เอมิรี่สวมแว่นกันแดดออกเดินทางไปพร้อมกับเจนนี่ ทั้งสองนั่งรถไฟด้วยกัน
ระหว่างเดินทาง เจนนี่ก็ชวนคุย “ทำไมต้องสวมแว่นกันแดดตลอดเวลาด้วยล่ะ”
“ฉันแพ้แสงน่ะ” เอมิรี่ก็ยังไม่ยอมถอด
“ฉันเริ่มหิวแล้ว เธออยากทานอะไรมั้ย” เจนนี่เปลี่ยนเื่
“ไม่ล่ะ ฉันห่อมาด้วย” เอมิรี่ยกกระติกน้ำมาดื่ม
“เธอทานอะไรงั้นหรอ” เจนนี่สงสัย
“น้ำมะเขือเทศ กินมั้ยล่ะ อร่อยดีนะ” เอมิรี่ส่งให้เพื่อนดู
เจนนี่ดมก็พบว่าเป็กลิ่นมะเขือเทศจริงๆ พอเพื่อนชวนกิน เธอก็นึกแขยง “หือ ฉันว่ารสชาติมันแปลกๆ นะ”
“นั่นไงพนักงานต้อนรับ เธอขนอาหารมาเสิร์ฟแล้ว” เอมิรี่ชี้ไปทางพนักงานสาว
เจนนี่รับอาหารมาจากพนักงาน แล้วเปิดกล่องข้าวทาน “โห น่ากินจริงๆ”
“แล้วสามีเธอล่ะ ทำไมไม่มาด้วยกัน” เอมิรี่รู้สึกว่าเจนนี่ติดสามี
“เขาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว” เจนนี่กล่าว
“ช่างเป็คน active จริงๆ ว่าแต่ทำไมเธอไม่จ้างผู้ชายให้มาคุ้มกันเธอล่ะ” เอมิรี่คิดว่ายังไงฝีมือผู้ชายก็ย่อมดีกว่าผู้หญิง
“ก็โทนี่น่ะสิ หวงฉันมาก หากฉันไปตอนใต้กับผู้ชาย เขาก็จะไม่อนุญาตให้ฉันไป” เจนนี่บ่น
“สามีเธอก็น่ารักดีนะ เธอหน้าตาสะสวยแบบนี้ สามีเธอต้องหล่อมากแน่เลย” เอมิรี่คาดการณ์
เจนนี่เลยเปิดมือถือโชว์รูปคู่ของเธอกับสามี
เอมิรี่ถึงกับชะงัก “เอ่อ ทำไมเขาไม่ค่อยดูแลตัวเองเลยล่ะ ผมก็ไม่หวี แถมแว่นตาหนาเตอะแบบนี้ เขาจีบเธอติดได้ยังไง”
“ความจริง ฉันอกหักจากแฟนเก่า ผู้ชายคนนั้นแอบไปมีผู้หญิงคนอื่น ฉันเศร้าหนักมาก ก็มีแต่โทนี่นี่แหละที่คอยดูแลฉันมาโดยตลอด เขาเอาใจใส่ฉันดีมากจนกระทั่งฉันใจอ่อนน่ะ” เจนนี่ยิ้มเขิน
“แบบนี้ก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องกังวลมาก” เอมิรี่คิดว่าคงไม่มีผู้หญิงคนอื่นสนใจโทนี่เพราะเขาไม่ค่อยดูแลตนเอง
“เห็นแบบนี้ ก็มีผู้หญิงมาติดพันเขานะจะบอกให้” เจนนี่เคยเห็นแม่ม่ายมารุมจีบเขา
“มองแววตาเขาแล้ว เขามองแต่เธอคนเดียวนะเจนนี่” เอมิรี่พออ่านคนออกจากดวงตา
“จริงหรอ” เจนนี่สงสัย
“จงภูมิใจเถอะที่มีสามีรักเดียวใจเดียวแบบนี้” เอมิรี่พูดยิ้มๆ เพราะเห็นเพื่อนหน้าแดง
“แล้วเธอล่ะ เอมิรี่ เธอก็สวยมีเสน่ห์ ทำไมถึงยังไม่แต่งงานอีก” เจนนี่สงสัย
“ยังเก็บเงินไม่พอมั้ง” เอมิรี่รู้สึกเบื่อหน่ายเื่ครอบครัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ก็ให้สามีเลี้ยงสิ” เจนนี่เสนอ
“ทุกวันนี้มันทำได้ด้วยหรอ ปัจจุบันสองสามีภรรยาต้องช่วยกันทำมาหากิน” เอมิรี่มองจากระบบเศรษฐกิจ
“มันก็จริง” เจนนี่เห็นด้วย สมัยนี้ไม่มีแล้วชีวิตแม่บ้านธรรมดาๆ
เจนนี่ทานข้าวจนอิ่ม ดื่มน้ำ ก็ชวนคุยเช่นเดิม “ว่าแต่ เธอว่าโลกใบนี้มีแวมไพร์จริงมั้ย”
“ก็ต้องมีจริงสิ” เอมิรี่ตอบอย่างมั่นใจ
“ทำไมเธอถึงมั่นใจมากขนาดนั้น” เจนนี่แปลกใจเพราะตัวเธอเองไม่เคยเห็นแวมไพร์มาก่อนเลยในชีวิต
“เอาไว้สักวันเธอก็คงเห็นเองนั่นแหละ” เอมิรี่กล่าว
“พูดอย่างนี้เธอคงเห็นมันกับตาแล้วล่ะสิ” เจนนี่เห็นเพื่อนพูดแบบนั้น
เอมิรี่พยักหน้า แล้วพูดพึมพำกับเอง “ก็เห็นในกระจกทุกวันน่ะสิ”
“ห๊า ว่าไงนะ” เจนนี่ได้ยินไม่ชัด
“เปล่า ฉันว่าเธอนอนพักเถอะ เพราะต้องเดินทางกันอีกไกล กว่าจะถึง” เอมิรี่รีบตัดบท
เจนนี่จึงนำผ้าปิดตาแล้วนอนอย่างไม่เกรงใจ ส่วนเอมิรี่ที่นั่งข้างกระจกรถไฟ เธอก็มองออกนอกหน้าต่างในสภาพเหม่อลอย จิตใจลึกๆ ของเธออยู่ในสภาพเศร้าหมอง แต่เธอนึกไม่ออกว่าเธอเศร้าด้วยเื่อะไรเพราะจดจำเื่ราวในอดีตไม่ได้เลย
และแล้วสองสาวก็เดินทางมาถึงตอนใต้ของประเทศแทนซามาเนีย ที่ตั้งอยู่ติดริมทะเล มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายมาเล่นน้ำทะเลอย่างครึกครื้น
“อยากเล่นน้ำทะเลจัง” เจนนี่อิจฉานักท่องเที่ยว
“ก็ไหนว่าสามีหวงมาก เขาจะยอมให้เธอโชว์เรือนร่างงั้นหรอ” เอมิรี่สงสัย
“ก็ไม่ยอมน่ะสิ” เจนนี่กล่าวอย่างหมดอารมณ์
ผู้หญิงทั้งสองนั่งรถแท็กซี่ด้วยกัน เอมิรี่เห็นเจนนี่กระซิบบอกคนขับ เธอก็อยากรู้เลยถามทันที “แล้วนี่พวกเราจะไปที่ไหนกัน”
“ห้องแล็บของสามี” เจนนี่ตอบอย่างภูมิใจ
“ทำไมต้องไปด้วย” เอมิรี่สงสัย
“สามีบอกว่าพบศพที่ถูกแวมไพร์กัด เขาเลยบันทึกภาพตอนที่ศพมีร่องรอยเขี้ยวที่คอ แล้วพอเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ศพก็สลายไปเอง ฉันเลยอยากไปให้เห็นกับตาตัวเอง”
“ก็เป็ไปได้นะ ที่อาจจะเป็ฝีมือของแวมไพร์” เอมิรี่ดูรูปการ
“แต่มีเื่น่าแปลกนี่สิ” เจนนี่ตั้งข้อสังเกต
“ทำไม” เอมิรี่อยากรู้
“การฆาตกรรมมันเป็แบบเฉพาะเจาะจงเกินไป” เจนนี่แสดงสีหน้าจริงจัง
“หมายความว่าไง” เอมิรี่ไม่เข้าใจ
“ผู้ตายต่างเป็นักการเมืองของที่นี่ พวกเขาเป็คนรู้จักกันและมีผลประโยชน์ร่วมกันนี่สิ ลักษณะเหมือนมีผู้บงการฆ่า และผู้นั้นต้องมีอิทธิพลมากเป็แน่” เจนนี่อธิบาย
“ก็เป็ไปได้นะที่เขาอาจจ้างแวมไพร์ให้ฆ่าคน” เอมิรี่ยังเชื่อว่าเป็ฝีมือของแวมไพร์
“แต่ถ้าเป็แวมไพร์จริง เวลาหิวเื มันก็ต้องเป็แบบสุ่ม คือมันจะดูดเืใครก็ได้ถ้ามันหิว ดังนั้นมันควรจะมีผู้อื่นที่ตายด้วยสิ แต่นี่กลับมีแต่นักการเมืองทั้งนั้น” เจนนี่ก็ยังไม่เชื่อเื่นี้
“เธอนี่เป็นักวิเคราะห์ที่ดีจริงๆ” เอมิรี่กล่าวชม
“รถมาถึงหน้าสถานวิจัยพอดี พวกเราไปกันเถอะ” เจนนี่จ่ายเงิน แล้วรีบขนของลงจากรถ แล้วนำทางเข้าไปในสถานวิจัยอย่างกระตือรือร้นเพราะอยากเจอสามีมาก
เอมิรี่แอบยิ้มเพราะเธอดูออกว่าเจนนี่คิดถึงโทนี่มากแค่ไหน
เจนนี่รีบวางข้าวของเมื่อเห็นสามี เธอเรียกเขาทันที “โทนี่ ฉันมาแล้ว”
ทั้งคู่วิ่งมาหากันอย่างกับในหนัง เจนนี่ะโกอดสามีด้วยความคิดถึง และแล้วสองคนก็จูบกัน จนคนอื่นหันไปมองทางอื่นเพราะแอบอายแทน สักพักโทนี่ถึงยอมปล่อย
เจนนี่จัดสภาพตัวเองให้เรียบร้อย แล้วแนะนำสามีให้รู้จักกับบอดี้การ์ดสาว
“นี่โทนี่ สามีฉันเองนะ เอมิรี่” เจนนี่ผายมือไปทางโทนี่
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เอมิรี่กล่าวทักทาย
ทั้งคู่จับมือเช็คแฮนด์กัน
“เชิญข้างในครับ ผมจะพาพวกคุณไปดูคลิป” โทนี่กล่าว
เจนนี่เดินควงแขนสามีเข้าไป จนเอมิรี่ถึงกับส่ายหน้ากับความสวีทของทั้งคู่
เอมิรี่นั่งชมคลิปวีดีโอพร้อมกับคนอื่นๆ เธอมีความรู้สึกว่าเคยเห็นภาพคล้ายๆ กันแบบนี้ที่ไหนก็ไม่รู้ เธอนึกไม่ออกจริงๆ แต่เธอเริ่มรู้สึกว่ามันดูแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ฝีมือของแวมไพร์อย่างที่เจนนี่คาดการณ์ อย่างไรก็ตามเอมิรี่ไม่อาจฟันธงอะไรได้เลย
“เป็ไงครับ ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมศพถึงสลายไปได้เอง มันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมเลยตรวจสอบไม่ทัน”
“คงต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาค่ะ มานั่งคาดเดาเองแบบนี้ไม่ได้หรอก” เจนนี่กล่าว
“นั่นสิครับ” โทนี่เห็นด้วย
“เอาไว้คืนวันพรุ่งนี้ พวกเราไปสังเกตการณ์กัน” เจนนี่กล่าวแผน
“แล้วจะไปสังเกตที่ไหนและสังเกตใคร” เอมิรี่สงสัย
“ก่อนอื่นเราต้องเชื่อมโยงก่อนว่าผู้ตายเป็ใครบ้าง มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร พวกเราถึงทำนายรายต่อไปได้” เจนนี่กล่าวจากประสบการณ์
“เป็ความคิดที่ดี แต่พวกเราไม่มีข้อมูลผู้ตายนี่สิ” เอมิรี่กล่าว
“ไม่เป็ไร พวกเราไปสอบถามสารวัตรที่นี่กันดีกว่า” เจนนี่ไม่ยอมแพ้
“งั้นผมไปด้วย” โทนี่รู้สึกหวงเพราะรู้ว่าสารวัตรเคยจีบเจนนี่ด้วย
“จะไปทำไมล่ะคะโทนี่” เจนนี่ไม่อยากให้เขาเอาแต่เดินเฝ้าเธอจนไม่เป็อันทำอะไร
“ก็ผม…” โทนี่พูดไม่ออก
“ก็คุณโทนี่เขากลัวสารวัตรจะจีบคุณน่ะสิเจนนี่” ผู้ร่วมงานโทนี่กล่าวแทน
“จริงหรอคะ” เจนนี่จ้องสามี
โทนี่พยักหน้า
“เดี๋ยวฉันกันให้ค่ะ คุณไม่ต้องห่วง” เอมิรี่ตัดปัญหา
“ก็ได้ครับ” โทนี่ยอมแต่โดยดี
เพื่อนร่วมงานโทนี่แอบพากันยิ้มขำ