรักษาน่งรักษาหน้าอะไรหรอก บอกเธอไปว่านายเสียใจ ที่พูดจาพลั้งปากออกไปโดยไม่ทันคิด ขอให้เธอยกโทษให้ซะ”
“ไม่ได้ ไม่ได้หรอกพี่!” หลิวชวนรีบโบกมือหย็อย ๆ “ผมรู้จักอวี๋เชี่ยนมานาน เธอขี้อายจะตาย เธอต้องได้ยืนเฉย ๆ ฟังผมแน่ ได้โปรดช่วยผมด้วยพี่ฉิน ได้โปรด”
เมื่อเห็นหลิวชวนแสดงท่าทางขอร้อง ฉินเฉาได้แต่ทำใจ
“ได้ ๆ ครั้งนี้ฉันจะช่วยนาย หลังจากนี้ถ้านายมีปัญหาเื่ผู้หญิงนายต้องจัดการด้วยตัวเอง อย่าให้คนอื่นออกหน้าให้”
“ครับ ๆ พี่ฉินสั่งสอน ครั้งหน้าผมจะใช้มันให้เป็ประโยชน์” พอมีหนทางสามารถทำให้อวี๋เชี่ยนกลับมา หลิวชวนก็แสดงท่าทางดีอกดีใจเป็ยกใหญ่ ขณะที่ทั้งคู่คุยกันอยู่ก็มีเสียงดังตึงตังมาจากนอกประตูโรงเรียน จนพวกเขาสะดุ้ง
นักศึกษาที่อยู่ใกล้ประตูหน้าอยากรู้ว่าเสียงดังมาจากไหน
ในที่สุดแหล่งที่มาของเสียงก็กระจ่าง ชายวัยกลางคนสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า รองเท้าฟาง กำลังขับแทรกเตอร์สีแดง ที่ใส่กะหล่ำปลีที่ข้างท้าย พร้อมกับฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งกระจายออกมา หยุดอยู่หน้าประตูโรงเรียนขณะที่เครื่องยนต์ยังส่งเสียงอยู่
ที่ตั้งของโรงเรียนกวงหยวนใกล้กับชานเมือง ไม่ไกลออกไปก็มีฟาร์มอยู่ล้อมรอบ ฉะนั้นการมีรถแทรกเตอร์ผ่านก็ไม่ใช่เื่แปลก
แต่ชายกลางคนคนนี้ ทำไมหยุดรถอยู่หน้าประตูโรงเรียนแบบนี้ยามเฝ้าประตูจึงต้องเข้าไปสอบถามตามหน้าที่
“พี่ชายรู้จักนักศึกษาปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์และการค้า ชื่อหลิวชวนมั้ย ห้องเขาอยู่ไหน?”
ยามหน้าประตูตอนนี้มีอายุน้อยที่สุด เขาเพิ่งอายุแค่ 17 - 18 ปี ได้ยินสิ่งที่ชายกลางคนถามเขาเลยรู้สึกซับซ้อน
“ผะ ผมไม่รู้” มันเป็ความรู้ทั่วไป ที่ไม่มีห้องเรียนแน่นอน มันมีแต่หอพักเท่านั้นที่แน่นอน
“ขอโทษด้วยแล้วกัน งั้นผมจะไปเรียกเขาเอง” ชาวนาวัยกลางคนพูด จากนั้นนำไอโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าของเขา ทำให้การ์ดต้องตะลึง ภายในหัวตอนนั้นลำพังแค่เงินเดือน 4000 หยวนของตัวเองคงไม่สามารถมีโทรศัพท์รุ่นนี้ได้ แต่ชายคนนี้เป็แค่เพียงชาวนากลับมีมัน เื่นี้สอนให้รู้ว่าไม่สามารถตัดสินคนที่การแต่งตัวได้จริง ๆ
หลังจากนั้นกระบองไฟฟ้าหวังก็ออกมาจากห้องรักษาความปลอดภัย ะโไปที่ชาวนา
“เฮ้ คุณมาจากไหน นี่ทางเข้าโรงเรียน ไม่อนุญาตให้รถมาจอดที่นี่”
“คนเมืองนี่พูดอะไรไร้สาระ!” ชาวนาวัยกลางคนลูบรถแทรกเตอร์ เรากับลูกสุดที่รักของเขา จากนั้นพูดสวนกลับมาว่า “นี่มันแทรกเตอร์ไม่ใช่รถ”
กระบองไฟฟ้าหวังถึงกับอึ้งใบ้รับประทานกับคำตอบนี้ หลังจากเงียบอยู่นาน เขาะเิออกมา
“ห้ามหมด แทรกเตอร์ก็ห้าม! นี่ประตูโรงเรียน พาหนะทุกชนิดห้ามจอดที่นี่!”
“เอ้า อย่างนี้น่ะเอง!” ชาวนาวัยกลางคนพยักหน้าหงึก ๆ “งั้นคราวหน้า ฉันจะขี่ลามาแล้วกัน”
ทันใดนั้นกระบองไฟฟ้าหวังจากไปทันที ดูเหมือนเขาจะพูดอะไรไม่ออกกับชาวนาคนนั้น
ตอนนั้นเอง หลิวชวนวิ่งออกมาจากโรงเรียน แล้วก็ะโพูดคุยชาวนา
“พ่อ มาทำอะไรที่นี่?”
“ไอ้ลูกเนรคุณ ทำไมข้าจะมาไม่ได้!” หลังจากที่ชาวนาวัยกลางคนเห็นหลิวชวน หน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสุข เขายังคงไม่ลืมที่จะะเิคำด่า ตรงข้ามกับคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ “แม่แกคิดถึงแกมาก เธอกลัวว่าแกอยู่โรงเรียนนี้แล้วจะลำบาก แม่แกเลยสั่งให้ข้าเอาของโปรดมาให้ มันเผา นี่มาเอาสิ! ข้าต้องไปตลาดก่อน ตอนนี้กะหล่ำปลีราคาดี จะรีบเอามันไปขายก่อนตลาดจะวาย”
หลังจากนั้น ชายวัยกลางคนก็เอากระสอบป่านที่เต็มไปด้วยมันเผามาจากข้างในแทรกเตอร์ของเขา แล้ววางมันลงบนมือหลิวชวน แค่กระสอบวางลงบนมือเขา ๆ ก็เหงื่อแตกซิก เพราะความหนักกระสอบเลยร่วงหลุดมือกระแทกใส่เท้า
“เ้าเด็กสารเลว แค่แรงจะถือกระสอบยังไม่มี!” พ่อของเขาโมโห จากนั้นก็ลงมายกกระสอบมันด้วยมือเคียงข้างเดียว ขณะที่หลิวชวนยังคงกอดกระสอบมันอยู่ด้วย
“ให้ผมช่วยนะครับ หึ หึ” ฉินเฉาก้าวออกมา จากนั้นก็ใช้มือข้างเดียวออกไปคว้ากระสอบ ที่มีหลิวชวนเกาะเป็ลูกลิงอยู่
“ว้าว พ่อหนุ่ม แข็งแรงไม่เบานี่” พ่อหลิวชวนตบบ่าฉินเฉาอย่างชอบอกชอบใจ “ขอบใจมาก”
จากนั้นเขาหันหัวไปถามหลิวชวน “ทำเื่ไว้กับลูกสาวบ้านอวี๋ ได้ขอโทษเธอหรือยัง?”
“เธอยังเรียนอยู่” หลิวชวนเหงื่อแตกโชก รีบตอบ
“ดูสิ ลูกสาวบ้านอื่นขยันขันแข็งตั้งใจเรียน เทียบกับแกเ้าหนูเอาแต่เล่นไปวัน ๆ โดดเรียนบ้างอะไรบ้าง ครั้งหน้าถ้าข้ารู้ว่าแกโดดอีกนะ ข้าจะหักขาแก!” ชาวนาวัยกลางคนอดะเิคำด่าไม่ได้ แต่เขารีบพูดต่อ “เ้าหนูข้าจะบอกอะไรแกไว้อยาก พ่อของเธอเป็ทหารผ่านศึกอายุยังไม่ถึง 40 ปีก็มีลูก เด็กคนนั้นคือสิ่งล้ำค่าสำหรับเขา ถ้าข้ารู้แกดูแลลูกสาวตระกูลอวี๋ไม่ดี ข้าจะหักขาทั้งสองข้างของแกทิ้งซะ!”
หลังจากขอบคุณยามอีกครั้ง เขาก็ขึ้นแทรกเตอร์สีแดงขับจากไป
“พ่อนายนี่สุด ๆ ไปเลย!” ฉินเฉาที่ยืนข้าง ๆ หลิวชวนตบบ่าของเขา จากนั้นยกกระสอบด้วยมือข้างเดียว “บุหรี่นายฉันไม่้า แต่อยากจะขอหัวมันนี่สักหน่อย ฉันเองก็มาจากบ้านนอกเหมือนกัน ฉันชอบกินมัน”
“ถ้าพี่ฉิน้า ไม่ต้องมาขอปันหรอกเอาไปทั้งหมดเลยนั่นแหละ”
“ได้ยังไงเล่า นี่เป็ของที่แม่นายฝากมา” ฉินเฉาหยิบมัน 4 - 5 หัว จากนั้นส่งกระสอบคืนหลิวชวน “ดูนายสิ เหมือนพ่อนายพูดไม่มีผิด ตัวก็ใหญ่ แต่กลับอ่อนแอชะมัด”
มันนี่ยังอุ่นอยู่ ฉินเฉาจำได้ตอนยังเด็ก ที่บ้านนอกปู่ของเขาก็ทำมันแบบนี้ให้เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปิ้งมันด้วยถ่านนะ กลิ่นถ่านจาง ๆ ที่ติดมาทำให้รสชาติมันอร่อยขึ้น
“เอ่อ...” ทันใดนั้นหลิวชวนก็ทำท่าลำบากใจ แม้ว่าเขาจะโตจากครอบครัวชาวนา แม่ของเขามักจะตามใจเขาเสมอ ไม่ปล่อยให้เขาทำงานที่ฟาร์ม กระสอบมันนี่กำลังจะฆ่าเขาจริงๆ
“หลิวชวนครั้งหน้าบอกพ่อนายด้วย เขาไม่สามารถมาจอดพาหนะ หรือ สัตว์เลี้ยงหน้าประตูโรงเรียนได้!” หลังจากแน่ใจว่าแทรกเตอร์จากไปไกลแล้ว กระบองไฟฟ้าหวังรีบะโบอกหลิวชวน
“คะ ครับ หัวหน้าหน่วยหวัง ผมเข้าใจแล้ว” หลิวชวนไม่ได้ต่อต้านหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย พยักหน้าอีกครั้งและอีกครั้ง
กระบองไฟฟ้าหวังพ่นลมจากจมูก จากนั้นเดินกลับไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย ฉินเฉามองตามหลังเขา ยิ้มอย่างอ่อนใจ
ทันใดนั้นก็มีเสียงะเิดังขึ้น ตูมมมม!!! ผู้คนวิ่งไปที่ตึกที่มีคลาสเรียนบริหาร เหมือนพวกเขาพยายามหาบางอย่าง
“เฮ้! นักศึกษาคนนั้นน่ะ เกิดอะไรขึ้น?” ฉินเฉาแปลกใจ รีบถาม
“มีผู้หญิงอยากะโจากดาดฟ้าตึกเรียนบริหาร ผมต้องรีบไปดูไม่อยากพลาดข่าวเด็ด ผมไม่เคยเห็นใคระโจากดาดฟ้าตึกมาก่อน ถ้าผมพลาดจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” นักศึกษาคนนี้พูดอย่างไร้หัวใจแล้วรีบวิ่งไปทันที
“ะโดาดฟ้าตึก?” ฉินเฉากลัว เพราะตอนที่เขายังเรียนอยู่เขาก็ไม่เคยเห็นสิ่งนี้เหมือนกัน เด็กจากภาคเหนือจิตใจของพวกเขาช่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไร เขาก็ไม่เคยคิดที่จะะโจากดาดฟ้าตึกอย่างนี้
“ะโจากดาดฟ้าตึก ใครจะไปเชื่อกัน!” หลิวชวนหัวเราะ “ในโรงเรียนนี้มีครอบครัวไหนขาดเงินกันบ้าง พวกเขารับประกันจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่นี่ ใครอยากจะะโดาดฟ้าตึกกันเล่า!”
พวกเขาสองคนใ เมื่อเข้าใจบางสิ่ง ทันใดนั้นประตูของห้องรักษาความปลอดภัยก็เปิดออก กระบองไฟฟ้าหวังรวมทั้งยามคนอื่น ๆ รีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุนั่นก็คือ ตึกบริหาร
เฉินหยิงหยางเป็คนสุดท้ายที่ออกมา เมื่อเห็นฉินเฉาเขารีบะโ
“ต๊ายยย!!! ลูกพี่สุดหล่อ ทำไมยังยืนอยู่นี่ รีบไปที่ตึกเรียนบริหารเร็ว มีนักศึกษาหญิงจากคณะบัญชีอยู่บนนั้น ถ้าเธอะโลงมา เธอจะตายอย่างมีความสุข แต่โบนัสเดือนนี้ของเราจะโดนตัด!”
จากนั้นเขาวิ่งไปกับหลิวซิ่ง หายไปจากสายตาของฉินเฉาอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ยยยย! มีคนจะโดดตึกจริง ๆ!” พวกเขาสองคนตอนนี้เชื่อแล้ว ฉินเฉาคว้ากระสอบมันจากมือหลิวชวนแล้วรีบวางมันไว้ในห้องรักษาความปลอดภัย พร้อมพูดว่า “เร็วเข้า รีบไปดูกัน มันต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ!”
พวกเขาทั้งคู่วิ่งไปที่ตึกบริหารที่มีความสูงถึง 7 ชั้น หญิงสาวผมยาวสีดำกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยระยะการมองที่สุดยอดของฉินเฉา เขาเห็นผู้หญิงใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ ถือกระเป๋าหลุยส์ในมือ หญิงสาวคนนี้ดูสวยมาก ๆ แม้จะเทียบไม่ได้กับระดับดารา แต่ในโรงเรียนนี้ต้องมีผู้ชายจำนวนมากที่ตามจีบเธอ ฉินเฉาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่มีฐานะดีอย่างนี้อยากจะจบชีวิตตัวเองทำไม
“ฉินเฉา พี่ก็มาด้วยเหรอ?” หูหลี่ลี่ กับ ฟางเหวิน ยืนอยู่ด้วยกันตรงด้านหน้าฉินเฉา
“อื้ม มีเื่ใหญ่เกิดขึ้นที่นี่ คงไม่มาไม่ได้! ผู้หญิงที่อยู่ข้างบนเป็ใคร เธอรู้จักเธอมั้ย?”
“ไม่รู้จักเป็การส่วนตัว” หูหลี่ลี่ส่ายหัว จากนั้นพูดว่า “แต่ได้ยินว่าเธอเรียนบริหาร วิชาคำนวณ ปีสอง ชื่ออวี๋เชี่ยน!”
จบตอน#