อี้ิเจ๋อ ทรงรู้สึกสนพระทัยในเด็กสาวผู้นั้นอย่างประหลาดพระองค์ทรงเลิกพระขนงเล็กน้อยด้วยความ ฉงน ในทีแรกทรงคิดว่านางเป็เพียงเด็กสาวที่ไม่รู้ความ อาจจะหลงทางหรือไม่ตระหนักถึงภัยอันตรายรอบกาย
แต่เมื่อได้ทอดพระเนตรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนท่าทางที่ สง่าผ่าเผย ในขณะขี่ม้า และ ความสุข ที่ฉายออกมาอย่างไม่เสแสร้ง รวมถึง ท่วงทำนองเพลงที่แปลกหูแต่กลับไพเราะจับใจ กลับทำให้พระองค์ทรงรู้สึก ประหลาดใจ และ ใคร่รู้ มากยิ่งขึ้น
"ช่างเป็เด็กสาวที่น่าสนใจยิ่งนัก"อี้ิเจ๋อทรงพึมพำกับพระองค์เองพระเนตรยังคงจับจ้องไปยังร่างเล็กที่เคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ "ทั้งกล้าหาญทั้งไร้กังวล... หรือแท้จริงแล้วนางมิได้ธรรมดาอย่างที่เห็น?"
ในพระทัยขององค์อ๋องหนุ่มเริ่มก่อเกิดความรู้สึกอยากทำความรู้จัก กับเด็กสาวผู้นี้มากขึ้นพระองค์ทรงรู้สึกราวกับว่าเด็กสาวผู้นี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางที่สดใสและเพลงที่ขับขานนั้น
อี้ิเจ๋อ ทรงมีพระชันษาเพียงสิบแปดปี เท่านั้น พระองค์ทรงเป็อ๋องหนุ่มที่เฉลียวฉลาด ปราดเปรื่องและมีฝีมือในการต่อสู้เป็เลิศ เป็ที่จับตามองในราชสำนัก ด้วยพระชันษาที่ยังน้อยแต่กลับทรงมีพระปรีชาสามารถเป็ที่ประจักษ์
อี้ิเจ๋อ ทรงยืนทอดพระเนตรไปยังด้านหลังที่ร่างเล็กของเด็กสาวขี่ม้ามาอย่าง เอ้อระเหยลอยชาย จริงดังที่องค์รักษ์รายงานนางมิได้เร่งรีบ มิได้แสดงอาการร้อนรนราวกับจุดหมายปลายทางนั้นจะมาถึงเมื่อใดก็ได้มิได้สำคัญอันใดต่อความสุขในการเดินทางของนางในขณะนี้
พระองค์ทรงทอดพระเนตรภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนทั้ง แปลกใจ ในความไม่ใส่ใจต่อโลกภายนอกของนาง และ ชื่นชม ในความสุขที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายและแท้จริงนั้น
ในขณะที่ขบวนขององค์อ๋องกำลังพักผ่อน คลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ทันใดนั้นเองความสงบที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นก็ถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน!
ร่างเงา สิบคนในชุด ดำทะมึนพุ่งทะยานลงมาจากบนต้นไม้สูง ที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมทางราวกับเหยี่ยวโฉบเหยื่อพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ปรากฏตัวขึ้นล้อมขบวนของ อี้ิเจ๋อ เอาไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ดาบยาวสีดำสนิทในมือของพวกมันส่องประกายวาววับภายใต้แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้บ่งบอกถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นที่จะสังหาร
บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่พลันกลับกลายเป็ความตึงเครียดและอันตรายอีกครั้งองค์รักษ์ที่กำลังพักผ่อนต่างรีบลุกขึ้น คว้าอาวุธในมือด้วยความใและระมัดระวัง
อี้ิเจ๋อ ทรงขมวดพระขนงแน่นพระเนตรคมกริบจับจ้องไปยังกลุ่มคนชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวพระองค์ทรงััได้ถึง เจตนาสังหาร ที่แผ่ออกมาจากคนเ่าั้อย่างชัดเจน
"พวกมันเป็ใครอีก?"อี้ิเจ๋อทรงตรัสเสียงต่ำด้วยความกริ้ว"เหตุใดจึงตามมาไม่หยุดหย่อนเช่นนี้?"
เสียงต่ำเหี้ยมของหนึ่งในคนชุดดำ ดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน พวกมันไม่เสียเวลาพูดจาอื่นใด นอกจาก เจตนาสังหารที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
"ไม่ต้องพูดมาก!พวกเรามาฆ่าเ้า!"
สิ้นเสียงนั้นกลุ่มคนชุดดำทั้งสิบก็ พุ่งเข้าโจมตี ขบวนของ อี้ิเจ๋อ พร้อมกันดาบยาวในมือถูกยกขึ้นสูง เตรียมฟาดฟันอย่างไร้ความปราณี
"พวกเราจัดการเอง!"เสียงคำรามของคนชุดดำอีกคนดังขึ้น พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเป็ระบบบ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างดี มุ่งเป้าไปยัง อี้ิเจ๋อ และองครักษ์คนสนิทของพระองค์ด้วยความดุดัน
การต่อสู้ระลอกใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงดาบปะทะกันดังสนั่น อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืและความตึงเครียด
เสียงอาวุธ ปะทะกันดังก้องกังวานอย่างดุเดือดเข้าสู่โสตประสาทของ ฮวาเสี่ยวซีที่ขี่ม้ามาไม่ห่างนักนางชะงักมือที่ลูบคอเ้าน้ำตาลทันที ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"เสียงอะไรน่ะ?"นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจหยุดม้าอย่างรวดเร็ว ะโลงจากหลังเ้าน้ำตาลอย่างคล่องแคล่ว
นางตบไปที่สีข้างของม้าเบาๆพร้อมกับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจังปนขู่เข็ญ
"เ้าน้ำตาล!เ้าอยู่ที่นี่นะ กินหญ้าของเ้าไปด้วย ข้าไปดูข้างหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นเ้าห้ามหนีไปนะ! หากคิดหนี ข้าจับเ้ากลับมาได้เมื่อไหร่ข้าจะเอาเ้าไปทำลูกชิ้นม้า คอยดู!"
เ้าน้ำตาล ทำตาเหลือกใสมองเ้านายสาวอย่างงุนงง ก่อนจะหันไปเล็มหญ้าต่อ อย่างไม่ใส่ใจในคำขู่ของนางแม้แต่น้อยฮวาเสี่ยวซีหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของม้าคู่ใจก่อนจะย่องเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ริมทาง เพื่อสังเกตการณ์ สถานการณ์เบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง
ฮวาเสี่ยวซี ใช้ วิชาตัวเบาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบดุจิญญา ไต่ขึ้นไปอยู่บน กิ่งไม้สูง เหนือศีรษะของกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เบื้องล่าง นางนั่ง เอามือลูบคาง มองดูสถานการณ์ด้วยความสนใจ
เหล่าองค์รักษ์ทั้งสิบพยายาม ปกป้อง ผู้เป็นายอย่าง สุดชีวิต แต่ด้วยจำนวนที่น้อยกว่าและถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องพวกเขาก็ าเ็ กันไปหลายคน ทำให้ความระมัดระวังลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ด้าน อี้ิเจ๋อ เองก็ต่อสู้ อย่าง สุดกำลัง พระองค์ทรงใช้กระบี่ในมือป้องกันและตอบโต้การโจมตีของศัตรูอย่างคล่องแคล่วแต่ถึงแม้จะมีฝีมือ เก่งกาจ เพียงใดการต้องรับมือกับคนหมู่มากที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ยั้งก็ทำให้พระองค์เริ่มเสียเปรียบ
ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียดฮวาเสี่ยวซี ที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้สูงก็ ส่งเสียง ลงมาด้วยน้ำเสียง จอมป่วน "นี่ๆ เ้าน่ะ! อยากให้ข้าช่วยไหมเล่า?"
เสียงของนางดังขึ้นท่ามกลางเสียงดาบปะทะกันทำให้ อี้ิเจ๋อ ถึงกับ เสียสมาธิ ไปชั่วขณะ พระองค์ทรงรู้สึก ขุ่นเคือง กับเด็กสาวแก่แดดแก่ลมที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กล้า ก่อกวน การต่อสู้ของผู้อื่น จนเกือบทำให้พระองค์ พลาดพลั้ง เสียท่าไปแล้วพระองค์ทรงนึกโมโห ขึ้นมาในทันที
อี้ิเจ๋อ กำลังจะะโตำหนิหญิงสาวที่บังอาจเข้ามาก่อกวนแต่แล้ว ฮวาเสี่ยวซี กลับหันขวับไป ชี้หน้าด่ากลุ่มคนชุดดำเสียก่อน
"นี่พวกเ้าน่ะ!ไม่อายฟ้าดินกันบ้างหรือไร! คนเยอะรังแกคนน้อย! พวกเ้าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร?บอกชื่อบิดามารดาเ้ามาให้บิดาฟังหน่อยสิ!บิดาผู้นี้จะไปสั่งสอนบิดามารดาพวกเ้ากัน!ใครสั่งสอนพวกเ้าให้รังแกคนน้อยคนอ่อนแอ! น่าไม่อาย!"
เสียงเล็กๆ แต่ ฉะฉานและเต็มไปด้วยความ ขุ่นเคือง ของฮวาเสี่ยวซีดังเจื้อยแจ้วลงมาจากบนต้นไม้ถ้อยคำที่นางกล่าวหาคนชุดดำอย่างตรงไปตรงมานั้น แทบจะทำให้ พวกมัน พลาดท่า เสียสมาธิในการต่อสู้ไปชั่วขณะบางคนถึงกับ เกือบล้มทั้งยืน ด้วยความตกตะลึง
อี้ิเจ๋อ และเหล่าองค์รักษ์เองก็งุนงงกับท่าทีของนาง ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวผู้นี้ ไม่เกรงกลัว อันตรายเลยหรือไร? หรือนางมั่นใจในความสามารถของตนเองมากจนกล้าท้าทายกลุ่มนักฆ่าเหล่านี้?
ฮวาเสี่ยวซีหันกลับมาทางกลุ่มคนสูงศักดิ์ ‘อี้ิเจ๋อและองครักษ์ง’ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็กระตือรือร้น
"เอาล่ะๆบิดาจะช่วยเ้าเอง! เฮ้ย! ทำอย่างไรได้... เห็นคนเดือดร้อนไม่ช่วยก็ไม่ได้!ทำอย่างไรได้... เป็จอมยุทธ์หญิงแห่งยุทธภพ จำต้องช่วยคนเดือดร้อน!”
แล้วนางก็หันกลับไปทางกลุ่มคนชุดดำชี้หน้าสั่งด้วยท่าทางราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังอบรมสั่งสอนเด็ก
"พวกเ้านะ!หากไม่อยากตายก็รีบหนีไปซะ! นี่บิดาใจดีแล้วนะบอกกล่าวล่วงหน้า! ไปๆ ไปซะ!"ฮวาเสี่ยวซี โบกมือไล่ พวกคนชุดดำด้วยท่าทางไม่ใส่ใจราวกับพวกมันเป็แมลงวันน่ารำคาญ
แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่ของเด็กสาวมิหนำซ้ำยังมองนางด้วยสายตาเหยียดหยันระคนรำคาญ
ฮวาเสี่ยวซีเห็นดังนั้นก็ เอ่ยขึ้น อีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย"อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน!"
แล้วนางก็ะโลงจาก ต้นไม้ใหญ่ อย่างสง่างาม ร่างเล็กๆ ร่อนลงสู่พื้นดินอย่างเบาราวขนนกนางยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดดำ "บิดาบอกแล้ว... ไม่ฟัง!อย่างนั้นบิดาจะสั่งสอนพวกเ้าเอง!"
สิ้นคำ หญิงสาวก็ชักกระบี่คู่ใจ ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แสงสีเงินวาววับสะท้อนกับแสงแดดยามบ่ายนางเริ่ม วาดลวดลาย ด้วยกระบี่ ท่วงท่า สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วย ความคมกริบพร้อมที่จะสังหารในทุกเมื่อ
กระบี่คู่ในมือของฮวาเสี่ยวซีวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว แสงสีเงินสะท้อนวูบวาบจนแสบตา ท่วงท่าของนางพลิ้วไหวงดงาม แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว