ตอนที่8 เมืองจิ้นหยง
เส้นทางระหว่างหมู่บ้านเขียวจีและเมืองจิ้นหยงนั้น ส่วนใหญ่เป็พื้นที่ราบ สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้า ูเาลำเนาไพร อีกทั้งยังตั้งไว้ด้วยหุบเขาขนาดใหญ่เป็ผาหินราบเรียบตั้งเป็แนวตรงตระหง่านที่แห่งนั้นปกคลุมไปด้วยหมอกควันหนาทึบจนมองอะไรไม่ชัดตาสร้างความรู้สึกให้เหมือนเป็ดินแดนลี้ลับ ให้คนปกติไม่กล้าเข้าไป
ตามถนนเส้นทางที่ตัดผ่านป่าแห่งหนึ่งมีกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆกำลังเดินทางตัดผ่านมันประกอบด้วยเด็กชายอายุ7 ปีเดินจูงม้าสีดำพ่วงพีตัวใหญ่ที่มีเด็กหญิงตัวน้อยที่อายุเยาวัยกว่ามัน นั่งอยู่ด้วยสีหน้าเริงร่าในมือเด็กหญิงถือไว้ด้วยกิ่งไม้เล็ก นางโบกตวัดไปมากลางอากาศด้วยท่าทีสนุกสนาน มืออีกข้างถือไว้ด้วยผลไม้หวานที่ยังกินไม่หมด
ที่ข้างกายเด็กหนุ่มมีหญิงสาวชุดขาวใส่ผ้าคลุมหน้านางนึงเดินย่างกรายเรียบช้าแ่เบาเหมือนนางเซียนที่ออกมาท่องเที่ยวแดนมนุษย์สัตว์น้อยใหญ่แถวนั้น ไม่ว่าจะเป็นก กระรอก หรือกวางต่างเผลอจ้องมองมายังนางเหมือนตกในภวังค์
“เดินหน้า โจมตี บุกไป ...พลทหารเกอเกอเดินให้ไวกว่านี้!” เด็กหญิงตัวน้อยสั่งอย่างวางอำนาจ
“เสี่ยวไป๋นั่งให้ดีๆเดี๋ยวได้ตกลงจากหลังม้าหรอก” ซูรั่วซานกล่าวดุบุตรี
“ท่านแม่!ไม่ใช่เสี่ยวไป๋ ตอนนี้ข้าเป็แม่ทัพหญิงเสี่ยวไป๋ ผู้พดุงคุณธรรม กำจัดมารร้าย!ย้ะ ย้ะ ย้ะ” เด็กน้อยพูดพางตวัดมือวาดกิ่งไม้ในมือไปมามารดานางเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มระอา “พลทหารเกอเกอ บอกให้ไวกว่านี้!”
“ขอรับท่านแม่ทัพหญิงเสี่ยวไป๋” เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย
“ท่านแม่ที่นั้นเรียกอะไร”เด็กหญิงชี้ไปทางหุบเขาหมอก
“นั้นเรียกหุบเขาหมอก”ซูรั่วซานตอบ
“น่าเล่นยิ่งที่นั้นต้องมีมารร้ายอยู่แน่ พลทหารเกอเกอ มุ่งไปทางนั้นเสี่ยวไป๋จะได้แสดงความสง่างาม ของแม่ทัพหญิงเสี่ยวไป๋ให้ชม ย้ะ ย้ะ ย้ะ”เด็กน้อยตวัดกิ่งไม้ไปมาด้วยท่าทางที่นางคิดว่า สง่างามเสียเต็มประดา...เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนในใจ
“เสี่ยวไป๋เราจะไปเมืองจิ๋นหยงกันที่นั้นมีขนมมากมายที่เสี่ยวไป๋ชอบ เดี๋ยวแม่ซื้อพุดทราเชื่อมให้เ้าดีหรือไม่”ซูรั่วซานว่า
“ไม่ไป!แม่ทัพหญิง เสี่ยวไป๋ จะไปปราบมารที่หุบเขาหงอก!” เสี่ยวไป๋แก้มป่อง
‘เป็หุบเขาหมอกต่างหากแม่ทัพหญิงพูดผิดซะแล้ว’ เด็กชายคิดในใจ
“งั้นหรือแต่แม่ได้ยินว่าที่หุบเขาหมอกมีอสูรร้ายที่น่ากลัวมากมันชอบจับเด็กผู้หญิงตัวน้อยกินเป็อาหารว่ากันว่าแม้แต่โครงกระดูกก็ไม่เหลือทิ้งไว้!ยิ่งเป็เด็กหญิงที่เป็ถึงแม่ทัพหญิงผู้สง่างาม อีกทั้งยังไม่เชื่อฟังวาจามารดายิ่งเป็ของโปรดของมัน”
แม่ทัพหญิงเสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นจึงหน้าเสียเล็กน้อย“มะ... แม่ทัพหญิงเสี่ยวไป๋ หิวแล้ว จะละเว้นเ้ามารร้ายนั้นไปซักครั้งมุ่งหน้าไปเมืองจิ้นหยง!” ซูรั่วซานยิ้มส่ายหัวเล็กน้อย
...............
เมืองจิ้นหยงเป็เมืองขนาดเล็ก ไม่ได้ใหญ่มากนัก เมืองประกอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ที่รอบด้านมีคูน้ำล้อมรอบอยู่อันเนื่องจากเป็เมืองชายแดนติดกับแคว้นอริอย่างแคว้นอาชา์
ที่หน้าประตูเมืองมีแถวคนยาวต่อแถวรอการเข้าเมือง หน้าประตูเมืองมีทหารแกร่งประจำการตรวจสอบคนเข้าเมืองอันเนื่องมาจากเหตุการน์่นี้มีโจรจากต่างแคว้นลงมาโจมตีบ่อยครั้งการตรวจตราย่อมมากขึ้น
หลังจากจ่ายเงินเล็กน้อยเป็ค่าทำเนียมการเข้าเมืองพวกมันก็เข้ามาในเมืองภายในเมืองนั้นเต็มไปผู้คนเดินกันให้ขวักไขว่ ร้านรวงมากมายบ้างขายผัก ขายขนม หรือของเล่นเด็กหน้าตาประหลาด เป็ที่ดึงดูดความสนใจแก่เสี่ยวไป๋ไม่น้อย
เจียงหวู่เฉินไม่เคยเข้าเมืองเลยซักครั้งทั้งชีวิตจำได้แต่หุบเขาที่มันโตมาและหมู่บ้านเขียวขจีที่เป็หมู่บ้านเล็กๆไม่มีอะไรให้สนใจมันตื่นตาตื่นใจอยู่บ้างเมื่อเห็นคนมากหน้าหลายตา บ้างก็แต่งตัวเป็บัณฑิตนักศึกษาบ้างดูเหมือนจอมยุทธ์ หลวงจีน หรือกะทั่งขอทานตอนแรกเสี่ยวไป๋นั้นร้องอยากกินพุดทราเชื่อมแต่มารดามันขัดไว้บอกไว้หลังรับประทานอาหารก่อน
พวกมันเข้าไปในที่ที่เรียกหออิ่มวดี อันที่ที่เป็สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าดูจากจำนวนคนเข้าออก เป็ที่ยืนยันได้ว่ารสชาติอาหารย่อมดีเลิศที่สุดในเมืองนี้ที่หน้าทางเข้ามีไว้ด้วยสตรีวัยคมขำแต่งตัวดูดี ร้องเรียกแขกเข้าร้านหวู่เฉินน้อยไม่รู้ว่า สตรีนางนี้ไปทำอะไรมา ทำไมหน้าถึงขาววอก เหมือนทาด้วยปูน’คนเมืองในเมืองนิยมแบบนี้?’
ข้างในนั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คนตัวหออิ่มวดีนั้นแบ่งเป็ 3 ชั้นชั้นแรกและสองนั้นไว้ให้คนทั่วไปส่วนชั้นสามเป็ห้องพิเศษต้องจ่ายราคาหนักถึงจะได้อภิสิทธิ์นี้ซูรั่วซานนั้นไม่นิยมที่ที่คนมากที่เข้ามาที่หอนี้เพราะได้ยินแม่ค้าในเมืองพูดถึงสัพคุณความเลิศรสได้ยินดังนั้นเสี่ยวไป๋น้อยไม่วายร้องเรียกอยากลองชิมดู
ทั้ง 3 นั้นเช่าห้องพิเศษเพื่อความเป็ส่วนตัวเสี่ยวเอ้อรีบกุรีกุจอต้อนรับพวกมันทั้ง 3 อย่างดีพาไปที่ห้องรับรองที่กว้างใหญ่ข้างในมีเครื่องหอมทำให้ส่งกลิ่นหอมช่วยให้รู้สึกสดชื่นตัวหน้าต่างนั้นสามารถมองออกไปข้างนอกหอ หรือมองเข้าไปชมผู้คนชั้นอื่นๆได้ทั่วถึงตอนที่พวกมันกำลังจะสั่งอาหารก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายด้านหน้าห้องของพวกมัน
“พวกแกหมายความว่ายังไงที่ห้องเต็มแล้ว ไม่เห็นคุณชาย ท่านนี้เหรอ ว่าเป็ใคร ”
“คะ คุณชายเป่า”
“รู้ตัวแล้วยังไม่รีบไปหาห้องมาอีก คุณชายเป่าเป็ถึงบุตรชายคนเดียวของเ้าเมืองจิ้นหยงแห่งนี้ถ้าเกิดทำให้คุณชายไม่พอใจขึ้นมา แกรับผิดชอบได้เหรอ”
“ขะ ขอประทานโทดด้วยคับแต่ว่าห้องเต็มแล้วจริงๆ”
“หาไอ่ข้าทาสนี้พูดจาไม่รู้เื่หรือไงวะ”เกิดเสียงร้องอวดครวญก่อนที่บริกรจะโดนซัดจนชนประตูเปิด จนเข้ามานอนกองในห้องผู้มานั้นประกอบไปด้วยชายหนุ่มแต่งตัวดูดี 3 คนพร้อมทั้งกลุ่มผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด พอกหน้าเติมแป้งจนขาววอก
หวู่เฉินน้อยกวาดตามองชายทั้ง3 ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่สตรีเ่าั้ ‘ขาววอกปานนี้อีกแล้วอิสตรีในเมืองนี้น่ากลัวจริงๆ!’
พอเข้ามาพวกมันต่างร้องบอก“ห้องนี้ก็ว่างนี้ ไม่เห็นมีอาหารเลย เด็กๆยกอาหารที่ดีที่สุดมา” พวกมันทำวางอำนาจ“แล้วพวกนี้ยังจะนั่งอยู่ทำไม ไม่ไสหัวไปอีก!”
เสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นจึงพูดอย่างโกรธขึง“พวกข้ามาก่อน แล้วพวกลาหน้าโง่สามคนอย่างพวกเ้ามีสิทธิอะไร”ได้ฟังดังนั้นพวกมันโกรธโมโห
“ยัยเปี้ยกนี้วอนตายเสียแล้ว ไม่รู้เหรอว่าคุณชายท่านนี้เป็ใคร”
“ข้ารู้คุณชายลาหน้าโง่ พร้อมลูกสมุนหน้าโง่ยิ่งกว่าและมีบิดาหน้าโง่ของโง่ของโง่ยิ่งกว่า ” เสี่ยวไป๋อาราวาดได้ฟังดังนั้นพวกมันโกรธจนหน้าเขียวกำลังจะลงไม้ลงมือสั่งสอนเด็กหญิงหวู่เฉินรีบเดินมายืนตรงหน้านางเตรียมปกป้อง
“เสี่ยวไป๋อย่าพูดคำหยาบ” ซูรั่วซานพูดดุลูกสาวเสียงเบา เสียงดุจดุริยางค์์นั้น ทำให้พวกลาโง่ทั้งสามที่กำลังโกรธขึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์เหม่อมองไปที่ อิสตรีชุดขาวตรงหน้าแม้นางจะมีผ้าคุมหน้าไว้มิดชิด แต่ไม่อาจปิดบังความงดงามดุจเทพธิดาของนางได้พวกมันสามคนผ่านสตรีมากหน้าหลายตามามากมายแต่ไม่มีใครงดงามได้เศษเสี้ยวของสตรีตรงหน้า ทำให้พวกมันรู้สึกถึงสตรีทั้งสามที่พวกมันพามาหน้าตาดูไม่ได้เสียเลย
ก่อนที่พวกมันจะเอ่ยคำใดซูรั่วซานลุกขึ้น “เสี่ยวไป๋ เสี่ยวเฉิน พวกเราไปร้านอื่นกันเถอะ”เสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นคิดจะส่งเสียงประท้วง แต่พอเห็นสายตาของมารดาที่จ้องมองมาทำได้แต่ทำแก้มป่องไม่กล้าเอ่ยอันใด พวกมันสามคนคนเดินผ่านพวกลาโง่ทั้งสามไปตอนเดินผ่านเสี่ยวไป๋นั้น ก็ได้แลบลิ้นใส่พวกมัน
ก่อนที่ทั้งสามจะจากไปพวกมันนั้นได้สติคุณชายตรงกลางที่แต่งตัวดีสุด หน้าตาดีสุด สองมือคารวะดัดเสียงสุภาพบุรุษ
“เดี๋ยวก่อนพวกท่านทั้งสามพวกเราต่างมีความคิดอยากลิ้มลองอาหารเลิศรสที่หออิ่มวดีแห่งนี้แถมการได้เจอนับเป็วาสนา ไม่สู้แบ่งห้องด้วยกัน พูดคุยทำความรู้จัก”มันพูดด้วยสายตาเป็ประกาย
สายตามันมองไปที่ซูรั่วซานผู้เดียวไม่ได้สนเด็กทั้งสองเลยถึงมันจะพยายามแสดงท่าทีเป็คนดีแค่ไหน แต่แววตาของมันไม่อาจปิดบังความคิดบัดสีไว้ไม่มิด
ซูรั่วซานคร้านจะสนใจพวกมันนางไม่ได้กลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่นางไม่อยากทำตัวเด่นมีปัญหานางไม่อยากให้ข่าวคราวของนางแพร่ไป...
คุณชายเป่าเห็นท่าทางไม่แยแสของซูรั่วซานกลับไม่มีสีหน้าโกรธเคือง กลับยิ้มชอบอก ชอบใจ มันเดินตามไปคุย เดินตอแยซูรั่วซานไม่ปล่อยขนาดเดินออกมาจากหออิ่มวดีไปแล้วพวกมันยังไม่เลิกรา
“คุณหนูทำไมยังไม่เอ่ยนามของท่านแก่ข้าพเ้าอีก ท่านไม่คิดว่านี่จะใจดำไปหน่อยมั้ย?”
“คุณหนู ที่จวนของข้าท่านพ่อ พึ่งนำปะกาลังเจ็ดสีมาจากทะเลใต้ ของวิเศษชนิดนี้ล้วนหายากแต่ว่าท่านพ่อข้านั้นบารมีกว้างไกล...”
“คุณหนูท่านรู้หรือไม่ที่ตัวเมืองด้านตะวันออก ตอนนี้มีคณะงิ้วชื่อดังจาก...”
“คุณหนูทางนอกเมืองมีทะเลสาบที่งดงาม พวกท่านจะให้เกียรติข้า...”
ไม่ว่ามันจะพยายามพูดมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากอิสตรีตรงหน้าเลยแม้แต่ครึ่งคำ
เสี่ยวไป๋แสดงสีหน้ารำคาญอยากกระโจนเข้าไปกัดพวกลาโง่ทั้งสามนี้ จนตายให้รู้แล้วรู้รอด
“พี่ชายท่านนี้ทำไมถึงไม่มียางอาย ท่านน้าไม่้าพูดคุยกับท่าน ท่านยังไม่ลดละตอแย”เจียงหวูเฉินอดไม่ได้
สมุนคุณชายเป่าได้ยินดังนั้นจึงร้องด่าหวู่เฉินแต่คุณชายเป่ายกมือห้ามไว้ มันยิ้มด้วยท่าทางใจดีมองมาที่เจียงหวู่เฉิน
“น้องชายท่านนี้ก็พูดเกินไปไม่เห็นหรือคุณหนูท่านนี้แค่ขี้อาย ความจริงแล้วนางนั้น ก็นิยมชมชอบขะ... อั๊ก”มันพูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนเสี่ยวไป๋น้อยเตะเข้าไปที่กล่องดวงใจของมันอย่างจังลงไปนอนหน้าเขียวภายใต้การประคองของลูกสมุนทั้งสอง
“ชมชอบบิดาท่าน!มารดาข้าไม่สนใจลาโง่ เช่นพวกท่าน! พวกท่านใสหัวไป ข้ารำคาญจะแย่!”เสี่ยวไป๋อาระวาด พวกลูกน้องต่างโกรธขึงยื่นมาจะตบเสี่ยวไป๋
“หนอย! นังเด็กนี่บังอาจทำคุณชาย” หวู่เฉินรีบดึงตัวเสี่ยวไป๋มาหลบด้านหลังฝ่ามือของลูกน้องฟาดมาที่หน้าหวู่เฉิน มองจากกำลังที่ใช้ออก มันไม่ถึงขั้นขอบเขตผู้บำเพ็ญกายเป็แค่จอมยุทธ์ทั่วไป แต่ฝ่ามือนี้ก็ยังรุนแรงจนไม่มีทางที่เด็กคนไหนจะทานทนได้ถ้าไม่ใช่เจียงหวูเฉินที่ร่างกายผิดปกติเล็กน้อย
ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะฟาดมามันกลับกระเด็นไปกระแทกพื้นไถลไปเป็ทางยาวด้วยท่าทางเ็ปเมื่อมันเห็นดังนี้ตาพวกมันก็เบิกโพงรู้ซึ้งว่าสตรีตรงหน้านั้นไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาต้องเป็ขอบเขตบำเพ็ญกายขึ้นไปแน่แท้พวกมันวิ่งหนีไปด้วยความกลัวปากพล่ามคำพูดโจรกระจอก “ฝากไว้ก่อนเถอะพวกเ้าต้องเสียใจ” พวกมันวิ่งหนีพร้อมประคองคุณชายเป่าจากไป
เสี่ยวไป๋แลบลิ้นหัวเราะชอบใจชมมารดา “ท่านแม่ ตีได้ดียิ่ง!” ซูรั่วซานถอนหายใจ“พวกเรารีบไปเมืองลู่เป่ยกันเถอะ”เด็กหญิงน้อยได้ยินดังนั้นจริงรีบร้องโวยวายร้องขอพุดทราเชื่อมซูรั่วซานซื้อให้เด็กหญิงน้อยจนพอใจก่อนพวกมันทั้งสามจะออกจากเมืองไป
............
ที่จวนเ้าเมือง
“ท่านพ่อข้าพูดจริงๆนะ ผู้หญิงคนนั้นงดงามมากบางทีนางอาจจะเป็พวกในรายชื่อในอันดับยอดหญิงงามเลยด้วยซ้ำเราจะปล่อยนางไปไม่ได้” คุณชายเป่าพูดกับบิดาที่เป็เ้าเมือง
“เ้านี้เอาแต่สร้างปัญหาวรยุทธ์ก็ไม่ฝึกทำตัว เกเร เถรไถร ไปวันๆ ”
“แต่ว่าท่านพ่อ ข้า...”
“ชั่งเถอะใครใช้ให้เ้า เป็ถึงลูกชายข้า เ้าเมืองจิ้นหยง กลับโดนอิสตรีนางนึงเล่นงานต่อหน้าชาวบ้านร้านตลาดมากมาย ถ้าข้าไม่แสดงอำนาจของเ้าเมืองให้เห็นผู้คนในเมืองจะมองข้าเป็ตัวตลก!”
“พ่อบ้านฉู่ไปตามแม่ทัพเหลียงมา!”