ทันใดนั้นก็มีสารจากจักรพรรดิสูงสุดหรือพี่ชายของเขาส่งมา โดยเป็การโทรผ่านโฮโลแกรมซึ่งฉายขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวของเอเรวาธอส รูปร่างของมาร์ทธาเรียนผู้เป็พี่ชายของเขาปรากฏขึ้นเป็ชายร่างสูงใหญ่ มีเรือนผมสีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้าสดใส มีใบหูและหางจิ้งจอกสีน้ำตาลสง่างามพร้อมกับสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์
"ว่าไงเ้าน้องชาย เอเรวาธอส ไม่ได้เจอกันตั้งนานคิดถึงนะ หุหุ ฉันได้ทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเหมือนว่าที่ดาวของนายจะมีการประท้วงเื่ข่าวลือนั่น แม้จะอนุมัติการสร้างยานอวกาศไปแล้วแต่กลับมีข่าวลือตามมา นายว่ามันแปลกไหม เอเรวาธอส"
“แปลกครับ ผมไม่คิดว่าจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้น ถ้ามีการอนุมัติอะไรสักอย่าง ประชาชนคงจะรู้เหตุผลในการอนุมัติสิ่งนั้น แต่นี่เหมือนเป็การบอกปากต่อปากโดยให้เหตุผลที่ดูเกินจริงครับ” เอเรวาธอสกล่าวพลางทำสีหน้าจริงจังจนคิ้วขมวด
“ใช่ไหมล่ะ! นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังสงสัย เหมือนกำลังมีใครสักคนเผยแพร่ข่าวที่บิดเบือนความจริงออกไป นายรู้ใช่ไหมว่าคนที่ทำแบบนี้ได้คือใคร” เอเรวาธอสได้ยินดังนั้นก็เหงื่อตก
“จ…เ้านั่น” ทันใดนั้นรอบ ๆ ตัวเอเรวาธอสก็เริ่มมีควันสีดำออกมารอบตัวจนคลุมร่างของเขา ดวงตาสีแดงฉานนั้นทำเขาภาพที่เขาเห็นเป็ภาพซ้อน เมื่อเขาพยายามหายใจอย่างช้า ๆ และหลับตาลงจนสติของเขากลับมาอีกครั้ง ทำให้ควันสีดำก็เริ่มหายไป เมื่อเขาได้สติก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอื้อมมือไปปิดภาพโฮโลแกรม
“ชิ เ้าพวกนั้น!”
ในขณะเดียวกัน ทีมข่าวกรองที่อัลเทียนส่งออกไปก็ได้ค้นพบเบาะแสสำคัญ พวกเขาพบหลักฐานที่ชี้ว่าผู้อยู่เื้ัการก่อกวนและผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือคือกลุ่มคนจาก “สหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศ” ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเราที่กำลังปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก
จากการรายงานของทีมข่าวกรองพบว่าสายลับเหล่านี้แฝงตัวเข้ามาในเซเรนอส พวกเขาใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการบิดเบือนข่าวสาร สร้างเื่เท็จเกี่ยวกับกองทัพที่กำลังสะสมกำลังเพื่อก่อฏต่อสหพันธ์ และปั่นหัวประชาชนให้หวาดระแวงในตัวเอเรวาธอส รวมถึงใส่ร้ายว่าชัยชนะครั้งก่อนเป็เพียงเื่บังเอิญและกล่าวหาว่าสหพันธ์ของเราอ่อนแอ ข่าวสารบิดเบือนเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว ทำให้ความเชื่อใจระหว่างประชาชนกับจักรพรรดิเริ่มสั่นคลอน และทำให้ผู้คนในรัฐสภาเริ่มแตกแยก
เมื่อหลักฐานครบถ้วน เอเรวาธอสจึงเรียกประชุมสภาฉุกเฉินทันที ทั่วทั้งห้องโถงกว้างใหญ่เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด สมาชิกสภาทั้งสองฝ่ายต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้นเอเรวาธอสได้ฉายหลักฐานทั้งหมดขึ้นบนจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ หลักฐานเ่าั้เป็ภาพการติดต่อสื่อสารลับของสายลับสหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศ พวกเขาใช้บัญชีปลอมและปล่อยข่าวบิดเบือน และยังรวมถึงเสียงบันทึกการสนทนา และข้อความในกลุ่มลับ รวมทั้งสัญญาณที่ส่งมาจากพวกบ้าอำนาจ
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องโถงเมื่อภาพเผยให้เห็นใบหน้าของ สายลับสหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศที่ปลอมตัวเข้ามาเป็พลเมืองเซเรนอส และเป็แกนนำในการเผยแพร่ข่าวลือทั้งหมด
"ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ และประชาชนชาวเซเรนอสผู้เป็ที่รัก นี่คือหลักฐานที่ชี้ชัดว่าใครคือผู้ที่พยายามสร้างความแตกแยกในหมู่พวกเรา ใครคือผู้ที่บ่อนทำลายความเชื่อใจของพวกท่าน และใครคือผู้ที่พยายามทำให้เซเรนอสอ่อนแอลง เพื่อรอคอยโอกาสที่จะกลับมารุกรานเราอีกครั้ง พวกมันคือเ้า สหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศ ผู้บ้าอำนาจนั่น"
ทันใดนั้นเองหน่วยรักษาความปลอดภัยของเอเรวาธอสนำโดยอัลเทียนก็เข้าจับกุมสายลับสหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศ ที่แฝงตัวอยู่ในห้องประชุมทันที พร้อมกับส่งกำลังเข้ากวาดล้างเครือข่ายสายลับที่เหลือทั่วทั้งดาวเซเรนอส เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด ไม่นานเหล่าเคลือข่ายสายลับนั่นก็หายไปอย่างรวดเร็วด้วยเวทมนตร์โบราณ
ข่าวการเปิดโปงสายลับสหพันธ์ เสรีแห่งโลกอวกาศและการจับกุมผู้บงการได้แพร่สะพัดไปทั่วเซเรนอสอย่างรวดเร็วจนประชาชนต่างตกตะลึงและโกรธแค้นที่ถูกพวกบ้าอำนาจปั่นหัวมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจและยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเอเรวาธอสมากยิ่งขึ้น ทำให้ความนิยมของเอเรวาธอสกลับมาอีกครั้ง
และเหล่าสายลับพวกนั้นก็ถูกจับไปจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ให้เห็นแสงตะวัน และเื่ข่าวลือนี้ก็ได้จบลงด้วยดี แต่เอเรวาธอสกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ามหาากำลังจำถือกำเนิดขึ้น
หลังจากที่เอเรวาธอสสามารถสยบข่าวลือและเปิดโปงเครือข่ายสายลับของพวกประเทศบ้าอำนาจได้สำเร็จ เขาก็รู้สึกเหมือนแบกูเาออกจากอก ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเขาจึงกลับมายังคฤหาสน์ด้วยยานบินส่วนตัว เมื่อยานจอดเทียบท่าก็เป็เวลาตกเย็นพอดี
“ยินดีต้อนรับกลับครับ ท่านเอเรวาธอส” เอเรวาธอสพยักหน้าก่อนที่องค์รักษ์จะเปิดประตูให้เอเรวาธอสเข้าไปข้างในคฤหาสน์
“วันนี้มีแขกมารอท่านอยู่ที่ห้องส่วนตัวของท่านนะครับ” องครักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อเอเรวาธอสได้ยินดังนั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าแขกคนนั้นเป็ใคร เขาจึงรีบรุดวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของตนซึ่งอยู่ชั้นสองราวกับเด็กน้อย
ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องนอนก็พบกับชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าระเบียง ชายผู้นั้นคือ มาร์ทธาเรียน ซีลัส พี่ชายของเอเรวาธอสนั่นเอง
“พี่ชาย เวทมนตร์ของผมตรวจจับการมาเยือนของพี่ไม่ได้แล้วหรือเนี่ย” เอเรวาธอสกล่าวก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างระเบียงกับมาร์ทธาเรียน
“อา ่นี้เหนื่อยหน่อยนะ เอเรวาธอส” มาร์ทธาเรียนยิ้มพลางมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน
“ครับ ไหนจะเื่เ้าบ้านั่นที่ส่งสายลับมา ไหนจะเื่าที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอีกครั้งหรือเปล่า ผมต้องเตรียมตัวอีกมากเลย”
“สบายใจได้เอเรวาธอส เพราะมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” มาร์ทธาเรียนหลับตาลง
“มหาาจะเกิดขึ้นแน่นอน จนถึงตอนนั้นพี่อาจจะไม่ได้เป็จักรพรรดิสูงสุดแล้วน่ะสิ”
“ทำไมล่ะครับ” เอเรวาธอสเอียงคอสงสัย
“ตามคำทำนายน่ะ เมื่อยุคศรีวิไลมาเยือนจะมีจักรพรรดิคนใหม่ขึ้นมาแทนที่และจะสงบสุขนับร้อยปี แต่หลังจากนั้นก็จะเกิดาขึ้น จะเป็าครั้งใหญ่ ความสูญเสียจะมหาศาล จนถึงตอนนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ”
“ครับ” เอเรวาธอสมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงสุริยันที่ใกล้ลับขอบฟ้านั้นสาดส่องกระทบแววตาสีแดงของเอเรวาธอส
“สวยดีนะ โลกใบนี้น่ะ” มาร์ทธาเรียนกล่าวพลางสูดกลิ่นแสงอาทิตย์ยามเย็น
“ครับ จะว่าไปแล้ว พี่มาร์ทธาเรียนจะทำอะไรต่อหรือครับ”
“ก็คง ดูแลประชาชนต่อไปล่ะมั้ง แถมยังต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบที่จะเข้ามาในอนาคต" มาร์ทธาเรียนกล่าวพลางมองไปเบื้องหน้า
“เหนื่อยหน่อยนะครับ ขนาดตอนนี้ผมยังเหนื่อยแทบตาย พี่เป็จักรพรรดิสูงสุดจะขนาดไหนกันครับเนี่ย”
“ฮ่า ๆ เื่แค่นี้สบายมาก” มาร์ทธาเรียนมองใบหน้าของเอเรวาธอส
“ครับ ผมจะรอดูวันที่สหพันธ์ของเราเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และกลายเป็มหาอำนาจด้านอวกาศนะครับ พอถึงวันนั้นผมก็อาจจะมีอายุเป็พันปีไปแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างงั้น เราก็มารอจนถึงวันนั้นกันเถอะ เอเรวาธอส”
“ครับ” ทั้งสองมองไปยังนอกระเบียงของคฤหาสน์ สายตาของพวกเขากวาดไปทั่ววิวทิวทัศน์ยามเย็นของเซเรนอส ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เหนือท้องนภาเบื้องบนมียานอวกาศน้อยใหญ่จำนวนมากล่องลอยอย่างสง่างามราวกับฝูงปลาโลหะในมหาสมุทรแห่งดวงดาว เบื้องล่าง พวกเขาสามารถมองเห็นวิถีชีวิตความเป็อยู่ของประชาชนชาวเซเรนอสที่กำลังดำเนินชีวิตไปอย่างเรียบง่าย บ้างก็เป็กลุ่มคนที่เพิ่งเลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า บ้างก็เดินเล่นซื้อของตามร้านค้าที่เริ่มเปิดไฟสว่างไสว เตรียมพร้อมต้อนรับค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง ทุกอย่างดูสงบสุขและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ก่อนที่ดวงตะวันจะค่อย ๆ ลับขอบฟ้า และเื่ราวทั้งหมดก็จบลงแด่เพียงเท่านี้
จบบริบูรณ์