Infinity Online

    ตอนที่ 38 จับกลุ่มทำภารกิจ ป่าอาถรรพ์


     

     

     

               “ไอ้เรน วันนี้เราเรียนวิชาอะไรนะ” ผมเดินอกมาจากการทำธุระส่วนตัวแล้วกล่าวถามเรนที่ยังขมุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม

     

               “วิชาสัตว์อสูรวิทยามั้ง สถานที่ก็ป่าอาถรรพ์เขตนอก” เรนตอบในลักษณะที่มันยังขลุกอยู่ในที่นอนอยู่ไม่ยอมลุก

     

               “ปะ ไปเรียนได้แล้ว จะเก้าโมงแล้วเนี่ย”ผมเดินไปดึงผ้าห่มมันออกและมันก็ดีดตัวขึ้นมา สองเท้าเดินสลึมสลือโซเซไปมาเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสรรพ

     

               “อืม  ไปกันเถอะออฟ”  เรนหาววอดพลันก็สวมเสื้อคลุมโรงเรียนนำหน้าผมออกประตู

     

               “อืมๆๆ”  ผมตอบด้วยท่าทีสบายๆและแอบขำเจ้าเรนเล็กน้อย เพราะมันเป็นแบบนี้ประจำ

     

     

     

             ณ  ป่าอาถรรพ์เขตนอก  สถานที่ๆพวกเราเรียนกันคือในป่า ซึ่งไม่มีห้องเรียน ไม่มีเก้าอี้ไม่มีหนังสือตำรา  อาจารย์ที่สอนก็เป็นผู้หญิงสวยหน้าตาดีมากใบหน้ารูปไข่ผมเรียวยาวจนถึงเอวดวงตาม่วงอัญมณีเรืองแสงทำให้นักเรียนชายหลงไหลกันจนอ้าปากค้างเธอเดินออกมาแนะนำตัวว่าเธอนั้นมีชื่อว่า  มิกิ มาเนโชล  ฮาคามิ เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ บทเรียนวันแรกของพวกเราก็คือการทำภารกิจเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คู่ซึ่งภารกิจที่ว่านี้ก็คือ  การเข้าไปในป่าอาถรรพ์ไปล่าสัตว์ หาสมุนไพรและหาสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเมื่อนำกลับมาแล้วจะสามารถนำมาส่งภารกิจได้สิ่งที่มีคุณค่าและราคาสูง   โดยไม่กำหนดขอบเขตของป่า อาจารย์บอกว่า ระยะปลอดภัยคือป่าอาถรรพ์เขตนอก  ส่วนเขตในกลุ่มไหนจะเข้าไปก็ได้แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบทั้งนั้น  แถมยังบอกอีกว่าจุดสังเกตเขตแดนของป่าให้ดูที่ม่านสีแดง หากมีม่านสีแดงกั้นอยู่ตรงไหนแสดงว่านั่นเป็นป่าเขตในป่าที่มีอันตรายมากมายรออยู่

     

               “เอิ่ม  จับกลุ่ม กลุ่มละสามคู่ งั้นก็ 6คนสิ  เอาไงดีเรน”   ผมหันไปถามเรนที่ตอนนี้กำลังฉีกใบไม้เล่นอยู่ไม่สนใจฟังแต่มันดันเข้าใจไปเสียหมดทุกเรื่อง

     

               “ก็แค่ไปหาคู่อื่นอีกสองคู่ แค่นี้เอง ง่ายๆ”   เรนตอบแบบไม่รีรอพร้อมกับหันมาฉีกใบไม้เล่นต่อไม่สนใจคนรอบข้างที่มองมาเลยแม้แต่น้อยส่วนอาจารย์มิกิก็ได้เเต่เอือมระอาในท่าทีของเจ้าเรนอยู่นิดๆเหมือนกัน

     

      

     

               “อืมนั่นสิ แล้วเราจะไปจับกลุ่มกับใครดีล่ะหน้าตาก็ไม่คุ้นเคยเลยสักคนอีกอย่างก็ไม่อยากจะไปสนิทสนมกับคนอื่นด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทั้งสองทำแบบว่ามันแปลกกว่าที่คนธรรมดาสามัญเขาทำกันน่ะ”   ผมบ่นอุบอิบเพราะไม่อยากจะหากลุ่มอีกอย่างตั้งแต่อยู่มานี่มีแต่สายตามองว่าผมกับเรนนั้นเหมือนกับพวกเศษเดนสังคมอะไรงี้ไม่เข้าใจความคิดพวกชนชั้นสูงจริงๆ

     

               “เอาน่าออฟ เดี๋ยวเรารอดูไปก่อน ไม่มีคนมาจับกลุ่มกับเราก็ไปกันเองละกัน” เรนพูดเสริมแล้วเป่าใบไม้ปลิวกระจายจากนั้นก็ดึงหญ้ามาเคี้ยวเล่นสรรหาเชื้อโรคเข้าร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน

     

               ................

     

     

     

                พักหนึ่งก็มีคนสี่คนเดินเข้ามาหาโดยมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนนำมา ผู้ชายสองคนเดินตามกับผู้หญิงอีกคนที่เดินขนาบข้างกับเธอการเดินนั้นช่างเรียบง่ายธรรมดาไม่ได้ให้ความรู้สึกเย่อหยิ่งใดๆเหมือนนักเรียนเครื่องประดับหรูหราคนอื่นๆมีก็แต่ชายสองคนที่ทำหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนหมาหวงก้างพร้อมที่จะฉีกกระชากคนที่จะมาแย่งเหยื่อของมันอย่างนั้นและครั้งนี้ก็เหมือนว่าผมกับเรนจะโดนเหม่นไปด้วยชายร่างใหญ่ทำท่าเชือดคอแล้วแผ่จิตสังหารออกมายังพวกเรา แต่ก็แค่นี้แหละเฉยๆและไม่อยากมีเรื่องมีราวไดๆ

     

     

     

               “เอ่อ  คุณออฟคะ”   ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถามไม่รู้ว่าเธอรู้จักชื่อผมได้ยังไงอีกอย่างหน้าตาก็เหมือนจะคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนเลยเเฮะแต่ก็คลับคล้ายคลับคลาแหละนะแค่เรียกชื่อผมก็หันขวับไปทางเธอด้วยท่าทีงงๆเลยสิครับ

     

               “ห๊ะ  คะ ครับ”   ผมที่ไม่ทันสังเกตก็เลยสะดุ้งนิดนึงเธอปิดปากหัวเราะน้อยๆแต่ก็ทำให้นักเรียนชายหลายคนน่าแดงกับท่าทีของเธอส่วนข้างหลังนะเหรอ รู้สึกเหมือนมีไฟลุกเลยเเฮะ

     

               “คุณออฟมีกลุ่มหรือยังคะ”   เธอเอ่ยถามด้วยท่าทีเหมือนกับเคยรู้จักกับผมมาก่อนวางท่าทีสบายๆไม่มีการเกร็งแต่อย่างได ความรู้สึกที่ส่งมาเหมือนกับเธอรู้จักกับผมมาก่อนเสียอย่างงั้น

     

               “อ้อ ยังไม่มีหรอกครับ  ว่าแต่คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับรู้สึกว่าหน้าตาคุ้นๆเหมือนกันแฮะ”    ผมเกาหัวตอบเพราะจำไม่ได้จริงๆว่าใคร

     

               “ฉันคือมาเรียไงคะ จำฉันไม่ได้เหรอคะ”  เธอกล่าวแล้วทำหน้าผิดหวังเหมือนกับความตั้งใจที่ทุ่มเทมาสูญเปล่า

     

               “หา  มาเรียเหรอเฮ้ยเธอดูเปลี่ยนไปเยอะจนจำไม่ได้เลยนะ  หุ่นดีขึ้นหน้าตาสวยขึ้นด้วย  อืมท่าทางก็น่ารักดีนะหนุ่มๆคงรุมจีบน่าดูละสิเนี่ย”    ผมพูดติดตลกตบท้ายเเต่ไม่รู้เพราะเหตุไดหน้าเธอเริ่มแดง และกระแอมเบาๆปกปิดท่าทีเอียงอายไว้

     

               “คุณออฟอ่ะ กะ  ก็ ชมฉันเกินไปนะคะ”   เธอเอานิ้วมาจิ้มกัน แล้วบิดตัว  ผมเห็นแล้วงงเก็บอาการตรงไหนฟร๊ะ เธอคงไม่ค่อยสบายมั้งเนาะ

     

               “ก็มันเป็นความจริงนี่ครับ ฮะๆ แล้วมีอะไรเหรอครับมาเรีย” ผมถามถึงเป้าหมายของเธอว่ามาทำอะไรทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าน่าจะมาขอร่วมกลุ่มด้วย

     

             “คือ  ถ้าคุณออฟยังไม่มีกลุ่ม ก็มาอยู่กลุ่มเดียวกับฉันไหมคะ”  เธอก้มหน้าพูดแล้วเอานิ้วจิ้มกัน

     

               “ได้สิครับ พวกผมก็กำลังหากลุ่มอยู่เหมือนกัน ใช่ไหมเรน” ผมปรบมือดังเปราะ แล้วหันไปถามความคิดเห็นของเรน

     

               “ดะ ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เรนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วตอบมาจากนั้นมันก็ฉีกใบไม้ต่อพร้อมกับกระซิบข้างหูผมเบาๆ

     

               "เธอคนนี้ทำให้หัวใจฉันสั่นรัวเป็นอะไรไม่รู้ว่ะ" เรนกระซิบด้วยท่าทีซื่อๆ

     

              เมื่อมาเรียได้คำตอบจากเรนออกอาการดีใจพลันก็ทำให้เจ้าเรนหน้าแดงไปด้วยสงสัยคงยังไม่รู้ตัวว่าไปตกหลุมรักสาวน้อยเข้าให้เเล้วล่ะมั้ง

     

             “จริงเหรอคะ  คุณพูดจริงๆนะคะ”  มาเรียถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เอ่อ แล้วอาการไม่สบายเมื่อกี้หายไปไหน

     

               “จริงสิครับ ผมกับเรนจะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกคุณแน่นอน”  ผมตอบแล้วเอามือไปลูบหัวมาเรียพลันก็รู้สึกถึงจิตสังหารอันรุนแรงจากชายร่างใหญ่คนที่อยู่ด้านหลังมาเรีย

     

               “ค่ะ รู้สึกดีจังที่ได้อยู่กับออฟก่อนอื่นนะคะฉันขอแนะนำทีมของฉันก่อน ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆฉันชื่อว่ามิ้น เป็นคู่หูของฉันเอง ส่วนชายอีกสองคนชื่อว่า  ทอรัส  กับ อามอนค่ะ”  มาเรียแนะนำไปทีละคน

     

               มิ้น เป็นเด็กสาวอายุ 17  ส่วนสูงประมาณ165 ผิวขาวเนียนนวลผ่อง นัยน์ตาสีฟ้า ผมฟ้า เป็นเด็กสาวที่มีกริยาน่ารัก เรียบร้อย เธอใส่ชุดนักเวทย์หอลมก็คือชุดผ้าคลุมนะแหละครับ สีเขียวหรือสีอะไรไม่รู้สักอย่างแหละแล้วมีสัญลักษณ์ตรงอก และคอที่บ่งบอกว่าอยู่หอลม

     

               ทอรัส เป็นชายหนุ่มอายุ ประมาณ 21 ปี เป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่งแถมหุ่นก็ดีอีกด้วยหุ่นแบบนักเพราะกล้ามตัวออกใหญ่ๆเหมือนฝรั่งน่ะ  ผิวสีแทนคล้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาล อยู่หอมืด เอ่อ คาดว่าน่าจะเป็นคนดีนะแต่ทำไมสายตาที่มองผมถึงอยากจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นอ่ะ  ผมไปทำอะไรให้ไม่พอใจเหรอนั่น

     

               อามอน เป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 หน้าตาเรียว ออกซีดๆนิดนึงแต่ก็ถือว่าหน้าตาดีอยู่ระดับหนึ่ง  ผิวสีขาวซีดนัยน์ตาสีออกแดงๆ อยู่หอมืด ส่วนนิสัยนี่ไม่รู้ เงียบๆ แต่จิตสังหารที่แผ่มาใส่ผมนั้นไม่เหมือนท่าทางที่แสดงออกเลย เหอๆ สงสัยจริงๆ ว่าผมไปสร้าง ศัตรูไว้ตอนไหน

     

              

     

               เมื่อเรนรับรู้ถึงจิตสังหารของอามอน ก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาแต่ถูกผมจับแขนแล้วส่งสัญญาณห้ามไว้ก่อน เขาจึงเงียบๆ   เมื่อนักเรียนทั้งหมดจับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว อาจารย์มิกิก็ให้แยกย้ายกันไปเตรียมตัว เตรียมของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางส่วนเวลาส่งภารกิจนั้น ก็คือวันจันทร์ตอนหกโมงเช้านั่นเอง

     

     

     

               ผมกับไอ้เรนก็เดินทางกลับหอ ไปเอา เอ่อ ดาบกับมังกรน้อย ผมหาผ้ามาพันดาบไว้แล้วสะพายกับหลัง  ส่วนดาบของเรนเหรอเอ่อ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าดาบได้หรือเปล่า  คล้ายๆดาบนะก็แบบว่า เหมือนเอาเหล็กแท่งมาตีๆๆให้มันเป็นรูปยาวๆคล้ายดาบอ่ะเหมือนเด็กที่เริ่มหัดตีเลย ตัวดาบนูนบ้างยุบบ้าง ขรุขระๆ แล้วที่มันทำลายดาบของอาจารย์ได้สงสัยมันใช้พลังเสริมแน่เลย  ส่วนมังกรน้อยผมก็เอาเก็บไว้ในแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงคนละวงกับที่เก็บมินนี่นะครับ  ผมเอาอีกวงออกมาให้เรน แล้วสอนวิธีใช้เสร็จสรรพไอ้เรนมันก็ยิ้มน้อยๆของมันแหละครับ  ดูเหมือนว่าแหวนนี่จะใช้ในโลกนี้ได้แหละนะ

     

               อ้อ ถ้าถามถึงมินนี่กับมาซาร์ พวกเธอสบายดีครับช่วงนี้พวกเธอยังไม่อยากออกมาข้างนอกขออณุญาติผมฝึกวิชากับมาซาร์ในแหวนนั้นอีกช่วงใหญ่ๆ ส่วนเฟิร์สผมก็คุยกับเธอทุกวันแหละครับเพียงแต่ไม่บอกให้รู้เท่านั้นเอง

     

              

     

     

     

               เมื่อพวกเราเตรียมของ  เอ่อคงเรียกว่าไปหยิบของมากกว่า (ดาบเล่มเดียว กับมังกรน้อย)เสร็จแล้วก็ไปรอกลุ่มมาเรียที่ป่าอาถรรพ์เขตนอก นั่งรอ นอนรอสักพักพวกมาเรียก็มาถึง

     

               “นี่มาเรีย  จะเอาไอ้พวกนี้เข้ากลุ่มจริงๆเหรอดูสิ  ขนาดสัมภาระยังไม่เอาอะไรมาเลยมาก็เป็นตัวถ่วงพวกเราเปล่าๆ”  ทอรัสเป็นคนพูดออกมาด้วยความไม่พอใจและหาเหตุผลมาอ้าง

     

               “อย่าพูดแบบนั้นนะทอรัส คุณออฟเก่งมากเลยนะ”  มาเรียหันไปพูดกับทอรัส

     

             “ไม่พูดก็ได้  เฮ้ย พวกนายน่ะอย่ามาเป็นตัวถ่วงฉันละกัน”  ก่อนทอรัสจะเดินออกไปก็หันมาขึ้นเสียงใส่พวกผมส่วนผมที่โดนแบบนั้นนะเหรอก็เฉยๆแต่อยากจะบอกเจ้าทอรัสเสียหน่อย

     

               “มองคน อย่ามองที่ภายนอกเพราะเราไม่สามารถจะรู้ได้ผ่านการมองครั้งแรกหรอก ว่าคนๆนั้นมีความสามารถอะไรอีกอย่าง  เวลาจะคุยกับคนที่พึ่งรู้จักควรจะใช้คำพูดที่สุภาพหน่อย ไม่อย่างนั้น คุณจะเป็นตัวเลือกแรกที่เขาจะตัดคุณออกไปในการสร้างความสัมพันธ์และตกกระป๋องในที่สุด”  ผมร่ายออกมาเป็นชุดแบบว่าพูดตอนนอนพิงต้นไม้อ่ะนะ เหมือนพูดลอยๆแต่เจาะจง   ทอรัสได้ยินไปแบบนั้นก็กำหมัดแน่นทันที

     

               “ได้ แล้วจะได้เห็นดีกัน” ทอรัสเน้นเสียงมาทางผม  เอ่าก็ผมเตือนด้วยความหวังดีนะ(กวนต่างหากเฟ้ย)

     

     

     

             “คือฉันขอโทษแทนทอรัสด้วยนะคะ เขาก็นิสัยแบบนี้แหละค่ะ”  มิ้นก้มหัวขอโทษแทนเพื่อนของเธอ

     

               “อย่าใส่ใจเลยครับ  พวกผมไม่ถือหรอกครับ”   เรนเป็นคนตอบแทนผมแต่สายตานั้นแอบมองมาเรียด้วยความหลงไหลไอ้นี่มันหลงเสน่ห์มาเรียเข้าจริงๆแฮะ

     

             เฮ้อ อย่าว่าแต่ทอรัสเลย อามอนก็อีกคนคุณท่านจะปล่อยจิตสังหารใส่พวกผมไปถึงไหนครับ  มันอ่อนนะรู้ไหมรำคาญอ่ะ รำคาญ ใจจริงก็อยากให้เรนปล่อยจิตสังหารโต้กลับอยู่หรอกแต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะวุ่นวายนะสิ จิตสังหารไอ้เรนมันเบาซะที่ไหน  บางทีคนที่อยู่ใกล้ๆอาจรับรู้ได้ถึงความรุนแรงเลยล่ะ

     

               “คุณมาเรีย คุณมิ้น คุณทอรัส แล้วก็คุณอามอน  ผมว่าพวกเราเดินทางกันเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่ทันคนอื่นเขา”  ผมเอ่ยปากพูดชวนให้เริ่มเดินทาง

     

               “นี่พวกแก  อย่าพูดแบบนี้กับท่านทอรัสนะรู้ไหมว่าท่านทอรัสเป็นถึงเจ้าชาย แห่งแคว้นโกสันมาตะทมิฬเลยนะ”  อามอนพูดขึ้นเสียงแล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาผม แต่ถูกทอรัสห้ามไว้ห้ามแบบมีเลิศนัยพร้อมกับกระพริบตาให้เหมือนจะรู้กันแค่สองคน

     

               “เหรอครับ ก็ดีแล้วนี่  ป่ะไปกันเถอะครับคุณมาเรีย”   ผมทำท่าเฉยๆเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับสิ่งที่ได้ยินทอรัสเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ยังไม่กล้าลงมือ เพราะเกรงคุณมาเรียละมั้ง

     

               “ฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่  อย่าหวังว่าจะมีชีวิตกลับมาเลยพวกแก”  ทอรัสพึมพำในใจ

     

     

     

     

     

               การเดินทางของกลุ่มเราเป็นไปอย่าเรียบง่ายมั้งสัตว์อสูรที่มาขวางทุกตัวถูกทอรัสแย่งจัดการทั้งหมด แถมยังโชว์พลังอวดอีกตูมๆตามๆแล้วแต่จะสาแก่ใจเขาแหละมั้ง เฮ้อถ้าจะเป็นขนาดนั้นอ่ะนะส่วนพวกผมก็ได้แต่เดินตามหลังไปแหละครับ คุยกับมาเรียถึงเรื่องราวตอนแยกย้ายกันเธอก็เล่าซะยาวเหยียด แถมยังพาดพิงถึงผมอีก ยังไงเหรอ ก็แบบว่ากินข้าวไม่มีออฟอยู่กินด้วยก็ไม่ค่อยอร่อย เวลาไปไหนไม่มีออฟก็เหงาๆคิดถึงออฟตลอดเลยนะ  เรื่องทั้งเรื่องก็เป็นแบบนี้แหละครับสรุปว่ามันคืออะไรล่ะ

     

     

     

               ผมเดินๆไปตามทางที่ทอรัสกับอามอนนำไปเวลาผมเจอสมุนไพรที่มีประโยชน์ก็เดินไปถอนบ้าง เด็ดบ้างใส่ไว้ในกระเป๋ามิติที่ผมคาดเอวไว้ ตอนนี้ก็ทำได้แค่เก็บสมุนไพรก่อนแหละครับส่วนพวกทอรัสเวลาเจออสูรก็วิ่งเข้าใส่ได้เนื้อได้วัตถุดิบมาก็เก็บไว้ในกระเป๋าย่อส่วนระดับสูงของตัวเอง คงจะทำผลงานเอ้ยทำแต้มแหละมั้ง

     

     

     

               ระยะทางที่พวกเราผ่านมาก็เจอแต่สัตว์อสูรระดับต่ำๆมีบ้างที่เจอระดับกลางๆ แต่ทอรัสกับอามอนไม่ยอมให้พวกผมไปช่วยนี่สิบอกว่าเป็นตัวถ่วง เหอๆ จะมองคนแต่เปลือกนอกไปถึงไหน..

     

               พวกเรา อืมคงต้องบอกว่า ทอรัสกับอามอนล่าสัตว์จนถึงหัวค่ำก็พากันหาที่พักผ่อน  ทอรัสมุ่งไปยังพื้นที่ๆคาดว่าจะปลอดภัยที่สุดก่อนใครเพื่อนแล้วนำกระโจมรูปร่างขนาดสามคนนอนที่ประดับประดาอย่างดีออกมากาง มาเรียกับมิ้นก็นำกะโจมหลังเล็กๆออกมากางเช่นกัน

     

               “มาเรียครับ ผมยกกระโจมนี่ให้คุณกับคุณมิ้นนอนเลยนะครับ ด้านในมีเครื่องบรรณาการอย่างดีอยู่ครบถ้วน ถ้ายังไงเชิญเลยครับเดี๋ยวผมจะนอนกระโจมอีกหลังนึง”   ทอรัสได้ทีก็ประจบประแจงหว่านล้อมมาเรียทันที

     

               “มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันมีของฉันแล้วค่ะ”  มาเรียตอบปัดๆ ในท่าทีไม่อยากรบกวน

     

             “คุณมาเรียไม่เหมาะสมกับการนอนกระโจมเล็กๆแบบนั้นหรอกครับมานอนกระโจมที่ผมกางให้ดีกว่านะครับ”  ทอรัสยังไม่ละความพยายามยังคงโน้มน้าวต่อ

     

               “ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ พวกฉันอยู่ได้ค่ะ เอาไว้คราวหลังก็แล้วกันนะคะ”  มาเรียตอบปัดไปอีกครั้ง

     

               “นี่คุณทอรัส อย่าไปตื้อผู้หญิงแบบนั้นสิครับเขาไม่อยากนอนก็ไม่ต้องพยายามตื้อก็ได้”  เรนพูดขัดอย่างแรงและยิ้มกวนส้นเท้าให้ทอรัสจนมันกำหมัดลั่นซะดังกร๊อบ

     

               “มันไม่เกี่ยวกับพวกแก อย่ามายุ่ง”   ทอรัสกระแทกเสียงใส่

     

               “อ้อ  ครับๆๆ  ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง”  เรนตอบโดยไม่สะทกสะท้าน

     

               “นี่แก...”  ทอรัสชี้หน้าเรนด้วยความไม่พอใจแต่เรนก็ไม่หันกลับไป นั่งลงหลังพิงกับต้นไม้เฉยเลยแล้วทำท่าว่านอนหลับไปเเล้วเมื่อเป็นอย่างนั้นก็เดินกระทืบเท้าออกไปไม่ตื้อต่อ

     

     

     

               เมื่อพวกเขากางกระโจมเสร็จแล้วก็เดินออกมารวมกันตรงกลางของจุดพักผ่อน  มาเรียสังเกตเห็นผมกับเรนไม่ได้กางอะไรเลยจึงถามขึ้น

     

               “คุณออฟคะ  คุณไม่เอากระโจมออกมากางเหรอคะ”  มาเรียถามด้วยความเป็นห่วง

     

               “อ๋อ  พวกผมนอนบนต้นไม้ได้ครับ อีกอย่างขี้เกียจเก็บด้วยฮะๆๆ”     ผมเป็นคนตอบเพราะกระโจมมันไม่ค่อยสะดวกและไม่มีอารมณ์ศิลป์เพราะเดินป่าทั้งทีก็ต้องนอนสัมผัสกับธรรมชาติสิ

     

                ทอรัสได้ยินก็ยิ้มเย้ยพร้อมกับทำหน้าสะใจ

     

               “อย่างพวกแก ไม่มีก็บอกมาเถอะ อย่ามาโกหกหน้าด้านๆ”  ทอรัสกระแทกเสียงด้วยความเยาะเย้ยและพุ่งจิตสังหารมาด้วย

     

               “คุณจะคิดจะพูดอะไรก็แล้วแต่คุณเถอะครับ คุณทอรัส  ผมพูดไปอย่างไรก็หมายความว่าอย่างนั้นแหละ”  ผมพูดน้ำเสียงธรรมดาๆออกไปเพราะผมไม่ได้สนใจกับคำพูดของเขา ความจริงก็เพื่อจะยุแหละนะ

     

               “ไม่มีก็บอกมาตรงๆเถอะว่ะ  เดี๋ยวฉันจะสละกระโจมให้ตัวถ่วงอย่างพวกแกก็ได้” ทอรัสยังไม่ละความพยายามที่จะยั่วให้พวกผมโกรธ

     

               “ขอบคุณนะครับ  แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะถ้าอยากนอนในกระโจมเมื่อไหร่ ผมก็จะเอามากางเองแหละครับ”  ผมตอบด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร  แต่กลับทำให้ทอรัสไม่พอใจซะงั้นสำเร็จไปอีกขั้นแฮะ

     

               “หนอยแก สัมภาระก็ไม่เตรียมมาแล้วจะเอากระโจมไว้ที่ไหนห๊ะอย่าบอกนะว่าเก็บไว้ในกระเป๋าใบเล็กๆนั่น  เฮ๊อะให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ”  ทอรัสลุกขึ้นชี้หน้าผม

     

               “คุณทอรัสคะ  พอได้แล้วค่ะ” มาเรียทนไม่ไหวจึงพูดห้าม แต่ก็สามารถหยุดไว้ได้ด้วยเฮ้ย

     

               “เห็นแก่มาเรียนะ  ไม่งั้นฉันไม่จบแค่นี้แน่” ทอรัสนั่งลงด้วยความแค้น

     

               “ครับๆ” ผมยังตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิมจนเจ้าทอรัสกำหมัดลั่นกร๊อบๆ

     

              

     

     

     

               และแล้วก็ถึงเวลาทานอาหาร เย็นนี้อามอนทำอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ได้ล่ามา ก็มีเนื้อที่สีสันแปลกๆเยอะเลยทีเดียวไม่รู้ว่ามีตัวอะไรบ้าง พวกอามอนนำเนื้อพวกนั้นมาหมักเกลือย่างไฟ  พวกเขาทำกันอยู่หกไม้  เมื่อย่างเสร็จทอรัสก็นำไปให้มาเรียกับมิ้นแล้วตัวเองกับอามอนก็กัดเนื้อย่างคนละสองไม้

     

               “คุณทอรัสคะ  แล้วคุณออฟกับคุณเรนล่ะคะ” มาเรียสงสัยกับการกระทำของทอรัสจึงเอ่ยถาม

     

               “เนื้อนี่พวกมันไม่ได้ล่ามานี่ครับ ไม่จำเป็นต้องให้ อีกอย่างพวกมันก็มีมือมีเท้า ให้หากินเองสิครับ”  แล้วเขาก็จัดการกับเนื้อย่างจนหมด

     

               มาเรียเห็นดังนั้น ก็เดินมาหาผมแล้วยื่นเนื้อย่างที่เธอถือมาให้

     

               “เอาของฉันไปกินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันทานกับมิ้นเองพวกเราเป็นผู้หญิงทานไม่มากหรอกค่ะ”  เธอพูดด้วยท่าทีเป็นห่วงและเอือมระอากับท่าทางของทอรัส

     

               “ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่างที่คุณทอรัสพูด  เดี๋ยวพวกผมประกอบอาหารทานเองก็ได้ครับ”  ผมยังพูดด้วยรอยยิ้ม

     

               “แต่ว่าพวกคุณไม่มีวัตถุดิบนี่คะ แล้วจะเอาอะไรมาทานล่ะ” มาเรียถามด้วยความเป็นห่วง

     

               “อ้อ  มีสิครับ ผมเตรียมไว้แล้ว” ผมพูดแค่นั้น ก็หาที่ก่อไฟ  เพราะพวกทอรัสคงไม่ยอมให้ผมใช้ไฟที่พวกเขาก่อขึ้นมาแน่

     

               ผมทำการ ล้วงเอาภาชนะ  เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส  หม้อ  และอุปกรณ์ต่างๆออกมาจากกระเป๋ามิติ  แล้วนำเนื้อหมูป่ายักษ์ออกมา1 ก้อนเล็ก (ขนาดประมาณ 2 กิโล)  แล้วทำการหั่น หมัก  เตรียมไฟ เตรียมเครื่องปรุงแล้วประกอบอาหารอย่างรวดเร็ว  จนมาเรียมองแทบไม่ทันและแล้วก็ได้สตูมา 1 หม้อ  แกงส้มอีก 1 หม้อ ข้าวหุงอีกหม้อนึง  ทานได้ประมาณยี่สิบจานใหญ่กลิ่นอาหารที่ผมทำหอมฟุ้งไปถึงฝั่งของทอรัส เมื่อเขาได้กลิ่นก็ตามหากลิ่นนั้นและแล้วก็เจอกับอาหารที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ก็น้ำลายสอทันที  เพราะอาหารมันน่ากินนี่สิ  แต่ไม่ทันจะได้เข้าไปใกล้กว่านี้เรนก็เดินเข้ามาแย่งที่นั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกทอรัสชะงักทันที

     

               “นี่แก  มานั่งทำไมนี่มันอาหารที่คุณมาเรียทำ ไม่ได้ให้พวกนายกิน”  ทอรัสเข้าใจไปเองว่านี่เป็นอาหารที่มาเรียประกอบขึ้นมาก็พูดข่ม แต่เรนกลับยิ้มในท่าทีเอือมระอา เจ้าทอรัสจะมีทิฏฐิไปถึงไหนกัน

     

               “นี่มันอาหารที่ไอ้ออฟทำต่างหาก ทำไมฉันจะนั่งไม่ได้ล่ะ” เรนพูดด้วยท่าทีที่เรียบเฉยแล้วไม่สนใจท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของทอรัส

     

               “อย่ามาโกหกหน้าด้านๆเลยแก”  ทอรัสทำท่าจะพุ่งไปหาเรน

     

               “จะทำอะไรน่ะคุณทอรัส”  มาเรียพูดแทรกขึ้นมาจนทอรัสหยุดชะงัก

     

               “ผมกำลังไล่พวกมันอยู่ครับ  มันโกหกว่านี่เป็นอาหารที่เพื่อนมันทำทั้งๆที่มันเป็นของคุณ”  ทอรัสได้ทีก็ฟ้องมาเรียใหญ่

     

               “นี่มันอาหารที่คุณออฟทำนะคะ  ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ อีกอย่าง ฉันไม่สามารถทำอาหารแบบนี้ได้หรอก”  มาเรียตอบ  ทอรัสเจอคำพูดนี้ไปก็หน้าแตกทันทีเขาเงียบไปพักหนึ่งเทียวล่ะ และเมื่อหาข้อแก้ตัวได้ก็พูดโพร่งออกมาโดยไม่เกรงใจใคร

     

               “ก็แค่อาหารหน้าตาน่าเกลียดนี่  ไม่มีใครทานลงหรอก แหวะ”  ทอรัสพูดด้วยถ้อยคำดูถูกแล้วเดินจากไปทันที ทั้งๆที่เมื่อกี้จะพุ่งเข้าไปทานแท้ๆ มาเรียได้เเต่ยิ้มเจื่อนๆ

     

               เมื่อผมจัดการกับอุปกรณ์ทุกอย่างเสร็จก็ตักข้าวไว้หกจาน เผื่อคุณทอรัสและอามอนด้วย  จากนั้นก็จัดแจงอย่างสวยงาม แล้วชวนทุกคนรวมถึงทอรัสมาทานอาหาร  แต่เมื่อทอรัสโดนชวนก็ปฏิเสธด้วยถ้อยคำดูถูกอีกผมเลยไม่ใส่ใจ เข้ามานั่งร่วมวงทันที  แล้วเราก็เริ่มทานอาหารกัน

     

               ผมตักทานก่อนคำแรก  แล้วพวกนั้นก็ตักทานตามเมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสอาหารก็อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อย”ด้วยเสียงที่ดังและกึกก้องไปถึงหูของพวกทอรัส จากนั้นไอ้เรนก็สหวาปามคนแรกจนอาหารที่ตักไว้หมดทันที

     

               “เฮ้ย ไอ้เรน อย่ากินเร็วนักสิฟร๊ะ  คุณมาเรียกับคุณมิ้นตามไม่ทันรู้ไหม”  ผมพูดใส่ไอ้เรน

     

               “อ้ออันอร่อยนี่อ้วยไอ้ไอ้(ก็มันอร่อยนี่ช่วยไม่ได้)”  แล้วก็สหวาปามต่อไป

     

               เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็ตักเพิ่มให้เรื่อยๆจนอาหารทั้งสองหม้อหมดลงอย่างรวดเร็วข้าวก็หมด  แบบว่าหมดก่อนอย่างอื่นอีก  ไอ้เรนทานเสร็จ ก็เทน้ำใส่ปากอึกๆๆ  แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปนอนพิงต้นไม้ ส่วนมาเรียกับคุณมิ้นก็ทั้งชมทั้งถามผมตลอด ว่าทำอาหารยังไง อยากให้ผมช่วยสอน  หญ้าพวกนั้นที่ใส่ไปคืออะไรแล้วเนื้อที่ใช้เป็นเนื้ออะไร  พอผมบอกว่าเป็นเนื้อหมูป่ายักษ์ก็ทำตาโตกันทันทีแล้วบรรยายสรรพคุณของราคา  และความอร่อยเนื้อหมูป่าที่ได้อ่านมากับลิ้มลองวันนี้พวกเธอบอกว่า เนื้อนี่มันอร่อยมากกว่าที่พวกเธอจินตนาการไว้จริงๆแล้วก็ถามอีกว่าไปเอาเนื้อมาจากไหน  ผมขี้เกียจตอบสิเลยบอกว่าเป็น ความลับ

     

               ส่วนทอรัสกับอามอนนะเหรอเข้าไปในกระโจมตั้งแต่ตอนทีพวกเราทานไปคำแรกแล้วล่ะ

     

     

     

    ด้านทอรัส

     

               “หนอยพวกแก ทำไมมาเรียถึงสนิทกับมันนัก โดยเฉพาะไอ้ออฟน่าสมเพจนั่นฉันอยู่กับมาเรียมาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนั้นจากเธอเลยสักครั้งแต่ทำไมแกถึงได้...โธ่โว้ย”   ทอรัสบ่นกับตัวเองแล้วเอามือตบโต๊ะระบาย

     

               “ท่านทอรัสครับ  คืนนี้เราลงมือฆ่ามันเลยดีไหมพวกมันยิ่งนอนด้านนอกด้วย เราสามารถอ้างได้ว่าพวกมันถูกสัตว์อสูรลากไป” อามอนออกความคิดเห็น

     

               “หึหึหึ  ดี  งั้นเราจะฆ่ามันคืนนี้ฉันจะได้ไม่ต้องมีก้างมาขวางอีก  ไอ้ออฟถึงเวลาจบสิ้นชีวิตของแกแล้วไอ้สัตว์เดนนรกทั้งสอง” ทอรัสยิ้มเหี้ยมและคาดหวังไว้สูง 

     

                                                                            ...............................................

    คล้ายกับเรื่องInfinity Online ที่คุณอ่าน