ตอนที่ 2 ทะลุมิติ
“อือ..... อือ....” ปวดหัวจังเลย ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นหลังคาบ้านแล้วก็มองไปรอบๆ ก็พบกับผนังห้องขนาดเล็ก ซึ่งดูกลางเก่ากลางใหม่ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ไม่ใช่ร้านอาหารสาขาใหม่ของฉันนี่ ไม่ใช่ห้องนอนที่คอนโดด้วย จากนั้นเธอก็ได้สำรวจตัวเอง แล้วพบว่าเธอนอนอยู่บนที่นอนที่ปูด้วยฟูกบางๆ และผ้าห่มเก่าๆ ที่ดูสะอาดสะอ้าน แต่ดูยังไงก็รู้ว่ามันผ่านการใช้งานและซักมาแล้วหลายรอบมองดูมือตัวเองก็ได้เห็นมือเล็กๆ เหมือนมือของเด็ก
“เอ๋.......ทำไมมือของฉันมันเล็กจังเลยมือของฉันมันใหญ่กว่านี้นี่นา” จากนั้นก็เปิดผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายออกก็ได้มองลงไปที่ขาของตัวเอง มองเห็นขาที่อยู่ในกางเกงผ้าแพรที่ดูเก่าแต่สะอาดสะอ้านขาก็เรียวเล็กอย่างกับขาเด็ก เลยยกมือขึ้นรูปหน้าตัวเองหน้าก็เล็กมันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน
“คุณหนู.. คุณหนูของบ่าว.. ฟื้นแล้ว” มีผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางน่าจะอายุประมาณ 25-26 ปีรูปร่างผอมบางหน้าตาดูอิดโรยเดินเข้ามาในห้องแล้วก็พูดกับฉัน
“บ่าวดีใจเหลือเกินเ้าค่ะ.. ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นสักที ฮือ... ฮือ... บ่าวเป็ห่วงคุณหนูมากเลยคุณหนูไม่สบายเป็ไข้หลับไป 3 วัน 3 คืนก็ไม่ฟื้นสักที บ่าวไม่รู้จะทำยังไงบ่าวก็ได้แต่ให้หมอในหมู่บ้านมาตรวจ แล้วก็คอยเช็ดตัวให้คุณหนูเวลาที่คุณหนูไข้ขึ้น” เอ๋...ใครอีกละเนี่ย บ่าวอะไร ใครเป็คุณหนู ฉันไม่ได้เป็คุณหนูของใคร
“เธอเป็ใคร....แล้วใครเป็คนหนูของใคร...ฉันไม่รู้จักเธอเลยนะ....” ด้วยความสงสัยจึงได้ถามออกไป ก็ได้รับสีหน้าที่ดูมึนงงตอบกลับมาของผู้หญิงคนนั้น
“คุณหนูเ้าคะ...คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ...คุณหนูก็เป็คุณหนูยื่นฟาง ของบ่าวอย่างไรเ้าคะ คุณหนูจำบ่าวไม่ได้เหรอเ้าคะ คุณหนูยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวบ่าวจะไปตามหมอมาให้เ้าค่ะ..”
“ไม่ต้องไป ข้าสบายดี ไม่ต้องตามใครมาทั้งนั้น” ลี่อินตอบกลับมาพร้อมกับจ้องมองมาที่คุณหนูของเธอพร้อมกับสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงมีอาการแปลกๆ พูดจาก็แปลกๆ
“คุณหนูจำบ่าวได้ไหมเ้าคะ บ่าวลี่อินไงเ้าคะ คุณหนู..คุณหนูของบ่าว” พูดไปก็ร้องไห้พลางสะอื้นไป
พอได้ยินหญิงสาวคนนั้นพูดออกมาเยี่ยนฟาง ก็ใแล้วคิดในใจว่า เยี่ยนฟาง เอ๋....?? ชื่อเดียวกันกับเราเลย แต่ทำไมเราไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้นะ แล้วทำไมร่างกายของเราหดเล็กลง แล้วก็มองไปรอบๆ ก็คิดว่าที่แบบนี้เราก็ไม่เคยอยู่ ไม่เคยเห็น เกิดอะไรขึ้นกับเราเนี่ยยยยย.....
ตอนนั้นเราเดินทางไปดูการตกแต่งร้านสาขาใหม่ ที่ใกล้จะเปิดแต่การตกแต่งกับล่าช้า เนื่องจากกลัวไม่ทันกำหนดเปิดร้าน จึงได้ขับรถไปดูด้วยตนเองแล้วเกิดฝนตกหนักในระหว่างทาง มีรถพ่วงไถลมาชนท้ายรถของเธอแล้วรถก็เสียหลักไถลลงไปข้างทางเป็สาเหตุที่ทำให้เธอเสียชีวิต
เฮ้ยยยยย ฉันตายแล้ว... แล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมาเหมือนกับนิยายที่ฉันชอบอ่านมาตลอดใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ฉันต้องทะลุมิติมาเหมือนนิยายที่เคยอ่านมาแน่ ฮ่าๆๆ
ได้เวลาสนุกแล้วส่วนมากในนิยายทะลุมิติ จะมีการทำอาหาร ในการทำธุรกิจ มีปลูกพืช มีเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ฉันรอดแล้วฉันมีฝีมือการทำอาหาร ฉันปลูกผักได้ รวยๆ ฉันต้องรวยแน่ๆ
ลี่อินได้แต่มองคุณหนูของเธอ ที่เดียวทำหน้ายุ่ง เดี๋ยวทำหน้าครุ่นคิด เดี๋ยวทำหน้าเศร้า แต่ตอนนี้คุณหนูของนางทำหน้ายิ้ม ดวงตาเป็ประกายแวววาว
“โอ๊ย....โอ๊ย... ปวดหัวจังเลย” ฉันนั่งเอามือกุมหัวเพราะรู้สึกปวดหัวอย่างมาก จู่ๆ ก็มีเื่ราวของเด็กสาวคนหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของฉันไม่หยุดเลย ตอนนี้เธอจึงได้รู้ว่าเธอได้ทะลุมิติมาอย่างแน่นอน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็ยุคไหน แต่ดูจากการแต่งตัวของเธอแล้วน่าจะเป็มิติในอดีต เพราะแต่งตัวเหมือนคนจีนยุคโบราณ ซึ่งสาวน้อยคนนี้ก็มีชื่อแซ่เหมือนกันกับเธอทุกอย่างนั่นก็คือ “โจวเยี่ยนฟาง”
เป็ลูกสาวของขุนนางในราชสำนักที่ต้องโทษให้ได้รับการเนรเทศไปอยู่ชายแดน เนื่องจากข้อหามีส่วนร่วมและช่วยเหลือนักโทษที่มีวส่วนร่วมในการฏ พ่อแม่ของเธอด้วยความเป็ห่วงเธอ กลัวว่าลูกสาวคนเดียวจะทนต่อความลำบากในการเดินทางไปชายแดนไม่ได้ ในคืนก่อนที่จะโดนจับจึงได้รีบส่งเธอและพี่เลี้ยงออกไปจากบ้านในตอนดึกคืนนั้น
เธอต้องหลบซ่อนและหนีการตามล่าของทหารและคนของทางการ เพื่อมายังบ้านเก่าของพี่เลี้ยงก็คือลี่อินนั่นเอง ซึ่งบ้านของพี่เลี้ยงของเธออยู่ที่เมืองหัวเป่ย ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเป็พันลี้ เธอต้องเปลี่ยนรถม้าหลายต่อหลายครั้ง เปลี่ยนชุดปลอมตัวและใช้เส้นทางเดินทางที่วกไปวนมาเพื่อไม่ให้มีใครสืบหาเธอได้จึงใช้เวลากว่า 3 เดือน
กว่าจะเดินทางมาถึงเมืองหัวเป่ย จนทำให้คุณหนูเยี่ยนฟางคนเก่าที่เธอทนต่อการเดินทางที่แสนยาวไกลและความลำบากในการเดินทางไม่ไหว จึงได้ล้มป่วยลงจนเสียชีวิต และเธอเยี่ยนฟาง เ้าของธุรกิจร้านอาหารหลายสาขาวัย 32 ปีต้องเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
“คุณหนูเ้าคะ....คุณหนูเ้าคะ.....คุณหนูเป็ยังไงบ้างเ้าคะ....” ลี่อินได้เรียกคุณหนูของนางอีกครั้งด้วยความเป็ห่วงเกรงว่าคุณหนูของนางจะยังมีอาการป่วยอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียง
“โครกกกก...... ครากกกก......” มาจากทางคุณหนูของนาง เสียงท้องร้องของคุณหนูก็ดังขึ้น
“บ่าวนี่แย่จริงๆ มัวแต่คุยกับคุณหนู คุณหนูไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว คุณหนูน่าจะหิวแล้วนะเ้าคะ บ่าวได้ต้มข้าวต้มไว้....เดี๋ยวบ่าวจะเอาข้าวต้มมาให้คุณหนูนะเ้าคะ รอสักครู่เ้าค่ะ” จากนั้นลี่อิน จึงได้เดินหายออกไปทางประตูแล้วกลับเข้ามาพร้อมถ้วยข้าวต้ม หนึ่งถ้วยแล้วได้เอาไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนของคุณหนู ลี่อินก็เดินเข้ามานั่งตรงเก้าอี้ข้างเตียงแล้วเตรียมตักข้าวต้มมาป้อนคุณหนูของนาง
“ไม่ต้องป้อนข้าหรอก ข้ากินเองได้พี่ลี่อิน ข้าหายป่วยแล้ว ข้าสบายดีแล้วพี่ลีอินไม่ต้องห่วงข้านะเ้าคะ” ลี่อินได้ยินคุณหนูพูดชื่อตัวเองก็ดีใจจนน้ำตาไหลออกมา เพราะว่าคุณหนูจำนางได้แล้ว
“คุณหนูจำบ่าวได้แล้วใช่ไหมเ้าคะ บ่าวดีใจเหลือเกิน บ่าวคิดว่าคุณหนูป่วยจนทำให้คุณหนูจำบ่าวไม่ได้ซะแล้วเ้าค่ะ...” ถามออกไปทั้งน้ำตา ด้วยความดีใจ นางกลัวคุณหนูของนางเจ็บป่วย จนเกิดความจำเสื่อมขึ้นมา
“จำได้สิพี่ลี่อิน ก็พี่คือพี่ลี่อินไงเ้าคะ เราอยู่ด้วยกันมาั้แ่ข้ายังเด็ก ข้าจะจำพี่ได้ยินไม่ได้ได้ยังไง..” เยี่ยนฟาง ตอบออกไปเพื่อไม่ให้สาวใช้ของนางจับได้ว่านางไม่ใช่คุณหนูเยี่ยนฟางคนเก่าของนาง
“แล้วเมื่อสักครู่ ข้าเพิ่งฟื้น ความจำเลยยังไม่เข้าที่เข้าทาง ตอนนี้ข้าหายแล้วแข็งแรงแล้วด้วย” เยี่ยนฟาง พูดเสริมพร้อมกับยิ้มให้สาวใช้ของตนเอง
“ข้าหิวแล้ว เดี๋ยวข้ากินเองพี่ลี่อินไม่ต้องป้อนข้าหรอก..” แล้วก็ตักข้าวต้มที่อุ่นแล้วเข้าปาก รสชาติ จืดจืด จืด สนิท จืดเหมือนไม่ได้ปรุงอะไรเลย ไม่มีรสชาติอะไรเลย อาหารยุคโบราณทำไมจืดแบบนี้ข้ากินไม่ลงแล้ว
“คุณหนูกินเยอะๆ นะเ้าคะ ร่างกายจะได้หายเร็วๆ ..” นางเห็นคุณหนูของนางทำหน้าตาเหมือนกินไม่ลง คิดว่าคุณหนูเพิ่งหายป่วยจึงไม่อยากอาหาร จึงได้คะยั้นคะยอให้คุณหนูกินเยอะๆ เยี่ยนฟาง ก็จำใจต้องกินอาหารที่มีอยู่รสชาติเดียวคือรสจืด เข้าไปได้อีก 5 คำก็กินไม่ไหวแล้ว
“ข้าอิ่มแล้วพี่ลี่อิน ข้าเหนื่อย ข้าขอพักก่อนนะเ้าคะ พี่ลี่อินออกไปทำงานของพี่ลี่อินได้เลยเ้าค่ะ ไม่ต้องเฝ้าข้า...” เยี่ยนฟางบอกสาวใช้ให้ออกไปจากห้อง เพื่อใช้เวลาทบทวนเื่ราวของตนเอง และจะทำอย่างไรต่อไป
“คุณหนู้าอะไร คุณหนูสามารถเรียกบ่าวได้เลยนะเ้าคะ บ่าวนั่งเย็บผ้าอยู่ข้างนอกนี่เองเ้าค่ะ..” ลี่อินพูดเสร็จก็มองดูคุณหนูของนางนอนลงไปที่เตียง แล้วหลับตาลง จึงได้เดินออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูอย่างแ่เบา เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณหนูของนาง
“พรุ่งนี้ต้องสำรวจพื้นที่ซะแล้ว”
...................................................................................................................................................
นิยายเื่นี้ ไม่อิงประวัติศาสตร์นะคะ แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียน อ่านให้สนุก และเป็กำลังใจให้ผู้เขียน และน้องเยี่ยนฟางด้วยนะเ้าคะ