Druw 008.5 Ryzer of Guardian
ผัวะ! เสียงดาบไม้ไผ่กระแทกกล้ามเนื้อแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามบึกบึนของชายหนุ่มที่ตัวโตกว่ามาก ชายผู้นั้นล้มลงพื้นอย่างหมดสภาพ เสียงประกาศผู้ชนะการประลองครั้งนี้ดังก้องให้ได้ยินกันทั่วสนามการประลองประจำหอเวสต์แห่งนี้ เสียงเฮดังขึ้นรอบข้าง...ซึ่งเสียงเ่าั้มาจากรุ่นพี่ของสายพิเศษ G ล้วนๆ!
“แจ๋วเลยไอ้น้อง! ตอนแรกนึกว่าปีนี้คนของสายเราจะไม่ได้เป็หัวหน้าหอแล้วเสียอีก!” รุ่นพี่ที่นั่งอยู่บนแท่นที่นั่งรับชมะโร้องออกมาด้วยความดีใจ ตามมาด้วยเสียงของรุ่นพี่อีกหลายๆ คน
การประลองที่จัดขึ้นครั้งนี้คือการประลองเลือกหัวหน้าหอของหอเวสต์ ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็ได้ตัวหัวหน้าหอคนใหม่มาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มร่างสูงสง่าเ้าของผมสีแดงสะดุดตาหันหลังกลับอย่างไม่สนใจ หึ! อย่างไรซะคนพวกนี้ก็้าแค่คอยประจบเขาเพื่อให้ได้อำนาจมาไว้ในมือก็เท่านั้น ดวงตาสีดำของชายหนุ่มลอบมองคนเ่าั้ด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะเดินออกไปจากลานประลองแห่งนี้
ชื่อของชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า ไรเซอร์ ลาเปน เป็บุตรชายเพียงคนเดียวของเสนาธิการกรมทหารแห่งอาณาจักรมอลโนวานี้ แม่ของเขานั้นเป็คนของอาณาจักรควาเซที่ว่ากันว่าเป็อาณาจักรของเหล่าัและผู้เลี้ยงัทั้งหลาย และเขาก็เติบโตที่นั่น...ที่ควาเซ เขาอยู่ที่นั่นกับลุงของเขาซึ่งเป็พี่ชายฝาแฝดของแม่หลังจากที่แม่ของเขาจากไปหลังจากที่เขาเกิดได้ไม่กี่เดือน และเขาก็เพิ่งกลับมาที่มอลโนวาแห่งนี้ก่อนเข้ารับการสอบเป็ทหารฝึกหัดได้หนึ่งเดือน ตามคำสั่งของพ่อแท้ๆ ของเขาที่ไม่เคยนึกเป็ห่วงเขาเลยแม้แต่นิด ทว่าสิ่งที่ชายคนนั้นที่เรียกตัวเองว่าเป็พ่อของเขานั้น้ามีเพียงแค่พลังพิเศษของสายเืผู้เลี้ยงัที่อยู่ในตัวเขาเท่านั้น!
อา…ท่านแม่ของเขา ช่างน่าสงสารที่แม้ก่อนตายก็ยังไม่ได้เห็นธาตุแท้ของชายคนนั้น
“ออกไปข้างนอกกันไหมไรเซอร์ หน้าตาของเ้าตอนนี้ดูแย่มากเลย” ฟีนอล ัเพลิงผู้เป็คู่หูของไรเซอร์มองเขาด้วยสายตาเป็ห่วง ดวงตาสีดำของชายหนุ่มจ้องมองสบดวงตาสีม่วงแดงของมัน ดวงตาคู่นั้นทอประกายห่วงเขาอย่างชัดเจน
คนที่ห่วงเขาจริงๆ ก็คงจะมีแค่ฟีนอลกระมัง...ไม่สิ รวมท่านลุงของเขาเข้าไปด้วยอีกคน
ไรเซอร์เกิดและเติบโตที่อาณาจักรควาเซ แม้ว่าท่านแม่ของเขาจะปักใจและใช้ชีวิตร่วมกับท่านพ่อ แต่งงาน มีเขา ทว่าเมื่อท่านไม่กลับควาเซถึงสองปีเต็ม ทั้งยังไม่ส่งข่าวบอก ท่านลุงของเขา ‘ซันโดร’ จึงมาตามหาถึงที่นี่ และพาท่านแม่กลับไปควาเซพร้อมกับเขาที่ตอนนั้นอยู่ในท้องท่านแม่ได้เจ็ดเดือนแล้ว
ท่านลุงได้ตกลงกับท่านพ่อเอาไว้ ท่านลุงจะเป็คนเลี้ยงเขาจนถึงอายุยี่สิบห้าเพื่อสอนในสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับสายเืของตนเอง หลังจากนั้นหากเขายืนยันว่าจะกลับมาอยู่กับท่านพ่อ ท่านลุงก็จะปล่อยเขาให้มาที่นี่
แล้วคิดว่าเสนาธิการกรมทหารแห่งอาณาจักรมอลโนวาที่้าเพียงแค่พลังของเขาจะปฏิเสธหรือ? แน่นอนว่าไม่อยู่แล้ว เขายอมรับข้อตกลง หากแต่ใน่เวลายี่สิบห้าปีนั้นก็้าให้ไรเซอร์กลับมาเยี่ยมเขาบ้าง
อืม…ชายคนนั้นอาจไม่ได้เพียงแค่้าพลังของเขาเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในตอนที่เขาแต่งงานกับท่านแม่ ในหัวเขามีแต่เื่อำนาจจริงๆ
ซันโดรเป็หัวหน้าหน่วยองครักษ์ัราชันย์ และยังเป็หัวหน้าผู้คุมกฎแห่งนครฝั่งเหนืออีกด้วย อยู่ภายใต้คนเพียงเดียวแต่มีอำนาจอยู่เหนือคนทั้งหมด นั่นทำให้ชายคนนั้นยุ่งมาก งานกองท่วมหัวเกือบทุกวัน แทบจะไม่มีเวลาว่างให้ตัวเอง แต่ก็ไม่เคยละเลยไรเซอร์ที่เป็แค่หลานชาย
แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่ต้องยอมรับว่าซันโดรบริหารเวลาตัวเองดีมาก เขาสามารถเลี้ยงหลานชายไปด้วย ทำงานไปด้วยได้อย่างไม่มีปัญหา ความรักที่ควรให้ก็มีไม่ขาด การอบรมสั่งสอนที่ควรทำก็ไม่เคยละเลยสักครั้ง แม้ไรเซอร์จะทำผิดพลาด ชายคนนั้นก็ยังคงสอนให้รู้จักแก้ไข พัฒนาตนเองอย่างใจเย็น
ไรเซอร์เป็ทั้งหลานและลูกศิษย์ของซันโดร ซันโดรจึงเป็คนที่ชายหนุ่มเคารพมากที่สุด
ทว่าท่านลุงของเขา ซันโดรคนนั้น…กลับใส่ใจคนคนหนึ่งมากเป็พิเศษ สนใจมากกว่าเขาที่เป็ทั้งหลานชายและลูกศิษย์เสียอีก แม้จะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่าย แต่ชื่อเสียงของคนผู้นี้โด่งดังมาก เรียกได้ว่ารู้จักกันทั่วนครฝั่งเหนือ
ดารูว์จอมแหกกฎ
เด็กที่ไม่เคยทำตามกฎของนครฝั่งเหนือได้สักข้อ คนที่ทำให้ท่านลุงของเขาต้องปวดหัวทุกวัน! ไรเซอร์ไม่เข้าใจว่าก็แค่ทำตามกฎ มันมีอะไรยากนักหนา? หรือว่าเป็ถึงเด็กที่องค์ชายดราโก้รับเป็น้องสาว ก็สามารถไม่สนใจกฎที่มีมาอย่างช้านานได้? หรือว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องความสนใจ?
แต่ไม่ว่าจะเป็เหตุผลข้อไหน เขาก็เกลียดคนแบบนี้ที่สุด!
ในวันที่เขาเข้าร่วมการทดสอบที่ป่าทมิฬ นั่นเป็ครั้งแรกที่เขาได้เจอกับดารูว์คนนั้น เพียงแค่สบตา เขาก็รู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่ายอย่างยิ่ง
ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ทำไมเขาจะต้องทนด้วย เขาไม่ใช่ท่านลุงที่ตามใจเด็กนั่นเสียหน่อย
เออ! ยอมรับก็ได้ว่าเขากำลังอิจฉาเ้าเด็กนั่น
“เ้าทำหน้าเหมือนโกรธใครมาเลย ยิ้มเสียบ้าง”
ไรเซอร์ที่กลับมาเปลี่ยนชุดในห้องพักของตัวเองได้ติดต่อหาซันโดรด้วยความคิดถึง ก่อนจะจากมา ซันโดรได้ให้เครื่องติดต่อสื่อสารที่สามารถเห็นหน้าอีกฝ่ายได้มา แต่ไรเซอร์ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก เพราะใช้มันแต่ละครั้ง เ้าเครื่องมือนี่กินพลังเวทของเขาแทบจะหมดตัว!
อันตรายจริงๆ ดีนะที่เขามีหินเก็บพลังเวทสำรองอยู่ด้วย
“ผู้คนที่นี่มีแต่คนที่เข้ามาตีสนิทด้วยเพราะข้าเป็ลูกของท่านพ่อทั้งนั้น โชคดีที่ข้าไม่มีคู่หูเหมือนคนอื่น”
ใช่แล้ว ไรเซอร์นั้นไม่มีคู่หู เนื่องจากเขาออกมาจากป่าทมิฬเป็คนสุดท้ายของสายพิเศษ G เป็เศษที่ต้องรอว่าจะมีคนเหลือจากสายสามัญหรือไม่ ไม่รู้ว่านี่เป็โชคร้ายหรือโชคดี เพราะสายสามัญมีจำนวนครบคู่พอดี เขาที่เป็เศษเหลือของหอเวสต์จึงไม่มีคู่หู และได้นอนในห้องพักคนเดียวโดยไม่ต้องไปเบียดกับคู่หูคนอื่น
“นี่เป็ธรรมชาติของมนุษย์ เ้าควรจะรู้ได้ั้แ่อยู่ที่นี่แล้ว”
ใช่แล้ว เขาควรที่จะรู้นานแล้ว
นครฝั่งเหนือมีองค์ชายสองคน แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท เขาไม่เข้าใจว่ากษัตริย์ซาบรีย์กำลังคิดอะไรอยู่ แต่การที่ยังไม่เลือกใครแบบนี้ มันทำให้ผู้ใต้บัญชาแบ่งออกเป็สองฝ่ายอย่างชัดเจน
องค์ชายลำดับสอง ดราโก้ ซาบรีย์ องค์ชายที่เกิดจากราชินีคนปัจจุบัน แม้จะเป็องค์ชายลำดับสองแต่เขาก็ได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากองค์ราชินีคนปัจจุบัน และมีแรงสนับสนุนมากมายจากขุนนางที่อยู่ฝั่งเดียวกับราชินี ซันโดรเองก็เป็หนึ่งในนั้น เพราะเป็องค์ชายที่ได้รับการสนับสนุนจากราชินี ทำให้มีคนมากมายพาตัวเข้าใกล้หวังพึ่งอำนาจ แน่นอนว่าเขาที่เป็หลานของซันโดรก็ได้รับอานิสงค์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันน่ารำคาญมาก
ส่วนอีกคน…องค์ชายองค์แรกของราชวงศ์ซาบรีย์ ดารีเซญ์ ซาบรีย์ องค์ชายที่เกิดจากราชินีคนแรก ถึงกระนั้น แรงสนับสนุนกลับแทบไม่มี เพราะเสียมารดาไปั้แ่ยังเล็ก อำนาจทุกอย่างที่อยู่ในมือขององค์ชายผู้นี้จึงล้วนมาจากสองมือและความสามารถของเขาล้วนๆ
ดารีเซญ์เกลียดราชินีคนปัจจุบันมาก ไรเซอร์ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขารู้มาว่าราชินีคนก่อนตายเพราะถูกจับได้ว่าคบชู้สู่ชายจนถึงขั้นที่มีลูกด้วยกัน ซึ่งเป็เื่ที่ร้ายแรงมากสำหรับราชวงศ์ซาบรีย์ ราชินีคนก่อนตรอมใจตายก่อนที่จะถูกปะา ส่วนลูกชู้คนนั้นก็ถูกส่งไปขังในคุกมืด และตายอยู่ในนั้น
เื่ที่ราชินีคนก่อนคบชู้ เดิมทีเป็ความลับที่รู้แค่ไม่กี่คน ทว่ามันกลับเป็เื่ที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งอาณาจักร ก็เพราะราชินีคนปัจจุบัน
เหล่าผู้ภักดีของราชินีคนก่อนซึ่งล้วนเป็คนจากนครฝั่งใต้ถูกคุมขังเอาไว้ในคุกมืดในข้อหากบฎ เพราะรู้เห็นเป็ใจให้นายของตนทำผิดกฎข้อร้ายแรงของราชวงศ์ซาบรีย์ เื่ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ซาบรีย์กลายเป็ผู้กุมอำนาจเพียงหนึ่งที่แท้จริงแห่งควาเซ
ทว่าราชินีคนปัจจุบันกลับไม่สามารถยื่นมือไปหาดารีเซญ์ได้ เพราะเขาไม่มีความผิด อีกทั้ง…เพราะัคู่หูของเขา
แม้ควาเซจะเป็อาณาจักรของเหล่าผู้เลี้ยงั ทว่าก็มีคนไม่น้อยที่เกิดมาแล้วไม่มีัคู่หู ตระกูลของราชินีคนก่อนก็เป็หนึ่งในนั้น นอกจากบรรพบุรุษรุ่นแรกก็ไม่มีใครในตระกูลมีัคู่หูอีกเลย ทว่าดารีเซญ์กลับเป็คนแรกในตระกูลที่มีัคู่หู อีกทั้งยังเป็าาั์อีกด้วย
ที่ดารีเซญ์ไม่ถูกอำนาจของราชินีคนนี้กลืนกิน ส่วนหนึ่งเป็เพราะองค์าาปกป้อง และอีกส่วน ก็เป็เพราะาาั์ตนนั้น มันทั้งชั่วร้ายและโเี้จนไม่เหลือความเป็ั์ ชนิดที่ว่าาาัทอง คู่หูของดราโก้ยังถูกมันทุบตีจนเละทุกครั้งที่เจอหน้า!
และแน่นอน…เขากับฟีนอลก็ไม่รอด เหตุผลที่ไรเซอร์ยอมกลับมาอยู่กับท่านพ่อ ก็เพราะดารีเซญ์คนนี้! องค์ชายผู้นี้ไม่เคยพูดประโยคใดให้มากความ เพียงเจอหน้าเขา ั์ตนนั้นก็จะตรงปรี่เข้ามาทุบตีพวกเขาทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่มีโอกาสที่จะได้หนีเลยด้วยซ้ำ องค์าาเองก็ทำเป็หลับตาข้าง ไม่ต่อว่าอะไรดารีเซญ์ทั้งสิ้น
เหตุผลทั้งหมด…เป็เพราะเขาคือหลานของซันโดร เหตุผลที่ไร้ความรับผิดชอบนี่คืออะไรกัน? ทำไมถึงได้ไร้เหตุผลกันแบบนี้!
“เจอรินกะหรือยัง? นางบอกว่าจะลองเป็แพทย์หลวงฝึกหัดที่นั่น”
คำถามของซันโดรเรียกสติไรเซอร์ออกมาจากอดีตอันโหดร้ายที่เคยได้รับจากดารีเซญ์ ชายหนุ่มยิ้มหน้าบานเมื่อนึกถึงหญิงสาวเ้าของชื่อที่ถูกกล่าวถึง
“ข้าเจอนางเมื่อวันก่อน นางสบายดี”
เนื่องจากเขากับรินกะมีอายุเท่ากัน พวกเขาจึงสนิทกันมาก และรินกะก็ยังเป็พาร์ทเนอร์ที่รู้ใจเขาที่สุด ดังนั้นเวลาที่เขาต่อสู้ร่วมกับเธอ พวกเขาจึงแทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน
“นางมีความสุข แล้วเ้าล่ะ? พ่อเ้าดูแลเ้าดีหรือไม่”
“ดี…ในฐานะพ่อ เขาไม่ได้ทำหน้าที่บกพร่อง” แต่ไม่ดีเท่าท่าน ไรเซอร์ต่อประโยคหลังในใจ
“เขาดูแลเ้าดีก็ดีแล้ว ลุงจะได้สบายใจ…อยู่ที่นี่เ้าจะโดนท่านดารีเซญ์ทุบตีเปล่าๆ”
เพราะแบบนั้นเขาถึงได้หนีมาที่นี่! แต่เมื่อนึกถึงอายุของท่านลุงในตอนนี้ ไรเซอร์ก็อดสงสัยไม่ได้ “ที่ท่านลุงยังไม่แต่งงานก็เพราะท่านดารีเซญ์หรือ” เพราะดารีเซญ์ยังอยู่ หากท่านลุงคิดจะมีลูก ลูกของท่านลุงต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากเขาแน่
“เปล่า”
ทว่าเื่กลับไม่ได้เป็ไปอย่างที่เขาคิด ซันโดรปฏิเสธทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย เขาถามอีกครั้งว่าทำไม คำตอบของท่านลุงที่เคารพทำให้เขาขมวดคิ้ว
“ที่ลุงไม่แต่งงาน เพราะคนที่ลุงรักตายไปนานแล้ว”
ซันโดรมีคนรัก? เื่นี้ไรเซอร์ไม่เคยรู้มาก่อน ท่านลุงของเขาเอ่ยอีกสองสามประโยคก่อนที่จะยุติการติดต่อ ทว่าก่อนที่จะจากไป ชายวัยกลางคนที่ภายนอกยังหนุ่มก็ทิ้งข้อความไว้ให้หนึ่งประโยค
“หลังจากที่ควาเซกลับสู่จุดดั้งเดิมของมัน พวกเราจะเริ่มแผนทันที”
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา ถึงกระนั้นส่วนหนึ่งในใจของเขาก็ยังตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันนั้น เขาตัดสินใจเดินออกไปนอกเขตของหอเวสต์ตรงไปยังทิศใต้เพื่อทำใจให้สงบลง...ทิศใต้เป็ทิศของหอเซาท์
เมื่อวันก่อนมีข่าวเื่เด็กใหม่กับพิธีรับน้องของหอเซาท์หลุดออกมา...ข่าวที่ว่าคือหัวหน้าหอเซาท์้าให้รุ่นน้องหลายๆ คนที่ยังเข้ากับคู่หูของตัวเองไม่ได้สนิทกันโดยเร็วจึงจัดงานเลี้ยงต้อนรับขึ้น ทว่าโดยที่แม้แต่เหล่ารุ่นพี่ก็ยังไม่รู้มาก่อนและตั้งตัวไม่ทัน พวกรุ่นน้องปีหนึ่งก็ได้ถูกหัวหน้าหอของพวกตนส่งไปยังจุดต่างๆ ของป่าทมิฬแล้วให้เอาตัวรอดกลับมาพร้อมกับคู่หูของตนให้ได้ และด้วยความที่รุ่นน้องมีเยอะเกินหรืออะไรก็แล้วแต่...ได้มีรุ่นน้องคู่หนึ่งซึ่งเป็คู่เดียวที่ประจำการในสายพิเศษ F ของปีนี้ ถูกส่งไปยังป่าเวทมนต์สุดแสนอันตรายที่อันตรายมากกว่าป่าทมิฬหลายเท่า ว่ากันว่าองครักษ์เวทมนต์ทั้งกองทัพเข้าไปยังเอาชีวิตรอดมาได้แค่ไม่กี่คน แต่นี่อะไร...เข้าไปแค่สองคน แถมยังกลับออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน สภาพดูดีสุดๆ ต่างจากพวกที่เข้าไปในป่าทมิฬแต่สภาพที่กลับออกมาดันแย่สุดๆ!
เพราะเหตุนี้เขาจึงอยากจะเห็นหน้าสองคนนั้นเสียหน่อย
ไรเซอร์ก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงเขตของหอเซาท์ ทหารฝึกหัดปีหนึ่งทั้งหลายต่างมองมาทางเขาด้วยสายตางุนงง แค่ชั่วครู่เดียวก็เลิกสนใจ หันกลับไปทำหน้าที่ของพวกตนต่อ ไรเซอร์ยังคงเดินก้าวต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ
“สิ่งที่เป็จุดเด่นของหอเซาท์คือศาสนจักร” ฟีนอลพูดขึ้น ซึ่งนี่เป็เื่ที่ไรเซอร์เคยได้ยินมาจากเพื่อนร่วมหอเช่นกัน
“ฟีนอล โลกนี้มีพระเ้าจริงหรือไม่” จู่ๆ ไรเซอร์ก็ถามคำถามที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดมาก่อน แต่เพราะพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา เขาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“ไม่ นั่นเป็แค่ความเชื่องมงายของพวกมนุษย์เท่านั้น แท้จริงแล้วโลกนี้ไม่มีพระเ้า แม้จะเป็ั์ก็ยังไม่ใกล้เคียง แต่ความเชื่อเหล่านี้มาจากคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับพรจากิญญาศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก”
“ิญญาศักดิ์สิทธิ์?” ไรเซอร์ชะงัก ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินคำคำนี้มาก่อน มันเป็คำที่แปลกใหม่มากเลยทีเดียว
“ิญญาศักดิ์สิทธิ์คือภูตชนิดหนึ่ง พวกมันมีพลังแห่งแสงสว่าง ไม่มีกายเนื้อ คนธรรมดาไม่อาจมองเห็นได้ คนที่มีิญญาบริสุทธิ์หรือิญญาที่มีธาตุแสงมหาศาลในตัวจะมีิญญาศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวคอยให้ความช่วยเหลือและมอบพลังวิเศษให้ กล่าวได้ว่าคนกลุ่มนี้สามารถใช้พลังเหมือนกับิญญาศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ไม่ทรงพลังเท่าพวกมัน”
คำบอกเล่าเหล่านี้ได้ปลุกไฟแห่งการต่อสู้ของไรเซอร์ขึ้นมา คนเหล่านี้จะต้องแข็งแกร่งมากเป็แน่ แต่… “แล้วจะหาพวกิญญาศักดิ์สิทธิ์ที่เ้าพูดถึงได้ที่ไหน”
“พวกมันสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว”
“…ฮะ?”
“พวกมันเป็สิ่งมีชีวิตั้แ่สมัยยุคา ตอนนั้นยังไม่มีัเกิดเลยด้วยซ้ำ แม้แต่เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแรกก็ยังไม่มี ในตอนนั้นไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ จากภูมิปัญญาัของข้ามันพูดถึงแค่ในตอนนั้นเกิดภัยพิบัติขึ้นทั่วทวีปตะวันตก สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ต่างก็จบสิ้นลงในเหตุการณ์นั้น รวมถึงิญญาศักดิ์สิทธิ์ด้วย”
“…” ไรเซอร์พูดไม่ออก ภัยพิบัติที่ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ต้องสูญพันธุ์ไป? ชายหนุ่มรู้สึกว่าการที่เขาได้เกิดในยุคสมัยของัมารเช่นนี้ช่างเป็โชคดีของเขาเหลือเกิน!
…อย่างน้อยๆ ัมารก็ยังไม่เคยทำให้เผ่าพันธุ์ไหนต้องสูญพันธุ์ได้เลยสักเผ่า
“พูดถึงเื่นี้แล้ว เ้าเคยได้ยินมาบ้างไหมว่าศาสนจักรของทวีปตะวันตกต่างไปจากที่ทวีปอื่น” จู่ๆ ฟีนอลก็เอ่ยเื่นี้ขึ้น ไรเซอร์หันไปมองคู่หูด้วยความสงสัย
“ต่างอย่างไรหรือ” เขาไม่เคยรู้เื่พวกนี้เลย
“จากภูมิปัญญาัของข้า แต่เดิมแล้วศาสนจักรของทวีปตะวันตกมีชื่อเดิมว่า ‘ศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตก’ ศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตกนั้นรับใช้พระผู้เป็เ้าด้วยความศรัทธาจากใจจริง ถึงขั้นที่ว่าความศรัทธาที่แรงกล้านั้นทำให้พวกิญญาศักดิ์สิทธิ์สนใจขึ้นมา พวกเขาสามารถได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์จากพวกมันจนสามารถใช้พลังและเวทมนต์ได้ มีอายุยืนยาวกว่าผู้อื่น ในยุคนั้นเหล่าพ่อมดแม่มดยังไม่ถูกเรียกว่าผู้วิเศษ และพวกเขาก็เป็สิ่งนอกรีตสำหรับศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตก ดังนั้นในยุคสมัยนั้นผู้วิเศษจึงไม่มีอยู่ในทวีปตะวันตก ไม่แม้กระทั่งจะเดินทางผ่าน มิเช่นนั้นพวกเขาจะถูกสาวกของศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตกตามล่าทันที ส่วนมนุษย์ของทวีปตะวันตกคนใดที่มีิญญาศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องั้แ่กำเนิด พวกเขาเ่าั้จะถูกเรียกตัวให้เข้าร่วมศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตกทันที และได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นบุตรรักแห่งพระเ้า”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยรึ?” ไรเซอร์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อน?
“อันที่จริงเื่นี้มันเป็เื่ที่เกิดขึ้นมานานั้แ่ผู้คนยังเรียก ‘ทวีป’ เป็ ‘ดินแดน’ อยู่ เื่พวกนี้เกิดขึ้นจริงในยุคา ผู้คนทั้งหลายลืมกันไปหมดแล้ว แต่เื่พระเ้า...สิ่งนี้ไม่มีจริง แต่เป็ิญญาศักดิ์สิทธิ์ต่างหากที่ให้พลังและความหวังแก่พวกเขา ิญญาศักดิ์สิทธิ์เป็ภูตที่มีความเย่อหยิ่งสูง พวกมันจะไม่สนใจมนุษย์ธรรมดา สิ่งที่มันสนใจคือิญญาบริสุทธิ์ที่หาได้ยากหรือผู้ที่มีพลังธาตุแสงเข้มข้นเท่านั้น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็สิ่งที่หาได้ยากมาก แม้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ถึงกระนั้น ิญญาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังสูญพันธุ์ พวกมันสูญพันธุ์ไปั้แ่ที่ศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตกล่มสลาย”
“ไม่มีใครรู้ว่าศาสนจักรล่มสลายไปได้อย่างไร แต่ที่ข้ามั่นใจก็คือศาสนจักรแห่งดินแดนตะวันตกเป็ต้นเหตุของภัยพิบัติในยุคานั่น!”
เื่แบบนี้ก็มีด้วย? ไรเซอร์แทบพูดไม่ออก ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน มนุษย์ในยุคนั้นๆ ก็ช่างมีความสามารถในการชักนำภัยพิบัติเข้าบ้าน!
ชายหนุ่มสลัดความคิดไร้สาระพวกนั้นออกจากหัว เนื่องจากว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเขา ดวงตาสีนิลมองไปยังท้องฟ้า เหม่อมองราวกับว่าตนเองสามารถมองเห็นอีกฟากของท้องฟ้าได้
วันนี้ช่างเป็วันที่สงบสุขยิ่งนัก…
ไรเซอร์เหม่อมองจนสายตาไปสะดุดกับร่างสองร่างที่เดินผ่านเขากับฟีนอลไป ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ทำไมสองคนนี้ถึงสามารถเดินผ่านเขาไปได้โดยที่เขาไม่รู้สึกอะไร!?
เมื่อรู้ว่าถูกจ้อง ชายสองคนนั้นจึงหันกลับมา พวกเขาทั้งสองมีดวงตาสีดำเหลือบแดง ผมสีเดียวกับดวงตา สวมชุดคลุมปิดบังทั้งตัวสีดำสนิท ที่ต่างกันก็คืออีกคนตัวใหญ่จนเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน อีกคนมีรูปร่างสมส่วน
ผู้พิทักษ์หนุ่มสงสัย มีคนนอกเข้ามาที่นี่ได้หรือ? ทว่าไรเซอร์กลับตื่นตัวเมื่อได้ยินฟีนอลร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ัอเวจี! พวกมันสองคนเป็ัอเวจี!!”
ัอเวจี…ัที่ไม่สุงสิงกับมนุษย์จนเผ่าพันธุ์กลายเป็ปริศนาจนถึงทุกวันนี้น่ะหรือ!? ก่อนที่ทั้งสองจะได้ทันตั้งสติ ชายหนุ่มทั้งสองที่ถูกเรียกว่า ‘ัอเวจี’ ก็มาอยู่ตรงหน้าของทั้งสองแล้ว ฝ่ามือของพวกเขาฟาดใส่หน้าผากของหนึ่งคนหนึ่งัคนละที
“ในเมื่อเห็นแล้ว ก็ลืมไปซะ” ชายร่างใหญ่กล่าวแล้วร่างของทั้งสองก็หายไป
ไรเซอร์กับฟีนอลนิ่งค้างท่าเดิมอยู่นานมาก มากจนมีชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหาเขาโดยที่มีชายร่างเล็กผอมแห้งใส่แว่นหนาเตอะวิ่งตามหลังมา ชายร่างใหญ่โบกมือผ่านหน้าไรเซอร์ไปมาจนชายหนุ่มได้สติ
“เ้าไม่ใช่คนของหอเซาท์นี่ เ้ามาหาใครที่นี่หรือเปล่า?” ชายร่างใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังอย่างไรก็ไม่ได้มาหาเื่อย่างที่ไรเซอร์กับฟีนอลคิดตอนแรก และจากน้ำเสียงที่ฟังดูเป็ธรรมชาติของชายคนนี้แล้ว...เดาได้ไม่ยากว่าชายคนนี้ไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร
“เอ่อ...” ไรเซอร์ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ทำไมเขากับฟีนอลถึงมาหยุดอยู่ตรงนี้? เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น? ให้ตายสิ ในหัวว่างเปล่าไปหมด! ทว่าไม่รอให้เขาได้รู้สึกอึดอัดใจนานนัก อีกฝ่ายก็กล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง
“หรือเ้าอยากจะมาที่ศาสนจักรที่อยู่ทางฝั่งใต้?”
ถึงไรเซอร์จะเคยได้ยินมาว่าศาสนจักรของมอลโนวาตั้งอยู่ในอาณาเขตของหอเซาท์ทว่าเขาก็ไม่เคยเห็น ไรเซอร์จึงยอมพยักหน้าง่ายๆ...ใครจะกล้าบอกล่ะว่าเขาในตอนนี้หัวสมองว่างไปหมด เดินมาถึงที่นี่ได้อย่างไรก็ไม่รู้
ชายร่างใหญ่คนนั้นพยักหน้ารับรู้พร้อมบอกทางให้ด้วยความใจดี ไรเซอร์เอ่ยขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจนั้นก่อนที่จะเดินไปตามทางที่ชายคนนั้นบอกมา
“ดูเหมือนว่าที่หอเซาท์แห่งนี้จะต่างจากหอเวสต์ที่พวกเราอยู่นะ” ฟีนอลพูดขึ้นมาลอยๆ เมื่อนึกถึงชายร่างใหญ่เมื่อครู่ ท่าทางใจดีมีน้ำใจกับคนที่ไม่รู้จักอย่างพวกเขา ต่างจากพวกคนในหอเวสต์จริงๆ
“อืม” ไรเซอร์ยิ้มรับ หากเขาได้มาอยู่ที่หอเซาท์แห่งนี้ั้แ่แรกก็คงดี ดูๆ แล้วทุกคนที่นี่จะเป็กันเองกับทุกคน และ...ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยแม้แต่นิด
เดินไปเรื่อยๆ ทั้งสองก็เริ่มเห็นกำแพงสีขาวสะอาดตาสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ทั้งสองมองมันด้วยความหลงใหลชั่วครู่ พอเงยหน้าขึ้นเลยไปบนกำแพงก็เห็นโบสถ์สีขาวสูงใหญ่ที่มีกระจกสีแกะสลักอย่างงดงามประดับตรงหน้าต่าง้า ตลอดตัวโบสถ์ถูกแกะสลักด้วยลวดลายต่างๆ ที่ทำให้คนมองรู้สึกราวกับว่าเห็นเทพเ้ามาสถิต ณ ที่โบสถ์แห่งนี้ ทั้งสองอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าที่นี่ช่างให้บรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
และเมื่อมาถึงที่นี่ หนึ่งคนหนึ่งัจึงนึกได้ถึงเป้าหมายที่แท้จริงที่พวกเขามาที่หอเซาท์
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากมาดูศาสนจักรเสียหน่อย!”
สิ้นคำพูดของไรเซอร์ พวกเขาก็ได้ยินเสียงะเิดัง ตูม! ขึ้นมา ทั้งสองสะดุ้งเฮือก เหล่ารุ่นพี่ของหอเซาท์ที่ไม่รู้ว่าแอบซุ่มอยู่ที่นี่ั้แ่แรกหรืออย่างไร ทำไมถึงมาได้รวดเร็วทันกาลเช่นนี้ พวกเขารีบวิ่งกรูเข้าไปในศาสนจักรด้วยใบหน้าลนลาน แต่ยังไม่มีใครได้เข้าทางประตูใหญ่ติดกำแพงสูงชัน เสียงะเิก็ดังขึ้นมาอีกรอบ! คราวนี้มันมาพร้อมกับควันไฟ กลิ่นเนื้อไหม้และกลิ่นคาวเืลอยเข้ามาแตะจมูกของไรเซอร์และฟีนอล รุ่นพี่ที่วิ่งตามมาอีกระรอกรีบเร่งฝีเท้าของตนให้ร่างของตนเข้าไปในศาสนจักรให้ไวที่สุด มีหลายครั้งที่รุ่นพี่เ่าั้วิ่งผ่าน ไรเซอร์ก็ได้ยินรุ่นพี่หลายคนสบถออกมา เนื้อความแต่ละประโยคที่เขาได้ยินนั้นล้วนมีใจความว่า...
‘ให้ตายเหอะ! สองคนนั้นมันไม่เว้นแม้กระทั่งศาสนจักรเลยหรือวะ!’
ไรเซอร์กับฟีนอลทำหน้าเหลอหลา ทั้งสองเริ่มรับรู้ได้ว่าพวกเขามาที่นี่ผิดเวลา...มากๆ ด้วย ทั้งสองจึงกลับหอเวสต์อย่างช่วยไม่ได้
คงมีสักวันที่เขาจะได้เจอคู่หูในตำนานนั่นได้
เช้าวันต่อมา หนังสือพิมพ์รายวันของวันนี้ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนของไรเซอร์ ชายหนุ่มมองมัน...คาดว่าผู้เป็พ่อคงให้คนรับใช้เอาเข้ามาให้ตอนที่เขายังหลับดังเช่นทุกวัน ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดู ดวงตาสีดำสะดุดมองที่ข่าวกรอบใหญ่ของหน้าหนึ่ง “บาทหลวงจำเป็สุดโฉด นอกจากจะฆ่าหมู่โจรอย่างไร้ความปรานีแล้วยังทำลายศาสนจักรอีก อ่านต่อหน้า 3” ไรเซอร์ชะงัก หนังตาขวาเริ่มกระตุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ...หรือนี่จะเป็สาเหตุที่เมื่อวานเกิด (เสียง) ะเิขึ้น?
ไรเซอร์มองอีกข่าวที่มีกรอบใหญ่ไม่แพ้ข่าวเมื่อครู่บนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งแต่กรอบนี้อยู่ด้านล่าง “ท่านซาเมลถูกลอบทำร้ายหลังจากที่ได้ทำการบูรณะโบสถ์ที่รุ่นน้องสุดโฉดพังเอาไว้เสร็จ อาการเจ็บหนักจนหมอหลวงออกปากว่าต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวัน คาดว่ามีผู้กระทำมากกว่าหนึ่ง แฉ ประเด็นการลอบทำร้ายครั้งนี้อาจเกิดขึ้นจากปมขัดแย้งที่รุ่นน้องมีต่อเขาเป็อันมาก เผย ท่านซาเมลมองไม่เห็นหน้าคนร้าย”
คราวนี้ไรเซอร์ถึงกับอ้าปากค้าง ไปต่อไม่ถูก มือของชายหนุ่มสั่นระริก
โชคดีแล้วล่ะที่เขาได้มาอยู่สายพิเศษ G ที่ย่อมาจาก Guardian และได้อยู่หอเวสต์แห่งนี้ ไม่ใช่สายพิเศษ F ที่มาจาก Father แต่ดันโฉดยิ่งกว่าทหารองครักษ์หน่วยอื่นของอาณาจักรมอลโนวาเสียอีก!
ไม่ไหว...ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความหวาดผวา แม้เขาจะไม่รู้ว่าผู้ลงมือเป็ใคร แต่ถึงขนาดหัวหน้าหอก็ยังไม่รอดอย่างนั้นรึ? หากเขาต้องอยู่ที่หอเซาท์ล่ะก็ ไม่แน่ว่าวันดีคืนดีเขาอาจจะโดนลูกหลงนั่นด้วยก็ได้!