สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความสงสัยให้กับทันย่า เพราะโดยปกตินั้น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์หรืออีกในชื่อนึงคือ AI
พวกเขาจะมีพื้นฐานมาจากอุปกรณ์เทคโนโลยี ตราบใดที่ยังมีเทคโนโลยีอยู่ พวกเขาก็จะสามารถปรากฏตัวขึ้นมาได้
ทว่าดาวาลผู้เป็อาจารย์กลับไม่มีสิ่งเหล่านี้ นางลอยอยู่เคียงข้างตัวของเขา
ไม่มีแม้แต่อุปกรณ์อะไรในการฉายภาพ ซึ่งมันทำให้ทันย่าต้องมีท่าทางที่มึนงงเป็อย่างมาก
[คิกคิก ยีนส์พันธุกรรมที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเ้า มีเทคโนโลยีชั้นสูงขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพเหนือยิ่งกว่าอุปกรณ์ใดๆ]
[ก่อนที่ห้องทดลองจะถูกเก็บเอาไว้ในสามเหลี่ยมเชิงมิติ เราก็เพียงแค่ย้ายฐานข้อมูลของตนเข้าไปในร่างกายของเ้าก็เพียงพอแล้ว]
[เราสามารถใช้พลังของมันในการจำลองภาพเชิงสามมิติขึ้นมาได้ ตราบใดที่เ้ายังไม่ตาย เราก็จะยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างเ้าได้ตลอด]
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว ในที่สุดข้อสงสัยของทันย่าก็ได้ถูกคลี่คลายลง ปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวของเขาได้แต่อ้าปากค้างขึ้น
สิ่งนี้เหนือยิ่งกว่าเทคโนโลยีของเผ่าจักรกลหรือเทคโนโลยีชั้นสูงใดๆในจักรวาล ราวกับเลโกลัสได้รับรู้ถึงเื่นี้ล่วงหน้ามานานนับพันล้านปี
เขาจึงได้สร้างอุปกรณ์พิเศษที่จะฝังรากลงไปในยีนส์พันธุกรรมของเบฮีมอท เพื่อให้ดาวาลคอยอยู่ช่วยเหลือและเคียงข้างเขาไปตลอดกาล
[ไม่ต้องห่วงทันย่า หลังจากที่เ้ากลายเป็ผู้แข็งแกร่งระดับครองดินแดน เ้าจะสามารถนำอุปกรณ์ที่เล็กยิ่งกว่าอะตอมนี้ออกมาได้]
[แต่เราอยากบอกให้รู้เอาไว้ เราดาวาลไม่มีจุดประสงค์ร้ายอะไรต่อเ้าเลยซักนิด เพียงแค่อยากเห็นปลายทางที่อยู่บนจุดสูงสุดก็เท่านั้น]
หลังจากที่อยู่เคียงข้างกัน ลูกศิษย์และอาจารย์ทั้งสองต่างก็เริ่มเข้าใจถึงกันและกัน
ถึงดาวาลจะมีนิสัยที่จริงจัง ชอบมองโลกในแง่ร้ายอยู่ตลอด แต่ลึกๆแล้วเด็กสาวก็พร้อมช่วยเหลือชายหนุ่มอย่างสุดกำลัง
ทันย่าเองก็ััได้เลยว่าท่านอาจารย์นั้นไม่มีจุดประสงค์ร้ายต่อตนจริงๆ
“หึหึ ฉันเชื่อใจอยู่แล้วท่านอาจารย์”
ในที่สุด สองศิษย์อาจารย์ก็ได้ออกเดินทางกันอย่างแท้จริง ทันย่าในร่างของสัตว์อวกาศสี่เท้ามีความรวดเร็วที่น่าเหลือเชื่อเป็อย่างมาก
ขาทั้งสี่เคลื่อนไหวไปมาด้วยความคล่องแคล่ว ประหนึ่งเป็เครื่องบินความเร็วสูง เขาได้วิ่งผ่านไปตามโพรงขนาดใหญ่ที่ในอดีตได้ถูกสร้างขึ้น และโพรงใต้ดินนี้มันแทบจะครอบคลุมไปทั่วทั้งดาวเคราะห์โลก สามารถเดินทางเป็เส้นตรงได้อย่างปลอดภัยเลยทีเดียว
[อืมมม ความเร็วต่อวินาทีอยู่ที่ 250 ถ้าเทียบกันเป็ชั่วโมงก็มีความเร็วประมาณ 900 กิโลเมตรเหรอเนี่ย?]
[ไม่เลว ทั้งๆที่ยังมีค่าดัชนีพลังอยู่แค่ระดับ 4 แต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวเกือบเท่านักสู้พันธุกรรมระดับ 6 แล้ว]
ดาวาลเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ความแข็งแกร่งโดยรวมของเบฮีมอทอยู่เหนือยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์ในจักรวาลส่วนใหญ่ไปอย่างมาก
โดยปกติเมื่อระดับขั้นพลังสูงขึ้น ช่องว่างในการเลื่อนระดับและพลังโดยรวมจะเริ่มย่นระยะลงมาเรื่อยๆ การจะต่อสู้ข้ามระดับย่อมเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน แม้แต่เผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาว ต่อให้พวกเขาจะใช้พลังหรือวิชาลับทั้งหมด พวกเขาก็คงข้ามระดับได้เพียงแค่ 4 - 5 ขั้น
ทว่าเบฮีมอทนั้นไม่ใช่อย่างสิ้นเชิง ยิ่งวิวัฒนาการร่างกายไปยังระดับที่สูงเพิ่มมากขึ้น พลังก็จะแข็งแกร่งและร้ายกาจมากยิ่งกว่าเดิม
การต่อสู้ข้ามระดับของผู้แข็งแกร่ง มีหรือที่เบฮีมอทจะไม่สามารถทำได้ ไม่แน่ว่าทันย่าอาจต่อกรข้ามระดับได้มากกว่าหนึ่งขั้นใหญ่
ลองนึกภาพในประวัติศาสตร์ที่สัตว์อวกาศระดับผู้ครองดินแดน สามารถต่อกรกับผู้ครองดวงดาวได้ ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดเป็ความจริงขึ้นมา
ความคิดของเผ่าพันธุ์ในจักรวาลมากมายคงจะแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาคงต้องตกตะลึงพรึงเพริดจนทำอะไรไม่ถูกเป็แน่
“เหมือนยังเร่งได้กว่านี้อีกนิดหน่อยนะท่านอาจารย์ ถ้าฉันเปิดใช้วิชาลับร่างกายเทพเผาผลาญละก็...”
พอได้ยินคำพูดของดาวาล ทันย่าก็ยิ่งฮึกเหิมและเหมือนจะเปิดใช้วิชาการต่อสู้เพื่อรีดเค้นประสิทธิภาพ ทว่าเด็กสาวก็รีบเข้าห้ามปราม
[หยุดเลยไอ้เ้าเด็กโง่! อย่าเอามาใช้อะไรพร่ำเพรื่อโดยเด็ดขาด ร่างกายเทพเผาผลาญมีไว้เพื่อต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งเท่านั้น]
[ถึงมันจะไม่สร้างความเ็ปให้กับร่างกายและจิติญญา แต่มันก็ทำให้ยีนส์พันธุกรรมภายในร่างต้องแบกรับภาระมากเกินไป]
[เ้าอย่าลืมนะว่านี่คือเทคนิควิชาลับระดับสูงของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรกลืนกินดวงดาว]
[ต่อให้จะเป็เบฮีมอท แต่ในเวลานี้เ้าเองก็ยังมีระดับยีนส์ที่อ่อนแอเป็อย่างมาก]
[ร่างกายเทพเผาผลาญคือวิชาที่จะเผาผลาญและกระตุ้นพันธุกรรมในร่างให้เหนือล้ำยิ่งกว่าขีดจำกัด เป็การปลดล็อคศักยภาพในทุกๆด้านของพลังโดยรวม เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสีย ตัวของเ้าไม่อาจเปิดใช้มันได้อยู่ตลอดเวลา จำเป็ต้องให้ยีนส์ในร่างกายพักและฟื้นคืนบ้าง]
[ส่วนร่างกายหลอมรวมเป็หนึ่ง เ้าก็ยังใช้มันไม่ได้ เพราะเ้าเองก็จำเป็ต้องวิวัฒนาการเพื่อให้มีขนาดของร่างกายที่ใหญ่กว่านี้]
เมื่อถูกต่อว่าโดยผู้เป็อาจารย์ ทันย่าก็เริ่มหน้าจ๋อยลงไปในทันที ต่อให้เขาจะมีความคิดที่แตกต่างไปจากมนุษย์แล้วก็ตาม
แต่สัญชาตญาณในฐานะของมนุษย์ก็ยังคงอยู่ เขาได้แต่คิดอะไรตื้นๆโดยที่ไม่ได้สนใจถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเลยด้วยซ้ำ
“ขอโทษท่านอาจารย์”
“หลังจากนี้ฉันจะเชื่อฟังคำสั่งของท่าน”
ในอดีตทันย่าไม่เคยถูกอบรมสั่งสอนจากใครๆ แม้แต่พ่อแม่ของตนเอง พวกเขาก็ยังไม่สนใจใยดีเลยซักนิด ทำไมเขาไม่รู้ถึงความอบอุ่นหรืออะไรก็ตามที่เป็เื่ดีตุ่์ ตอนนี้พอเขาถูกชื่นชมจากดาวาลนิดหน่อย ทันย่าก็เกิดความคึกคัก ประหนึ่งเด็กน้อยคนนึงเลยก็ว่าได้
[เฮ้อ ทันย่าน้อย เ้ายังคงเด็กเกินไปจริงๆ เราไม่ได้ต่อว่าเ้าเพราะโกรธในความคิดหรือการกระทำอันไร้สาระ]
[แต่เราอยากจะให้เ้าประเมินสถานการณ์โดยรวมด้วยตนเอง ตอนนี้เ้าไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็ถึงเบฮีมอทผู้ยิ่งใหญ่แล้วนะ]
[จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณ ละทิ้งความคิดอันฟุ้งซ่านต่างๆออกไป เชื่อมั่นต่อยีนส์พันธุกรรมที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย]
ดาวาลที่นั่งอยู่บนหลังของเขาก็อธิบายออกมา ทำให้ทันย่าในร่างสัตว์อวกาศแทบน้ำตาคลอ
“เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง หลังจากนี้จะทำให้ท่านต้องภูมิใจ ทำให้ตนเองเหมาะสมสำหรับสายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด”
เมื่อมีความเชื่อมั่น แววตาของทันย่าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบฉบับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เด็กสาวอย่างดาวาลต้องยกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ตอนนี้นางตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเด็กคนนี้ให้เติบโต ต้องกลายมาเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวาลให้ได้
ไม่นานเวลาก็ได้ผ่านไปหลายชั่วโมง
ทันย่าในร่างเบฮีมอทวิ่งด้วยความรวดเร็วในระดับสูงสุดอย่างไม่หยุดพัก
กระทั่งในที่สุด พวกเขาทั้งสองก็ได้มาถึงอาณาเขตริมขอบของทวีปมืด บริเวณที่อยู่ขั้นกลางระดับทวีปมืดและอาณาเขตของโลกมนุษย์
หลังจากเกิดเื่ยุคสมัยแห่งการต่อสู้ ทุกสิ่งก็แปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ในอดีตมันคือทวีปอเมริกาเหนือและถูกคั้นกลางด้วยมหาสมุทรขนาดใหญ่ แต่เมื่อเปลือกโลกได้เคลื่อนตัว เมื่อยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงได้มาถึง มันทำให้ทวีปทั้งหมดรวมตัวกันเป็ผืนเดียว
อาณาเขตของโลกมนุษย์สามารถครอบคลุมทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกาและทวีปออรเตเลียไว้ทั้งหมด
ทวีปมืดคืออาณาเขตของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงทวีปแอนตาร์กติกาที่หนาวเย็นอีกด้วย
ก่อนที่ไวรัสจะแพร่ระบาด อาณาเขตแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเมืองของมนุษย์อยู่มากมายนับพันแห่ง มีประชากรผู้อยู่อาศัยหลายพันล้านคน แต่หลังจากที่เกิดการรุกรานของเหล่ามอนเตอร์ คนในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ก็ละทิ้งทุกสิ่ง หลบหนีไปยังอาณาเขตของโลกมนุษย์
ทวีปมืดจึงไม่ต่างไปจากดินแดนที่เป็ดั่งสรวง์ของเหล่ามอนเตอร์ แต่ก็มีบ้างที่มอนเตอร์อยากจัดการมนุษย์ เข้าโจมตีอยู่ไม่พัก
[ถึงแล้วละศิษย์รัก ขึ้นไป้าได้เลย]
ไม่รอช้า ทันย่าได้ะโและกระโจนขึ้นสู่อาณาเขต้า
ตอนนี้เขาเหมือนอยู่ในหลุมลึกขนาดใหญ่ที่เกิดจากการโจมตีด้วยอาวุธอันร้ายกาจ
ขณะที่โดยรอบบริเวณก็ยังคงเต็มไปด้วยรังสีกลายพันธุ์ที่อันตราย ทำให้พืชพันธุ์นาๆชนิดรวมถึงหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ผิด เบื้องล่างในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสารกัมมันตรังสีจากอาวุธนิวเคลียร์
ถึงมันจะไม่เป็อันตรายต่อนักสู้พันธุกรรมและเหล่ามอนเตอร์ทั้งหลายแหล่ก็ตาม แต่ถ้าเป็คนธรรมดาเหยียบย่างเท้าลงมา พวกเขาคงได้ตกตายลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีอย่างแน่นอน
...
พรุ่งนี้งด อิอิ