หลังจากที่หลินเฟิงพูดคุยกับแม่ของเขาเสร็จ เขาก็จากไปทันที ั้แ่จบการประลอง เขายังไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธ์ใดๆเลย เนื่องด้วยแม่ของเขากำชับให้พักฟื้นจนกว่าจะหายดี แม้ว่าเขาจะอยากฝึกมากขนาดไหนแต่เพื่อความสบายใจของแม่เขา เขาจึงเชื่อฟังแต่โดยดี
[ ย่างก้าวไร้เงา ]
ด้วยความที่กระหายในการฝึกฝน ทำให้ออกมาจากบ้านเขาก็ใช้วรยุทธ์ท่าร่างเพื่อดูพัฒนาการทันที จากที่บิดาของเขาเล่าไว้ เขาสำเร็จขั้น 4 ก่อนจะหมดสติไป อีกทั้งยังหลบการโจมตีของหลินอี้หานในจังหวะสุดท้ายได้อีด้วย
แน่นอนว่าเขาจำได้เพียงลางๆเท่านั้น และหลินเฟิงก็ใช้เวลาประมาร หนึ่งชั่วยามในการสำเร็จ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ขั้น 4 อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเข้าใจในวรยุทธ์ท่าร่างนี้อีกด้วย
“ไม่แปลงในเหตุใดที่ฝึกฝนยากขนาดนี้ หากข้าไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ข้าคงไม่สามารถพัฒนา [ ย่างก้าวไร้เงา ] ได้เเร็วเช่นนี้แน่” หลินเฟิงพรึมพรำกับตัวเอง แน่นอนว่าเขาพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก เพราะสิ่งที่เขา้าจากงานประลองไม่ใช่รางวัล แต่เป็คู่ต่อสู้เช่นหลินอี้หานเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองหาจุดบกพร่องของตนเองแล้วจึงแก้ไข
[ ทลายภูผา ]
หลังจากตรวจสอบ [ ย่างก้าวไร้เงา ] เสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ต่อด้วย [ ทลายถูผา ] ทันที แม้ว่าวรยุทธ์โจมตีนี้จะยังอยู่ขั้น 3 เช่นเดิมแต่ผลลัพก็น่าพอใจเช่นกัน เพราะมันรุนแรงขึ้น รวมทั้งเขายังเข้าใจมันมากขึ้น ทำให้เวลาใช้มันออกมานั้น ทำได้ดีกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว
“แม้จะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ก็พัฒนามามากเช่นกัน” หลินเฟิงพูดกับตัวเอง พร้อมดวงตาที่เป็ประกาย
“เอาละ วรยุทธ์สุดท้ายแล้ว” หลินเฟิงกล่าวพรึมพรำ จากนั้นจึงใช้วรยุทธ์
[ ดัชนีพิฆาต ]
แน่นอนว่าย่อมต้องพัฒนาเช่นเดียวกับวรยุทธ์อื่นๆ ถึงแม้ว่ามันจะยังอยู่ขั้น 4 เช่นเดิม ถึงเขาจะไม่ได้ใช้ในงานประลองเลยก็ตาม แต่มันแม่นยำมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น นี้คือผลจากการพัฒนาด้านความเข้าใจของหลินเฟิง ในขณะที่ต่อสู้กับผู้อื่นโดยเฉพาะกับหลินอี้หาน ทำให้เขาเรียนรู้และเข้าใจอะไรได้มากขึ้น นี้ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น แม้จะยังอยู่ระดับพื้นฐานขั้น 4 ก็ตาม
ตอนนี้หลินเฟิงสามารถใช้วรยุทธืได้ดีมากขึ้น แม่นยำ รวดเร็ว เขายังสามารถลบจุดบกพร่องของตนได้อีกด้วย ด้วยพัฒนาการครั้งนี้ เขาอยากสู้กับหลินอี้หานอีกสักครั้ง เขามั่นใจว่าผลลัพธ์จะไม่เป็เช่นเดิมอีกแน่นอน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เขาพัฒนามาได้ขนาดนี้ย่อมต้องขอบคุณความดีความชอบจากหลินอี้หาน เขาใช้หลินอี้หานเป็หินลับมีด แน่นอนว่ารู้สึกผิด แต่เขาก็คิดแล้วว่าจะไปขอบคุณหลินอี้หานที่หลัง ยังไงเสียหลินอี้หานก็มีศักดิ์เป็อาของเขา
“หลินเฟิง!!” เสียงของสตรีนางหนึ่ง
ระหว่างที่หลินเฟิงกำลังคิดถึงการพัฒนาของตัวเองอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น แน่นอนว่าหลินเฟิงย่อมรู้ว่าเป็ผู้ใด หลินเฟิงจึงเดินไปที่หน้าประตูเพื่อไปพบกับแขกของเขาทันที
“เ้าคิดถึงข้างั้นรึ ถึงได้มาหาข้าที่บ้านเชนนี้” เมื่อหลินเฟิงเปิดประตูก็กล่าวหยอกล้อหลินหลานทันที หลินหลานนั้นมาเยี่ยมเขาบ่อยๆในระหว่าง 1 อาทิตย์ที่เขาต้องพักฟื้นตัว ดังนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่านางเป็ห่วงเขามากแค่ไหน
“ใครจะไปคิดถึงเ้ากัน” หลินหลานพูดอย่างไม่พอใจกับคำหยอกล้อของหลินเฟิง
“เราเข้ามาคุยในบ้านกันดีกว่า” หลินเฟิงก็ได้เชิญหลินหลานเข้ามาในบ้านของตนทันที
“เอาละ เ้ามีเื่อะไรหรือเปล่าถึงได้มาหาข้าที่บ้านเช่นนี้” เมื่อเข้ามาในบ้านหลินเฟิงก็กล่าวถามทันที
“ปู่ของข้าออกมาจากการเก็บตัวแล้ว และเขา้าพบเ้า” หลินหลานกล่าว พร้อมด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อย
“ปู่เ้า!! แล้วเขาจะอยากเจอข้าไปทำไม?” หลินเฟิงนั้นไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมปู่ของหลินหลานถึงอยากจะพบเจอเขา
“เขาคงได้ยินเื่ของเ้ามา แล้วอยากคุยกับเ้า เลยให้ข้ามาเชิญเ้าไปบ้านเนี่ยแหละ” ยิ่งหลินหลานกล่าวอธิบายมากเท่าใด ใบหน้านางก็แดงมากเท่านั้น จนนางต้องหันหน้าหลบหลินเฟิงกลัวหลินเฟิงจะสังเกตเห็น
“อืม ยังไงก็ปู้เ้า ข้าไปพบได้แน่นอน แล้วจะไปกันเมื่อใด” หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่สักคู่ก่อนจะกล่าวตอบ
แน่นอนว่าคำตอบของหลินเฟิงยิ่งทำให้ใบหน้าของนางแดงขึ้นราวกับลูกสตอเบอรี่ แต่นางยังคงหลบหน้าหลินเเฟิงทำให้หลินเฟิงมิงไม่เห็นว่าเกิดอันใดขึ้นกับหน้าของหลินหลานบ้าง
“เย็นนี้ ไปกินข้าวเย็นที่บ้านข้า ปู้ข้าอยากจะคุยกับเ้าตอนนั้นละ ไม่มีอะไรแล้วข้ากลับก่อนดีกว่า” หลินหลานพูดจบก็ลุกขึ้นและจากไปทันทีโดยไม่รอให้หลินเฟิงกล่าวอะไร
“นางเป็อะไรหรือเปล่า เห็นเร่งรีบเช่นนี้” หลินเฟิงพรึมพรำขณะมองดูหลินหลานจากไป เมื่อหลินหลานจากไปเขาก็กลับไปฝึกฝนต่อตามเดิม ด้วยความที่ไม่ได้ฝึกฝนมา 1 อาทิตย์ ทำให้วันนี้เขาฝึกฝนอย่างบ้าครั้ง
“อ่ะ ได้เวลาแล้วสินะ” หลินเฟิงที่ฝึกฝนอยู่นั้นก็คิดได้ว่ามีนัดกับปู่ของหลินหลาน จึงรีบไปเตรียมตัวแล้วออกเดินทางไปบ้านหลินหลานทันที
วันนี้ตลอดทั้งวัน เขาพัฒนาขึ้นด้วยการแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเอง ยิ่งเขาต่อสู้กับคู่ต่อสู้หลากหลายมากเท่าใด ยิ่งทำให้เขาเห็นจุดบกพร่องของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น และตอนนี้การใช้วรยุทธ์ทั้งวรยุทธ์ท่าร่าง และวรยุทธ์โจมตีของเขาเฉียบแหลม คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาแม้จะต้องเจอกับหลินอี้หานอีกครั้ง เขาก็ไม่หวั่น แม้เขาจะเอาชนะไม่ได้ แต่เขาก็ไม่มีทางแพ้ง่ายๆหรือถูกต้อนให้จนมุม จนต้องมีสภาพน่าเวทนาเช่นเดิมอีกแน่นอน แม้หลินอี้หานจะเอาจริงก็ตาม
ระหว่างทางที่หลินเฟิงเดินไปบ้านหลินหลานนั้น มีผู้คนมากมายในหมู่บ้านตระกูลหลินมองหลินเฟิงด้วยสายตาที่เป็ไป ในสายตาพวกเขามีทั้งความยำเกรง ความเคารพและที่สำคัญคือความกลัว พวกเขาเ่าั้เคยดูถูกหลินเฟิงมาก่อน ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินเฟิงในตอนนี้จึงรู้สึกกลัวเป็ธรรมดา มีใครบ้างที่สู้สัตว์ประหลาดเช่นหลินเฟิงได้
ก๊อกๆ
“หลินหลาน ข้ามาแล้ว”
หลังจากหลินเฟิงเดินมาได้สักพัก เขาก็มาถึงบ้านของหลินหลาน เขาก็เคราะประตูจากนั้นจึงเรียกหลินหลาน