ค่ำคืนนั้นเริ่มต้นด้วยความเงียบสงบอันเป็ปกติของชีวิต เอลาร่ากำลังจมดิ่งอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่ เผยให้เห็นลายเส้นดินสอที่กำลังก่อร่างเป็ภาพของป่าสนในยามค่ำคืน เธอชอบความเงียบ ชอบการอยู่คนเดียวกับความคิดของตัวเอง ซึ่งเป็คุณสมบัติที่เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายมองว่า "แปลก" แต่สำหรับเธอ มันคือความสบายใจ
เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากหูฟังช่วยตัดขาดเธอจากโลกภายนอก กลิ่นดินหลังฝนตกจางๆ ลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่แง้มไว้ เป็กลิ่นที่เธอคุ้นเคยและรักเสมอมา ชีวิตในเมืองเล็กๆ ชานป่าแห่งนี้อาจจะน่าเบื่อสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเอลาร่า มันคือทั้งหมดที่เธอรู้จักและ้า
ภาพวาดใต้มือของเธอค่อยๆ ปรากฏรูปร่างชัดเจนขึ้น เป็ป่าไผ่ที่มีแสงจันทร์ส่องผ่านใบไม้ สร้างเงาลึกลับบนพื้นดิน เธอเคยฝันถึงป่าแห่งนี้หลายครั้ง ฝันที่ดูสมจริงจนเธอตื่นขึ้นมาแล้วยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นของใบไม้และเสียงลมที่พัดผ่าน มันเป็ฝันที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน แม้ว่าเธอจะไม่เคยไปที่ไหนเลยนอกจากเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ขณะที่เธอกำลังเพิ่มรายละเอียดให้กับใบไผ่ใบหนึ่ง เสียงเบาๆ จากชั้นล่างทำให้เธอหยุดมือ เป็เสียงพ่อแม่คุยกันในห้องครัว แต่น้ำเสียงดูตึงเครียดผิดปกติ เอลาร่าวางดินสอลง ดึงหูฟังออกจากหูข้างหนึ่ง และเงี่ยหูฟัง
"...พวกเขาใกล้จะมาแล้ว" เสียงของแม่ดังขึ้นเล็กน้อย มีความกังวลแฝงอยู่ "ฉันรู้สึกได้ เลียน่า พวกเขากำลังค้นหา"
"เราจะปกป้องเธอได้" เสียงของพ่อตอบกลับมา แต่ก็ไม่ได้ฟังดูมั่นใจเท่าไหร่ "เอลาร่าไม่รู้อะไรเลย เธอยังเป็เด็ก"
"เธออายุสิบเจ็ดแล้ว เลียน่า เืในตัวเธอเริ่มตื่นตัวแล้ว เธอฝันถึงป่าแห่งบ้านเกิดของฉันบ่อยขึ้น วาดภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับรู้ทุกรายละเอียด"
เอลาร่าขมวดคิ้ว ป่าแห่งบ้านเกิด? แม่เธอเกิดที่ไหน? ตลอดมาแม่ไม่เคยเล่าเื่ในอดีตให้ฟัง เพียงบอกว่าเป็คนจากต่างประเทศที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อแต่งงานกับพ่อ
"ถ้าพวกเขาพบเธอ..." เสียงของแม่สั่นเครือ
"จะไม่มีวันนั้น" พ่อขัดจังหวะ "ถ้าจำเป็ เราจะพาเธอหนีไปไกลๆ"
"หนีไปไหน? พวกเขาตามหาได้ทั่วโลก เลียน่า และเธอก็รู้ดีว่าพี่ชายของเธอจะไม่ช่วยเราอีกแล้ว ไม่หลังจากครั้งที่แล้ว"
พี่ชาย? เอลาร่าไม่เคยรู้เลยว่าพ่อมีพี่น้อง ทำไมพ่อแม่ไม่เคยเล่าให้ฟัง? และทำไมพวกเขาพูดเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังตามล่าพวกเขาอยู่?
ก่อนที่เธอจะได้คิดต่อ ทันใดนั้น เสียงเพลงในหูฟังก็ถูกแทรกด้วยแรงสั่นะเืที่พื้นบ้าน มันไม่ใช่แรงสั่นธรรมดา แต่เป็แรงกระแทกหนักๆ ที่ทำให้แก้วน้ำบนโต๊ะของเธอสั่นไหว ภาพวาดที่เธอวาดไว้กระดิกไปมา เอลาร่าดึงหูฟังออก ความเงียบที่เคยเป็เพื่อนกลับกลายเป็ความเงียบที่น่าหวาดหวั่น
เสียงการสนทนาจากชั้นล่างหยุดลงทันที แทนที่ด้วยความเงียบที่หนักอึ้ง จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบ เสียงของแม่เรียกชื่อพ่อด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
และแล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง...เสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจของตัวเอง
"แม่!"
เอลาร่าผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรุนแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก เธอวิ่งออกจากห้องนอนไปยังโถงทางเดิน ภาพที่เห็นทำให้เืในกายเธอเย็นเยียบ ประตูหน้าบ้านพังกระจาย เศษไม้กระเด็นไปทั่ว เหมือนกับว่ามีบางสิ่งที่แข็งแกร่งมากพุ่งเข้ามาทำลายมัน
ที่กลางห้องนั่งเล่น ร่างของพ่อเธอกำลังยืนประจันหน้ากับกลุ่มชายในชุดคลุมยาวสีเขียวมรกตราวกับใบไม้แรกผลิ พวกเขามีรูปร่างสูงโปร่งและเคลื่อนไหวด้วยความสง่างามที่ดูผิดธรรมชาติ ผิวของพวกเขาขาวใสราวกับแก้วใส ใบหน้าที่สวยงามจนดูไม่เหมือนมนุษย์ หูที่แหลมเรียวยาวเหมือนในเทพนิยาย แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาของพวกเขา...มันส่องประกายเรืองรองในความมืด เป็ประกายสีทองที่ไร้ซึ่งความปรานี เ็าและเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
และในวงล้อมของชายเ่าั้ คือแม่ของเธอ...ใบหน้าของท่านซีดเผือด แขนถูกจับไพล่หลังโดยชายสองคน แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เสื้อผ้าของแม่ขาดรุ่งริ่ง เหมือนกับว่าเธอได้ต่อสู้มาก่อนหน้านี้
เอลาร่าสังเกตเห็นว่าแม่ของเธอดูแตกต่างไปจากเดิม ผมสีน้ำตาลทองที่ปกติจะเรียบเสมอ บัดนี้กลับมีประกายแปลกๆ ส่องออกมา และใบหน้าที่เคยดูอ่อนเยาว์ กลับดูคมคายและสง่างามขึ้น เหมือนกับว่าหน้ากากบางอย่างกำลังหลุดออกไป
"ปล่อยเธอ!" พ่อของเธอคำราม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่เสียงทุ้มนุ่มที่เธอเคยได้ยิน แต่เป็เสียงคำรามต่ำในลำคอที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบ ดวงตาของพ่อที่ปกติเป็สีน้ำตาลอบอุ่น บัดนี้กลับฉายแววสีแดงจางๆ ในความมืด เขายืนในท่าทางที่ดูคล้ายสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ กล้ามเนื้อในแขนและไหล่ตึงเครียดจนเห็นเส้นเอ็นชัดเจน
"นางเป็ของเผ่าพันธุ์เรา เืผสม" หนึ่งในชายชุดคลุมกล่าว น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่ก้องกังวาน เป็เสียงที่ไพเราะแต่เ็าจนขนลุก "ถึงเวลากลับบ้านแล้ว เซเรเนีย เ้าหลบหนีมานานพอแล้ว ส่วนเ้า...แวมไพร์ผู้ทรยศ เ้าทำผิดกฎที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การดำรงอยู่ของเด็กคนนั้นคือความผิดพลาดที่ต้องถูกแก้ไข"
เซเรเนีย? นั่นไม่ใช่ชื่อของแม่เธอ แม่เธอชื่อซาร่าห์ แวมไพร์? เืผสม? เด็กคนนั้น? สมองของเอลาร่าหมุนคว้าง เธอไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง มันเหมือนกับว่าเธอกำลังจะะเิออกมาจากความสับสน ทุกสิ่งที่เธอเคยรู้เคยเชื่อกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ชายชุดคลุมคนที่ดูเป็หัวหน้าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ใบหน้าที่สวยงามจนน่าหลงใหลของเขาเต็มไปด้วยความเ็า "เซเรเนีย เ้าคิดว่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ในโลกมนุษย์ได้นานแค่ไหน? เืของเผ่าพันธุ์เราเจือจางลงทุกวันที่ผ่านไป เรา้าเ้ากลับมา และเรา้าลูกสาวของเ้า"
"ฉันจะไม่กลับไป!" แม่ของเอลาร่าะโขึ้น เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้อง "และฉันจะไม่ยอมให้พวกเ้าแตะต้องลูกสาวของฉัน!"
ขณะที่เธอพูด ผมสีน้ำตาลทองของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็สีเงินระยิบระยับ ดวงตาที่เคยเป็สีน้ำตาลอ่อนโยนกลับกลายเป็สีเขียวมรกตเหมือนกับชายเ่าั้ ใบหน้าของเธอคมคายขึ้น หูเริ่มแหลมเรียว เอลาร่าจ้องมองด้วยความใ แม่ของเธอ...ไม่ใช่มนุษย์
"เซเรเนีย" ชายคนนั้นเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น แต่ก็ยังคงเ็า "เ้าเป็เ้าหญิงของเผ่าเอลฟ์ เืของเ้าบริสุทธิ์และทรงคุณค่า ลูกสาวของเ้าเป็ความหวังสุดท้ายในการฟื้นฟูเผ่าพันธุ์ของเรา เธอต้องกลับมาบ้าน"
"เธอเป็ลูกของฉัน!" พ่อของเอลาร่าคำรามขึ้น "และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอ!"
เขาพุ่งตัวไปข้างหน้า ความเร็วของเขาเหนืุ์จนเอลาร่ามองตามแทบไม่ทัน แต่ชายเอลฟ์เ่าั้ก็เคลื่อนไหวได้เร็วพอๆ กัน พวกเขาหลบหลีกและโจมตีกลับด้วยความสง่างามที่ดูเหมือนการเต้นรำ
เสียงการต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหว เฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นแตกกระจายไปทั่ว พ่อของเธอต่อสู้อย่างดุเดือด เล็บของเขายาวออกมาเป็กรงเล็บที่คมกริบ เขาขย้ำและฉีกด้วยความโหดร้ายที่เอลาร่าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ชายเอลฟ์เ่าั้ก็ไม่ได้ง่ายดาย พวกเขาใช้เวทมนตร์ แสงสีเขียวพุ่งออกมาจากมือของพวกเขา เถาวัลย์งอกออกมาจากพื้นไม้เพื่อพันธนาการ
ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป เอลาร่าสังเกตเห็นว่าพ่อของเธอเริ่มเหนื่อยล้า เขาต่อสู้กับศัตรูหลายคนพร้อมกัน และแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่คู่แข่งของพวกเขาเมื่อต้องต่อสู้คนเดียว
"เอลาร่า! หนีไป!" เสียงของพ่อดังขึ้นท่ามกลางเสียงการต่อสู้
แต่เอลาร่ายืนนิ่งแข็งทื่อราวกับถูกสาป ขาของเธอไม่ขยับ เธอทำได้เพียงมองภาพพ่อที่กำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อปกป้องครอบครัว ดวงตาของเขาเป็สีแดงฉานเต็มที่แล้ว เขาไม่ใช่พ่อที่อ่อนโยนที่เธอรู้จัก เขาเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวและทรงพลัง
"เอลาร่า! ไปสิลูก!" เสียงของแม่ะโแทรกเข้ามา ปลุกเธอจากภวังค์
เธอหันไปมองแม่ ดวงตาสีเขียวมรกตของแม่เต็มไปด้วยความรักและความหวาดกลัว "วิ่งไปหาพ่อ! ไปเดี๋ยวนี้!"
แต่แล้วทุกอย่างก็สายเกินไป ชายชุดคลุมคนหนึ่งแยกตัวออกมาและตรงมาที่เธอ เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่าหลงใหล ดวงตาสีทองของเขาจ้องมองเธออย่างหิวกระหาย เอลาร่าถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ
"เด็กน้อย" เขาพูดด้วยเสียงที่ไพเราะแต่เ็า "เ้าคือสิ่งที่เราตามหามานาน เืผสมระหว่างเอลฟ์และแวมไพร์ เ้าจะเป็กุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเผ่าพันธุ์ของเรา"
เขายื่นมือออกมาหาเธอ แต่ก่อนที่เขาจะแตะต้องได้ ร่างของพ่อเธอก็เข้ามาขวางไว้ เขาคว้าแขนเธออย่างแรงและลากเธอไปยังประตูหลัง
"พ่อ! แล้วแม่ล่ะคะ!" เธอร้องถาม น้ำตาไหลอาบแก้ม
"พ่อต้องกลับไปช่วยแม่ แต่ลูกต้องหนีไปก่อน!" เขาพูดอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาสบตากับเธออย่างลึกซึ้ง "ฟังพ่อนะเอลาร่า ทุกสิ่งที่ลูกเคยรู้มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด พ่อเป็แวมไพร์ แม่ของลูกเป็เอลฟ์ และลูก...ลูกคือลูกครึ่งของทั้งสองเผ่าพันธุ์ พวกนั้นคือเอลฟ์ พวกเขา้าตัวลูกกลับไปเพื่อรักษาสายเืบริสุทธิ์ของพวกเขา"
ทุกคำพูดเหมือนค้อนที่ทุบลงมาบนโลกทั้งใบของเธอ แวมไพร์? เอลฟ์? มันเหมือนเื่ในนิยายแฟนตาซีที่เธอชอบอ่าน ไม่ใช่เื่จริง แต่แววตาที่จริงจังและสิ้นหวังของพ่อทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้
"แต่พ่อ..." เธอพูดด้วยเสียงสั่น
"ไม่มีเวลาแล้วลูก" พ่อขัดจังหวะ เขามองไปทางห้องนั่งเล่นที่เสียงการต่อสู้ยังคงดังอยู่ "พวกเขาแข็งแกร่งกว่าที่พ่อคิด และพวกเขามาเป็กลุ่มใหญ่"
พ่อลากเธอออกมายังสวนหลังบ้านที่มืดมิด อากาศกลางคืนเย็นเฉียบ ทำให้เธอตัวสั่น เสียงการต่อสู้ยังคงดังมาจากในตัวบ้าน เสียงแตกหักของเฟอร์นิเจอร์ เสียงคำรามของพ่อ และเสียงเวทมนตร์ของเอลฟ์
"พ่อจะพาไปส่งที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่พวกเขาจะหาลูกไม่เจอ" พ่อพูดขณะที่ทั้งสองเดินผ่านสวนผักที่แม่ปลูกไว้ "มันอาจจะไม่ใช่ที่ที่ลูกคาดหวัง แต่มันปลอดภัย"
ทั้งสองวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในป่ารกทึบ กิ่งไม้ขีดข่วนแขนและใบหน้าของเธอจนแสบไปหมด แต่เธอก็ไม่สนใจ ความเ็ปทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเ็ปในใจ พ่อของเธอวิ่งโดยไม่หันกลับมามอง เขาวิ่งด้วยความเร็วเหนืุ์จนเอลาร่าแทบจะก้าวขาตามไม่ทัน
ขณะที่พวกเขาวิ่งลึกเข้าไปในป่า เอลาร่าสังเกตเห็นว่าต้นไม้รอบๆ เริ่มเปลี่ยนไป มันใหญ่ขึ้น เก่าแก่ขึ้น และมีพลังงานแปลกๆ แผ่ออกมา เหมือนกับว่าพวกเขากำลังเข้าสู่ดินแดนที่แตกต่างจากโลกที่เธอรู้จัก
ภาพบ้านที่เคยอบอุ่นซึ่งบัดนี้มีแสงไฟลุกท่วมอยู่ลิบๆ คือภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นก่อนที่ต้นไม้จะบังไว้ เธอหันกลับไปมองอีกครั้ง หัวใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความกลัว บ้านที่เธอเติบโตมา ความทรงจำดีๆ ทั้งหมด ตอนนี้กำลังถูกทำลายโดยสิ่งมีชีวิตที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
หลังจากวิ่งมานานเท่าไหร่มิอาจทราบได้ ในที่สุดพ่อของเธอก็หยุดลงที่หน้าป่าซึ่งดูหนาทึบและลึกลับกว่าส่วนอื่นๆ ต้นไม้ที่นี่สูงใหญ่มโหฬาร กิ่งก้านพันเกี่ยวกันจนแทบไม่เห็นท้องฟ้า ความมืดที่นี่หนาทึบจนน่าขนลุก แต่พ่อของเธอดูคุ้นเคยกับที่แห่งนี้
"ที่นี่แหละ" เขาหอบหายใจเล็กน้อย ซึ่งเป็สิ่งที่เอลาร่าไม่เคยเห็นมาก่อน พ่อของเธอไม่เคยเหนื่อยจากการออกกำลังกาย
"ที่ไหนคะพ่อ? เราจะไปไหนกัน?" เธอถามด้วยเสียงสั่น มองรอบๆ ป่าที่ดูน่าหวาดกลัว
พ่อไม่ได้ตอบทันที แต่เขากลับคุกเข่าลงตรงหน้าเธอและจับไหล่ทั้งสองข้างไว้แน่น มือของเขาเย็นเฉียบ เย็นกว่าที่เคยเป็ "เอลาร่า ฟังพ่อให้ดี พ่อต้องกลับไปหาแม่ พ่อจะพาลูกไปฝากไว้กับคนคนหนึ่ง เขาเป็พี่ชายของพ่อ เขาจะปกป้องลูกได้"
"พี่ชาย? พ่อมีพี่ชายด้วยเหรอคะ?" เธอถามด้วยความสับสน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีญาติคนอื่น
"เราไม่ได้พบกันมานานมากแล้ว...นานมากจริงๆ" พ่อพูดเสียงแ่ ดวงตาของเขาเศร้าโศก "เขาอาจจะ...ไม่เหมือนที่ลูกคิด เขาเ็าและสันโดษ แต่เขาแข็งแกร่ง และเขาเป็หนี้ชีวิตพ่อ เขาจะดูแลลูก สัญญา"
"แต่พ่อ ทำไมเราไม่อยู่ด้วยกันล่ะคะ? ทำไมต้องแยกกัน?" เธอถามด้วยน้ำตาไหล
พ่อมองเธอด้วยความรักและความเศร้าโศก "เพราะพ่อต้องไปช่วยแม่ และถ้าพ่อพาลูกไปด้วย ลูกอาจจะได้รับอันตราย พี่ชายของพ่อแข็งแกร่งกว่า เขาจะปกป้องลูกได้ดีกว่า"
พ่อดึงเธอเข้ามากอดแน่น เป็กอดที่ทั้งอบอุ่นและเ็ป กลิ่นของพ่อที่เธอคุ้นเคย กลิ่นของโคโลญจ์และกลิ่นไม้ ตอนนี้ปนกับกลิ่นของเืและความกลัว
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะลูก" เขากระซิบใส่หูเธอ "จงแข็งแกร่ง จงเรียนรู้ที่จะใช้พลังที่อยู่ในตัวลูก และจงจำไว้ว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน"
"พลังในตัวหนู?" เธอถามด้วยความสับสน
"ลูกจะเข้าใจเอง เมื่อถึงเวลา" พ่อตอบ "พ่อรักลูกนะเอลาร่า"
เขากระซิบคำสุดท้าย ก่อนจะคลายอ้อมกอดและผลักเธอไปข้างหน้าเล็กน้อย "เดินตรงเข้าไป อย่าหยุด แล้วลูกจะเจอบ้านหลังหนึ่ง ไปที่นั่นแล้วบอกว่าลูกเป็ลูกสาวของข้า เขาจะเข้าใจ"
"แล้วพ่อล่ะคะ! ไปด้วยกันสิคะ!" เธอร้องออกมาสุดเสียง พยายามจะคว้าแขนของเขาไว้
แต่พ่อของเธอกลับถอยห่างออกไป ร่างของเขาเริ่มเลือนหายไปในเงามืดของป่า "พ่อจะกลับมา...พ่อสัญญา" เสียงของเขาลอยมากับสายลม ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงสะอื้นของเอลาร่าที่ยืนอยู่อย่างเดียวดายหน้าผืนป่าอันมืดมิด
เธอไม่รู้ว่าตัวเองยืนร้องไห้อยู่นานเท่าไหร่ แต่คำสั่งเสียของพ่อยังคงก้องอยู่ในหัว "จงมีชีวิตอยู่ต่อไป" เธอปาดน้ำตาอย่างลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มก้าวเดินเข้าไปในป่าทึบตามที่พ่อบอก
ป่าแห่งนี้แตกต่างจากป่าหลังบ้านของเธออย่างสิ้นเชิง มันเงียบสงัดจนน่าขนลุก ไม่มีแม้แต่เสียงของแมลงหรือสัตว์กลางคืน ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่และบิดเบี้ยวราวกับั์โบราณที่กำลังหลับใหล หมอกจางๆ ลอยเรี่ยอยู่บนพื้นทำให้บรรยากาศยิ่งดูวังเวง
ขณะที่เธอเดินไป เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังงานแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากป่า มันเป็พลังงานที่เก่าแก่และทรงอำนาจ ทำให้ขนบนแขนของเธอลุกซู่ เธอรู้สึกเหมือนกับว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองเธออยู่จากเงามืด แต่เมื่อเธอหันไปมอง ก็ไม่เห็นอะไรเลย
แต่เอลาร่าก็ยังคงก้าวต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่เหลืออยู่ทั้งหมด เธอต้องเชื่อในคำพูดของพ่อ เธอต้องเชื่อว่าที่ปลายทางจะมีความปลอดภัยรออยู่
และแล้วเธอก็เห็นมัน...คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางที่โล่ง มันดูเก่าแก่และผุพังราวกับถูกทอดทิ้งมานานนับศตวรรษ เถาวัลย์แห้งกรังเลื้อยปกคลุมกำแพงหินจนแทบไม่เห็นสีเดิม หน้าต่างบางบานแตกเป็รูโหว่ ส่วนบางบานก็ปิดสนิทด้วยไม้กระดาน
แต่ถึงอย่างนั้น คฤหาสน์หลังนี้กลับแผ่พลังงานบางอย่างที่ทรงอำนาจและน่าเกรงขามออกมา เป็ความรู้สึกที่ทำให้เธออยากจะหันหลังวิ่งหนี แต่คำสัญญาของพ่อก็รั้งเธอไว้ เธอต้องเชื่อใจพ่อ
เธอเดินไปจนถึงหน้าประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ที่สลักลวดลายอย่างวิจิตรแต่กลับซีดจางตามกาลเวลา ลวดลายเ่าั้ดูเหมือนจะเล่าเื่ราวบางอย่าง เื่ราวของการต่อสู้ ของความรัก และของความสูญเสีย เธอยกมือขึ้นหมายจะเคาะ แต่แล้วประตูบานหนักนั้นกลับเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่บาดหู
เื้ัประตูนั้นคือความมืดมิดของโถงทางเดิน และในใจกลางของความมืดนั้น มีร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็ชายร่างสูงโปร่งที่สวมชุดสีเข้มทั้งตัว ผมสีดำสนิทของเขารับกับผิวที่ขาวซีดราวกับกระดาษ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาจนดูไม่เหมือนมนุษย์ คมคายและเ็าราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อน
แต่สิ่งที่ทำให้เอลาร่าหยุดหายใจคือดวงตาของเขา...ดวงตาสีแดงฉานที่กำลังจ้องมองเธออย่างเ็า มันเป็สีแดงของเืสด เป็สีแดงที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและเบื่อหน่ายในโลกมานานแสนนาน ดวงตาที่เห็นความตายมามากมายจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
"น้องชายข้าส่งเ้ามาสินะ"
น้ำเสียงของเขาดังขึ้น ทำลายความเงียบ มันเป็เสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจในสิ่งใดเลยในโลกนี้
"ช่างหาเื่เดือดร้อนมาให้ไม่เปลี่ยน"
คำพูดแรกที่เธอได้ยินจากลุงผู้ไม่เคยพบหน้า มันไม่ได้มีการต้อนรับ ไม่ได้มีความเห็นใจ มันมีเพียงความเ็าที่กรีดลึกเข้ามาในหัวใจที่บอบช้ำของเธอ เอลาร่ากำหมัดแน่น ความกลัวที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น...ความรู้สึกเหมือนหนีจากกรงขังหนึ่ง มาเพื่อเข้าสู่อีกกรงขังหนึ่งที่ใหญ่กว่าและมืดมิดกว่าเดิม