เจิ้งเว่ยตกลงเช่าบ้านสองชั้นหลังหนึ่งเ้าของบ้านย้ายไปอยู่ในเมือง นานๆ จึงจะกลับมา ทำให้บ้านต้องปิดเอาไว้แต่ก็ยังอยู่ในสภาพดี พ่อแม่ของพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังติดกันและจะช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านและทำอาหารให้กับจางเซี่ยและคนอื่นๆ
เมื่อจัดการทุกอย่างแล้ว เจิ้งเว่ยก็เดินทางกลับเขาขอให้เหวินซิงซึ่งอยู่ในเมืองนี้ ช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกอื่นๆให้ ซึ่งเหวินซิงยินดีเป็อย่างมากที่ได้ทำธุระให้ครอบครัวจางเขายังได้ช่องทางทำธุรกิจเพิ่มเติม จากบ้านเช่าที่หมู่บ้านนี้อีกด้วย
ตอนนี้เขาเริ่มมองหาตึกแถวและสถานที่ต่างๆในหมู่บ้านนี้เพื่อทำธุรกิจในอนาคต เพราะเขามั่นใจว่า เมื่อจิงซิงอี้มีชื่อเสียงมากขึ้นก็จะมีคนไข้จากที่อื่นเดินทางมาหา ถึงตอนนั้นหมู่บ้านเล็กๆที่ห่างไกลแห่งนี้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
เมื่อส่งแขกกลับไปแล้วจิงซิงอี้กลับมาวางแผนทำธุรกิจขายถุงหอมและธูปสมุนไพรของเขาต่อ ตอนนี้การค้าขายและการขนส่งออนไลน์ในประเทศกำลังเป็ที่นิยมและยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่้าจะเป็ตลาด e-Commerceที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในตอนนี้ คนประเทศก็ใช้อินเทอร์เน็ตเป็จำนวนถึงหนึ่งพันล้านคนแล้ว
่การกักตัวของโรคระบาด เป็จุดเปลี่ยนที่ทำให้มีการใช้งานแพลตฟอร์มและอีคอมเมิร์ซเพิ่มสูงขึ้นระบบโลจิสติกส์จึงพัฒนาตาม บริษัทอีคอมเมิร์ซสามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วขึ้นทำให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคมาเป็แบบออนไลน์เพิ่มและเริ่มเข้าสู่การเป็สังคมไร้เงินสด ถ้าใครมาเที่ยวที่ประเทศนี้ แล้วใช้เงินสดพ่อค้าแม่ค้าอาจจะไม่มีเงินทอนให้อีกด้วย
จิงซิงอี้ค้นหาข้อมูลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมซึ่งมีนับสิบรายตอนนี้แต่ละแพลตฟอร์มมีการแข่งขันกันสูง และบางแพลตฟอร์มเพิ่งแพ้คดีฟ้องร้องไปเพราะบังคับให้ร้านค้าผูกขาดใช้แต่แพลตฟอร์มของตนเอง ไม่สามารถใช้ของที่อื่นได้้ แต่เขาเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับสินค้าของตัวเองแห่งเดียวเท่านั้น เพราะตอนนี้ เขาไม่มีเวลาจะมาคอยจัดการระบบถ้าธุรกิจก้าวหน้าขึ้นในอนาคต เขาคงจะมีเงินจ้างคนมาช่วยดูแลได้
คิดแล้วชายหนุ่มก็ถอนหายใจ การอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีแต่คนแก่กับเด็ก ทำให้เขาหาคนที่มีความรู้มาช่วยงานที่คลินิกและช่วยงานด้านค้าขายออนไลน์ได้ยากคนหนุ่มสาวก็ไปทำงานในเมือง คนที่อยู่ในหมู่บ้านรู้จักการใช้เงินดิจิทัลแต่ก็ไม่มีความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซมากพอจะช่วยเขาได้
จิงซิงอี้นึกถึงการขายสมุนไพรของเขาที่จะต้องวางแผนด้านโลจิสติกส์ เขาเพิ่งอ่านข่าวเทคโนโลยีการใช้โดรนในการขนส่งสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในขั้นทดลอง มีการใช้ขนส่งสินค้าประจำวัน เช่น อาหาร เครื่องดื่มผ้าอ้อม ดอกไม้
โดยลูกค้าจะสั่งซื้อบนแอปพลิเคชันของบริษัทจากนั้นพนักงานเดลิเวอรี่จะรับคำสั่งซื้อ ไปรับสินค้าที่ร้าน จากนั้นนำไปติดตั้งกับโดรนที่อยู่ใกล้ที่สุดพอโดรนใกล้จะถึงจุดหมาย จะมีการแจ้งเตือนลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือและลูกค้าจะไปรับสินค้าที่ตู้บริการ โดยมีรหัสรับสินค้าหรือใช้การสแกนคิวอาร์โค้ด
ที่จริงแล้ว สมุนไพรของเขามีน้ำหนักเบาสามารถใช้โดรนได้เลย แต่เพราะโครงการโดรนนี้ยังอยู่ใน่เริ่มต้นจึงยังไม่ขยายมาถึงพื้นที่ห่างไกลอย่างเขา และถ้าเขาเป็เ้าของบริษัทนี้ก็คงไม่เลือกมาสร้างเครือข่ายแถวนี้แน่นอน เพราะไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนประชาชนมีจำนวนน้อย รายได้ไม่มาก และคนที่ใช้บริการแบบนี้ส่วนใหญ่คือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี อาศัยอยู่ในเขตเมือง เป็วัยเรียนและวัยทำงานที่ชอบสั่งซื้ออาหารและของใช้ออนไลน์
เมื่อมานึกถึงระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสินค้าของเขาจิงซิงอี้ต้องใช้เวลาค้นหาอยู่นานพอสมควรบริเวณที่เขาอยู่เป็ฝั่งตะวันออกของประเทศที่มีบริษัทขนส่งขนาดใหญ่จำนวนมากจึงสามารถเลือกใช้บริการได้ตามสะดวก และในปัจจุบัน แต่ละบริษัทมีการแข่งขันสูงความเร็วและการคงคุณภาพของสินค้าจึงเป็หัวใจสำคัญของธุรกิจขนส่งตอนนี้แต่ละบริษัทพยายามที่จะส่งสินค้าถึงมือผู้รับให้ได้ภายในหนึ่งวันและช้าสุดไม่เกิน 48 ชั่วโมง ซึ่งดีกับของสดที่ต้องแช่เย็น
จิงซิงอี้จะเน้นการขายออนไลน์ และขายที่คลินิกด้วยเพราะเขารู้ว่า คนไข้ที่มาตรวจที่คลินิกก็อาจจะซื้อสมุนไพรของเขากลับไปด้วยและยังเป็การดึงดูดให้ผู้สูงวัยที่ไม่ชอบซื้อของออนไลน์เดินทางมาที่คลินิกของเขา เพราะงานหลักของเขาตอนนี้ คือการตรวจรักษาคนไข้ที่คลินิกแห่งนี้ และการขายสมุนไพรเป็งานรอง
นอกจากนี้ การขายออนไลน์ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมลูกค้าบางคนอาจรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า และตัวจิงซิงอี้เองก็คิดว่า ถ้าเขาขายจำนวนน้อยอาจจะยังไม่ได้กำไรใน่ต้นมากนัก เขาจึงต้องมีช่องทางขายที่แตกต่างออกไปด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาจึงเลือกเปิดร้านค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มยอดนิยมแห่งหนึ่งและตั้งใจจะขายถุงหอมและธูปหอมสมุนไพรเป็สินค้าใน่แรก จากนั้นเขาจึงเปิดเพจของคลินิกขึ้นมา เขารู้ดีว่าการเน้นแต่เนื้อหาของคลินิกกับสินค้าและบริการอย่างเดียวจะไม่ทำให้คนสนใจเข้ามาดูเขาจึงต้องทำตัวเป็ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัลด้วย
เมื่อเปิดเพจแล้วเขาส่งลิงค์ไปให้คนรู้จักช่วยติดตามและช่วยแชร์จากนั้นจึงเริ่มต้นเขียนบทความเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ่นี้เป็ฤดูร้อนเขาจึงแนะนำการดูแลสุขภาพต่างๆ ตามหลักของแพทย์แผนจีน เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ทำได้ไม่ยากและแนะนำสินค้าของเขาเพิ่มเติม
เขาแชร์เพจไปบนเพจส่วนตัวของเขาเองด้วยซึ่งเพื่อนหลายคนทั้งสมัยเรียนมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยพากันเข้ามากดไลค์คอมเมนท์และช่วยแชร์ โดยเฉพาะศิษย์พี่ทั้งสองของเขา คือ ลั่วเยี่ยนและซุนเฉิงที่ทั้งแชร์ทั้งโพสท์สนับสนุนเชิญชวนให้คนซื้อถุงหอมและธูปสมุนไพรและมาใช้บริการคลินิกของเขา
ทั้งสองคนเป็แพทย์จีนที่มีชื่อเสียงจึงมีคนไข้และลูกศิษย์ติดตามมากมาย เมื่อรู้ว่าจิงซิงอี้คือศิษย์น้องของพวกเขาจึงช่วยแชร์และสั่งสินค้าเข้ามา หลังจากวันนั้นจิงซิงอี้ต้องเร่งทำถุงหอมและธูปสมุนไพรมือเป็ระวิง
ในตอนนี้ กิจวัตรทุกวันของเขา คือการรักษาโรคเป็หลัก ทำถุงหอมและธูปหอมสมุนไพรเวลาว่างกลางวันกลับบ้านไปกินข้าวและตากสมุนไพร เย็นกลับบ้านทำอาหารให้ตัวเองบางครั้งก็ให้สุนัขจิ้งจอกสองแม่ลูก
จากนั้นก็เตรียมสมุนไพรทำถุงหอม โพสท์ขายและแพ็คลงกล่อง พร้อมส่งพรุ่งนี้เช้าซึ่งบริษัทขนส่งจะแวะผ่านมาที่หมู่บ้านของเขาทุกวันใน่ก่อน 10 โมงเช้าซึ่งเป็เส้นทางผ่านไปรับพัสดุที่หมู่บ้านอื่นๆที่อยู่ในเขตเดียวกันด้วย
สำหรับตอนค่ำเขาจะอ่านหนังสือและบางครั้งเข้าร่วมอบรมการแพทย์ออนไลน์จากทั้งในและต่างประเทศสลับกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรเขาอยากจะเดินทางไปร่วมสัมมนาและดูงานเพื่อสร้างเครือข่ายการปลูกสมุนไพรด้วย
ตอนนี้สิ่งที่จิงเซียวและจิงซิงอี้เห็นพ้องต้องกันคือ การนำเอาบันทึกการรักษาของจิงเซียวที่พบระหว่างการเดินทางและเคล็ดลับการผลิตสมุนไพรที่สั่งสมมาตลอดชีวิต มารวบรวมและเขียนเป็ตำราการแพทย์เพื่อเป็มรดกให้ลูกศิษย์ในอนาคตได้นำไปศึกษาต่อ
จิงซิงอี้จึงนำเอกสารและสมุดบันทึกเก่าๆของจิงเซียวรวมไปถึงภาพถ่าย มาแยกแยะและจัดหมวดหมู่ เมื่อจิงเซียวกลับมาจากการรักษาคนไข้พวกเขาจะร่วมกันเขียนตำรานี้ด้วยกัน
สำหรับธุรกิจของเขาจิงซิงอี้จะแบ่งเวลาวันละหนึ่งชั่วโมงเพื่อตอบปัญหาทางการแพทย์ที่คนเข้ามาโพสท์ถามในเพจของเขาทำให้เริ่มมีคนเข้ามาติดตามเพจของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนเข้ามาถามว่าเขามีหน้าตาอย่างไรเพราะเขาใช้รูปถ่ายของลูกสุนัขจิ้งจอกกำลังแลบลิ้นเลียจมูกเป็รูปโปรไฟล์ของตัวเอง
จิงซิงอี้หัวเราะหึหึ และตอบกลับด้วยการโพสท์รูปรอยเท้าของลูกสุนัขจิ้งจอกแทน ทำให้คนอื่นๆ เข้ากดอีโมจิหัวเราะกันมากมายและแซวว่าเขาคงไม่หล่อเลย จึงไม่กล้าโชว์หน้าชายหนุ่มอ่านแล้วก็กดอีโมจิหน้าหัวเราะให้เฉยๆ โดยไม่ยอมตกหลุมพรางของพวกเขา
หลังจากนั้น ในอีกสองวันต่อมาเขาขี่จักรยานผ่านบ้านที่คนจากตระกูลจางจะมาเช่า เมื่อมองเข้าไปที่หน้าบ้านมีรถตู้และรถเก๋งราคาแพงจอดอยู่ มีคนขนของจากรถเข้าไปในบ้านและช่วยกันทำความสะอาดบ้านอย่างคึกคัก จิงซิงอี้ได้แต่ถอนใจและมองด้วยความอิจฉาถ้าเขามีคนช่วยทำงานมากขนาดนี้ก็คงไม่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งทุกอย่างคนเดียวแบบนี้
แล้วเขาก็ปลอบใจตัวเองว่า ลำบากไปก่อนแล้วจะสบายในภายหลังจากนั้นก็ขี่จักรยานคันเก่าของเขาไปที่คลินิกเหมือนที่ทำทุกวัน
เมื่อไปถึง ก็มีผู้หญิงอายุประมาณ 30 กว่าปีคนหนึ่งก้าวลงจากรถที่จอดอยู่หน้าคลินิก พร้อมกับหนุ่มใหญ่อายุประมาณ 40 ปีหญิงสาวยิ้มดีใจเมื่อเห็นเขามาถึง เธอถามเขาว่า
“คุณหมอจำฉันได้มั้ยคะเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว คุณหมอไปตั้งโต๊ะรักษาฟรีที่หมู่บ้านจินหลิงฉันเป็คนไข้ที่มีปัญหาเื่มีลูกยากค่ะ”
จิงซิงอี้จำเธอได้ั้แ่แรกเมื่อตอบว่าจำได้ เธอจึงพูดต่อ โดยมีสามียืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ ว่า
“ฉันอยากจะขอให้คุณหมอช่วยรักษาให้ค่ะ”