“ ให้ตายสิ อย่างกับมีคนสิบคนอยู่ในร่างเดียวกัน ว่าแต่เหลืออีกกี่คู่ ”
ชายมัดผมหางม้าสวมใส่สนับข้อมือและปลอกแขนเดินลงจากสนามต่อสู้ การปะทะกันที่พึ่งจบลงเมื่อครู่สร้างความรู้สึกอึ้งให้กับทุกคนไม่น้อย ด้วยอาชีพของผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้ที่ทำให้การฝึกทักษะทุกอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ชายมัดผมหางม้าระดมทักษะที่มีอยู่หลายอย่างใส่คู่ต่อสู้ จนอีกฝ่ายพ่ายแพ้เพราะไม่สามารถตามทันการพลิกแพลงได้ ทักษะแต่ละอย่างที่แสดงออกมาเป็นระดับ 7 แม้จะยังไม่เปิดใช้ทักษะระดับสูงของตระกูล ความพิเศษของอาชีพกลับหนุนเสริมจนทำให้ทักษะระดับ 7 หลายสิบทักษะที่แสดงออกมารุนแรงมาก หมัดและเท้าที่ส่งออกมาโจมตีแต่ละครั้งรุนแรงราวกับติดระเบิด มันสามารถทำลายอาวุธและชุดเกราะได้ราวกับเป็นเนยก้อนหนึ่งเท่านั้น
“ เหลืออีก 10 คนที่ยังไม่ต่อสู้ หนึ่งในนั้นเป็นเด็กปี 2 จากสถาบันเรา ”
“ เกือบลืมไปแล้วไหมล่ะ ”
นักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มไล่ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดจากการดูการต่อสู้รอบที่แล้วออกไป แล้วมีสมาธิกับการต่อสู้ครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่หมุนวงล้อที่มีชื่อนักศึกษาเหลืออยู่เพียง 10 คน รายชื่อคนแรกที่จะขึ้นไปบนสนามรอบถัดไปก็ปรากฎขึ้นมา
“ แอ็กเซล ดาวโนวา ”
เสียงประกาศดังก้อง คนที่อยู่บนอัฒจันทร์ล้วนแล้วหันมองแอ็กเซลที่ยังคงอยู่ในเสื้อผ้าขาดวิ่นเช่นเดิม บนร่างกายของเขายังไม่ได้แสดงอาวุธหรือชุดเกราะ จึงยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าเขาจะต่อสู้รูปแบบใด แต่ถึงอย่างนั้นข่าวของเขาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้ง่ายต่อการค้นข้อมูล เขาเป็นผู้อัญเชิญจึงไม่ต้องสวมใส่อาวุธชุดเกราะเพราะพลังโจมตีทั้งหมดมาจากมอนสเตอร์ในพันธะ
“ ไคลน์ ดาวเฮลิก ”
ทุกสายตาจับจ้องมองชายผู้ที่กำลังเดินขึ้นไปบนสนามประลอง หลายคนรู้สึกงุนงงเพราะไม่รู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงเช่นไร อีกคนคือผู้ทำพันธะกับพฤกษา ส่วนอีกคนคือผู้ใช้คำสาป เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากันบนลานประลอง เจ้าหน้าที่จึงประกาศเริ่มการต่อสู้ในทันที
“ ทำไมพวกเขาไม่ทำอะไรเลยล่ะ ”
นักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มมองชายทั้งสองด้วยความสงสัย แอ็กเซลยังไม่เรียกมอนสเตอร์ในพันธะออกมา ส่วนอีกฝ่ายยังไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากยืนนิ่งๆ
อย่างไรก็ตามผู้เข้าแข่งที่เหลือรอดจากการต่อสู้และมีบางคนที่ยังไม่ได้ต่อสู้กลับมองต่างออกไป บนสนามต่อสู้มีการปะทะกันเกิดขึ้นแล้ว ฝ่ายหนึ่งได้ใช้คำสาปผ่านฝ่ามือจนทำให้เกิดแสงกระพริบเล็กๆจากสีของคำสาปหลากหลายอย่าง
เมื่อมองไปยังฝ่ายตรงข้าม ทุกสายตาเริ่มมองเห็นความผิดปกติที่ปรากฎบนผิวหนังของเขา ไม่ว่าจะเป็นแขนขา หรือแม้แต่บนใบหน้าเริ่มปรากฎลวดลายคำสาป ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆกันจึงรู้ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้แอ็กเซลพ่ายแพ้แล้วโดยที่เขาไม่ทันได้ทำสิ่งใด การที่เขาถูกคำสาปเข้าไป มันไม่ได้แค่โจมตีเขาเท่านั้น ความคิด การมองเห็น ประสาทสัมผัส ทุกๆอย่างจะถูกเล่นงานไปพร้อมๆกัน การที่เขาไม่เรียกมอนสเตอร์ในพันธะออกมาในตอนแรกที่ขึ้นลานประลอง เพียงเท่านี้ก็สามารถบอกได้ว่าเขาแพ้แล้ว อย่างน้อยในระหว่างที่ผู้เป็นนายถูกคำสาป มอนสเตอร์ในพันธะสามารถเล่นงานอีกฝ่ายเพื่อให้คำสาปหลุดออกไปจากผู้เป็นนายได้
“ ให้ตายสิ นึกว่าจะเก่ง ไปขายหน้าแท้ๆ ”
นักศึกษาปี 4 สถาบันโนวาไพร์มพูดด้วยใบหน้าละอาย ดูเหมือนว่าความพ่ายแพ้ของแอ็กเซลจะทำให้พวกเขาถูกเหมารวม ในอนาคตจะต้องมีใครหลายคนนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพื่อถากถางสถาบันอันดับ 1 บนดาวโนวาแน่นอน
ขณะที่นักศึกษาสถาบันโนวาหมดหวังและเตรียมตัวขายหน้า แอ็กเซลกลับยกมือของตนเองขึ้นมาดู ทำราวกับว่าเขากำลังเพ่งพินิจคำสาปแต่ละอย่างที่ปรากฎบนผิวหนัง
คิ้วทั้งสองของคู่ต่อสู้ขมวดเข้าชนกัน มันใช้สกิลคำสาปออกไปหลายชนิด หนึ่งในคำสาปที่ให้ผลดีที่สุดคือการหยุดอีกฝ่ายไม่ให้เคลื่อนไหว การยกแขนของแอ็กเซลเมื่อครู่สร้างความรู้สึกตกใจให้แก่มัน แต่เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นฝ่ายขายหน้ามากเกินไปจึงเก็บความรู้สึกเอาไว้แล้วเรียกใช้งานสกิลโจมตี
เมื่อผู้ใช้คำสาปยกมือข้างขวาขึ้นเหนือศีรษะ ผู้คนที่อยู่อัฒจันทร์ต่างหันมองไม้เท้าเล็กๆที่ช่วยเสริมให้สกิลรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นก้อนพลังงานสีดำดูน่าหวาดหวั่นรัศมีราว 10 เมตรก็ได้ปรากฎเหนือมือที่ชูขึ้นมา ภายในบอลพลังงานสีดำมีคำสาปมากมายที่พร้อมจะระเบิดใส่ผู้ที่ตกเป็นเป้าของมัน
“ นายติดคำสาปหลายอย่าง ฉันจะเตือนครั้งสุดท้ายเพราะการโจมตีนี้สามารถทำให้นายตายได้ ”
“ ไม่ต้องสงสารหรือเห็นใจ ทำตามที่นายอยากทำ ”
คำพูดของแอ็กเซลทำให้ผู้ใช้คำสาปไม่สนสิ่งใดอีกต่อไป การต่อสู้นี้เขาสามารถฆ่าคนได้ ทางสหพันธ์มีข้อยกเว้น แต่การฆ่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องไม่แสดงแรงอาฆาตหรือจิตสังหาร มันจะต้องเป็นการฆ่าที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ใช้พลังเกินตัว
ทันทีที่บอลพลังงานสีดำพุ่งตกกระแทกร่างของแอ็กเซล ภายในสนามก็เต็มไปด้วยความมืดอันขุ่นมัวยากจะมองเห็นสิ่งที่อยู่บนลานประลอง ขณะที่ทุกสายตาพยายามจับจ้องมองดูว่ามีสิ่งใดกำลังทำงานอยู่บนสนาม มันกลับปรากฎดอกไม้ขนาดใหญ่ยักษ์เบ่งบาน ความสูงของมันราว 3 เมตร แรงระเบิดที่เกิดขึ้นจากสกิลบอลพลังงานเมื่อครู่ถูกมันดูดเข้าไปทั้งหมด สร้างความตกใจให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างไม่น้อย ต่อให้บอลพลังงานจะเต็มไปด้วยคำสาป ดอกไม้ยักษ์ยังสามารถดูดกลืนพวกมันเข้าไปได้เช่นเดียวกัน
“ มันดูดคำสาปได้ด้วยเหรอ เหลือเชื่อ! ”
นักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มเบิกตาโต พวกเขาเตรียมถูกสถาบันอื่นล้อแล้วเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของแอ็กเซล ขณะที่ทุกสายตาจับจ้องมองไปยังบนสนาม แอ็กเซลกลับทำบางอย่างที่ทำให้ทุกคนรวมไปถึงผู้ใช้คำสาปตกใจ เพียงแค่เขาตวัดนิ้วขีดเขียนบางอย่างบนอากาศ คำสาปที่ติดอยู่บนร่างกายก็ได้สลายหายไปในทันที
“ เขาทำได้ยังไงกัน เมื่อกี้ไม่น่าจะเป็นพลังของดอกไม้ดอกนั้น ”
หลายคนพยายามมองหาต้นเหตุที่ทำให้แอ็กเซลลบคำสาปออกจากร่างกาย เพียงแต่ว่าผู้ใช้คำสาปกลับไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาระดมโจมตีด้วยสกิลที่มีอยู่อีกหลายอย่างเพื่อปล่อยคำสาปที่มีลูกเล่นต่างกัน เพียงแต่ว่าผู้ที่ยืนรับคำสาปกลับตวัดนิ้วไม่กี่ครั้ง คำสาปที่คอยเล่นงานเขาก็สลายหายไปทั้งหมด
“ จอมเวท มันจะต้องเป็นสกิลของจอมเวทแน่ๆ การลบคำสาปคงเป็นหนึ่งในความสามารถของเขา !”
หนึ่งในนักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มพูดด้วยใบหน้าตื่นตกใจ สิ่งที่เขาคาดการณ์มีความเป็นไปได้ ซึ่งมันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเพราะอาชีพจอมเวทดูเหมือนจะทำได้หลากหลาย การใช้ธาตุต่างๆโจมตีรวมไปถึงลบคำสาปคือสกิลของอาชีพนี้
บู้ม บู้ม บู้ม!
การระเบิดของบอลพลังงานคำสาปดังขึ้นต่อเนื่อง การระเบิดของมันมีลักษณะแปลกประหลาด ทุกครั้งที่ระเบิดจะเปลี่ยนรูปร่างตนเองให้เหมือนเม่นทะเลสีดำใช้หนามทิ่มแทงทุกอย่างในรัศมีที่บอลพลังงานแผ่ขยายออกไป เพียงแต่ว่าดอกไม้ยักษ์กลับดูดพลังงานของมันจนทำให้พลังทำลายที่ควรจะฆ่าสิ่งมีชีวิตให้ตาย ทำได้เพียงพัดชายเสื้อของคู่ต่อสู้เท่านั้น หนำซ้ำคำสาปหลากหลายรูปแบบที่เปลี่ยนเข้าไปในบอลพลังงานกลับไม่สามารถทำอะไรผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางมัน เพียงแค่แอ็กเซลปาดนิ้วไปบนอากาศ ร่างกายที่ควรจะติดคำสาปกลับยังคงปกติดี
“ ไม่ๆ มันไม่จริง ต่อหน้าฉันทุกคนจะต้องตาย มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ”
ผู้ใช้คำสาปเริ่มเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง สกิลของมันไม่สามารถทำอันตรายต่ออีกฝ่ายได้ ขณะที่ใช้สกิลผสมคำสาปเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เกิดคำสาปใหม่ ผู้ใช้คำสาปกลับต้องกระโจนหลบออกไปจากจุดที่มันยืน หลังจากสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่รวดเร็วมากพุ่งเข้ามาโจมตี
พิ้ว! ปัง!
เสียงระเบิดดังออกมาจากกำแพงกั้นอัฒจันทร์ เสียงที่ส่งออกมานั้นคือการโจมตีที่มาจากแอ็กเซล หลายคนรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเขาใช้สกิลอะไร ความเร็วในการพุ่งของมันเมื่อครู่ใกล้เคียงปืนลูกซอง ขณะที่ผู้ใช้คำสาปเหลือบมองดูความเสียหาย บนใบหน้าของมันก็เกิดความรู้สึกเบาใจเพราะรัศมีการระเบิดกว้างเพียง 30 เซนติเมตรเท่านั้น มันยังไม่มากพอจะทำอันตรายมันได้
พิ้ว พิ้ว!
กระสุนธาตุพุ่งออกมาจากมือของแอ็กเซลอีกครั้งหนึ่ง ศัตรูจึงกระโจนหลบแล้วใช้สกิลคำสาปโยนสวนกลับ แอ็กเซลกลับยกมืออีกข้างขึ้นมาใช้สกิลกระสุนธาตุ มือหนึ่งยิงผู้ใช้คำสาป อีกมือหนึ่งยิงคำสาปที่โจมตีมา ส่งผลให้เขาป้องกันและโจมตีอีกฝ่ายได้ในเวลาเดียวกัน
“ จบแล้ว ถ้าผู้ใช้คำสาปไม่มีสกิลอื่นหรือทักษะอื่นๆ เขาแพ้แล้ว ”
นักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มที่เปลี่ยนใจมาเชียร์แอ็กเซลวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น คำสาปไม่สามารถเล่นงานแอ็กเซลได้ หมายความว่าต่อจากนี้ไปจะเป็นแอ็กเซลที่โจมตีคู่ต่อสู้ของเขา ยังมีการโจมตีอีกมากมายที่แอ็กเซลไม่ได้แสดงออกมา ทันใดนั้นสายตาของทุกคนกลับมองจ้องไปยังมือซ้ายของแอ็กเซล จากเดิมเขาชี้นิ้วยิงกระสุนธาตุเล็กๆเข้าโจมตีศัตรู แต่เมื่อเขาแบมือออกไปด้านหน้าราวกับต้องการสั่งหยุดบางสิ่งบางอย่างสายฟ้าเส้นยาวก็ได้พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาวิ่งผ่านอากาศพุ่งเข้าโจมตีร่างที่กำลังวิ่งหลบกระสุนจนทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้องลั่น
เหล่าคนที่เคยสัมผัสกับสายฟ้านี้ล้วนแล้วรู้ดีถึงพลังทำลายของมัน ขณะที่ผู้ใช้คำสาปยืนชักกระตุก พิกซี่น้อยก็ได้บินออกมาจากอากาศอันว่างเปล่าก่อนจะเป่าลมด้วยสกิลลมหายใจเยือกแข็ง ส่งผลให้ลานต่อสู้ในบริเวณที่เธอหันหน้ากลายเป็นน้ำแข็งในทันที ผู้ใช้คำสาปที่ตกอยู่ภายใต้ผลของสายฟ้าคือหนึ่งในน้ำแข็งบนลานต่อสู้
“ ยังจะสู้ต่อไหม ”
ความเงียบปกคลุมสนาม ผู้ที่อยู่บนอัฒจันทร์เงียบเสียงเพื่อไม่ให้เสียงของพวกเขารบกวนเสียงของผู้ที่กำลังต่อสู้กัน หากผู้ใช้คำสาปขอยอมแพ้แล้วพวกเขาคุยกันเสียงดัง อาจจะทำให้กรรมการไม่ได้ยินเสียงนี้
เพียงแต่ว่าชายที่ควรจะส่งเสียงกลับนิ่งค้างกลายเป็นน้ำแข็งไปพร้อมสติที่ดับลงกระทันหัน หลังจากเขาถูกสายฟ้าและน้ำแข็งเล่นงานพร้อมๆกัน เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งขึ้นมาบนสนามเพื่อช่วยชีวิตผู้ใช้คำสาป แอ็กเซลจึงปลดสกิลไลท์นิ่งฟังค์และให้พิกซี่น้อยยกเลิกผลของสกิล ทำให้ผู้ใช้คำสาปร่วงลงไปนอนบนพื้น ถึงสกิลจะยกเลิกแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังคงอยู่
“ เมื่อกี้นี้เขายังไม่ได้ใช้อุปกรณ์เลยใช่ไหม ”
หนึ่งในนักศึกษาจากสถาบันโนวาไพร์มถามด้วยความกังวล ทุกคนที่ขึ้นไปต่อสู้ล้วนแล้วสวมใส่ไอเทมกันครบเซ็ต ยกเว้นแอ็กเซลที่สวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น หากเป็นเช่นนั้นจริง หมายความว่าพลังโจมตีเมื่อครู่ของเขารุนแรงมาก โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาวุธและชุดเกราะ ซึ่งการกระทำของเขามันได้สร้างความวิตกให้ผู้ที่กำลังเฝ้ารอการต่อสู้ ที่จะเริ่มในรอบถัดไป ถ้าหากแอ็กเซลสวมใส่อาวุธครบเซ็ต พลังทำลายต้องไม่ใช่เพียงเท่านี้.