…อีกด้านเวลาเดียวกัน ในยามค่ำคืนดึกสงัดตอนนี้ ของสำนักมารบูรพา ภายในหมู่ตึกของศิษย์สายใน เหมือนจะดูครึกครื้น ยุ่งวุ่นวายเป็พิเศษ
เมื่อเฉียนกวงจิน ศิษย์พี่สายในรองอันดับหนึ่งของสำนักมารบูรพา ได้โอกาสที่จะขึ้นเป็ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก ผู้มีพร์อันดับหนึ่ง
เขาไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่…
เมื่อส่งจดหมาย ลงไปหาน้องชาย จี้จิ่งเทียน ศิษย์สายนอก ที่เตรียมจะทำการสอบ เป็ศิษย์สายใน…ที่จะมาถึงในอีกไม่ช้าในปีนี้
“หืม! พี่ เฉียนกวงจิน ช่างสั่งอะไรยุ่งยากเสียจริง” จี้จิ่งเทียน ที่ยังไม่ค่อยว่างอยู่ใน่ปิดด่าน ครั้งสำคัญ ได้รับข้อความผ่านจดหมาย ยังรีบเปิดบานประตูห้องออกไปหา คนสนิท พอไว้ใจได้ทันที
การถ่วงเวลา หา ‘เห็ดพิษสยบจิต’ ซึ่ง ยิ่งล่าช้า ปราณจิตศิษย์พี่ใหญ่ ผู้มีพร์อันดับหนึ่ง จะต้องาเ็เสียหาย หนักอย่างแน่นอน
จี้จิ่งเทียน คลี่ยิ้มอย่างชั่วร้าย เมื่อเขาเริ่มคิดไปไกล หากพี่ใหญ่ของเขาได้กลายเป็ ศิษย์พี่ใหญ่ ของสำนักมารบูรพา อำนาจพวกเขาสองพี่น้อง จะมีมากขนาดไหน
ขณะเดินออกไปได้ไม่นาน จี้จิ่งเทียน ก็ชะงัก กึก! ฝีเท้ากะทันหัน
เมื่อพลังของไท่เฟิง ขอบเขตระดับ 5 ปะทุ ระลอกคลื่น กล้าแกร่ง ออกมาจากในห้องเงียบงันที่เขาปิดขั้นพลังอยู่ “หืม! ไท่เฟิง เลื่อนขั้นพลังขอบเขต ระดับ 5 สำเร็จแล้วงั้นหรือ ช่างเป็่เวลา พอเหมาะ จริง?”
ด้านของไท่เฟิง คล้ายนึกถึงหน้าใครบางคน เขาก็คำราม กดเสียงในลำคอไว้ต่ำ ให้คนข้างห้องได้ยิน ยังหนาวสะท้าน “เ้าเด็กตัว เหม็น อวดดี ตายแน่!”
จี้จิ่งเทียน รู้ได้ทันที ‘ว่าเ้าเด็กขอทานคนนั้น’ ตกที่นั่งลำบากแล้วล่ะ เมื่อกลั้วขำ หัวเราะลิงโลดภายในใจ แล้วผลัก จดหมาย เขียนข้อความให้ไท่เฟิง ‘อ่าน’ ไปทำงานก่อนแก้แค้น
“เ้าอย่าพึ่งใจร้อนไป ไท่เฟิง ทำตามคำสั่งท่านพี่ข้า ส่งทรัพยากรมาให้เ้าทะลวงขั้นพลัง ก่อน เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง…”
ซึ่งประโยคหลังที่เขาย้ำ ตัวของไท่เฟิงไว้
ชายหนุ่มจะลอบเผยแววตา ดุร้าย กลอกกลิ้งดวงตาไปมา เล็ก ๆ “ปิดบังคุณชาย จี้จิ่งเทียน ไม่ได้จริงๆ ซินะ!” ขณะไท่เฟิงเผลอแอบเล็ดลอดจิตสังหาร
จี้จิ่งเทียน ผ่ายมือ เื่ของว่ายเปียว ไม่เป็ที่ใส่ใจของเขาอยู่แล้ว “เ้าไปทำงานเถอะ!”
ไท่เฟิงทำลายจดหมายข้อความ ด้วยอายปราณบริสุทธิ์ เปลี่ยนเป็เพลิงแก่นแท้ปะทุ ในร่างเสี้ยวขณะ
เขาจะพยักหน้า รับคำ…แล้วนำพาร่างติดเปลวเพลิง นั้นหายไปอย่างรวดเร็ว
ณ โรงครัว ไม่นานก็มีเสียง แข็งกร้าวไท่เฟิงมาเยือนตามคาด เมื่อเข้ามารับทำภารกิจ หาวัตถุดิบ ‘เห็ดพิษสยบจิต’ ดังขึ้นด้วยความมั่นใจ
ส่วนนี้ทำให้ผู้ดูแลโรงครัว เหลิน ประหลาดใจไม่น้อย ขณะภารกิจนี้ จะถูกประกาศออกไปในตอนเช้า ศิษย์เข้ามากินอาหาร ภายในโรงครัวรับรู้กัน
‘อีกฝ่ายรับรู้ได้อย่างไร? เกรงว่าจะประมาท สายข่าว คนพวกนี้ ไม่ได้ จริงๆ ซินะ’
ไท่เฟิงเมื่อได้ยินคำตอบ หัวหน้าพ่อครัวเหลิน ‘อธิบาย’ เขาก็ทำสีหน้า ทอประกายดุร้าย เอาเื่ขึ้นมา
“หืม! มีใครรับทำภารกิจนี้ไปหรือ?” เขาที่คิดว่า คุมสถานการณ์ได้แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงอ้ำอึ้ง หัวหน้าพ่อครัวกล่าวต่อ “อา…เออ มันเป็ภารกิจค้นหาวัตถุดิบ ใครๆ ก็สามารถทำได้… ตอนนี้ เ้าขอทานมอมแมม เข้าป่าไปหา วัตถุดิบ นั้นแล้ว”
ไท่เฟิง รีบกล่าว อดไม่ได้ภายในใจเผยความตื่นเต้น ลิงโลดขึ้นมา เมื่อได้ยินชื่อว่ายเปียว “พวกข้า รับทำภารกิจนี้เอง!” ครั้นรีบดึงแผ่นกระดาษออกไป
เด็กหนุ่มอายุ16 หน้าตาโเี้เกินวัย เผยอายสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง มองไปทางป่าท้ายสำนัก แอบเผลอโคจรพลัง ก่อกำเนิดระดับ 5 ปะทุขึ้นมา เล็กๆ
“ตอนนี้เข้าป่าท้ายสำนัก ก็ไม่ต้องหวาดกลัว สัตว์อสูรดุร้าย มากเท่าใด แล้ว”
“ฮ่าๆ คราวนี้แหละจะเป็วันตายของเ้า ขอทานตัวเหม็น” พร้อมร่างไท่เฟิง รีบพุ่งเคลื่อนที่ออกไปด้วยความรวดเร็ว ราวกับพายุเพลิงที่พัดหอบเอาความบ้าคลั่งไปด้วย
…ซึ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ว่ายเปียวจะได้ยินเสียงสัตว์อสูรต่อสู้ กับบางอย่างดังแว่วเข้ามาไม่ขาด ให้เขาขมวดคิ้วมุ่น อยู่เหมือนกัน
แต่ก็ไม่คิดว่าเป็ยมทูตอย่างไท่เฟิง กำลังตามหา มาเอาชีวิตเขาอยู่ตอนนี้
…ป่าไผ่สีม่วงทึบหนา เปียกชื้นของเขตหินูเาลาวาเก่า ว่ายเปียวก็ได้หา เห็ดพิษสยบจิต จนเจอ
แต่ก็ต้องระมัดระวังตัว แรงสั่นไหวต่อสู้เมื่อครู่ พอมีโชค ไล่ให้สัตว์อสูรงู ดุร้าย ทำลัง ออกไข่ที่นี่ หนีเตลิดออกไป ช่วยเขาได้เยอะเชียว
เมื่อว่ายเปียวเก็บเห็ดพิษสยบจิต สมบูรณ์ที่สุด ไว้ภายในตะกร้า
“หืม! เ้าว่ายเปียว หาของที่้าเจอแล้วงั้นหรือ?” พริบตาไท่เฟิง พุ่งมาด้วยอายสังหาร เห็น เห็ดพิษสยบจิต ถูกว่ายเปียว วางใส่ตะกร้าไม้ไผ่สาน ด้วยความระวัง
เป็่เวลาเดียวว่ายเปียว ยังไม่ลดละ การเฝ้าระวังตัว ของเขาเหมือนกัน
เมื่อเผยสายตาคู่คม กวาดมอง รอบๆ แม้จะเห็นพลังงานไฟ แก่นแท้ของไท่เฟิง โจมตีเข้ามา
วูม!
แต่เหมือนว่าร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ที่พยายามหลบการโจมตี มาพร้อมเสียงคำราม ความมั่นใจ เต็มเปี่ยม ไท่เฟิง ลงมือ “เ้าตัวเหม็น ไร้ค่า รนหาที่ตายแล้ว!”
ฟิ้ว! ครืน! เพลิงพลังที่ปาออกมา ะเิปะทุ รุนแรงทำให้ขาว่ายเปียว ไม่โดนการโจมตี จังๆ ยังเจ็บแปลบ จน ขา งอพับผิดรูปลงไป ปัก! “เวรๆ จะซวยก็คราวนี้แล้วไง ตู มารดา ผายลม แม่เองเถอะ คลื่นะเินี่รุนแรงชะมัดยาด!”
ขณะเบื้องหน้า ไท่เฟิงโผล่ออกมาเหยียดยิ้มกว้าง ไม่ปิดบังไอสังหาร ในมือติดไฟลุกท่วม “ไง ไอ้เ้าขอทาน โง่งม!” เมื่อเก็บขวดยา ที่ตกอยู่ มองว่ายเปียว ตะเกียกตะกาย คลานหนีไป
“ฮ่าๆ คราวนี้ รู้ความอ่อนแอ ของเ้าหรือยัง เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เ้าก็เป็ได้แค่สวะ รองตีน ข้าเท่านั้น”
พร้อมมันหรี่ดวงตา ทำปาก จุ๊! จุ๊! ส่ายหัวไม่อยากเชื่อ ที่เห็นในขวดยา มียาทะลวงพื้นฐาน อยู่ถึง2เม็ดเชียว “ข้าขอแล้วกัน”
ก่อนมันจะเก็บขวดยาสีขาว ลงไปภายในสาบเสื้อตนเอง เดินตาม ว่ายเปียว คลานหนีไปด้วยสภาพอดสู พลางเหยียดยิ้มกว้าง
ส่วนว่ายเปียว คล้ายรับรู้ความตายอย่างหนักหน่วง จะรีบกล่าวออกมาที่คลานหนี สุดชีวิต “ของล้ำค่าเ้าก็ได้ไปแล้ว ไท่เฟิง!”
“เ้าควรเหลือที่ยืนให้ข้าบ้าง ไม่เคยได้ยินหรือไง หากสุนัขจนตรอก มันอาจจะแว้งกัดหาทางรอด แบบที่เ้าคาดไม่ถึงก็เป็ได้” ขณะว่ายเปียว ยังพูดทำใจดีสู้เสือ
ไท่เฟิงเดือดดาล เผยความเหี้ยมโหดในแววตา “ขอทานตัวเหม็น ความตายอยู่ตรงหน้าเ้าแท้ๆ อย่าทำตัวเป็สุนัขผายลมข่มขู่ข้า!”
พร้อมเหยียบเท้า ทรงพลัง เข้าใส่ขาว่ายเปียวคลาน จนหักสองท่อน
เสียงกรอบ! ดังลั่น ที่เสียงร้อง อ๊าก! “เ้า!” ว่ายเปียวดังโหยหวน ก้องสะท้อนไปทั่วป่า
กระดูกแหลมโผล่ ทิ่มแทงจนเืสีแดงสด สาดกระจาย
พริบตาว่ายเปียว ดวงตาสาดความคาดหวังของการอยากมีชีวิตรอด จะหมุนท่าฝ่ามือหัตถ์ศูนย์ ควบคุมหยดเืตนเอง ให้แหลม แล้วผลักออกไปเบื้องหน้า อย่างไม่ปิดบัง
ฟิ้ว! ฉัวะ! ส่งให้ไท่เฟิง กางมือ ปัดป้องกันศีรษะตนเองไว้
จู่ๆ ก็รับรู้ถึงอันตราย เมื่อฝ่ามือเกิดรอยาแ ลิ่มเืทิ่มแทง รับรู้วิชาว่ายเปียวใช้ ไม่ธรรมดา ให้มันต้องถอยฉาก
“หืม! เหมือนว่าวิชาของเ้า จะไม่เลวเชียว! เ้าขอทาน” ครั้นเหยียบยิ้มชั่วร้าย เผยความอยากได้ ให้อีกฝ่ายส่งมา…
ว่ายเปียว พยายามลุกยันกายขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เขารู้ดีไม่มี ทางเลือกอีกต่อไป ที่ดึงขวดหยกเหน็บข้างเอว ออกมาถือ “เ้าบีบข้าเองนะ!”
ขณะว่ายเปียวมองแววตาแดงก่ำ มีเืโลหิตในดวงตาไปหาไท่เฟิง ด้วยความน่ากลัว ไม่มีความทะเล้นในแววตาว่ายเปียวอีกต่อไป
‘ซึ่งยาเม็ดอัดอากาศเกรงว่า ถึงคราวต้องทดลองมันตอนนี้แล้วล่ะ'
เมื่อว่ายเปียว เม้มปากเข้าหากันจนแน่น สูดลมหายใจเข้าไปลึกจนเต็มปอด ที่รู้คำพูดไฟลุก ฉอเลาะ เยินยอ ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
“ไหนๆ จะตายอยู่แล้ว งั้นก็เดิมพันกับเ้าแล้วกัน!” อึก! อึก!