ตอนที่18 ่มอบของขวัญ
หลินลู่เฟิน น้องสาวหลินลู่เอินผู้เป็ทายาทสาวตระกูลหลินอันดับหนึ่งของเมืองหลวงพยักพเยิดให้ซ่งเหอมี่หันไปมองตำแหน่งกลุ่มชายชรายืนห้อมล้อมชายใส่หน้ากากพลางถามอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ว่า
“คุณซ่งรู้จักผู้ชายใส่หน้ากากไหมคะฉันอยากรู้จังเลยว่าเขาเป็ใครมาจากไหน”
หลินลู่เฟิน้ายืมมือผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อของประเทศให้ช่วยค้นหาตัวตนของชายใส่หน้ากากด้วยรู้สึกถูกดึงดูดจากเสน่ห์อันลึกลับของอีกฝ่าย ทั้งอยากเข้าไปทำความรู้จักในทีแต่ยังไว้เชิงอยู่
ซ่งเหอมี่ได้ยินทายาทสาวตระกูลหลินถามพลางเอี้ยวคอไปมองกลุ่มชายชรากำลังพูดคุยกับชายใส่หน้ากากโดยมีชายหนุ่มหน้าบึ้งและชายชราผู้คุ้นเคยยืนขนาบข้างอารักขาอยู่พลางถามย้ำเพื่อความแน่ใจเพราะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายมาก่อนว่า
“คนใส่หน้ากากน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ” หลินลู่เฟินพยักหน้าตอบตามจริง
ซ่งเหอมี่หันไปทั้งตัวเพื่อมองชายใส่หน้ากากอย่างพิจารณาก่อนผินหน้าตอบบรรดาทายาทหนุ่มสาวตามจริงว่า
“ไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยว่าแต่เขาโดดเด่นเื่อะไรคะถึงอยากยืมมือฉัน”
เมื่อทายาทหนุ่มสาวได้ยินคำถามดักคออย่างตรงไปตรงมาจากซ่งเหอมี่ผู้มีกิตติศัพท์เื่ความเถรตรงจากตระกูลซ่งอันดับสองแห่งเมืองหลวงต่างพากันยิ้มเขินอายเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดโพล่งอย่างไม่เกรงใจ
ถึงอย่างนั้นไม่มีใครกล้าตอบคำถามซ่งเหอมี่เพราะกลัวถูกดักคอไว้อีก ส่วนกู้เฟยจูกระซิบบอกแฟนหนุ่มถึงความผิดปกติของชุดเดรสสองหนุ่มสาวจึงแยกตัวไปเข้าห้องน้ำทันที
จางเลี่ยงลุ่ย ทายาทอันดับสองแห่งตระกูลจางเหลือบเห็นน้องสาวเดินหน้ามุ่ยจากประตูห้องโถงมาเพียงลำพัง จึงกวักมือเรียกให้เข้ามาร่วมกลุ่มทำให้ดึงความสนใจของทุกคนกลับมาอยู่ในกลุ่มตามเดิม
“จินเอ๋อร์มานี่เร็ว! หน้ามุ่ยแบบนี้แสดงว่าคู่ควงไม่มีล่ะสิ”
จางลี่จินเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาเพราะเพิ่งรับรู้ข้อมูลจากทางสมาชิกตระกูลหลงว่าชายหนุ่มที่ตนหลงรักหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจึงพลาดโอกาสควงคู่เขาออกงานสำคัญพลางเดินเข้ามาหาพี่ชายแต่ไม่ลืมกล่าวทักทายซ่งเหอมี่ในฐานะผู้าุโที่สุดในกลุ่มอย่างมีมารยาทว่า
“สวัสดีค่ะคุณซ่งไม่นึกเลยว่าจะมางานนี้ด้วย”
“มาอวยพรแทนคุณพ่อน่ะเชิญพวกคุณตามสบายนะคะ”
ซ่งเหอมี่ได้โอกาสแยกตัวจึงทักทายตอบแล้วเดินไปทักทายกับนักธุรกิจคนอื่นอย่างคุ้นเคย
จากนั้นจางลี่จินทักทายกับทายาทตระกูลดังหลายคนอย่างเป็กันเองโดยไม่ลืมตอบคำถามไช่ซินหยูผู้เป็เพื่อนสนิทซึ่งถามถึงเื่สำคัญของตนว่า
“อื้อพี่ชายจวินกลับมาจากต่างประเทศได้สองสามวันละ แต่เขาหายตัวไปอีกแล้วไม่รู้หายไปไหน ถามคุณลุงคุณป้าก็ไม่มีใครรู้ ว่าแต่พี่ชายเทียนเล่อยังไม่มาอีกเหรอไอล่า”
ท้ายประโยคทายาทสาวตระกูลจางผินหน้าไปถามเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนซึ่งไอล่าเป็แฟนกับพี่ชายของชายหนุ่มคนรักด้วยเห็นว่าสมาชิกตระกูลหลงเดินทางมาถึงห้องจัดเลี้ยงแล้ว
“พวกเรานัดเจอกันที่นี่เลยโน่นแน่ะ พูดถึงก็มาพอดี” ไอล่าตอบพลางบุ้ยปากไปทางประตูเข้าห้องจัดเลี้ยง
ทันใดนั้นพนักงานต้อนรับอยู่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงะโแจ้งการมาถึงของตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งซึ่งเป็คู่แข่งขันทางธุรกิจกับตระกูลกู้มานานว่า
“ผู้ร่วมงานแซยิดท่านผู้นำตระกูลกู้ลำดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบเก้า ท่านประธานหลงเกอจากดรากอนกรูป!”
ฉับพลันทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงโดยมีชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานหลงเกอผู้ทำหน้าที่บริหารสูงสุดของดรากอนกรูปในชุดสูทหรู เดินควงแขนมากับภรรยาในชุดเดรสสีชมพูสวยงามด้านหลังทั้งคู่มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาถือกล่องของขวัญอยู่ในมือ
ทุกคนจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งด้วยความรู้สึกหลากหลายเนื่องจากมีข่าวเล็ดลอดออกมาถึงอาการป่วยของผู้นำตระกูลหลงเกิดขึ้นกะทันหัน จึงไม่สามารถมาร่วมงานแซยิดได้ทว่าอีกข่าวกลับบอกว่าสองตระกูลขัดแย้งกันมานานฉะนั้นผู้นำตระกูลแต่ละฝ่ายอาจไม่ยอมก้มหัวให้แก่กัน
อย่างไรก็ดีหลังจากผู้คนหายจากการตกตะลึงในการมาถึงของตระกูลหลงอันยิ่งใหญ่ของประเทศพลันมีนักธุรกิจคนหนึ่งพูดเสียงดังขึ้นมาจนเรียกความสนใจจากแเื่ในทันทีว่า
“อ้าว!งานนี้ไม่มีประธานกลุ่มการเงินดิวันมาร่วมด้วยเหรอผมอุตส่าห์มาเพราะอยากเจอเขานะเนี่ย”
ด้วยคำพูดไม่ยั้งคิดของแขกบางคน แต่ไปกระตุกความสนใจของใครหลายคนเพราะคำว่า“กลุ่มการเงินดิวัน” ทำให้แเื่ต่างถามไถ่ถึงประธานลึกลับทันที เหตุเพราะต่าง้าร่วมมือทางการค้ากันเป็จำนวนมาก
คราวนี้มีแขกบางคนเอ่ยถึงกิตติศัพท์ของประธานผู้ลึกลับกลุ่มการเงินดิวันว่า
“ผมก็อยากเจอเขาเหมือนกันได้ข่าวว่ากลุ่มดิวันติดหนึ่งในห้าผู้มั่งคั่งของนิตยสารฟอบส์เชียวนะ แสดงว่าเขาต้องมีทรัพย์สินมากกว่าตระกูลใหญ่ในนี้ไม่งั้นคงไม่ได้ติดอันดับแน่ ถ้าประธานกลุ่มการเงินดิวันมาที่นี่จริง เขาคงเนื้อหอมที่สุดเพราะมีแต่คนอยากให้ลงทุนด้วยอีกเพียบ”
“จริงเหรอ? ผมอยากพบเขาสักครั้งใครพอมีข้อมูลติดต่อกับประธานกลุ่มดิวันบ้าง”
“ฉันก็ได้ข่าวมาแบบนั้นเหมือนกันแต่งานของจีนเขาจะมาร่วมอยู่เหรอ นั่นเขาอยู่ระดับโลกเชียวนะ”
“เฮ้!ฉันได้ยินข่าวจากวงในว่าเขาเป็คนจีนเหมือนพวกเรานะผู้ช่วยมือขวาของเขาก็เป็คนจีนนี่แหละ แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าชัด ๆ เท่าไหร่ เผลอๆ ในงานนี้เขาอาจแฝงตัวอยู่ในพวกเราก็เป็ได้”
บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงพลันระอุขึ้นทันทีเพราะแเื่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปให้ความสำคัญกับกลุ่มการเงินดิวันซึ่งเข้ามาทำธุรกิจหลากหลายประเภทอยู่ในจีนแม้แต่โรงแรมและห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังแย่งตำแหน่งอันเคยเป็อันดับหนึ่งไปจากตระกูลดังในจีนหลายตระกูล
ด้านพิธีกรได้รับสัญญาณจากเ้าภาพฝั่งตระกูลกู้ ด้วยไม่อยากให้แเื่มัวแต่พูดคุยถึงบุคคลอื่นซึ่งไม่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงจึงรีบเดินขึ้นเวทีไปทำหน้าที่เพราะแเื่คนสำคัญในจีนต่างเดินทางมาครบถ้วนทั้งยังถึงเวลามงคลตามกำหนดการ อีกประการคือ้ากลบเื่อื่นซึ่งทำให้เ้าของงานรู้สึกด้อยค่าทันทีว่า
“สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน บัดนี้ก็ได้เวลาอันเป็มงคลแล้วท่านผู้นำตระกูลกู้้าให้เริ่มงานได้เลย ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานกู้ฟาฉีให้มาทำหน้าที่พิธีกรในวันนี้ทางเ้าภาพขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เสียสละเวลาและนำของขวัญมาร่วมงานแซยิดในครั้งนี้ลำดับต่อไป...ขอเรียนเชิญท่านผู้นำตระกูลกู้นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งบนเวทีได้แล้วครับ”
พิธีกรชายหยุดพูดชั่วขณะเพื่อให้ลูกหลานประคองผู้นำตระกูลกู้มานั่งบนเก้าอี้ไม้หนานมู่เนื้อทองสลักเป็ัตัวใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเวทียกสูงจากพื้นเพียงหนึ่งฟุตด้วยเจตนา้าให้แเื่มอบของขวัญในระดับต่ำกว่าเล็กน้อยเป็การแสดงอำนาจของตระกูลอันดับหนึ่งในที
ครั้นพิธีกรชายเห็นประธานในพิธีนั่งเก้าอี้เรียบร้อยโดยมีหลานชายและหลานสาวยืนขนาบข้างเก้าอี้เป็การเปิดตัวทายาทรุ่นที่สามไปในตัวจากนั้นเริ่มกล่าวต่อว่า
“ท่านผู้นำตระกูลกู้หวังเป็อย่างยิ่งว่าทุกคนจะอิ่มหนำสำราญไปกับบริการระดับห้าดาวของโรงแรมแอดวานซ์กรูปนะครับเพื่อไม่เป็การเสียเวลาผมจะเชิญท่านผู้มีเกียรติมอบของขวัญแก่ท่านผู้นำตระกูลกู้ตามลำดับซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงลำดับเล็กน้อยหวังว่าทุกท่านจะเข้าใจนะครับ”
พิธีกรชายชะงักเนื้อหาสำคัญส่วนแรกชั่วคราวพลางกวาดตาส่งยิ้มให้แเื่อย่างเป็มิตรทว่าความจริง้าประเมินท่าทีของแเื่ด้วยเนื่องจากการเรียงลำดับมอบของขวัญจะถูกเปลี่ยนแปลงให้สมฐานะของผู้จะมอบดังนั้นการมอบจะเริ่มต้นจากตระกูลอันดับหนึ่งก่อนพอเห็นแเื่พยักหน้าเข้าใจจึงพูดต่อว่า
“ถ้าอย่างนั้นผมจะอ่านรายชื่อท่านผู้มีเกียรติมอบของขวัญงานแซยิดท่านผู้นำตระกูลกู้ตามนี้นะครับอันดับแรก ขอเชิญท่านประธานหลงเกอและครอบครัว เรียนเชิญครับ”
พลันเกิดเสียงฮือฮาเล็กน้อยเพราะแขกเดินทางมาถึงเป็กลุ่มสุดท้ายแต่มีโอกาสมอบของขวัญก่อนคนอื่นกระนั้นไม่มีใครกล้ากล่าวท้วงออกมา เนื่องจากตระกูลหลงกับตระกูลกู้เป็คู่แข่งขันทางธุรกิจและมีความร่ำรวยทัดเทียมกันซึ่งเหนือกว่าตระกูลอันดับหนึ่งอีกสามตระกูล
เวลานี้สมาชิกตระกูลหลงเพิ่มเป็สี่คน เนื่องจากหลงเทียนเล่อไปเชิญแฟนสาวจากตระกูลสวีเข้าร่วมอวยพรพร้อมกันเป็การประกาศสถานะความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองตระกูลในที
จากนั้นหลงเกอเดินเคียงคู่ไปกับภรรยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มโดยมีลูกชายเป็คนถือกล่องของขวัญซึ่งรับมาจากพนักงานโรงแรมอีกทีแล้วยังมีว่าที่สะใภ้จากตระกูลสวีร่วมเดินตามหลังในกลุ่มเดียวกันกลายเป็ภาพน่าเกรงขามเพราะบ่งบอกถึงความสัมพันธ์เหนียวแน่นจากตระกูลใหญ่ถึงสามตระกูลเข้าด้วยกัน
อนึ่งภรรยาของหลงลู่เกอหรือหลินลู่ซือเป็ลูกสาวของตระกูลหลินอันดับหนึ่งส่วนไอล่าเป็ทายาทรุ่นสามของตระกูลสวีอันดับหนึ่งทำให้ความมั่นคงของตระกูลหลงเหนือกว่าตระกูลกู้มากถึงสามต่อสองตระกูลนั่นเอง
เมื่อสมาชิกตระกูลหลงเดินตรงไปหยุดยืนต่อหน้าชายชราซึ่งอยู่สูงกว่าทุกคนเล็กน้อยหลงเกอเอี้ยวตัวรับกล่องของขวัญจากมือลูกชาย แล้วยื่นออกไปตรงหน้าพลางกล่าวอวยพรชายชรากู้ฟาหยางตามมารยาทว่า
“ขอให้ท่านผู้เฒ่ากู้มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวถึงหนึ่งร้อยปี นี่คือของขวัญจากตระกูลหลงขออภัยที่พ่อผมไม่ได้มาอวยพรด้วยตัวเองนะครับ”
กู้ฟาหยางยิ้มหน้าบาน พลางโบกมือเป็เชิงปฏิเสธเหมือนคนชราอารมณ์ดีแล้วถามถึงอาการป่วยของคู่แข่งขันอย่างไว้ท่าทีว่า
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ ขอบใจมากที่มาร่วมงาน แล้วตาแก่หลงเป็อะไรมากไหมล่ะ”