เสียงคำรามของ 'ราชสีห์อัคคีเหมันต์' ระดับ 3 ดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นหินของตลาดมืดสั่นะเื ไอความร้อนสีแดงฉานสลับกับไอเย็นะเืสีฟ้าครามแผ่ออกมาจากกรงเหล็กหนาเป็ระลอกๆ ทำเอาผู้คุ้มกันรอบด้านต้องล่าถอยไปหลายก้าว เพราะไม่สามารถทนทานต่อสภาวะอุณหภูมิที่แปรปรวนสุดขั้วได้ ซึ่งหากเทียบกับผู้บ่มเพาะแล้วมันอยู่ระดับเดียวกับขอบเขตทะเลิญญาแม้ตัวมันในตอนนี้จะอ่อนแอลงไปมาก
"อาจารย์เ้าคะ... เ้าตัวนั้นมันดูน่ากลัวกว่ากระต่ายที่อาจารย์ต่อยตายเมื่อวันก่อนเยอะเลยนะเ้าคะ!" เฉินอี้เกาะแขนเสื้ออาโกวแน่น ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก ทว่าในดวงตาของเด็กสาวกลับมีประกายบางอย่างวูบวาบทุกครั้งที่ไอเย็นจากสัตว์อสูรปะทะร่างกาย
"อย่ากลัวไปเลยศิษย์รัก ยืนดูอยู่ตรงนี้แหละ" หนิงจูเชว่หันมาขยิบตาให้ "อาโกว! เฝ้าศิษย์น้องให้ดี ถ้าใครกล้าเข้ามาแตะต้องสัมภาระข้า... อนุญาตให้เ้าเอาหัวโหม่งมันได้เลย!"
"โถ่... อาจารย์!" อาโกวครางพลางพยายามพยุงูเาของป่าบนหลังให้มั่นคง
หนิงจูเชว่หันกลับมาเผชิญหน้ากับกรงเหล็กั์ นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในสายตาของอดีตพญาหงส์ ราชสีห์ตัวนี้ก็แค่แมวที่ธาตุไฟกับธาตุเย็นในร่างตีกันจนสมองเบลอเท่านั้น
"เปิดกรง!" หนิงจูเชว่สั่งเสียงเฉียบ
มู่หย่งโบกมือให้ลูกน้องปลดกลไก พริบตาที่ประตูเหล็กแง้มออก ราชสีห์อัคคีเหมันต์ก็พุ่งตัวออกมาดุจสายฟ้าฟาด อุ้งเท้าหนาใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีฟ้าตะปบลงมายังจุดที่หนิงจูเชว่ยืนอยู่ทันที!
ตูมมมม!
พื้นหินแตกละเอียดเป็เสี่ยงๆ แต่ร่างสีแดงของหนิงจูเชว่กลับอันตรธานหายไปแล้ว นางไปปรากฏตัวอยู่บนกลางหลังของมันอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ตาคนธรรมดาจะมองทัน
"เ้าเหมียวน้อย... กลิ่นอายในร่างเ้านี่มันช่างยุ่งเหยิงจริงๆ นะ" นางพึมพำพลางกดฝ่ามือลงบนแผงคอที่ลุกเป็ไฟ
ในฐานะพญาหงส์์เพลิงอสูร นางมีความเข้าใจใน "ธาตุไฟ" ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าใครในมหาพิภพนี้ นางไม่ได้ใช้กำลังเข้าข่ม แต่ใช้ปราณเพลิงในกายที่ "เสถียรสุดขีด" ส่งผ่านปลายนิ้วเข้าไปัักับจุดชีพจรหลักของมัน เพื่อทำการ "จัดระเบียบ" พลังงานที่กำลังคลุ้มคลั่ง
โฮก!
ราชสีห์พยายามสะบัดร่างอย่างบ้าคลั่ง มันพ่นลมหายใจเป็เกล็ดน้ำแข็งสลับกับลูกไฟใส่คนรอบข้าง หนิงจูเชว่แค่นเสียงเหอะในลำคอ นางโคจร "วิชาเพลิงเทวะอสูร : พญาหงส์กลืนดารา" แต่คราวนี้ไม่ได้เพื่อดูดซับ แต่เพื่อ "ดึง" เอาพิษร้อนที่เกินขีดจำกัดออกมาจากร่างของมัน
วูบ... วูบ...
แสงสีแดงเข้มแผ่ออกมาจากฝ่ามือของหนิงจูเชว่ ราชสีห์อัคคีเหมันต์ที่เคยดุร้ายเริ่มสงบลงทีละน้อย เสียงคำรามเปลี่ยนเป็เสียงครางต่ำๆ ในลำคอ จนกระทั่งในที่สุด มันก็ทรุดตัวลงหมอบแทบเท้าของนางดุจแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง
ทั้งตลาดมืดตกอยู่ในความเงียบงัน มู่หย่งที่ยืนดูอยู่ใต้หน้ากากเงินถึงกับดวงตาไหววูบ "สยบสัตว์อสูรระดับ 3 ด้วยมือเปล่า... แถมยังใช้เวลาไม่กี่อึดใจ เ้าเป็ใครกันแน่?"
หนิงจูเชว่ะโลงจากหลังราชสีห์ พลางปัดฝุ่นที่ชุดแดงอย่างใจเย็น "ข้าก็แค่คนสวยที่เดินผ่านมาเท่านั้นแหละ... เอาล่ะ สัญญาต้องเป็สัญญา 'แก่นอสูรเพลิงระดับ 3' ของข้าล่ะ?"
มู่หย่งหยิบกล่องไม้หรูหราออกมา เตรียมจะส่งให้ตามข้อตกลง แต่หนิงจูเชว่กลับยกมือยั้งไว้เสียก่อน
"ช้าก่อนเ้าหน้ากากเงิน... ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"
"เปลี่ยนใจ?" มู่หย่งเลิกคิ้ว "เ้าไม่อยากได้แก่นอสูรเพลิงที่เ้าโหยหาแล้วรึ?"
หนิงจูเชว่ปรายตามองไปที่เฉินอี้ที่ยืนอยู่ไกลๆ ก่อนจะหันมามองมู่หย่งด้วยสายตาจริงจัง "แก่นอสูรเพลิงน่ะ ข้าหาเองเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้ข้า้าอย่างอื่น... ข้าขอเปลี่ยนจากแก่นอสูรเพลิง เป็ 'สมุนไพริญญาประเภทหยินระดับ 3' หรือไม่ก็ 'แก่นอสูรประเภทเหมันต์ระดับ 3' แทน เ้ามีหรือไม่?"
มู่หย่งเงียบไปอึดใจ "ของประเภทนั้นหายากกว่าธาตุไฟหลายเท่า โดยเฉพาะในอาณาจักรที่ค่อนข้างกันดารแบบนี้... เ้าจะเอาไปทำอะไร? ร่างกายเ้าแผ่ปราณร้อนแรงขนาดนี้ หากแตะต้องของธาตุหยินระดับ 3 เ้าอาจจะาเ็สาหัสได้นะ"
"นั่นมันเื่ของข้า" หนิงจูเชว่เหยียดยิ้ม "ว่าไง... เ้าของตลาดมืดผู้ยิ่งใหญ่ จะบอกว่าไม่มีของรึไง?"
มู่หย่งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มีสิ... ในคลังของข้ามี 'บัวหิมะพันปี' ระดับ 3 อยู่หนึ่งดอก แต่มูลค่าของมันสูงกว่าแก่นอสูรเพลิงที่ข้าสัญญาไว้ตอนแรกมาก เ้าต้องทำงานให้ข้าเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง"
หนิงจูเชว่หรี่ตาลง "งานอะไร?"
"พรุ่งนี้จะมีการประมูลครั้งใหญ่ที่หอการค้าชิงซวน ข้า้าให้เ้าปลอมตัวเป็ 'ผู้คุ้มกันลับ' ให้กับของสิ่งหนึ่งที่จะถูกนำออกประมูล" มู่หย่งก้าวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียงต่ำ "หากงานสำเร็จ บัวหิมะพันปีจะเป็ของเ้าทันที"
หนิงจูเชว่ครุ่นคิดชั่วครู่ นางรู้ดีว่า 'กายาเหมันต์' ของเฉินอี้จำเป็ต้องได้รับพลังงานสายหยินหรือธาตุเหมันต์ที่บริสุทธิ์เพื่อปลุกให้ตื่น หากนางอยากได้ศิษย์ที่เก่งกาจมาช่วยแบกของแทนอาโกวที่เริ่มจะไม่ไหว นางต้องลงทุนหน่อย
"ตกลง! พรุ่งนี้เจอกัน... แต่อย่าลืมเตรียมแหวนมิติวงงามๆ ไว้ให้ข้าด้วยล่ะ ข้าเบื่อที่จะเห็นศิษย์ของข้าเดินเป็อูฐแบกของเต็มทีแล้ว!"
นางพูดจบก็เดินสะบัดก้นกลับไปหาศิษย์ทั้งสองที่ยืนอ้าปากค้างอยู่
"อาจารย์... ท่านเปลี่ยนของรางวัลทำไมขอรับ? ท่านอยากได้ไฟไม่ใช่เหรอ?" อาโกวถามอย่างสงสัย
หนิงจูเชว่เขกหัวอาโกวไปหนึ่งที "เ้าโง่! อาจารย์ทำเพื่ออนาคตของสำนักย่ะ! เฉินอี้... เตรียมตัวไว้ให้ดี พรุ่งนี้อาจารย์จะทำให้เ้ากลายเป็ราชินีเหมันต์ ที่ใครก็ไม่กล้าหม่ำ!"
เฉินอี้มองอาจารย์ด้วยสายตาซาบซึ้ง แม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำว่า 'หม่ำ' ของอาจารย์เท่าไหร่นัก แต่นางก็รู้ว่าสตรีชุดแดงคนนี้กำลังทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เพื่อนางจริงๆ
"อาจารย์... เราจะไปกันหรือยังขอรับ? ข้าแบกของจนจะกลายเป็คนหลังค่อมแห่งเมืองชิงซวนอยู่แล้วนะขอรับ!" อาโกวโอดครวญ
"ใจเย็นเ้าเบ๊เบ๊อาโกว ของพวกนี้แบกมาตั้งไกล จะให้ขนกลับไปทำไมล่ะ?" หนิงจูเชว่กระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ "ในเมื่อที่นี่คนเยอะขนาดนี้ แถมกำลังตื่นเต้นกับฝีมือของอาจารย์หงส์คนสวย... นี่แหละคือ่เวลาทองของการทำนาบนหลังคน…ไม่สิๆ! การทำการค้าอย่างเป็ธรรม!"
นางสั่งให้อาโกวปูผ้าลงบนพื้นที่ว่างใกล้ๆ ลานประลอง จากนั้นนางก็เริ่มจัดวางสมุนไพรรากหญ้า หนังกระต่ายเขี้ยว และของจุกจิกที่เก็บมาระหว่างทาง ซึ่งดูยังไงมันก็คือ "ขยะ" ในสายตาผู้บ่มเพาะในเมือง
ทว่า... พญาหงส์เสียอย่าง เื่ปั้นน้ำเป็ตัวคืองานถนัด
“อาโกว! ะโเรียกแขกสิ!” หนิงจูเชว่สั่งพลางนั่งไขว่ห้างถือพัดจีบสะบัดไปมา
"เร่เข้ามา..เร่เข้ามา! สมบัติมากมายจากหุบเขาหมื่นอสูร ยันต์จากปรมาจารย์ด้านยันต์ ใครอยากก้าวะโในพลังห้ามพลาด!" อาโกวะโจนหน้าดำหน้าแดง
"เข้ามาชมกันก่อนจ้า! ของล้ำค่าจากหุบเขาหมื่นอสูร!" หนิงจูเชว่เริ่มร่ายมนตร์ใส่กลุ่มคนที่มุงดู "นี่คือ 'รากหญ้าคืนิญญา' ที่เติบโตบนจุดที่ัเคยมาจามใส่! หากใครนำไปต้มกิน ความเป็ชายจะกลับมาผงาดดุจขุนเขา! " ซึ่งจริงๆ คือรากหญ้าคาข้างทาง
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งทำท่าจะเดินผ่าน แต่พอได้ยินคำว่า 'ผงาด' ก็ชะงักกึก "จริงหรือแม่นาง? ข้าเห็นมันเหมือนหญ้าคาหน้าบ้านข้าเลยนะ"
"หน้าบ้านเ้ามีัมาจามใส่หรือไง!?" หนิงจูเชว่ถลึงตาใส่ "ดูรัศมีสีแดงจางๆ นี่สิ (นางแอบส่งปราณความร้อนลงไปนิดหน่อยจนมันดูอุ่นๆ) นี่คือพลังงานธาตุหยางบริสุทธิ์! ข้าขายเพียงต้นละ 10 ศิลาปราณระดับต่ำเท่านั้น! ถ้าไม่รีบซื้อ ข้าจะเก็บไว้ให้เ้าเมืองกินคนเดียว!"
ชายหนุ่มท่าทางเหมือนคุณชายตระกูลกลางๆคนหนึ่งหยิบกระบี่ของหัวหน้าโจรที่หนิงจูเชว่ดักตบระหว่างทางขึ้นมา “นี่มัน…กระบี่ชั้นยอด แต่มันดูเบี้ยวๆไปหน่อยนะ”
“โถ่…พี่ชาย” หนิงจูเชว่รีบแทรก “นั่นแหละคือความลับ กระบี่เล่มนี้เดิมทีเป็อาวุธคู่กายของยอดฝีมือที่ใช้มันมาหลายสิบปีเชียวนะ! มันซึมซับเจตจำนงแห่งการต่อสู้จนรูปร่างเปลี่ยนไป ถ้าเ้าเอามันไปหลอมใหม่ พลังมันจะปะทุขึ้นอีกเท่าตัว! ชิ้นนี้ข้าขายให้ราคาพิเศษ 30 ศิลาปราณระดับกลางพอ!”
“จริงหรือ! งั้นข้าเอา!” คุณชายผู้น่าสงสารตื่นเต้นดีใจ
จากนั้นนางก็หันไปหาหญิงสาวอีกคนที่กำลังดูยันต์ “แม่นางคนงาม…ยันต์นั่นคือ ยันต์สเน่ห์หาที่เขียนขึ้นจากโลหิตของสัตว์อสูรเทวะในตำนานเชียวนะ! (เืนางเอง) ใครพกไว้จะช่วยให้ปราณไหลเวียนดี ผิวพรรณนวลเนียนผุดผ่อง เหมาะสมหรับสตรีสวยๆเช่นแม่นางมาก! ราคาเพียง 10 ศิลาปราณระดับกลางเท่านั้น!”
เฉินอี้แอบสืบเท้าเข้ามากระซิบที่ด้านหลัง “ท่านอาจารย์…นั่นมันยันต์กันยุงที่ท่านเขียนผิดไม่ใช่หรือเ้าคะ?”
“เงียบนะเฉินอี้! ยันต์ข้ากันได้ยันั ยุงตัวเล็กๆจะเหลือเรอะ!” หนิงจูเชว่กระซิบตอบเบาๆ
ด้วยอิทธิพลจากความเก่งกาจที่เพิ่งแสดงให้เห็น บวกกับฝีปากระดับหมื่นปี ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ของที่อาโกวแบกมาแทบตายก็ถูกขายออกไปจนเกลี้ยง! หนังกระต่ายเขี้ยวธรรมดาถูกนางอุปโลกน์ว่าเป็ 'หนังพยัคฆ์โลกันต์ย่อส่วน' ราคาพุ่งกระฉูดจนอาโกวที่นั่งเก็บเงินถึงกับมือสั่น
"อาจารย์... ท่านมัน... ท่านมันเป็ยอดคนจริงๆ" อาโกวพึมพำขณะนับศิลาปราณระดับต่ำหลายพันก้อนและยังมีระดับกลางอีกหลายร้อยก้อนที่ได้มา "ขยะพวกนั้นขายได้เงินมากกว่าที่ข้าหามาทั้งชีวิตอีก! ต่อให้ข้าตายเกิดใหม่อีกสิบรอบก็คงได้แค่เศษเสี้ยว!"
"หุบปากแล้วเก็บเงินไปเ้าศิษย์โง่" หนิงจูเชว่หันไปทางมู่หย่งที่ยืนดูอยู่ห่างๆ "เอาล่ะเ้าหน้ากากเงิน ข้าขายของเสร็จแล้ว เรามาคุยเื่ 'งานคุ้มกัน' ของเ้ากันและข้าขอแหวนมิติสักวงเป็ค่ามัดจำด้วย "