นานมาแล้ว ใน่ร้อยปีก่อนหน้านี้ได้มีตระกูลของนักสู้ที่ชำนาญด้านการต่อสู้ทุกแขนง ทุกคนในตระกูลนี้ เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น จนได้ชื่อว่าเป็ตระกูลนักสู้อย่างแท้จริงแต่นั้นก็ไม่ได้หมายถึงจะแข็งแกร่งที่สุดหรือจะบอกว่าเก่งเกินไปก็เลยรู้สึกเบื่อขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นานการสืบทอดศิลปะการต่อสู้ของคนในตระกูลก็ได้จบลงโดยการตัดสินใจของผู้นำตระกูลจึงจบลงใน่ 10 ปีให้หลัง
จนมาถึง่ของเรกันเขาคิดที่จะนำตระกูลที่แข็งแกร่งกลับมา เขาจรึงฝึกฝนฝีมือของตัวเองั้แ่ยังเด็กจนได้ชื่อว่า เป็อัจฉริยะด้านการต่อสู้อย่างแท้จริง เขามีความฝันที่จะเดินทางไปทั่วทวีปเพื่อที่จะเป็นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วนำชื่อเสียงมาสู่วงตระกูลอีกครั้ง
“ไม่ต้องบอกฉันก็รู้ดีอยู่แล้วละน่าเื่ของตระลูกฉันนะฉันรู้ดีที่สุด” เรกันพูดขึ้นพลางทำเป็ไม่สนใจ ‘โธ่เอ่ย นึกว่าเื่อะไร...ไอ้เราก็อุส่าลุ่นแทบตาย’
แต่ก็มีคนยกมือขึ้นเพื่อดึงความสนใจจากทั้งสองคนนั้นก็คือ เรมี่ นั้นเอง
“ฉันนะ...อยากฟังนะหลังกินข้าวเสร็จแล้วเล่าให้ฉันฟังหน่อยนะ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาว
“ได้สิ หลังกินเข้านะ”คนที่ตอบไปนั้นไม่ใช้เฟริน แต่ว่าเป็เรกันซะอย่างนั้น
หลังกินข้างเย็นเสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองแล้วทุกคนก็ได้มารวมตัวกันที่ห้องอาหารเพื่อฟังเื่ราวของตระกูลเท็มฟอซัสจากปากของเรกันที่เป็คนของตระกูลโดยตรง ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าให้เฟรินเป็คนเล่าละก็คงได้รับข้อมูลแบบผิดๆ มาเป็แน่
“แล้วก็ฉันมีน้องสาวที่เป็นักล่าเหมือนกับฉันอยู่ด้วยที่ได้มาเป็นักล่าก็เพื่อตามหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดแต่พอรู้ตัวอีกที่น้องฉันก็ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้วด้วย หลังจากจบการประลองในครั้งนี้คงต้องขอให้พวกนายช่วยฉันตามหาน้องสาวด้วยกันละนะ สำหรับค่าจ้างฉันจะจ่ายให้อย่างคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน”
“จะให้ช่วยมันก็ได้อยู่หรอกนะส่วนค่าจ้างอะไรนั้นนะฉันไม่เอาหรอกนะ ขอแค่ฉันได้สู้กับคนเก่งๆ
อย่างนายฉันก็พอใจแล้วละ”
“นี่เฟสมองเธอกระทบกระเทือนกับพื่นมาอย่างงั้นเหรอ ปกติถ้าเป็เื่เงินแล้วเธอนะ...”
ตู้ม!!!
“หัวฉันไม่ได้เป็อะไรหรอกนะ...แล้วหัวนายทำไมมีเืไหลได้ละ”
“ก็เพราะเธอไงละยัยบ้า! ดีนะฉันฝึกมาดีไม่งั้นฉันคงได้ไปยมโลกแล้วละ”
“เอาเถอะ ไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้มีนัดตัดสินกับยัยนั้นอยู่ด้วยสิ แล้วก็...กล่องพยาบาลฉันวางไว้ตรงนี้นะ”
“ปากไม่ตรงกับใจเลยนะเธอชอบเขาก็บอกเขาไปเถอะน่า ทำเป็ใช้กำลังปิดบังแบนนี้ไม่ดีหรอกนะ”
เฟรินหน้าแดงขึ้นมาในทันทีหลังจากได้ยินแบบนั้น“บ้าเหรอ!!! ฉันจะไปชอบเขาได้ไงกันละ ไปนอนละ”
“เอาละครับคู่ที่ดูที่จะสูสีกันมากที่สุดในการต่อสู้รอบนี้ก็คงหนีไม่พ้นคู่ของสองสาวคู่นี้แน่นอนครับทั้งคู่ยังสู้กันอย่างดุเดือดั้แ่เริ่มจนผ่านมาเป็ชั่วโมงแล้วก็ยังหาผู้แพ้ชนะกันไม่ได้เลยละครับท่านผู้ชม”
เฟรินกล่าวขึ้นพลางหอบเล็กน้อย“เธอเนี่ยอึดดีนี่ เมื่อเช้ากินอะไรเข้าไปนะ ถึงได้อึดเป็แมลงสาบแบบนี้เนี่ย”
“หยาบคายจังเลยนะ เธอนะคงจะเป็พวกฟองน้ำงั้นสินะโดนไปขนาดนั้นแล้วยังไม่รีบตายไปสักทีนะเธอเนี่ย”
“ฉันเริ่มเบื่อเธอแล้วละ มารีบๆตัดสินกันสักทีเถอะ ท่าไม้ตาย ทวนเพลิงโลกัน”
“งั้นฉันก็เอาบ้างก็แล้วกัน ท่าไม้ตายเสพโลกความตาย”
แรงปะทะของท่าไม้ตายของทั้งสองคนทำให้เกิดพลังอันมหาสานที่สามารถฆ่าคนนับพันได้เลยทีเดียวกลุ่มควันที่ลอยล้อมทั้งเวทีเอาไว้ทำให้เหล่าผู้ชมไม่สามารถมองเห็นในสนามได้เลยและไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
กลุ่มควันลอยหายออกไปจากสนามภายในไม่กี่นาที แล้วคนที่ยืนอยู่ในสภาพสะบักสบอมไม่ต่างอะไรกับคนที่นอนอยู่เลยนั้นก็คือ เซน่า นั้นเองที่เป็ผู้ที่ยืนอยู่แต่ในไม่ช้าเธอก็ล้มลงไปด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มทีการจะพยุงร่างตัวเองเอาไว้ก็ยังทำได้เป็อย่างมากเลยทีเดียว
เฮือก!!!
เฟรินตื่นขึ้นมาภายในบ้านของตัวเองพอหันไปมองที่หน้าต่างก็กลายเป็เวลาเย็นพอดี
“ตื่นแล้วงั้นเหรอ”ซาลินพูดขึ้นเมื่อเห็นเธอรู้สึกตัวแล้ว
“ฉันหลับไปนานแค่ไหนแล้วการต่อสู้ละเป็ไง”
“ก็นานพอดูเลยละไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอจะโดนมาหนักขนาดนี้”
“เื่นั้นนะช่างมันเถอะแล้วการต่อสู้ละ”
“จบแล้ว”เรกันพูดขึ้นจากหน้าประตู
เฟรินงงกับคำพูดของเขา“หมายความว่ายังไงว่าจะแล้วนะ”
“ก็อย่างที่พูดไปนั้นแหละในรอบของเธอนะ ทั้งสนามมันพังไปหมด ฉันเลยเสนอไปว่า งั้นก็สู้กันทั้งๆอย่างนี้แหละ ส่วนคู่ต่อสู้ของฉันก็ทั้งหมดนั้นแหละ เพราะอย่างงั้นแล้วคนที่แข็งแกร่งที่สุด...ก็คือฉัน”
“นั้นเื่จริงนะขนาดตอนที่สู้กับฉันยังเทียบไม่ติดเลยนะ” ซาลินพูดเสริม “เธอน่าจะได้เห็นท่าไม้-ตาย อันไร้เทียมทานของเขานะ ไอ้นั้นนะ...มันเรียกว่าอะไรนะ”
“มันก็คือหนึ่งสุดยอดท่าไม้ตายฉันยังไงละชื่อท่าว่า ท่าฟันสิบสามชั้นบรรยากาศ ยังไงละ แต่นั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกันว่าแต่เธอนะดีขึ้นแล้วแน่นะ ฉันนะเป็ห่วงมากเลยนะ กลัวว่าเธอจะเป็อะไรไปนะ”สีหน้าของเขาดูเป็กังวลมากเลยทีเดียว
“ฉันไม่เป็ไรมากหรอก...นายยิ้มอะไรนะซาลิน”
ซาลินรีบเก็บรอยยิ้มของเขาไว้“เปล่านี้ ไม่ได้ยิ้มอะไรสักหน่อย...ก็แค่คิดว่า น่าอิจฉาจังเลยน่า” คราวนี้เขายิ้มออกมาพร้อมทั้งหัวเราะออกมาด้วย
“ไม่มีอะไรแล้วหัวเราะออกมาทำไมนี่แกนะคงเต็มใจไว้แล้วสินะ” เธอลุกขึ้นมาจากเตียงเตรียมตัวจะไปซัดหนาซาลินให้ติดกำแพงอีกครั้งแต่คนที่มาห้ามไว้ก่อนที่จะเกิดการฆาตกรรมขึ้นก็คือเรกันนั้นเอง
“ไปนอนที่เตียงเถอะอาการยังไม่ดีเต็มที่ เดี๋ยวก็เป็อะไรไปอีกแบบนี้ฉันก็ลำบากใจสิ”
่ท้ายเธอรู้สึกแปลกๆกันคำพูดของเรกัน “หมายความว่าไงที่พูดมานะ” เธอหน้าแดงเล็กน้อย
เขาถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนพูดออกไป“ก็หมายความว่าฉัน...ชอบเธอ ไงละ”
“อย่างนี้นี่เอง...เอ๊ะ!? เดี๋ยวนะเร็วไปไหมเนี่ยนายนะ” หน้าของเธอแดงมากกว่าเก่า
เขาเอามือขึ้นมาเอาหัวเล็กน้อย“นั้นสินะ ฉันนะก็เป็พวกพูดจริงทำจริงด้วยสิ งั้นก็ ขอฝากตัวด้วยก็แล้วกันนะ”เรกันนั้นเป็คนพูดจริงทำจริง ถ้าได้พูดอะไรออกไปแล้วก็จะทำตามคำพูดเสมอเพราะแบบนี้เขาถึงเป็คนที่ซื่อสัตย์กับคำพูดของตัวเองไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินออกไปจากตรงนั้นทันที
เฟรินหันไปถามกับซาลินที่ยืนอยู่ที่เดิม“นี่นายนะ...คิดว่าหมอนั้นจริงจังแค่ไหนงั้นเหรอ”
เขาใช้ความคิดเล็กน้อยก่อนตอบไป“ก็...น่าจะจริงจังมากพอควรแหละ ดูจากการกระทำของเขาแล้วฉันก็คิดว่าเขาน่าจะซื่อสัตย์กับคำพูดของตัวเองพอควรเลย แล้วก็น่าจะไม่ใช้คนไม่ดีหรอกนะ”
“เป็ยังไงบ้างละ” เรมี่ถามขึ้นเมื่อเห็นเรกันเดินออกมาข้างนอกบ้านแล้ว
เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบ“ก็ดี...แล้ว เื่ที่จะคุยด้วยนะ อะไรงั้นเหรอ”
เธอตื่นเต้นนิดหน่อยเล็กน้อย“ฉันมีอาวุธใหม่มาให้นายด้วยละ ฉันคิดว่าท่าไม่ตายตองนายจะต้องใช้ได้ดีกับอาวุธใหม่นี้มากกว่ามีดอันเดิมของนายมากเลยนะ”
เขางงเล็กน้อย“แล้ว...อาวุธใหม่ที่ว่านั้น ลักษณะมันเป็ยังไงงั้นเหรอ”
“ถ้าอยากรู้ละก็ จะออกไปเลยตอนนี้เลยมั้ยละ”
เขารูสึกตื่นเต้นเล็กน้อยว่ามันคืออะไรกันแน่เธอถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนั้น “ก็เอาสิ ไปกันเลยเถอะ”
เขตป่า นอกเมือง
เธอพาเรกันออกมาจากนอกเมืองเพื่อเอาอาวุธใหม่ให้กับเขา มันคือ ดาบคาตานะที่ถูกตีขึ้นด้วยช่างตีเหล็กมือดีที่เป็คนเดียวกนกับที่สร้างมีดให้กับเขาตัวดาบทำจากเหล็กผสมทอง ด้านคมเป็ฟันเลื่อยเช่นเดียวกับมีดเล่มเดิม มันหนักห้าสิบกิโลกรัมปอกดาบเป็สีดำพาดตัดด้วยสีแดงเช่นเดียวกับฟักดาบที่เป็ลายเดียวกัน
เรมี่เล่าคุณสมบัติของดาบเล่มนี้ให้เขาฟังทั้งหมด
เขาถอนหายใจเล็กน้อย“เข้าใจแล้วว่า ทำไมเธอถึงพาฉันออกมาทั้งๆ ที่เธอก็เอาให้ฉันตรงนั้นเลยก็ได้มันเป็อย่างนี้นี่เอง”
“สุดยอดไปเลยน่า!” ซาลินเผลอหลุดปากออกมาหลังจากตามทั้งสองคนออกมาจนได้ฟังเื่ราวทั้งหมด ของอาวุธอันใหม่
“นี่นายตามพวกฉันมางั้นเหรอ”เรกันพอจะเดาได้เล็กน้อยว่าจะต้องมีคนตามมาอย่างแน่นอน “แต่ก็ช่างมันก็แล้วกันนายอยากเห็นมั้ยละ ท่าไม้ตายขั้นสุดยอดของฉันนะ”
ตาของซาลินเป็ประกายขึ้นมาในทันที“ได้งั้นเหรอ”
“ได้สิ”
เรมี่ขัดขึ้นมาเล็กน้อย“นี่นายเอาจริงงั้นเหรอ ท่านั้นมันถึงจะสุดยอดก็เถอะ แต่นายไหวจริงๆ เหรอ”
“ไม่ต้องห่วงน่าตอนนี้มันสมบูรณ์แล้วละ”
เขาตั้งท่าพร้อมที่จะชักดาบออกมาทุกเมื่อแล้วเขาก็พูดออกมาว่า “ท่าฟันหนึ่งร้อยชั้นบรรยากาศ”แล้วเขาก็ดันดาบออกมาจากฟักจากนั้นเขาก็พูดว่า “ฉันฟันเสร็จแล้วละ”
ซาลินที่ยืนดูอย่างใจจดใจจ่อถึงกับออกอาการงงเล็กน้อยหลังจากที่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเลยส่วนทางด้านเรมี่ก็เป็เช่นเดียวกันเธอมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย
เรกันหันกลับมาพูดอีกครั้งว่า“ฉันฟัดเสร็จแล้ว”