หลังจากกลับจากเข้าเฝ้าฮองเฮาในวันนั้นข้าไม่ได้เจอ
หลี่เสี่ยวหานอีกเลย
เขาตั้งใจหลบหน้าข้าแต่ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด ข้าอดคิดไม่ได้ว่า
หลี่เสี่ยวหานอาจระแคะระคายเื่ของข้ากับหลี่ลู่เหอ แต่หากเป็เช่นนั้นจริงข้าก็ไม่สนหรอก
ข้าไม่ได้คิดอะไรกับหลี่ลู่เหอแล้วเสียหน่อย
ผ่านมาสองวันในที่สุดข้าก็เจอหลี่เสี่ยวหานอีกครั้งในงานเลี้ยงน้ำชาแม้นหลายๆ สิ่งในชาตินี้จะเปลี่ยนไป แต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนไปเสียหมดทุกอย่างอย่างเช่นกำหนดการใดๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้าแล้วก็ยังคงเป็เช่นนั้นต่อไป
หลี่เสี่ยวหานเห็นข้ามางานเลี้ยงดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าใดนักเพราะข้าเคยบอกเขาไปว่าข้าไม่อยากมาร่วมงาน เขาเองคงคิดว่าจะไม่มีทางเจอข้า เขามองดูข้านั่งลงข้างๆ โดยไม่พูดอะไร หากแต่หันไปจิบชาแล้วเบือนหน้าหนีแทน
อะไรกัน!
ข้าอุตส่าห์ตื่นแต่รุ่งสางนั่งหวีผมั้แ่แสงอาทิตย์ยังไม่ปรากฏบนฟ้าแต่งหน้าและสวมใส่อาภรณ์ที่งดงามที่สุดเพื่อให้เขาไม่ต้องน้อยหน้าไปกว่าใครเชียวนะเหตุใดจึงทำท่าทีเมินเฉยกับข้าเช่นนี้
“ข้าคิดว่าเ้าจะไม่มาเสียแล้ว”
องค์หญิงห้าหลี่ซื่อเฟิงเอ่ยกับข้า นางเป็น้องสาวร่วมมารดาของหลี่ลู่เหอแต่นางไม่เคยหลอกข้าเช่นเดียวกับพี่ชายนาง มิหนำซ้ำนางยังดีกับข้ามากคอยไปมาหาสู่ข้าอย่างสม่ำเสมอเพราะกลัวว่าข้าจะไม่มีเพื่อน
ข้าไม่เคยบอกนางเื่หลี่ลู่เหอและไม่รู้ว่าในอดีตจนกระทั่งข้าตายไปแล้วนั้น นางรู้บ้างหรือไม่
ในงานเลี้ยงที่ว่าเป็เพียงการพบปะสนทนาเล็กๆ โดยผู้ที่มาร่วมงานมีเพียงข้า หลี่เสี่ยวหาน และองค์ชายกับองค์หญิงอีกเก้าคนพวกเรานั่งสนทนาพูดคุยกันพลาง ฟังดนตรีพลางอยู่ที่ริมสระภายในวังหลวงปกติแล้วองค์ชายอื่นๆ ที่ไม่ใช่รัชทายาทไม่บ่อยนักที่จะเข้ามาในวังได้หากมิใช่เพราะธุระจำเป็เนื่องด้วยเป็ธรรมเนียมที่ต้องรักษาไว้เพื่อความปลอดภัยของรัชทายาท
“ข้าไม่ได้เจอเ้าเสียหลายวันข้าต้องมาอยู่แล้ว”
“วันนี้เ้าช่างงามเหลือเกิน”องค์ชายสี่เอ่ยชมข้า
ต้องงามสิ! ข้าลงทุนแต่งกายั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างมีเหตุผลอันใดอีกเล่าที่ข้าจะไม่งาม
“อย่าสบตาข้าประเดี๋ยวข้าหวั่นไหวจะผิดต่อเสด็จพี่”
ข้ายิ้มเล็กน้อยด้วยความเขินอายองค์ชายสี่เป็คนช่างพูดนัก ดูเอาเถิดข้าเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิดเขาล้วนสังเกตเห็นทั้งสิ้น
ช่างแตกต่างกับ...
เมื่อเหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงของสามีตนเองแล้วข้าเบื่อเขายิ่งนัก!
พวกเราต่างสนทนากันอย่างสนุกสนานกระทั่งข้าได้ยินเสียงจามของใครบางคน เสียงที่ข้าค่อนข้างคุ้นเคยข้ามองหาเ้าของเสียงนั่นและพบว่าคือหลี่ลู่เหอนั่นเอง เขากำลังนั่งจิบชาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เช่นเดียวกับหลี่เสี่ยวหานไม่มีผิดข้าเห็นจมูกแดงระเรื่อเขาก็แอบหลบขำที่หลังของหลี่เสี่ยวหาน
เมื่อกลั้นขำได้ข้าก็หันมาเอ่ยทักทายอดีตคนรักของข้าด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความจริงใจอย่างที่สุด“จวิ้นอ๋อง เมื่อครู่ข้าไม่เห็นท่านขออภัยที่ไม่ได้ทักทาย”
หลี่ลู่เหอมองข้าอย่างไม่เป็มิตรนักเนื่องด้วยครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน ข้าได้ทำในสิ่งที่เขาเองคงคาดไม่ถึง ดูสิเขาส่งเสียงไอไม่หยุด ต่อให้ข้าไม่ถามก็พอจะรู้สาเหตุ หลายวันมานี้ในตำหนักบูรพามีแต่เื่ให้ข้าเคร่งเครียดแต่เมื่อได้เห็นว่าข้าทำให้ศัตรูตนเองป่วยเช่นนี้
ข้ามีความสุขยิ่งนัก!
“หากท่านป่วยก็น่าจะพักผ่อนเสียก่อนมานั่งตากลมเช่นนี้ประเดี๋ยวต้องไอเย็นนาน ๆ อาการจะทรุดหนักลงได้” องค์ชายสี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย”ข้ายิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงของเขา “แล้วท่านอ๋องไปทำอะไรมาเล่าจึงได้ป่วยเช่นนี้”
หลี่ลู่เหอวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะเสียงดังปึง! แต่ข้ากลับยิ้มกว้างกว่าเดิม ไม่รู้ว่านอกจากป่วยเพราะตกน้ำตกท่าแล้วหลังของเขาจะปวดไปหลายวันด้วยหรือไม่
ข้าได้ยินเสียงอีก ปึง! จากคนใกล้ตัว นั่นจึงทำให้ข้าเลิกสนใจเ้าองค์ชายเสแสร้งนั่นเพื่อมองใบหน้าของสามีตนเองแทน
หลี่เสี่ยวหานมองใบหน้าของข้าเพียงครู่หนึ่งด้วยสายตาเ็าข้าเดาว่าเขาคงรำคาญเสียงของข้าเต็มทน
หลี่เสี่ยวหานไม่ได้มองข้าตอบแต่ทุกคนล้วนััได้ถึงกลิ่นอายโทสะจากตัวของเขาแม้แต่ข้าที่มีท่าทีอวดดีต่อหน้าหลี่ลู่เหอเมื่อครู่ยังไม่กล้าที่จะปริปากเอ่ยวาจาใดๆ ออกไปอีก
สามีข้า อย่าโหดนักเลย!
ขณะที่ข้ากำลังนั่งตัวลีบคิดอยากหายตัวไปจากตรงนี้ก็มีใครคนหนึ่งช่วยข้าไว้
“ซูเซียวเ้ามานั่งเรือเล่นกับข้าเถิด”
ซื่อเฟิงเอ่ยชวนข้าข้ารีบตกลงทันที“ไป ๆ ”
หลี่เสี่ยวหานปรายตามองข้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปจิบชาและสนทนากับองค์ชายสี่ต่อ
ชิชะ! ทำหยิ่งไปเถิดเห็นว่าข้ากลับตัวไม่คิดนอกใจแล้วท่านจะเป็ข้าเป็ของตายได้เช่นนั้นหรือ!
ข้าเลิกใส่ใจหลี่เสี่ยวหานและวิ่งตามซื่อเฟิงไปยังอีกด้านหนึ่งที่มีเรือจอดอยู่โดยมิวายมีเสียงของหลิวเฉิงเจี๋ยะโตามหลังข้ามา
“พระชายาเพคะ อย่าวิ่งเพคะประเดี๋ยวจะสะดุดล้ม!”
เ้าไม่รู้จักข้าเสียแล้วข้าลู่ซูเซียว วิ่งหนีอันธพาลไปทั่วเมืองหลวง มีหรือที่จะล้มง่ายเช่นนั้น
ไม่ทันที่ข้าจะนึกโอ้อวดความสามารถตนเองได้จบอย่างคำกล่าวที่ว่า สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้งเมื่อข้อเท้าของข้าเกิดสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างแถวนั้นจนเสียการทรงตัว
ไม่นะ ไม่นะ หน้าของข้า ชุดของข้า
หากข้าหกล้มหัวคะมำมีหวังข้าต้องอับอายจนยอมตายกลับไปเป็ผีไม่มีขาอีกแน่
ทว่าไม่ทันที่ข้าจะล้มลงกระแทกพื้นดินเอวของข้าก็ถูกโอบรัดอย่างแ่าด้วยมืออันแข็งแรงของใครคนหนึ่งข้าเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นคือเ้าก้อนน้ำแข็งเดินได้สามีข้าเอง
ไม่มีการสบตาหวานลึกซึ้งไม่มีการเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
เขามองข้าด้วยสายตาเรียบเฉยเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเพียงนิดเมื่อข้าทรงตัวได้หลี่เสี่ยวหานก็ปล่อยเอวข้า และเดินกลับไปนั่งลงจิบชาตามเดิมทิ้งให้ข้ามองตามแผ่นหลังของเขาพลางกะพริบตา ปริบ ปริบ อย่างคนตั้งตัวไม่ทัน
นี่ตกลงว่าเขาช่วยข้าเพราะเป็ห่วงข้า!
หรือช่วยข้าเพราะไม่อยากขายหน้าเองกันแน่!