“ไอ้เรน วันนี้เราเรียนวิชาอะไรนะ” ผมเดินอกมาจากการทำธุระส่วนตัวแล้วกล่าวถามเรนที่ยังขมุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
“วิชาสัตว์อสูรวิทยามั้ง สถานที่ก็ป่าอาถรรพ์เขตนอก” เรนตอบในลักษณะที่มันยังขลุกอยู่ในที่นอนอยู่ไม่ยอมลุก
“ปะ ไปเรียนได้แล้ว จะเก้าโมงแล้วเนี่ย”ผมเดินไปดึงผ้าห่มมันออกและมันก็ดีดตัวขึ้นมา สองเท้าเดินสลึมสลือโซเซไปมาเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสรรพ
“อืม ไปกันเถอะออฟ” เรนหาววอดพลันก็สวมเสื้อคลุมโรงเรียนนำหน้าผมออกประตู
“อืมๆๆ” ผมตอบด้วยท่าทีสบายๆและแอบขำเจ้าเรนเล็กน้อย เพราะมันเป็นแบบนี้ประจำ
ณ ป่าอาถรรพ์เขตนอก สถานที่ๆพวกเราเรียนกันคือในป่า ซึ่งไม่มีห้องเรียน ไม่มีเก้าอี้ไม่มีหนังสือตำรา อาจารย์ที่สอนก็เป็นผู้หญิงสวยหน้าตาดีมากใบหน้ารูปไข่ผมเรียวยาวจนถึงเอวดวงตาม่วงอัญมณีเรืองแสงทำให้นักเรียนชายหลงไหลกันจนอ้าปากค้างเธอเดินออกมาแนะนำตัวว่าเธอนั้นมีชื่อว่า มิกิ มาเนโชล ฮาคามิ เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ บทเรียนวันแรกของพวกเราก็คือการทำภารกิจเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คู่ซึ่งภารกิจที่ว่านี้ก็คือ การเข้าไปในป่าอาถรรพ์ไปล่าสัตว์ หาสมุนไพรและหาสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเมื่อนำกลับมาแล้วจะสามารถนำมาส่งภารกิจได้สิ่งที่มีคุณค่าและราคาสูง โดยไม่กำหนดขอบเขตของป่า อาจารย์บอกว่า ระยะปลอดภัยคือป่าอาถรรพ์เขตนอก ส่วนเขตในกลุ่มไหนจะเข้าไปก็ได้แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบทั้งนั้น แถมยังบอกอีกว่าจุดสังเกตเขตแดนของป่าให้ดูที่ม่านสีแดง หากมีม่านสีแดงกั้นอยู่ตรงไหนแสดงว่านั่นเป็นป่าเขตในป่าที่มีอันตรายมากมายรออยู่
“เอิ่ม จับกลุ่ม กลุ่มละสามคู่ งั้นก็ 6คนสิ เอาไงดีเรน” ผมหันไปถามเรนที่ตอนนี้กำลังฉีกใบไม้เล่นอยู่ไม่สนใจฟังแต่มันดันเข้าใจไปเสียหมดทุกเรื่อง
“ก็แค่ไปหาคู่อื่นอีกสองคู่ แค่นี้เอง ง่ายๆ” เรนตอบแบบไม่รีรอพร้อมกับหันมาฉีกใบไม้เล่นต่อไม่สนใจคนรอบข้างที่มองมาเลยแม้แต่น้อยส่วนอาจารย์มิกิก็ได้เเต่เอือมระอาในท่าทีของเจ้าเรนอยู่นิดๆเหมือนกัน
“อืมนั่นสิ แล้วเราจะไปจับกลุ่มกับใครดีล่ะหน้าตาก็ไม่คุ้นเคยเลยสักคนอีกอย่างก็ไม่อยากจะไปสนิทสนมกับคนอื่นด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทั้งสองทำแบบว่ามันแปลกกว่าที่คนธรรมดาสามัญเขาทำกันน่ะ” ผมบ่นอุบอิบเพราะไม่อยากจะหากลุ่มอีกอย่างตั้งแต่อยู่มานี่มีแต่สายตามองว่าผมกับเรนนั้นเหมือนกับพวกเศษเดนสังคมอะไรงี้ไม่เข้าใจความคิดพวกชนชั้นสูงจริงๆ
“เอาน่าออฟ เดี๋ยวเรารอดูไปก่อน ไม่มีคนมาจับกลุ่มกับเราก็ไปกันเองละกัน” เรนพูดเสริมแล้วเป่าใบไม้ปลิวกระจายจากนั้นก็ดึงหญ้ามาเคี้ยวเล่นสรรหาเชื้อโรคเข้าร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน
................
พักหนึ่งก็มีคนสี่คนเดินเข้ามาหาโดยมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนนำมา ผู้ชายสองคนเดินตามกับผู้หญิงอีกคนที่เดินขนาบข้างกับเธอการเดินนั้นช่างเรียบง่ายธรรมดาไม่ได้ให้ความรู้สึกเย่อหยิ่งใดๆเหมือนนักเรียนเครื่องประดับหรูหราคนอื่นๆมีก็แต่ชายสองคนที่ทำหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนหมาหวงก้างพร้อมที่จะฉีกกระชากคนที่จะมาแย่งเหยื่อของมันอย่างนั้นและครั้งนี้ก็เหมือนว่าผมกับเรนจะโดนเหม่นไปด้วยชายร่างใหญ่ทำท่าเชือดคอแล้วแผ่จิตสังหารออกมายังพวกเรา แต่ก็แค่นี้แหละเฉยๆและไม่อยากมีเรื่องมีราวไดๆ
“เอ่อ คุณออฟคะ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถามไม่รู้ว่าเธอรู้จักชื่อผมได้ยังไงอีกอย่างหน้าตาก็เหมือนจะคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนเลยเเฮะแต่ก็คลับคล้ายคลับคลาแหละนะแค่เรียกชื่อผมก็หันขวับไปทางเธอด้วยท่าทีงงๆเลยสิครับ
“ห๊ะ คะ ครับ” ผมที่ไม่ทันสังเกตก็เลยสะดุ้งนิดนึงเธอปิดปากหัวเราะน้อยๆแต่ก็ทำให้นักเรียนชายหลายคนน่าแดงกับท่าทีของเธอส่วนข้างหลังนะเหรอ รู้สึกเหมือนมีไฟลุกเลยเเฮะ
“คุณออฟมีกลุ่มหรือยังคะ” เธอเอ่ยถามด้วยท่าทีเหมือนกับเคยรู้จักกับผมมาก่อนวางท่าทีสบายๆไม่มีการเกร็งแต่อย่างได ความรู้สึกที่ส่งมาเหมือนกับเธอรู้จักกับผมมาก่อนเสียอย่างงั้น
“อ้อ ยังไม่มีหรอกครับ ว่าแต่คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับรู้สึกว่าหน้าตาคุ้นๆเหมือนกันแฮะ” ผมเกาหัวตอบเพราะจำไม่ได้จริงๆว่าใคร
“ฉันคือมาเรียไงคะ จำฉันไม่ได้เหรอคะ” เธอกล่าวแล้วทำหน้าผิดหวังเหมือนกับความตั้งใจที่ทุ่มเทมาสูญเปล่า
“หา มาเรียเหรอเฮ้ยเธอดูเปลี่ยนไปเยอะจนจำไม่ได้เลยนะ หุ่นดีขึ้นหน้าตาสวยขึ้นด้วย อืมท่าทางก็น่ารักดีนะหนุ่มๆคงรุมจีบน่าดูละสิเนี่ย” ผมพูดติดตลกตบท้ายเเต่ไม่รู้เพราะเหตุไดหน้าเธอเริ่มแดง และกระแอมเบาๆปกปิดท่าทีเอียงอายไว้
“คุณออฟอ่ะ กะ ก็ ชมฉันเกินไปนะคะ” เธอเอานิ้วมาจิ้มกัน แล้วบิดตัว ผมเห็นแล้วงงเก็บอาการตรงไหนฟร๊ะ เธอคงไม่ค่อยสบายมั้งเนาะ
“ก็มันเป็นความจริงนี่ครับ ฮะๆ แล้วมีอะไรเหรอครับมาเรีย” ผมถามถึงเป้าหมายของเธอว่ามาทำอะไรทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าน่าจะมาขอร่วมกลุ่มด้วย
“คือ ถ้าคุณออฟยังไม่มีกลุ่ม ก็มาอยู่กลุ่มเดียวกับฉันไหมคะ” เธอก้มหน้าพูดแล้วเอานิ้วจิ้มกัน
“ได้สิครับ พวกผมก็กำลังหากลุ่มอยู่เหมือนกัน ใช่ไหมเรน” ผมปรบมือดังเปราะ แล้วหันไปถามความคิดเห็นของเรน
“ดะ ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เรนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วตอบมาจากนั้นมันก็ฉีกใบไม้ต่อพร้อมกับกระซิบข้างหูผมเบาๆ
"เธอคนนี้ทำให้หัวใจฉันสั่นรัวเป็นอะไรไม่รู้ว่ะ" เรนกระซิบด้วยท่าทีซื่อๆ
เมื่อมาเรียได้คำตอบจากเรนออกอาการดีใจพลันก็ทำให้เจ้าเรนหน้าแดงไปด้วยสงสัยคงยังไม่รู้ตัวว่าไปตกหลุมรักสาวน้อยเข้าให้เเล้วล่ะมั้ง
“จริงเหรอคะ คุณพูดจริงๆนะคะ” มาเรียถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เอ่อ แล้วอาการไม่สบายเมื่อกี้หายไปไหน
“จริงสิครับ ผมกับเรนจะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกคุณแน่นอน” ผมตอบแล้วเอามือไปลูบหัวมาเรียพลันก็รู้สึกถึงจิตสังหารอันรุนแรงจากชายร่างใหญ่คนที่อยู่ด้านหลังมาเรีย
“ค่ะ รู้สึกดีจังที่ได้อยู่กับออฟก่อนอื่นนะคะฉันขอแนะนำทีมของฉันก่อน ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆฉันชื่อว่ามิ้น เป็นคู่หูของฉันเอง ส่วนชายอีกสองคนชื่อว่า ทอรัส กับ อามอนค่ะ” มาเรียแนะนำไปทีละคน
มิ้น เป็นเด็กสาวอายุ 17 ส่วนสูงประมาณ165 ผิวขาวเนียนนวลผ่อง นัยน์ตาสีฟ้า ผมฟ้า เป็นเด็กสาวที่มีกริยาน่ารัก เรียบร้อย เธอใส่ชุดนักเวทย์หอลมก็คือชุดผ้าคลุมนะแหละครับ สีเขียวหรือสีอะไรไม่รู้สักอย่างแหละแล้วมีสัญลักษณ์ตรงอก และคอที่บ่งบอกว่าอยู่หอลม
ทอรัส เป็นชายหนุ่มอายุ ประมาณ 21 ปี เป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่งแถมหุ่นก็ดีอีกด้วยหุ่นแบบนักเพราะกล้ามตัวออกใหญ่ๆเหมือนฝรั่งน่ะ ผิวสีแทนคล้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาล อยู่หอมืด เอ่อ คาดว่าน่าจะเป็นคนดีนะแต่ทำไมสายตาที่มองผมถึงอยากจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นอ่ะ ผมไปทำอะไรให้ไม่พอใจเหรอนั่น
อามอน เป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 หน้าตาเรียว ออกซีดๆนิดนึงแต่ก็ถือว่าหน้าตาดีอยู่ระดับหนึ่ง ผิวสีขาวซีดนัยน์ตาสีออกแดงๆ อยู่หอมืด ส่วนนิสัยนี่ไม่รู้ เงียบๆ แต่จิตสังหารที่แผ่มาใส่ผมนั้นไม่เหมือนท่าทางที่แสดงออกเลย เหอๆ สงสัยจริงๆ ว่าผมไปสร้าง ศัตรูไว้ตอนไหน
เมื่อเรนรับรู้ถึงจิตสังหารของอามอน ก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาแต่ถูกผมจับแขนแล้วส่งสัญญาณห้ามไว้ก่อน เขาจึงเงียบๆ เมื่อนักเรียนทั้งหมดจับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว อาจารย์มิกิก็ให้แยกย้ายกันไปเตรียมตัว เตรียมของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางส่วนเวลาส่งภารกิจนั้น ก็คือวันจันทร์ตอนหกโมงเช้านั่นเอง
ผมกับไอ้เรนก็เดินทางกลับหอ ไปเอา เอ่อ ดาบกับมังกรน้อย ผมหาผ้ามาพันดาบไว้แล้วสะพายกับหลัง ส่วนดาบของเรนเหรอเอ่อ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าดาบได้หรือเปล่า คล้ายๆดาบนะก็แบบว่า เหมือนเอาเหล็กแท่งมาตีๆๆให้มันเป็นรูปยาวๆคล้ายดาบอ่ะเหมือนเด็กที่เริ่มหัดตีเลย ตัวดาบนูนบ้างยุบบ้าง ขรุขระๆ แล้วที่มันทำลายดาบของอาจารย์ได้สงสัยมันใช้พลังเสริมแน่เลย ส่วนมังกรน้อยผมก็เอาเก็บไว้ในแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงคนละวงกับที่เก็บมินนี่นะครับ ผมเอาอีกวงออกมาให้เรน แล้วสอนวิธีใช้เสร็จสรรพไอ้เรนมันก็ยิ้มน้อยๆของมันแหละครับ ดูเหมือนว่าแหวนนี่จะใช้ในโลกนี้ได้แหละนะ
อ้อ ถ้าถามถึงมินนี่กับมาซาร์ พวกเธอสบายดีครับช่วงนี้พวกเธอยังไม่อยากออกมาข้างนอกขออณุญาติผมฝึกวิชากับมาซาร์ในแหวนนั้นอีกช่วงใหญ่ๆ ส่วนเฟิร์สผมก็คุยกับเธอทุกวันแหละครับเพียงแต่ไม่บอกให้รู้เท่านั้นเอง
เมื่อพวกเราเตรียมของ เอ่อคงเรียกว่าไปหยิบของมากกว่า (ดาบเล่มเดียว กับมังกรน้อย)เสร็จแล้วก็ไปรอกลุ่มมาเรียที่ป่าอาถรรพ์เขตนอก นั่งรอ นอนรอสักพักพวกมาเรียก็มาถึง
“นี่มาเรีย จะเอาไอ้พวกนี้เข้ากลุ่มจริงๆเหรอดูสิ ขนาดสัมภาระยังไม่เอาอะไรมาเลยมาก็เป็นตัวถ่วงพวกเราเปล่าๆ” ทอรัสเป็นคนพูดออกมาด้วยความไม่พอใจและหาเหตุผลมาอ้าง
“อย่าพูดแบบนั้นนะทอรัส คุณออฟเก่งมากเลยนะ” มาเรียหันไปพูดกับทอรัส
“ไม่พูดก็ได้ เฮ้ย พวกนายน่ะอย่ามาเป็นตัวถ่วงฉันละกัน” ก่อนทอรัสจะเดินออกไปก็หันมาขึ้นเสียงใส่พวกผมส่วนผมที่โดนแบบนั้นนะเหรอก็เฉยๆแต่อยากจะบอกเจ้าทอรัสเสียหน่อย
“มองคน อย่ามองที่ภายนอกเพราะเราไม่สามารถจะรู้ได้ผ่านการมองครั้งแรกหรอก ว่าคนๆนั้นมีความสามารถอะไรอีกอย่าง เวลาจะคุยกับคนที่พึ่งรู้จักควรจะใช้คำพูดที่สุภาพหน่อย ไม่อย่างนั้น คุณจะเป็นตัวเลือกแรกที่เขาจะตัดคุณออกไปในการสร้างความสัมพันธ์และตกกระป๋องในที่สุด” ผมร่ายออกมาเป็นชุดแบบว่าพูดตอนนอนพิงต้นไม้อ่ะนะ เหมือนพูดลอยๆแต่เจาะจง ทอรัสได้ยินไปแบบนั้นก็กำหมัดแน่นทันที
“ได้ แล้วจะได้เห็นดีกัน” ทอรัสเน้นเสียงมาทางผม เอ่าก็ผมเตือนด้วยความหวังดีนะ(กวนต่างหากเฟ้ย)
“คือฉันขอโทษแทนทอรัสด้วยนะคะ เขาก็นิสัยแบบนี้แหละค่ะ” มิ้นก้มหัวขอโทษแทนเพื่อนของเธอ
“อย่าใส่ใจเลยครับ พวกผมไม่ถือหรอกครับ” เรนเป็นคนตอบแทนผมแต่สายตานั้นแอบมองมาเรียด้วยความหลงไหลไอ้นี่มันหลงเสน่ห์มาเรียเข้าจริงๆแฮะ
เฮ้อ อย่าว่าแต่ทอรัสเลย อามอนก็อีกคนคุณท่านจะปล่อยจิตสังหารใส่พวกผมไปถึงไหนครับ มันอ่อนนะรู้ไหมรำคาญอ่ะ รำคาญ ใจจริงก็อยากให้เรนปล่อยจิตสังหารโต้กลับอยู่หรอกแต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะวุ่นวายนะสิ จิตสังหารไอ้เรนมันเบาซะที่ไหน บางทีคนที่อยู่ใกล้ๆอาจรับรู้ได้ถึงความรุนแรงเลยล่ะ
“คุณมาเรีย คุณมิ้น คุณทอรัส แล้วก็คุณอามอน ผมว่าพวกเราเดินทางกันเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่ทันคนอื่นเขา” ผมเอ่ยปากพูดชวนให้เริ่มเดินทาง
“นี่พวกแก อย่าพูดแบบนี้กับท่านทอรัสนะรู้ไหมว่าท่านทอรัสเป็นถึงเจ้าชาย แห่งแคว้นโกสันมาตะทมิฬเลยนะ” อามอนพูดขึ้นเสียงแล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาผม แต่ถูกทอรัสห้ามไว้ห้ามแบบมีเลิศนัยพร้อมกับกระพริบตาให้เหมือนจะรู้กันแค่สองคน
“เหรอครับ ก็ดีแล้วนี่ ป่ะไปกันเถอะครับคุณมาเรีย” ผมทำท่าเฉยๆเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับสิ่งที่ได้ยินทอรัสเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ยังไม่กล้าลงมือ เพราะเกรงคุณมาเรียละมั้ง
“ฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่ อย่าหวังว่าจะมีชีวิตกลับมาเลยพวกแก” ทอรัสพึมพำในใจ
การเดินทางของกลุ่มเราเป็นไปอย่าเรียบง่ายมั้งสัตว์อสูรที่มาขวางทุกตัวถูกทอรัสแย่งจัดการทั้งหมด แถมยังโชว์พลังอวดอีกตูมๆตามๆแล้วแต่จะสาแก่ใจเขาแหละมั้ง เฮ้อถ้าจะเป็นขนาดนั้นอ่ะนะส่วนพวกผมก็ได้แต่เดินตามหลังไปแหละครับ คุยกับมาเรียถึงเรื่องราวตอนแยกย้ายกันเธอก็เล่าซะยาวเหยียด แถมยังพาดพิงถึงผมอีก ยังไงเหรอ ก็แบบว่ากินข้าวไม่มีออฟอยู่กินด้วยก็ไม่ค่อยอร่อย เวลาไปไหนไม่มีออฟก็เหงาๆคิดถึงออฟตลอดเลยนะ เรื่องทั้งเรื่องก็เป็นแบบนี้แหละครับสรุปว่ามันคืออะไรล่ะ
ผมเดินๆไปตามทางที่ทอรัสกับอามอนนำไปเวลาผมเจอสมุนไพรที่มีประโยชน์ก็เดินไปถอนบ้าง เด็ดบ้างใส่ไว้ในกระเป๋ามิติที่ผมคาดเอวไว้ ตอนนี้ก็ทำได้แค่เก็บสมุนไพรก่อนแหละครับส่วนพวกทอรัสเวลาเจออสูรก็วิ่งเข้าใส่ได้เนื้อได้วัตถุดิบมาก็เก็บไว้ในกระเป๋าย่อส่วนระดับสูงของตัวเอง คงจะทำผลงานเอ้ยทำแต้มแหละมั้ง
ระยะทางที่พวกเราผ่านมาก็เจอแต่สัตว์อสูรระดับต่ำๆมีบ้างที่เจอระดับกลางๆ แต่ทอรัสกับอามอนไม่ยอมให้พวกผมไปช่วยนี่สิบอกว่าเป็นตัวถ่วง เหอๆ จะมองคนแต่เปลือกนอกไปถึงไหน..
พวกเรา อืมคงต้องบอกว่า ทอรัสกับอามอนล่าสัตว์จนถึงหัวค่ำก็พากันหาที่พักผ่อน ทอรัสมุ่งไปยังพื้นที่ๆคาดว่าจะปลอดภัยที่สุดก่อนใครเพื่อนแล้วนำกระโจมรูปร่างขนาดสามคนนอนที่ประดับประดาอย่างดีออกมากาง มาเรียกับมิ้นก็นำกะโจมหลังเล็กๆออกมากางเช่นกัน
“มาเรียครับ ผมยกกระโจมนี่ให้คุณกับคุณมิ้นนอนเลยนะครับ ด้านในมีเครื่องบรรณาการอย่างดีอยู่ครบถ้วน ถ้ายังไงเชิญเลยครับเดี๋ยวผมจะนอนกระโจมอีกหลังนึง” ทอรัสได้ทีก็ประจบประแจงหว่านล้อมมาเรียทันที
“มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันมีของฉันแล้วค่ะ” มาเรียตอบปัดๆ ในท่าทีไม่อยากรบกวน
“คุณมาเรียไม่เหมาะสมกับการนอนกระโจมเล็กๆแบบนั้นหรอกครับมานอนกระโจมที่ผมกางให้ดีกว่านะครับ” ทอรัสยังไม่ละความพยายามยังคงโน้มน้าวต่อ
“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ พวกฉันอยู่ได้ค่ะ เอาไว้คราวหลังก็แล้วกันนะคะ” มาเรียตอบปัดไปอีกครั้ง
“นี่คุณทอรัส อย่าไปตื้อผู้หญิงแบบนั้นสิครับเขาไม่อยากนอนก็ไม่ต้องพยายามตื้อก็ได้” เรนพูดขัดอย่างแรงและยิ้มกวนส้นเท้าให้ทอรัสจนมันกำหมัดลั่นซะดังกร๊อบ
“มันไม่เกี่ยวกับพวกแก อย่ามายุ่ง” ทอรัสกระแทกเสียงใส่
“อ้อ ครับๆๆ ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง” เรนตอบโดยไม่สะทกสะท้าน
“นี่แก...” ทอรัสชี้หน้าเรนด้วยความไม่พอใจแต่เรนก็ไม่หันกลับไป นั่งลงหลังพิงกับต้นไม้เฉยเลยแล้วทำท่าว่านอนหลับไปเเล้วเมื่อเป็นอย่างนั้นก็เดินกระทืบเท้าออกไปไม่ตื้อต่อ
เมื่อพวกเขากางกระโจมเสร็จแล้วก็เดินออกมารวมกันตรงกลางของจุดพักผ่อน มาเรียสังเกตเห็นผมกับเรนไม่ได้กางอะไรเลยจึงถามขึ้น
“คุณออฟคะ คุณไม่เอากระโจมออกมากางเหรอคะ” มาเรียถามด้วยความเป็นห่วง
“อ๋อ พวกผมนอนบนต้นไม้ได้ครับ อีกอย่างขี้เกียจเก็บด้วยฮะๆๆ” ผมเป็นคนตอบเพราะกระโจมมันไม่ค่อยสะดวกและไม่มีอารมณ์ศิลป์เพราะเดินป่าทั้งทีก็ต้องนอนสัมผัสกับธรรมชาติสิ
ทอรัสได้ยินก็ยิ้มเย้ยพร้อมกับทำหน้าสะใจ
“อย่างพวกแก ไม่มีก็บอกมาเถอะ อย่ามาโกหกหน้าด้านๆ” ทอรัสกระแทกเสียงด้วยความเยาะเย้ยและพุ่งจิตสังหารมาด้วย
“คุณจะคิดจะพูดอะไรก็แล้วแต่คุณเถอะครับ คุณทอรัส ผมพูดไปอย่างไรก็หมายความว่าอย่างนั้นแหละ” ผมพูดน้ำเสียงธรรมดาๆออกไปเพราะผมไม่ได้สนใจกับคำพูดของเขา ความจริงก็เพื่อจะยุแหละนะ
“ไม่มีก็บอกมาตรงๆเถอะว่ะ เดี๋ยวฉันจะสละกระโจมให้ตัวถ่วงอย่างพวกแกก็ได้” ทอรัสยังไม่ละความพยายามที่จะยั่วให้พวกผมโกรธ
“ขอบคุณนะครับ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะถ้าอยากนอนในกระโจมเมื่อไหร่ ผมก็จะเอามากางเองแหละครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่กลับทำให้ทอรัสไม่พอใจซะงั้นสำเร็จไปอีกขั้นแฮะ
“หนอยแก สัมภาระก็ไม่เตรียมมาแล้วจะเอากระโจมไว้ที่ไหนห๊ะอย่าบอกนะว่าเก็บไว้ในกระเป๋าใบเล็กๆนั่น เฮ๊อะให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ” ทอรัสลุกขึ้นชี้หน้าผม
“คุณทอรัสคะ พอได้แล้วค่ะ” มาเรียทนไม่ไหวจึงพูดห้าม แต่ก็สามารถหยุดไว้ได้ด้วยเฮ้ย
“เห็นแก่มาเรียนะ ไม่งั้นฉันไม่จบแค่นี้แน่” ทอรัสนั่งลงด้วยความแค้น
“ครับๆ” ผมยังตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิมจนเจ้าทอรัสกำหมัดลั่นกร๊อบๆ
และแล้วก็ถึงเวลาทานอาหาร เย็นนี้อามอนทำอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ได้ล่ามา ก็มีเนื้อที่สีสันแปลกๆเยอะเลยทีเดียวไม่รู้ว่ามีตัวอะไรบ้าง พวกอามอนนำเนื้อพวกนั้นมาหมักเกลือย่างไฟ พวกเขาทำกันอยู่หกไม้ เมื่อย่างเสร็จทอรัสก็นำไปให้มาเรียกับมิ้นแล้วตัวเองกับอามอนก็กัดเนื้อย่างคนละสองไม้
“คุณทอรัสคะ แล้วคุณออฟกับคุณเรนล่ะคะ” มาเรียสงสัยกับการกระทำของทอรัสจึงเอ่ยถาม
“เนื้อนี่พวกมันไม่ได้ล่ามานี่ครับ ไม่จำเป็นต้องให้ อีกอย่างพวกมันก็มีมือมีเท้า ให้หากินเองสิครับ” แล้วเขาก็จัดการกับเนื้อย่างจนหมด
มาเรียเห็นดังนั้น ก็เดินมาหาผมแล้วยื่นเนื้อย่างที่เธอถือมาให้
“เอาของฉันไปกินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันทานกับมิ้นเองพวกเราเป็นผู้หญิงทานไม่มากหรอกค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีเป็นห่วงและเอือมระอากับท่าทางของทอรัส
“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่างที่คุณทอรัสพูด เดี๋ยวพวกผมประกอบอาหารทานเองก็ได้ครับ” ผมยังพูดด้วยรอยยิ้ม
“แต่ว่าพวกคุณไม่มีวัตถุดิบนี่คะ แล้วจะเอาอะไรมาทานล่ะ” มาเรียถามด้วยความเป็นห่วง
“อ้อ มีสิครับ ผมเตรียมไว้แล้ว” ผมพูดแค่นั้น ก็หาที่ก่อไฟ เพราะพวกทอรัสคงไม่ยอมให้ผมใช้ไฟที่พวกเขาก่อขึ้นมาแน่
ผมทำการ ล้วงเอาภาชนะ เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส หม้อ และอุปกรณ์ต่างๆออกมาจากกระเป๋ามิติ แล้วนำเนื้อหมูป่ายักษ์ออกมา1 ก้อนเล็ก (ขนาดประมาณ 2 กิโล) แล้วทำการหั่น หมัก เตรียมไฟ เตรียมเครื่องปรุงแล้วประกอบอาหารอย่างรวดเร็ว จนมาเรียมองแทบไม่ทันและแล้วก็ได้สตูมา 1 หม้อ แกงส้มอีก 1 หม้อ ข้าวหุงอีกหม้อนึง ทานได้ประมาณยี่สิบจานใหญ่กลิ่นอาหารที่ผมทำหอมฟุ้งไปถึงฝั่งของทอรัส เมื่อเขาได้กลิ่นก็ตามหากลิ่นนั้นและแล้วก็เจอกับอาหารที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ก็น้ำลายสอทันที เพราะอาหารมันน่ากินนี่สิ แต่ไม่ทันจะได้เข้าไปใกล้กว่านี้เรนก็เดินเข้ามาแย่งที่นั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกทอรัสชะงักทันที
“นี่แก มานั่งทำไมนี่มันอาหารที่คุณมาเรียทำ ไม่ได้ให้พวกนายกิน” ทอรัสเข้าใจไปเองว่านี่เป็นอาหารที่มาเรียประกอบขึ้นมาก็พูดข่ม แต่เรนกลับยิ้มในท่าทีเอือมระอา เจ้าทอรัสจะมีทิฏฐิไปถึงไหนกัน
“นี่มันอาหารที่ไอ้ออฟทำต่างหาก ทำไมฉันจะนั่งไม่ได้ล่ะ” เรนพูดด้วยท่าทีที่เรียบเฉยแล้วไม่สนใจท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของทอรัส
“อย่ามาโกหกหน้าด้านๆเลยแก” ทอรัสทำท่าจะพุ่งไปหาเรน
“จะทำอะไรน่ะคุณทอรัส” มาเรียพูดแทรกขึ้นมาจนทอรัสหยุดชะงัก
“ผมกำลังไล่พวกมันอยู่ครับ มันโกหกว่านี่เป็นอาหารที่เพื่อนมันทำทั้งๆที่มันเป็นของคุณ” ทอรัสได้ทีก็ฟ้องมาเรียใหญ่
“นี่มันอาหารที่คุณออฟทำนะคะ ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ อีกอย่าง ฉันไม่สามารถทำอาหารแบบนี้ได้หรอก” มาเรียตอบ ทอรัสเจอคำพูดนี้ไปก็หน้าแตกทันทีเขาเงียบไปพักหนึ่งเทียวล่ะ และเมื่อหาข้อแก้ตัวได้ก็พูดโพร่งออกมาโดยไม่เกรงใจใคร
“ก็แค่อาหารหน้าตาน่าเกลียดนี่ ไม่มีใครทานลงหรอก แหวะ” ทอรัสพูดด้วยถ้อยคำดูถูกแล้วเดินจากไปทันที ทั้งๆที่เมื่อกี้จะพุ่งเข้าไปทานแท้ๆ มาเรียได้เเต่ยิ้มเจื่อนๆ
เมื่อผมจัดการกับอุปกรณ์ทุกอย่างเสร็จก็ตักข้าวไว้หกจาน เผื่อคุณทอรัสและอามอนด้วย จากนั้นก็จัดแจงอย่างสวยงาม แล้วชวนทุกคนรวมถึงทอรัสมาทานอาหาร แต่เมื่อทอรัสโดนชวนก็ปฏิเสธด้วยถ้อยคำดูถูกอีกผมเลยไม่ใส่ใจ เข้ามานั่งร่วมวงทันที แล้วเราก็เริ่มทานอาหารกัน
ผมตักทานก่อนคำแรก แล้วพวกนั้นก็ตักทานตามเมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสอาหารก็อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อย”ด้วยเสียงที่ดังและกึกก้องไปถึงหูของพวกทอรัส จากนั้นไอ้เรนก็สหวาปามคนแรกจนอาหารที่ตักไว้หมดทันที
“เฮ้ย ไอ้เรน อย่ากินเร็วนักสิฟร๊ะ คุณมาเรียกับคุณมิ้นตามไม่ทันรู้ไหม” ผมพูดใส่ไอ้เรน
“อ้ออันอร่อยนี่อ้วยไอ้ไอ้(ก็มันอร่อยนี่ช่วยไม่ได้)” แล้วก็สหวาปามต่อไป
เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็ตักเพิ่มให้เรื่อยๆจนอาหารทั้งสองหม้อหมดลงอย่างรวดเร็วข้าวก็หมด แบบว่าหมดก่อนอย่างอื่นอีก ไอ้เรนทานเสร็จ ก็เทน้ำใส่ปากอึกๆๆ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปนอนพิงต้นไม้ ส่วนมาเรียกับคุณมิ้นก็ทั้งชมทั้งถามผมตลอด ว่าทำอาหารยังไง อยากให้ผมช่วยสอน หญ้าพวกนั้นที่ใส่ไปคืออะไรแล้วเนื้อที่ใช้เป็นเนื้ออะไร พอผมบอกว่าเป็นเนื้อหมูป่ายักษ์ก็ทำตาโตกันทันทีแล้วบรรยายสรรพคุณของราคา และความอร่อยเนื้อหมูป่าที่ได้อ่านมากับลิ้มลองวันนี้พวกเธอบอกว่า เนื้อนี่มันอร่อยมากกว่าที่พวกเธอจินตนาการไว้จริงๆแล้วก็ถามอีกว่าไปเอาเนื้อมาจากไหน ผมขี้เกียจตอบสิเลยบอกว่าเป็น ความลับ
ส่วนทอรัสกับอามอนนะเหรอเข้าไปในกระโจมตั้งแต่ตอนทีพวกเราทานไปคำแรกแล้วล่ะ
ด้านทอรัส
“หนอยพวกแก ทำไมมาเรียถึงสนิทกับมันนัก โดยเฉพาะไอ้ออฟน่าสมเพจนั่นฉันอยู่กับมาเรียมาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนั้นจากเธอเลยสักครั้งแต่ทำไมแกถึงได้...โธ่โว้ย” ทอรัสบ่นกับตัวเองแล้วเอามือตบโต๊ะระบาย
“ท่านทอรัสครับ คืนนี้เราลงมือฆ่ามันเลยดีไหมพวกมันยิ่งนอนด้านนอกด้วย เราสามารถอ้างได้ว่าพวกมันถูกสัตว์อสูรลากไป” อามอนออกความคิดเห็น
“หึหึหึ ดี งั้นเราจะฆ่ามันคืนนี้ฉันจะได้ไม่ต้องมีก้างมาขวางอีก ไอ้ออฟถึงเวลาจบสิ้นชีวิตของแกแล้วไอ้สัตว์เดนนรกทั้งสอง” ทอรัสยิ้มเหี้ยมและคาดหวังไว้สูง
...............................................