ระเบียงศิลาทอดยาวสู่ตำหนักเมฆาครามอันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงสายลมหวีดหวิว ม่านหมอกหนาทึบที่เคยลอยเอื่อยคล้ายจะหยุดนิ่งด้วยแรงกดดันอันมหาศาลจากยอดฝีมือระดับสูงที่มารวมตัวกัน
ณ ห้องโถงกลางของหอคุมกฎสูงสุด ร่างของบุรุษชราในชุดคลุมสีม่วงเข้มขอบทองนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ผิวหน้าของเขาเรียบตึงดุจแผ่นผา ดวงตาส่องประกายเจิดจ้าดุจดวงดารา ชายผู้นี้คือ "ผู้าุโใหญ่จงเทียน" ผู้กุมอำนาจสูงสุดในหอคุมกฎ ยอดฝีมือระดับตัด์ขั้นที่สอง
เบื้องหน้าของเขาคือ ผู้ดูแลเยี่ย และผู้ดูแลเฉียน ที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม้ สภาพหัวไหล่และหัวเข่าแหลกละเอียดกลายเป็ผงคลี ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว ข้างกันนั้นคือหลินเพ่ยเอ๋อร์ที่กำลังบีบน้ำตาจนหน้าแดงกร่ำ
"เรียนผู้าุโใหญ่! ไอ้เด็กสารเลวสองคนนั้นมันใช้วิชามารนอกรีต!" หลินเพ่ยเอ๋อร์ร่ำไห้ น้ำเสียงแฝงความอาฆาต "พวกมันไม่เพียงแต่ทำลายคนของหอคุมกฎ ทว่ายังบังอาจเอ่ยคำลบหลู่สำนักเมฆาครามว่าต้อยต่ำกว่าร้านข้าวต้มท้ายตลาดอีกด้วย!"
ผู้าุโใหญ่จงเทียนนิ่งเงียบ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะไม้เป็จังหวะหนักหน่วง แววตาแปรเปลี่ยนเป็ลึกล้ำ "ผู้เฒ่าชิงหลิว... เ้าคิดเห็นเช่นไร"
ผู้เฒ่าชิงหลิวที่ยืนอยู่มุมห้องก้าวออกมา ก้มศีรษะลงเล็กน้อย "เรียนผู้าุโใหญ่ จากที่ข้าลอบสังเกต ท่าร่างและพลังฝ่ามือของเด็กทั้งสองนั้น... ลึกล้ำเกินกว่าปุถุชน เกรงว่าเื้ัของพวกมันอาจจะมีมหาอำนาจยุคโบราณคอยหนุนหลัง หรือไม่ก็เป็ยอดคนที่กลับชาติมาเกิด"
"กลับชาติมาเกิดงั้นรึ?" จงเทียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ไอพลังกดดันพุ่งกระจายจนถ้วยชาบนโต๊ะร้าวระแหง "ต่อให้เป็เทพเซียนกลับชาติมาเกิด หากมาเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ของสำนักเมฆาคราม ย่อมต้องถูกสยบ! ไปนำตัวพวกมันมาพบข้าที่ลานประลองกลาง!"
In เสี้ยวอึดใจนั้น ณ ร้านข้าวต้มตรอกคอกไก่ เมืองหลวง
ความเงียบสงบโอบล้อมห้องครัวด้านหลังร้าน กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรป่าเก้าชนิดโชยอบอวลลอยมาตามลม หยุนฟานยืนอยู่หน้าเตาดินเผา ในมือถือมีดไม้ไผ่คอยกวนน้ำแกงสีดำสนิทในหม้อดินอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายแฝงกระแสความระมัดระวังอันเป็นิสัย
"ท่านพี่... น้ำแกงรากบัวต้มเก๋ากี้ของข้าเสร็จหรือยัง"
เสียงหวานใสแฝงความขี้เล่นดังขึ้นพร้อมกับร่างอ้อนแอ้นของ "เมิ่งชิวเหยา" ภรรยารองผู้เป็อดีตเงาสังหาร นางเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายสามี ทว่าสายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นถ้วยน้ำแกงอีกใบที่วางอยู่ข้างเตา มันคือน้ำแกงสมุนไพรสูตรขมจัดที่หลิ่วหรู่เยี่ยนภรรยาแรกชอบดื่มยามธาตุไฟกำเริบ
เมิ่งชิวเหยาแสร้งทำแก้มป่อง ั์ตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อเล็กน้อย "ท่านพี่จำได้แต่ของโปรดของพี่หญิงใหญ่ ทว่ากลับลืมรากบัวของข้าเสียสนิท"
หยุนฟานละมือจากมีดไม้ไผ่ เขาไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวพร่ำเพรื่อ ทว่าหันกลับมาสบสายตากับนาง ดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยารอง ชายหนุ่มขยับกายก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านผ้าป่านหยาบหนาทำให้นักฆ่าสาวผู้เคยเ็าพลันใจสั่นระทึก
หยุนฟานยื่นมือหนาไปหยิบถ้วยดินเผาขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังป้ายไม้ขึ้นมา ภายในคือน้ำเชื่อมดอกกุ้ยฮวาป่าที่เคี่ยวจนเหนียวข้น ของโปรดที่สุดของเมิ่งชิวเหยาที่นางมักจะแอบกินยามเหนื่อยล้า ชายหนุ่มใช้ช้อนไม้ตักน้ำเชื่อมขึ้นมาเล็กน้อย แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากบางของนาง
"ข้าเคยลืมของโปรดของเ้าั้แ่เมื่อใด" หยุนฟานกระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเอ็นดูลึกซึ้ง
เมิ่งชิวเหยาหน้าร้อนผ่าว แก้มเนียนซับสีระเรื่อดุจผลท้อสุก นางสบตาสามี แววตาเต็มไปด้วยความปิติและอ่อนเชื่อมลงทันตา นางอ้าปากรับน้ำเชื่อมหวานละมุนเข้าปากช้า ๆ ปลายนิ้วเรียวงามของนางยื่นไปแตะที่ชายเสื้อของหยุนฟานแล้วกำไว้เบา ๆ เป็ภาษากายที่แสดงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้งโดยไร้เสียงพูดจาพร่ำเพรื่อ ความใส่ใจในสิ่งเล็กน้อยเช่นนี้คือสายใยที่ผูกมัดหัวใจของพวกเขาทั้งสี่ไว้ด้วยกัน
ตัดกลับมา ณ ลานประลองกลาง สำนักเมฆาคราม
บรรยากาศรอบลานหินกว้างขวางคลาคล่ำไปด้วยศิษย์สายในและสายนอกนับพันชีวิต ทุกคนต่างพากันมายืนดูเหตุการณ์ใหญ่โตที่เด็กสายนอกสองคนบังอาจท้าทายอำนาจหอคุมกฎ
เสี่ยวหัวและเสี่ยวิเดินจูงมือกันเข้ามาใจกลางลานประลอง ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับมุมปากกระตุกและอ้าปากค้าง คือภาพของเสี่ยวิที่กำลังอุ้มเตาดินเผาขนาดเล็กที่มีควันไฟลอยโขมง ในมืออีกข้างถือไม้เสียบปลาเค็มตากแห้งย่างจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วลานศักดิ์สิทธิ์
"พี่ใหญ่... ลานตรงนี้กว้างขวางดี ลมพัดแรง เหมาะแก่การย่างปลาเค็มยิ่งนัก" เสี่ยวิยิ้มร่า ปลายนิ้วเปื้อนคราบเขม่าดำทาบเข้าที่แก้มจนกลายเป็รอยแมวมอมแมม
กิ๊ก ๆ ๆ!
เ้าเจ็ดโผล่หัวสีเหลืองทองออกมาจากตะกร้าผ้าผ่อน มันใช้เท้าแหลมคมสะกิดแผ่นหลังของเสี่ยวิ ราวกับจะทวงสัญญาเื่เศษปลาเค็มย่างที่เด็กชายรับปากว่าจะแบ่งให้
"สามหาวนัก! ไอ้พวกเด็กเหลือขอ!"
เสียงตวาดก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด ดับสรรพเสียงรอบด้านลงทันตา ร่างของผู้าุโใหญ่จงเทียนพุ่งทะยานลงมาจากระเบียงสูงดุจพญาแร้ง ร่อนลงยืนเบื้องหน้าสองพี่น้องตระกูลหยุน พลังปราณระดับตัด์ะเิออกระลอกหนึ่ง จนทำให้อากาศรอบลานหินบิดเบี้ยวและหนักอึ้งดุจมีแผ่นผามาทับถม ศิษย์รอบข้างต่างพากันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
ทว่า เสี่ยวหัวและเสี่ยวิกลับยังคงยืนนิ่ง ท่วงท่าสบาย ๆ ราวกับสายลมแรงนั้นเป็เพียงลมโชยหน้าร้อน
"พวกเ้าทำลายคนของหอคุมกฎ ละเมิดกฎเหล็กของสำนัก จงคุกเข่าลงยอมรับโทษทัณฑ์ทำลายวรยุทธ์เดี๋ยวนี้!" จงเทียนคำราม สายตาจับจ้องไปที่หม้อดินและปลาเค็มบนเตา แววตาแฝงความโลภลึกล้ำยามััได้ถึงไอพลังวิเศษ "และส่งของมีค่าทั้งหมดในมือพวกเ้ามาให้หอคุมกฎริบเข้าคลัง!"
"ไม่ได้! นี่คือปลาเค็มของแม่ใหญ่! ใครกล้าแย่ง... ข้าจะทุบให้ฟันร่วง!" เสี่ยวิแยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน วางเตาย่างลงบนพื้นแล้วก้าวออกมายืนบังไว้ แววตาสลัดความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็ดุดันดุจลูกเสือ
"รนหาที่ตาย!"
จงเทียนเดือดดาลสูงสุด ฝ่ามือหนาอัดแน่นไปด้วยปราณสีม่วงเข้มซัดฝ่าอากาศพุ่งตรงเข้าหมายจะบดขยี้ร่างของเสี่ยวิและ่ชิงเสบียงกรังในคราเดียว จังหวะการลงมือสะพัดรวดเร็ว อำมหิต และทรงพลังดุจูเาถล่ม!
จังหวะฝ่ามือพุ่งเข้ามาเหลือระยะห่างเพียงหนึ่งชุ่น ลมพายุหมุนวนกรีดอากาศจนเกิดเสียงวิ้งลั่นโสตประสาท แรงกดดันทำเอาพื้นศิลาหนาใต้เท้าของเสี่ยวิร้าวละเอียดกลายเป็ผงคลี
ทว่า... เสี่ยวหัวไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดมาทำลายเกียรติและเสบียงของมารดา
ฟึ่บ!
เด็กหญิงพุ่งร่างวาบประดุจเงาพราย ท่วงท่าสง่างามเด็ดขาดดุจกิ่งไผ่ต้องลมพายุ วิชาตัวเบาอันลึกล้ำถูกปลดปล่อยออกมาในชั่วดีดนิ้ว นางไม่ได้ชักกระบี่ไม้จากฝัก ทว่าใช้เพียงฝักกระบี่ไม้ไผ่ตวัดกระแทกเข้าที่กลางฝ่ามือสีม่วงของจงเทียนอย่างแม่นยำเด็ดขาด!
เคร้ง!!!
เสียงโลหะปะทะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่วทั้งเทือกเขาเมฆาคราม แรงอัดปราณที่ซ่อนเร้นในฝักกระบี่ทำเอาพลังปราณสีม่วงของจงเทียนแตกกระจายกลายเป็เศษธุลี ร่างใหญ่โตของผู้าุโใหญ่สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง ปลิวละลิ่วถอยหลังไปสิบก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงด้วยความตกตะลึงอันสูงสุด
"อะไรกัน?! ฝักกระบี่ไม้ธรรมดา... กลับทลายฝ่ามือตัด์ของข้าได้!" จงเทียนแผดเสียงร้องในใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
ทว่าเสี่ยวหัวไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หยุดหายใจ นางก้าวสืบเท้าขยับกายประดุจเงาพราย หมุนตัวตวัดปลายฝักกระบี่ไม้ไผ่เข้าเจาะทะลวงจุดชีพจรหน้าอกของจงเทียนอย่างโเี้เด็ดขาด!
ฉึก! กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงอกหลุดลั่นดังสะท้าน ผู้าุโใหญ่หน้าเขียวคล้ำ ร้องอุทานอั่กในลำคอ เืสด ๆ ฉีดพุ่งออกจากปาก ร่างกายซีกขวาชาหนึบจนไม่อาจขยับเขยื้อนยามเมื่อเส้นประสาทถูกทำลายสิ้น ร่วงลงไปกองกับพื้นโคลนหมดสภาพยอดคน
In เวลาเดียวกัน ศิษย์สายในระดับสูงอีกห้าคนเห็นหัวหน้าเพลี่ยงพล้ำ พวกมันจึงชักดาบยาวพุ่งเข้าใส่เสี่ยวิจากรอบทิศทาง หมายจะสับร่างของเด็กชายให้แหลกคามือ ทว่าเสี่ยวิกลับไม่อยู่เฉย เด็กชายใช้เท้าขวาขยับก้าวไขว้ตามท่าร่างก้าวพระบาทท่องดารา ร่างเล็กพุ่งวาบหลบวิถีดาบทั้งหมดได้อย่างปาฏิหาริย์ดุจงูเลื้อยฝ่าดงหญ้า
ฟึ่บ! ปัง! ปัง! ปัง!
เสี่ยวิไปปรากฏกายขึ้นใจกลางกลุ่มศัตรู ฝ่ามือน้อย ๆ สองข้างอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์ ซัดตบเข้าที่บั้นเอวของศัตรูสามคนพร้อมกันเบา ๆ หนึ่งครั้ง!
บึ้ม!!!
มวลอากาศเบื้องหน้าพลันะเิออกดุจะุปืนใหญ่ แรงดันปราณอันมหาศาลพุ่งกระแทกเข้าที่จุดศูนย์รวมพลังของศัตรูอย่างจัง เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้นดัง อั่ก! ร่างใหญ่โตของพวกมันสามคนปลิวละลิ่วทะลุกำแพงลานประลองพังทลายเป็รูโหว่ั์ ปลิวไปตกกระแทกกับกองมูลดินด้านนอกสลบเหมือดจมกองเืทันทีในเสี้ยวอึดใจ โดยไม่อาจส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียว
ส่วนอีกสองคนที่เหลือถูกเสี่ยวหัวตวัดฝักกระบี่ไม้สับเข้าที่ข้อมือจนดาบหลุดมือ และโดนเตะเข้าที่ยอดอกจนกระเด็นไปล้มลุกคลุกคลาน กองรวมกันอยู่บนพื้นดินร่วมกับผู้าุโใหญ่จงเทียน
ฝุ่นดินและควันปราณค่อย ๆ สงบลง บรรยากาศรอบด้านกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครา ศิษย์นับพันคนรอบข้างต่างพากันเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอันสูงสุด พวกเขารีบคุกเข่าลงกับพื้นโขกศีรษะให้สองพี่น้องตัวน้อยดุจกราบไหว้เทพเ้าแห่งความตาย
"ฝาก... ฝากไว้ก่อนเถอะ!" หลินเพ่ยเอ๋อร์ร้องลั่นทั้งน้ำตา ใบหน้างดงามบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและคราบเื นางรีบพยุงร่างอันสะบักสะบอมของผู้าุโใหญ่หนีออกจากลานประลองไปอย่างรวดเร็วด้วยความอับอายขายหน้า
เสี่ยวิหยิบปลาเค็มย่างขึ้นมาเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ไอพลังปราณสีทองหนาแน่นะเิออกระลอกหนึ่งรอบกายของเด็กชาย ร่างกายที่เคยเหน็ดเหนื่อยกลับคืนสู่ความสมบูรณ์พร้อมในเสี้ยวอึดใจ จนทำเอาแท่นศิลาประลองใต้เตาย่างหลอมเหลวกลายเป็ผงคลีสีดำละเอียด
ห่างออกไปในเงามืดบนยอดหลังคาตำหนักใหญ่
ผู้เฒ่าชิงหลิวที่แอบติดตามดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาถึงกับมือสั่นเทาจนเกือบปล่อยป้ายหยกหล่นพื้น ดวงตาเหี่ยวย่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอันสูงสุด "ฝ่ามือไร้รูปและจิตกระบี่นั่น... มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุเท่านี้จะทำได้! สองพี่น้องตระกูลหยุน... พวกเ้าเป็สัตว์ประหลาดจากยุคโบราณตนใดกลับชาติมาเกิดกันแน่?!"