ราเชลไอซ์รัวหมัดเพียวๆ ใส่ร่างของผมโดยที่ไม่ผนึกพลังอะไรสักอย่าง ยังผลให้ผลึกน้ำแข็งที่แช่ผมเอาไว้ปริแตกออกเป็รอยร้าว เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งส่วนมือก็เริ่มมีเืซึมซิบๆ และถ้าหากถามว่าทำไมไคน์ เวียร่า กับเทลเลอร์ถึงไม่เข้ามาไปช่วยผม นั่นก็เพราะว่าผมนั่งอยู่บนต้นไม้ข้างๆ พวกเขาอยู่น่ะสิ
ย้อนกลับไปเมื่อหลายนาทีก่อน ตอนที่ไคน์กับเวียร่าออกมายืนบังหน้าผม ่เวลานั้นผมแอบใช้ทักษะโคลนนิ่ง ซึ่งมันเป็ทักษะที่ได้รับมาจากการสุ่มของรางวัลภารกิจระดับS เมื่อ 12 ปีก่อน โคลนตัวเองขึ้นมาเงียบๆ 1 คน จากนั้นก็ใช้ร่างที่โคลนนิ่งออกรับหน้าแทน แน่นอนว่าพลังของตัวที่โคลนนิ่งจะมีแค่ส่วนเดียวจากร่างจริง แต่มันก็พอจะใช้แก้ขัดไปได้ เพราะผมก็อยากจะเห็นพลังของอันดับ 2ในปัจจุบันเช่นกัน
หลังจากวางแผนและฉากทดสอบทั้งหมดแล้ว ผมก็ค่อย ๆ ถอยหลังช้า ๆ ก่อนจะใช้ทักษะเหยียบนภาส่งตัวเองไปอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่งที่ห่างออกไป ทว่าราเชลไอซ์ก็คงจะไม่ทันสังเกตเห็น
“จะดีเหรอครับแบบนี้น่ะ” เทลเลอร์หันมาถามผม หลังจากละสายตาจากภาพที่ไม่ค่อยชวนดูเท่าไหร่นั่น
“อืม…แต่เด็กก็ยังเป็เด็กอยู่วันยังค่ำ คิดอยู่แต่เื่เดียวมุ่งไปแค่สิ่งเดียว จนลืมพิจารณารอบข้าง” กล่าวจบผมก็ทิ้งร่างจากต้นไม้ลงสู่พื้นอย่างแ่เบา แล้วหยิบกิ่งไม้ที่ตกหล่นอยู่แถวนั้นขึ้นมากิ่งหนึ่ง
“ได้เวลาเลิกเล่นกับเด็กแล้วล่ะ”
ผมพึมพำให้กับตัวเองฟัง แล้วใช้ทักษะตัวเบาทะยานร่างเข้าหาราเชลไอซ์ ซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่เขาชกร่างโคลนนิ่งที่ถูกแช่แข็งจนแตกออกเป็ชิ้น ๆ แต่ก็ต้องผงะเมื่อเห็นผมโผล่ออกมายืนตรงหน้า ราวกับิญญา
“ทะ...ทำไม” ผมฉีกยิ้มน้อย ๆ แล้วใช้โอกาสที่คนตรงหน้าอยู่ในระหว่างตะลึง เคาะหัวเขาด้วยกิ่งไม้ 3 ที
“การโจมตีครั้งที่ 3ผ่านไป จบการวัดพลังแค่นี้”
“ไม่นะ” ราเชลไอซ์ถึงกับเส้นแห่งความโกรธขาดผึง เขาผนึกพลังเวทย์มหาศาลไว้ที่กำปั้นข้างซ้ายแล้วซัดออกไปอย่างรุนแรง ทว่าในสายตาของมันมันก็ช้าไป
ผมเอี้ยวตัวหลบหมัดนั้นได้ทัน แล้วหมุนตัวเองพลิกมือมือขึ้นดันคางเพื่องับปากของราเชลไอซ์ไว้ ไม่ให้เขาร่ายเวทย์จนจบ จากนั้นจึงชกหมัดที่ผนึกพลังออร่าจำนวนหนึ่งเข้าที่หน้าท้องอย่างเต็มแรง ส่งร่างเ้าของฉายาปิศาจน้ำแข็งให้ล้มตึงทรุดลงกับพื้นด้วยความจุก
“อั่ก…นาย...” ราเชลไอซ์กระอักเืออกมาแล้วเงยหน้ามองผม “เป็ครูสอนศิลปะต่อสู้หรือไง”
“ไม่หรอก...ผมเป็แค่ทนายความธรรมดาๆ คนหนึ่ง หาเช้ากินค่ำเหมือนคนทั่วไป แต่ในโลกแห่งเซียใบนี้น่ะ ขอแค่มีจินตนาการทุกอย่างก็ไม่ไกลเกินเอื้อม สิ่งที่ผมทำก็มีแค่จินตการเท่านั้น”
“ผมรู้หรอกว่าคุณเป็ใคร...จอมดาบสยบศาสตรา” ผมชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินฉายานั้นออกจากปากของเขา
“แล้วไง...รู้แล้วได้อะไรล่ะ”
“มันไม่จบแบบนี้หรอก” ราเชลไอซ์กัดฟันพูด
“ราเชลไอซ์” ผมเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่ทุ่มต่ำเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังตักเตือนเด็ก “เธอเป็คนบอกเองนะว่าให้ผมโจมตีโดน3 ครั้ง นี่ผมก็โจมตีโดนครบแล้ว เธอก็ควรจะรู้สักทีว่าผมกับเธอห่างกันแค่ไหน”
ราเชลไอซ์เงียบแล้วผลุบตาต่ำลง
“ผมจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ความจริงเธอน่ะมีพลังมากกว่าผมเสียอีก แต่เพราะเธอเป็คนยึดมั่นถือมั่นเกินไป จนมองไม่เห็นรายละเอียดปลีกย่อยรอบข้าง ไม่แม้แต่จะสังเกตเห็นว่าคู่ต่อสู้มีอะไรบ้าง จึงทำให้พลาดได้ง่าย ๆ แล้วอีกอย่างการควบคุมอารมณ์ของเธอก็อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มันครอบงำตัวเธอจนไม่สามารถสนใจสิ่งใดได้อีก ซึ่งต่อให้เธอมีพลังมากเพียงใดหรือมีทักษะที่ทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่สามารถเอาชนะใครได้หรอก ถ้าหากเธอยังไม่รู้ถึงจุดบกพร่องเหล่านี้”
“พล่ามพอรึยัง” ราเชลไอซ์กระแทกเสียงสวนขึ้นทันใด
“เธอไม่ได้แพ้ผมหรอกและนี่ก็ไม่ใช่การประลอง แต่เธอแค่้าวัดพลังของผมไม่ใช่เหรอ อย่าลืมจุดประสงค์ที่ตัวเองบอกไว้สิ” ผมเว้นวรรคแล้วกล่าวต่อไป “กลับไปได้แล้วล่ะ เมื่อใดที่เธอชนะคนที่แข็งแกร่งที่สุดค่อยกลับมาหาผมใหม่”
“ใคร...มันเป็ใคร”
“ตัวเธอเองนั่นแหละ” แล้วผมก็หันหน้าผละจากมาช้า ๆ ปล่อยให้ราเชลไอซ์มองตามแผ่นหลัง ที่ตอนนี้มันช่างดูยิ่งใหญ่ราวกับหินผาที่ไม่อาจก้าวข้ามไปได้โดยง่าย เขาไม่สามารถเอาชนะคนๆ นี้ได้จริงเหรอ
“ทำไม...” ราเชลไอซ์เริ่มคร่ำครวญเบา ๆ
“ไหนคุณลุงบอกว่าชนะเขาได้ง่ายๆ ไง ลุงโกหกผม...เขาไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่ลุงเคยบอกสักนิด ไม่เหมือนเลยลุงดราก้อนฟิช..” ราเชลไอซ์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยืนขึ้นช้าๆ พลางเรียกชื่อของใครคนหนึ่งอย่างแ่เบา
“เรย์น่า”
“ค่ะ...เ้านาย” ผู้ถูกเรียกค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังของราเชลไอซ์ช้าๆ เธอใช้มือที่เรียวยาวโอบกอดร่างของผู้เป็นายอย่างเข้าใจ แล้วเรือนผมยาวที่มีสีฟ้าอ่อน และปลิวสะบัดราวกับมีลมพัดของเธอนั้น ก็ค่อย ๆ ห้อมล้อมร่างของเขาเบา ๆ
“เรากลับกันเถอะ”
ข่าวประกาศประจำเดือน มิถุนายน
กิจกรรมการประลองแข่งขันหาผู้เล่นที่แข็งแกร่ง
เพื่อชิงรางวัลดังต่อไปนี้
1. เงินรางวัลมูลค่า 2,000,000 เซีย
2. บัตรพักโรงแรมใดก็ได้ในเมืองโคเรีย เป็เวลา 5 วัน
3. ทวนพลิกฟ้าดิน ระดับ 7 ดาว 1 เล่ม
4. ผลึกโลหิตจำนวน 3 ก้อน
สามารถสมัครร่วมประลองได้ที่ สนามประลองกลางของเมืองเกรย์
ั้แ่วันนี้จนถึงวันที่15 มิถุนายน ปีเซียศักราช 185,664
เวลา 09.00 น. –15.00 น. ของทุกวัน
ผมดึงแผ่นกระดาษข้อมูลการแข่งขันให้หลุดออกจากกระดานบอร์ดข่าวสารประจำเมืองเกรย์ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็สนามประลองของผู้เล่นเกมเซียออนไลน์
ณสถานที่แห่งนี้หากมาถึง สิ่งที่จะได้เห็นเป็อันดับแรกก็คือโดมสำหรับแข่งขันขนาดมหึมาที่จุคนได้ถึง500,000 คน ตั้งเด่นตระการตากลางเมือง และทุก ๆ เดือนที่นี่ก็มักจะจัดการประลองเพื่อชิงรางวัลมากมาย อีกทั้งยังเป็สถานที่ที่จัดการแข่งขันจัดอันดับผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดของเกมอีกด้วย แน่นอนว่าผมเคยผ่านการต่อสู้จากโดมแห่งนี้ และก็พ่ายแพ้ให้กับดราก้อนฟิชครั้งแรกที่นี่ ก่อนจะไปท้าชิงเขาผู้นั้นอีกครั้งที่หุบเหวเดียวดาย
เวลาผ่านไปเร็วมากในความคิดของผม เพราะไม่นานมันก็ถึงวันที่ผมนัดหมายกับไมร่าแทซอนและเอกอน เพื่อฟังข้อมูลปลีกย่อยของสถานการณ์ในตอนนี้จากGM ที่ดร.เนวันส่งมาพบ
สองวันที่ผ่านมาผมหมดไปกับการสอนทฤษฎีใช้ดาบให้กับลูกศิษย์ แน่นอนว่าต้องเป็สิ่งที่อาจารย์เมคินเคยสอนผม และตอนนี้ผมก็ตัดสินใจตั้งฉายาให้เทลเลอร์ใหม่ว่าจอมทึ่ม เพราะสอนอะไรให้ไปก็เหมือนจะไม่ได้ผลเสียหมด ทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังสอนตัวเองในวัยเด็กยังไงก็ไม่รู้
“พี่เควินจะร่วมประลองเหรอครับ” เทลเลอร์เหลือบตามองข้อมูลในกระดาษที่ผมถืออยู่ ก่อนจะจ้องหน้าผมเพื่อรอคำตอบ
“ไม่หรอก...พี่นัดเพื่อนเอาไว้น่ะ” ผมตอบแล้วยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้กับลูกศิษย์จอมทึ่ม ซึ่งเขาก็เอาไปแปะไว้ที่บอร์ดข่าวสารเหมือนเดิม
“แล้วนัดไว้ที่ไหนล่ะครับ”
“โรงแรมสตาร์เลทตรงหน้านั้นไง พี่ส่งจดหมายให้พวกเขาไปแล้วคงจะมากันแล้วล่ะ” เทลเลอร์พยักหน้าแล้วเดินตามผมไปเงียบ ๆ จนถึงหน้าโรงแรมที่ว่า
“เอาล่ะ...ธุระที่พี่พูดมันเป็ความลับหน่อยๆ ยังไงพวกเธอก็เดินเที่ยวในเมืองนี้ไปก่อนนะ” ผมเหมารวมถึงไคน์กับเวียร่าด้วย เพราะยังไงก็คงเอาพวกเขาเข้าไปไม่ได้แน่ ซึ่งนั่นมันทำให้ไคน์กับเวียร่ามองผมแปลก ๆ อย่างกับกลัวอะไรบางอย่าง และผมก็พอเดาออกว่าพวกเขาหมายถึงอะไร
“เฮ้…ไคน์ผมไม่หนีไปไหนหรอกนะแค่คุยธุระนิดเดียวเอง...อย่ามองผมแบบนั้นสิ ยังไงผมก็เอาพวกเธอเข้าไปด้วยไม่ได้”
“แต่ว่า...”
“เอาน่า...” ผมพูดพลางยกมือวางบนหัวไคน์เบาๆ “ข้ายังอยู่แขวะแกอีกนานเ้าหมาบ้าขี้เก็ก” จากนั้นผมก็ยีหัวมันหนึ่งที ก่อนจะหันไปทางเวียร่าที่ดูเหมือนกำลังจะร้องไห้อีกแล้ว
“ไม่เป็ไรเวียร่า...เธอไปเดินซื้อของแถวนี้รอนะ...ผมฝากซื้อน่องไก่ด้วยก็ได้” เวียร่าได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา ประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยิน มันเป็เหมือนคำสัญญาว่าเธอจะได้เจอนายท่านอีก แต่ว่า...
“ข้าไม่มีเงินนะ นายท่าน” ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วชี้มือไปที่ไคน์อย่างหน้าตาเฉย
“ก็เ้าไคน์ไงมันท้าสู้กับผู้เล่นได้ทีตั้ง50,000 เซียแนะขอมันสิ ยังไงมันก็ไม่ขี้เหนียวหรอกใช่ไหม” คำสุดท้ายผมหันไปถามเ้าหมาบ้าที่ปั้นหน้าเก๊กขรึมไม่เปลี่ยน
“ชิ...เงินข้าก็คือเงินเ้านายนั่นแหละ”
“เงินผมที่ไหนกัน...มันอยู่กับแก ก็เอาไปใช้เองสิ”
“งั้นก็ตามใจ” แล้วเ้าหมาหน้าตาเฉยชาจอมเก๊กก็เลี่ยงเดินออกไปก่อนอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งนั่นทำให้เวียร่าตามไปอย่างติด ๆ
“เ้าทึ่มพี่ฝาก 2ตัวนั่นด้วยนะ อย่าให้มันไปก่อเื่ล่ะ พี่คุยธุระไม่นานหรอก”
“ครับ” เทลเลอร์รับปากแข็งขัน จากนั้นผมก็เดินหายเข้าไปในโรงแรมสตาร์เลท
“เอ้า...มาแล้ว”
เป็เสียงของเอกอนที่ร้องทักขึ้น เมื่อผมเปิดประตูเข้าห้องพิเศษที่ถูกจองไว้ก่อนหน้า และทันทีที่ผมปิดประตูห้องลงก็พบว่านอกจากไมร่า แทซอนและเอกอนแล้ว มีใครบางคนที่ผมไม่รู้จักอยู่ด้วยซึ่งก็คงเป็ GM ของระบบที่ดร.เนวันส่งตัวมา
“ผมแม็กซ์ ดอลลัน ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพสิฐ”
“เช่นกันครับ” จากนั้นผมก็ยื่นมือไปจับทักทายกับแม็กซ์พอเป็พิธี ก่อนจะขยับเก้าอี้ที่ว่างตัวหนึ่งข้าง ๆ ไมร่าแล้วนั่งลง
“เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ผมจะขอแจ้งสิ่งที่ทางเรารู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้นะครับ” GM จากบริษัทเซียเริ่มสาธยายถึงความเป็ไปโดยย่อของอเล็กซ์ตัวต้นเหตุ ซึ่งพวกเราพอจะได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่สิ่งที่แม็กซ์บอกเพิ่มนั้นเป็รายละเอียดข้อมูลของทักษะและระดับของอเล็กซ์ในตอนนี้
“นี่ครับ” แม็กซ์แจกกระดาษข้อมูลอะไรบางอย่างให้กับพวกเรา และพออ่านดูก็พบว่าเป็ข้อมูลของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดาที่มีนามว่าอเล็กซ์ ในนั้นบอกไว้ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้อยู่ระดับพิเศษชั้นาา ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ผมถึงกับแสดงสีหน้าแปลกใจออกมาทันที
“มีมอนสเตอร์ระดับพิเศษด้วยเหรอครับ”
“มีสิครับ ผมเจอมาแล้วตอนไปทำภารกิจไม้เท้าที่สาบสูญของจอมเวทในตำนาน” เป็เอกอนที่ตอบเขามองหน้าทุกคนอยู่ครู่หนึ่งแล้วว่าต่อไป
“มันเป็ระดับที่ก้าวข้ามมอนสเตอร์ระดับ 13 น่ะครับแบ่งกันเป็ 3 ชั้นนั่นก็คือขุนนาง อัศวิน าา ที่ผมเจอมาเป็ชั้นอัศวินครับ ขอบอกเลยว่ามหาเวทย์ดูดดาวท่าที่แรงที่สุดของผม ทำได้แค่สะกิดแผลบนหน้าของมันเท่านั้นเอง พวกมันแข็งแกร่งมากครับ ผมเดาว่าคงพอ ๆ กับชั้นเซียนเลย ถึงจะมีไม่มากก็เถอะ แต่พวกมันอันตรายมาก...แล้วยิ่งความสามารถที่เพิ่มเข้ามาในมอนสเตอร์ระดับนี้ก็น่ากลัวจริงๆ พวกมันสามารถรับค่าประสบการณ์จากการฆ่าผู้เล่น เพื่อสะสมเลื่อนเป็ชั้นต่อไปได้ อีกทั้งยังเรียนรู้ทักษะพิเศษได้อีกด้วย”
เอกอนเล่าถึงสิ่งที่ตนเองเจอมาจบลงแล้วแม็กซ์ก็แทรกเสริมต่อทันที
“ถูกแล้วครับมอนสเตอร์ระดับพิเศษนี้...พวกเราทางฝ่ายพัฒนาเอไอและมอนสเตอร์ ได้ทำการอัพเดทเข้ามาเมื่อ 2 ปีก่อนของเวลานอกเกมน่ะครับ...แต่มันมีมอนสเตอร์จำนวนไม่มากที่ก้าวผ่านเงื่อนไขได้”
“แล้วเงื่อนไขคืออะไรล่ะ” แทซอนเป็คนถาม
“สังหารผู้เล่นครบพันครั้งครับ” เกินความเงียบขึ้นชั่วขณะทันที
ตอนนี้ผมถึงกับคิดหนักถ้าหากเป็อย่างที่เอกอนพูดจริง เ้าอเล็กซ์ที่เป็ถึงชั้นาานี่ ก็คงจะเทียบกับระดับเทพเ้าของผู้เล่นสินะ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เกมส์เซียออนไลน์ก็แทบจะมีน้อยคนที่ไปถึงจุดนั้นได้
เมื่อวานผมได้สอบถามจากลูกศิษย์จอมทึ่มถึงเื่ผู้เล่นระดับสูง เ้าตัวตอบว่าก็พอมีบ้างแต่ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ที่เข้าไปถึงชั้นเทพเ้านั้น ถ้าไม่ปลีกตัวไปตีมอนสเตอร์เอง ก็จะเก็บตัวเงียบไม่เปิดเผยตัว...
“แล้วมีอะไรต่อไหมค่ะ” ดูเหมือนไมร่าจะเป็คนทำลายความเงียบ เธอถามต่อทันที
“ครับมีแน่นอน...แต่เอาเป็ข่าวล่าสุดดีกว่านะครับ...ตอนนี้น่ะเท่าที่เราทราบมาอเล็กซ์กำลังสุมกำลังมอนสเตอร์ครับ และกำลังเคลื่อนพลมาทางช่องเขาวันเดล ที่อยู่ห่างจากเมืองเริ่มต้นด้วย ครั้งนี้หนักกว่าที่ผ่านมาแน่ครับมีมอนสเตอร์ประมาณ3,000 กว่าตัว เดาว่ารอบนี้คงจะถล่มเมืองเริ่มต้นจนไม่ให้เหลือแน่ๆ ”
“ใช้เวลาเท่าไหร่กว่าพวกมันจะมาถึง” ผมถามแทรกขึ้นมา
“ถ้าดูจากการเคลื่อนทัพก็น่าจะประมาณ2 วันครับ”
“ถ้างั้นเราก็ต้องกลับไปเมืองเริ่มต้นกันในวันพรุ่งนี้ ถ้าเป็ไปได้ผมคิดว่าเราน่าจะโจมตีที่ช่องเขาวันเดลไปเลย” เป็เอกอนที่เสนอความเห็น
“เป็ความคิดที่ดีค่ะ แต่ว่าเราจะวางแผนกันยังไงล่ะ ฉันไม่รู้ว่ากองทัพมอนสเตอร์ครั้งนี้น่ะมีตัวอะไรบ้าง” ไมร่าทำสีหน้าครุ่นคิดประกอบคำพูด ก่อนสอดสายตามองคนนั้นทีคนนู้นที
“เื่นั้นไม่เป็ปัญหาครับ เดี๋ยวถ้าผมกลับไปที่สำนักงานในมิติพิเศษเมื่อไหร่จะส่งข้อมูลให้ทุกคนทันที” แม็กซ์บอกกับพวกผมแบบนั้น
“มีใครจะถามอะไรอีกไหมครับผมหมดข้อมูลแล้ว เพราะเดาว่าตอนนี้สิ่งที่พวกคุณเจอก็คงไม่ต้องอธิบายอีก”
“ไม่แล้วล่ะค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรเราจะส่งจดหมายหาเอง” ไมร่าตัดบท ซึ่งคนที่เหลือรวมถึงผมก็คิดเช่นนั้นเพราะยังไงภาคปฏิบัติที่แต่ละคนได้พบมา ก็เป็ข้อมูลอันดีอยู่แล้วว่าวิกฤตตอนนี้มันถึงขั้นใด กระนั้นพวกเราเองก็บอกใครไม่ได้เหมือนกัน นี่แหละสำคัญที่สุด ต้องปิดให้มิดและทำให้เนียน เหมือนกับผู้เล่นทลายกองทัพมอนสเตอร์ที่ระบบจัดมา แล้วก็แอบปิดฉากมันเมื่อสบโอกาส...
“ถ้างั้นนี่ของคุณพสิฐนะครับรางวัลที่ดร.เนวันฝากมา” พูดจบแม็กซ์ก็ส่งไอเทมผ่านทางช่องแลกเปลี่ยนให้ผม 3 ชิ้นแต่ผมก็ไม่ได้เปิดดูทันที
“โอเค...ถ้าไม่มีอะไรแล้วเดี๋ยวผมต้องกลับก่อน สักพักจะส่งข้อมูลมาให้นะครับ” สิ้นคำพูดทิ้งท้าย GM แม็กซ์ก็เปล่งแสงสีขาวเรืองๆ ก่อนจะเลือนหายไปจากเก้าอี้ที่นั่ง
“เยี่ยมนี่ เควินทำได้ไงถล่มพวกมันจนราบ” เอกอนชมออกมาแต่ผมก็ได้แค่ยิ้มแห้ง ๆ ให้เท่านั้น
“ก็คงจะเอิกเกริกเหมือนเคยล่ะค่ะ” ไมร่ายิ้ม ๆ ให้แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยจริงจัง ติดออกจะประชดเสียมากกว่า
“ช่างมันเถอะก็นั่นนิสัยเควินอยู่แล้ว...ว่าแต่เราจะทำอะไรกันต่อ” ประโยคท้ายแทซอนถามขึ้นมาเหมือนขอความเห็น เขากำลังลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่
“ก็ไปเดินเล่นในเมืองเกรย์กันไหมล่ะ” ผมเสนอความคิด
“ก็ได้...จะว่าไปมันก็ประหลาดนะที่พวกเรามาเดินด้วยกันเนี่ย ทั้งที่เมื่อก่อนกัดกันจะตาย” เอกอนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เป็คนที่สอง
“ลืมเื่ตอนเด็กไปเถอะค่ะ ฉันว่าไหนก็กลับมาเล่นเกมส์แล้ว เรามาสร้างตำนานบทใหม่กันดีกว่าไหม” ไมร่ายิ้มแบบเ้าเล่ห์แล้วลุกตามอีกคน
“แล้วเราจะเปิดฉากอะไรก่อนดีล่ะ” แทซอนถามแทรกเข้าอย่างเริ่มสนุก จริงอยู่ที่พวกเขาอยู่วัยผู้ใหญ่กันหมดแล้ว แต่จะมีใครบ้างล่ะที่จะอดทนกับความสนุกของเกมส์ไปได้ แล้วมันจะดีสักแค่ไหนถ้าหากวันเวลาในวัยเด็กจะย้อนกลับมาอีกครั้ง
“ผมว่า...” เสียงของผมหายไปเมื่อจู่ ๆ มีจดหมายสีแดงกระพริบถี่ๆ ขึ้นตรงหน้า ครั้นพอเอื้อมมือไปแตะก็ปรากฏว่าเป็เทลเลอร์ที่ติดต่อมา ใบหน้าของลูกศิษย์จอมทึ่มในตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าใอย่างหนัก
“พี่เควินแย่แล้วล่ะ ไคน์มีเื่กับพวกกิลด์พยัคฆ์คำราม ตอนนี้พวกเรากำลังโดนล้อมอยู่ พี่รีบมาช่วยพวกผมหน่อย ผมกับไคน์คงเอาไม่อยู่แน่ ๆ ”
ผมฟังสิ่งที่ลูกศิษย์บอกแล้วทำหน้าใตาม แต่สักพักก็คลี่ยิ้มอย่างกับคิดอะไรออก กิลด์อย่างนั้นเหรอ...
“นี่ ๆ ผมว่าเรามาเริ่มเปิดฉากตำนานบทใหม่ กับกิลด์ที่มีชื่อว่าพยัคฆ์คำรามกันดีกว่าไหม”