“ครั้งสุดท้ายที่หนูพลอยมาบ้านเรา มันเมื่อไหร่กันนะแม่”
“นั่นสิ คิดถึงสมัยนั้นจังเลยนะพ่อ ตอนเพชรพาสาวๆมาเล่นที่บ้านสมัยประถมน่ะ”
พ่อและแม่ของเพชรกล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม ขณะที่พวกเขากำลังเสิร์ฟข้าวผัดทะเลให้กับเพชรและพลอย ก่อนจะวางกระเพาะปลาคนละถ้วยต่างซุปไว้ข้างเคียง พลอยนั้นยิ้มร่าก่อนจะลงมือปรุงกระเพาะปลาของเธอทันที และเริ่มลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย
“กระเพาะปลาร้านป๊ากะม้าอร่อยที่สุดเลย” พลอยกล่าวยอพ่อและแม่เพชรไม่หยุด ทำเอาแม่ของเพชรชอบใจอย่างมาก ถึงขั้นถามว่าจะเอาอะไรสั่งได้ไม่อั้น จนเพชรต้องเบรคแม่ของตน
“ถ้าไม่ติดว่ายัยแพรตามแม่ไปอยู่ไต้หวันเมื่อสี่ปีก่อน...ป่านนี้พวกหนูทั้งสามคนก็คงมารวมตัวกันเหมือนเดิมเนอะ” แม่ของเพชรกล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม “ยัยแพรน้องเล็กสุดในกลุ่มลูกป่านนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ”
“แพรหรือคะ” พลอยกล่าวพลางกลืนไข่นกกระทาเข้าไปทั้งลูก ก่อนจะรีบดื่มน้ำตาม “เห็นว่าจะกลับมาไทยในอีกไม่กี่วันค่ะ เพราะพ่อของยัยแพรโดนย้ายกลับมาไทยเหมือนเดิมแล้ว”
“ยังติดต่อกับแพรอยู่หรือ” เพชรกล่าวขณะเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ก่อนจะกลืนลงคออย่างรวดเร็วเพื่อคุยต่อ “นึกว่าโกรธกันเื่ที่แพรทำตุ๊กตาเธอพัง และเลิกติดต่อกันไปแล้วเสียอีก”
“เื่มันนานมากแล้วย่ะ” พลอยกล่าวเสียงขุ่น “อีกอย่างฉันก็ติดต่อกับยัยแพรผ่านทางโทรศัพท์มาโดยตลอด มีนายนั่นแหละเพชร ที่บ้าเรียนจนไม่คิดจะโทรหายัยนั้นบ้างเลยน่ะ แพรเขาถามหาถึงนายอยู่บ่อยๆเชียว”
“อ่า ขอโทษที” เพชรกล่าว “ก็ฉันเคยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็สัตวแพทย์นี่หน่า เลยตั้งใจเรียนอย่างเดียว พอรู้ตัวอีกทีก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเรียนเสียแล้วสิ”
“แม่ดีใจอยู่นะ ที่ลูกตั้งใจเรียน” แม่ของเพชรกล่าวพลางถอนใจ “แต่ลูกน่ะกดดันตัวเองมากไป ที่เ้าสมิทมันตายนั่นไม่ใช่ความผิดของลูกเลยนะ”
“เพราะความไม่รู้ของผมยังไงล่ะ” เพชรกล่าวเสียงเครียด “ถ้าตอนนั้นผมรู้สักนิด ว่าเ้าสมิทมันเป็โรดหัดแมว ต้องรีบพาไปหาหมอ ไม่ใช่ให้มันนอนอยู่ในตะกร้าอย่างเดียว ป่านนี้มันก็ยังคงอยู่กับเราน่ะครับแม่...ถ้าผมบอกพ่อกับแม่ว่ามันป่วย และพาไปหาหมอทัน มันก็น่าจะรอด”
ทั้งโต๊ะอาหารเงียบกันหมด เมื่อเพชรพูดถึงเื่สัตว์เลี้ยงของเขา เ้าสมิท แมวที่เขาเลี้ยงตายไปได้สี่ปีแล้ว มันป่วยหนักและ้าความช่วยเหลือ แต่ตอนนั้นเขาเข้าใจว่ามันแค่หนาว จึงจับมันนอนในตะกร้า และปูผ้าห่มอุ่นๆให้มัน ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะเดินทางไปส่งแพรที่สนามบิน เมื่อกลับมาเพชรก็พบแต่ร่างไร้ิญญาของสัตว์เลี้ยงเขาในตะกร้า
“เพชร...มันสี่ปีมาแล้วนะ” พลอยกล่าวก่อนจะกุมมือของสมิทเอาไว้ ทำเอาพ่อและแม่ของเพชรยิ้มกริ่ม ราวกับว่าได้ตัวว่าที่ลูกสะใภ้แล้ว “ตอนนั้นนายอายุแค่สิบสาม จะไปรู้อะไรล่ะ และก็ติดต่อแพรบ้างนะ ฉันรู้ว่านายแอบโทษแพรด้วย เลยไม่ติดต่อเธอเลยตลอดสี่ปีน่ะ”
“นั่นสิ” พ่อของเพชรพูดขึ้นมาบ้าง เพื่อทำลายบรรยากาศเครียด “ถึงเวลาที่ลูกจะเป็อิสระจากการกดดันตัวเองแล้วล่ะนะเพชร...พ่อให้สัญญาเลย ว่าต่อให้ลูกลดเื่การเรียนลง และทำอย่างอื่นบ้าง พ่อก็จะไม่ว่าอะไร ขอแค่อย่าบ้าเรียนก็พอ บ้านเราไม่ได้ยากจนขนาดต้องกดดันลูกหรอกนะ”
“ขอบคุณครับ” เพชรกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับพ่อและแม่ “เื่การเรียนผมไม่ลดลงหรอกครับ แต่ผมมีกิจกรรมอย่างอื่นทำเพิ่มแล้วน่ะ”
“อะไรหรือจ๊ะ กิจกรรมที่ว่า” แม่ของเพชรกล่าวก่อนจะรับพุดดิ้งนมที่ลูกจ้างในร้านยกมาเสิร์ฟ แล้วส่งมันให้กับเพชรและพลอย “แม่อยากรู้จังเลย”
“พ่อก็อยากรู้...หรือว่าลูกจะกลับไปเรียนเปียโน หรือไวโอลีนเหมือนที่เคยฝันเอาไว้ล่ะ ตอนเด็กๆเห็นบอกว่าอยากเป็นักดนตรีนี่...หรือจะเรียนพิเศษเสริมก็ไม่เลวนะ”
“เกมน่ะครับ” เรกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนนี้ผมกำลังเล่นเกมกับพลอยอยู่ เป็เกมที่ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน มันคือโลกอีกใบ”
“เกมหรือ” พ่อของเพชรถึงกับสะดุด พลางสำลักน้ำลายตัวเอง “เอ่อ...การเรียนจะไม่เสียแน่นะลูก เกมมันกินเวลาชีวิตเราเยอะเลยนะ”
“พ่อพึ่งบอกนี่ครับ ว่าผมจะทำอะไรก็ได้” เพชรกล่าวพลางแสยะยิ้ม “อีกอย่าง การที่เด็กคนหนึ่งจะตั้งใจเรียนหรือไม่ เกมมันไม่ใช่ปัจจัยหรอกนะครับ มันอยู่ที่ตัวเด็ก”
“ถ้าเพชรมีความสุข จะทำอะไรก็ทำเถอะจ๊ะ” แม่ของเพชรกล่าวสรุปทันที เพราะเธอรู้ว่าพ่อนั้นหัวโบราณ และอคติกับเกม
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว เพชรก็พาพลอยขึ้นไปที่ชั้นสี่ ซึ่งเป็ห้องของเขา โดยเพชรบอกว่าจะเล่นเกมกับพลอย ในตอนแรกแม่ของเพชรจะห้ามด้วยซ้ำ แต่เป็พ่อของเขาที่อนุญาตให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพังได้
“ไม่อยากได้พลอยเป็ลูกสะใภ้หรือไง” พ่อของเพชรแอบกระซิบแม่ของเขา ก่อนจะกลั้นหัวเราะ “อย่าไปขวางหนุ่มสาวเขาเลยน่า”
“ลูกเราไม่ทำอะไรแปลกๆหรอกน่าคุณ” แม่ของเพชรกล่าวเสียงขุ่น “คุณไม่รู้หรือไง ว่าคนที่เพชรชอบน่ะ คือยัยแพร ไม่ใช่ยัยพลอย ดังนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
“นั้งคุยกันในห้องทำการบ้านแล้วกันนะ” เพชรกล่าวก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ของเขา ปล่อยให้พลอยนั่งที่โต๊ะทำการบ้าน
“งั้นคำถามแรก” พลอยเริ่มเปิดประเด็นทันที ในขณะที่เพชรเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องทำการบ้าน “นายได้มอนสเตอร์กึ่งมนุษย์มาได้ยังไง ไหนตอนแรกว่าได้กระต่าย”
“ถูกต้อง” เพชรกล่าวเสียงเรียบ “ฉันได้กระต่ายสีหมอก มอนสเตอร์หายาก ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็เ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ ลูนาเรีย”
“ลูนาเรีย” พลอยกล่าวทวนคำของเพชรเบาๆ “ถ้าจำไม่ผิด ทั่วโลกมีไม่ถึงสามตัว และเหมือนว่าแต่ละประเทศจะไม่มีซ้ำกันเลยแม้แต่น้อย ลิลี่ของนายน่าจะขายได้ถึงหลักล้านเลยนะ หากนายจะขาย”
“ขายได้ด้วยหรือ” เพชรกล่าวก่อนจะถอนใจ “เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมพวกอันเดอร์ครอสมันถึงอยากได้ตัวลิลี่นักหนา”
“อย่าห่วงไปเลยเพชร” พลอยใสกล่าว “ในโลกของMRO ถึงมันจะโหดร้าย แต่ฉันจะปกป้องนายเอง กิลด์อะซูไรท์ของพวกเราน่ะ ถูกก่อตั้งขึ้นก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ จนพวกผู้เล่นนิสัยเสียเรียกพวกเราว่าตำรวจโลกยังไงล่ะ”
“ก็ดีแล้วล่ะ ที่มีกิลด์แบบอะซูไรท์” เพชรกล่าว “ไม่อย่างนั้นฉันและลิลี่คงลำบากกว่านี้ ดีไม่ดีฉันอาจตั้งกองกำลังปฏิวัติโลกแห่งเกมไปแล้วก็ได้”
“ตั้งกองกำลังหรือ ฮ่าๆๆๆ” พลอยหัวเราะทันที เมื่อได้ยินเพชรกล่าว “ฉันนึกว่าแกจะพูดว่าเลิกเล่นเกมแล้วเสียอีก”
“เลิกได้ไงล่ะ” เพชรกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ต่อให้โลกของMRO โหดร้ายกว่านี้ ฉันก็จะไม่เลิก เพราะในนั้นมีลิลี่อยู่ทั้งคน”
“ลิลี่สินะ” พลอยกล่าวก่อนจะเข็นเก้าอี้ล้อลากเข้ามาใกล้เพชร “เื่นี้แหละ ที่ฉันอยากคุยกับนาย”
“อยากคุยเกี่ยวกับลิลี่” เพชรถามด้วยความสงสัย “ทำไมไม่เข้าเกมแล้วถามเธอตรงๆเลยล่ะ ฉันเชื่อว่าจะได้คำตอบจากปากเธอแน่ๆ”
“นั่นแหละที่ฉันกลัว” พลอยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอเลื่อนเก้าอี้มาใกล้เพชรมากยิ่งขึ้น “นายไม่สงสัยบ้างหรือเพชร ว่าลิลี่ฉลาดและมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่เหนือกว่ามอนสเตอร์ในเกมทั่วไปอย่างมาก”
“ไม่นี่ ลิลี่เธอมีนิสัยแบบเด็กสาวทั่วไป โปรแกรมเกมคงตั้งมาดีล่ะมั้ง”
“คงเพราะนายพึ่งเข้ามาเล่นเกม เลยอาจไม่สงสัย” พลอยกล่าวพลางถอนใจ “ฉันสงสัยั้แ่เห็นครั้งแรกๆเลยล่ะ”
“ยังไงหรือ”
“อย่างแรก มอนสเตอร์จะต้องปกป้องเ้านายเสมอ” พลอยกล่าวพลางยกนิ้วแรกขึ้นมา ก่อนที่เธอจะยกนิ้วถัดมาเรื่อยๆ “อย่างที่สอง มอนสเตอร์จะไม่ตัดสินใจอะไรด้วยตนเอง ถ้าเ้าของไม่อนุญาต...ซึ่งสองสิ่งที่ว่ามานี้ ลิลี่ของนายไม่มีเลยยังไงล่ะ”
พลอยกล่าวพลางย้อนนึกไปถึงตอนที่เธอไล่หวดเพชรด้วยแส้ ถึงแม้จะเป็การล้อเล่น แต่ลิลี่นั้นขัดกับกฏสองอย่างที่เธอว่าไป เพราะลิลี่ไม่ได้เข้ามาขัดขวางเธอ แต่เธอกลับหัวเราะสมิทที่ถูกไล่ฟาด เหมือนผู้เล่นคนอื่นๆที่อยู่รอบๆนั้น และหลังจากเกมไล่จับจบลง เธอเห็นกับตาว่าลิลี่หยิบยาฟื้นพลังขึ้นมามอบให้กับสมิทเอง ทั้งที่สมิทไม่ได้ร้องขอ แถมยังฉีดพ่นตามจุดต่างๆ เพื่อรักษาเ้านายของเธออีกด้วย
“เธอน่ะ คิดมากไปแล้วนะพลอย” เพชรกล่าวก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เพราะลิลี่เป็มอนสเตอร์ที่มีไม่กี่ตัวในโลกนี่ ถ้านิสัยของเธอ และปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนมอนสเตอร์ตัวอื่น ก็คงไม่เรียกว่าหายากหรอก จริงมั้ย”
“อืม...อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้” พลอยกล่าว “ไว้เข้าเกมรอบหน้า ฉันขอทดสอบอะไรหลายๆอย่างกับลิลี่ของเธอหน่อยนะ”
ณ ทางด้านของแพร ที่เธอพาลิลี่มาสนามประลองPVP ตอนนี้กลุ่มของพวกเธอประลองกันเสร็จแล้ว ลิลี่นั้นได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาถึงสิบเลเวล แน่นอนว่าทันทีที่เพชรเข้าเกม เขาจะได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง คือสิบเลเวลเท่ากัน รวมทั้งของทั้งหมดที่ลิลี่ได้จากการประลองPVP ครั้งนี้
“พามาร้านไอติมหรือคะ” ลิลี่กล่าวพลางยิ้มร่า ขณะที่แพรจูงมือเธอเดินเข้ามาในร้านขายของหวาน
“ของหวานกินแก้เหนื่อย ดีที่สุดแล้วล่ะ” แพรกล่าว “ร้านไอติมที่นี่ขึ้นชื่อนะ มีไอติมทุกรสที่้าเลยล่ะ”
“หมายความว่าจะมีไอติมรสมิ้นด้วยสินะคะ” ลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม “รสนี้หากินยากพอสมควรเลยล่ะค่ะ ไม่ใช่ทุกร้านที่จะมี”
“หายากหรือ” แพรทวนคำของลิลี่ “ในป่ากอไผที่เธออยู่ มีไอติมรสมิ้นด้วยหรือจ๊ะ กระต่ายน้อย”
ลิลี่สะดุดกับคำพูดของแพรทันที หูกระต่ายของเธอกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าแพรด้วยท่าทางตกตะลึง
“นี่คุณ...กำลังทดสอบฉันอยู่สินะคะ”
“เธอหลุดพูดออกมาเองนะคะ กระต่ายน้อย...ฉันไม่ได้ทดสอบอะไรเธอเลย” แพรกล่าวก่อนจะลากเก้าอี้ออกจากโต๊ะ และนั่งลง ก่อนที่เธอจะผายมือให้ลิลี่นั่งด้วย
“งั้นคุณทำแบบนี้เพื่ออะไรคะ” ลิลี่กล่าวเสียงเรียบ ก่อนที่เธอจะรับเมนูจากพนักงาน
“ฉันจะเล่าเื่สนุกๆให้ฟังสักเื่นะคะ กระต่ายน้อย” แพรกล่าวก่อนจะป้อนรหัสไอติมลงไปในหน้าต่างสั่งของ “เกี่ยวกับเด็กสาวคนหนึ่งที่กลายเป็เ้าหญิงนิทราเพราะอุบัติเหตุ และดวงจิตของเธอกำลังล่องลอยอยู่ในโลกเสมือนโดยไร้จุดหมาย ไม่มีใครทราบว่าดวงจิตของเธอไปไหน และสิงสู่อยู่ทีใด”
“คุณเล่าเื่นี้ให้ฉันฟังทำไมคะ” ลิลี่กล่าวเสียงสั่น เพราะเธอเริ่มหวังว่าคนตรงหน้าจะรู้อะไรเกี่ยวกับเธอ “หรือคุณกำลังคิดว่าเด็กคนนั้นเป็ฉัน”
“อยากฟังต่อมั้ยละจ๊ะ” แพรกล่าวยื่นข้อเสนอ “ถ้าอยากฟังต่อ ฉันขอนัดพบกับเ้านายของเธอหน่อย เพราะเื่นี้เราต้องคุยกันยาว”
ลิลี่พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะส่งคำสั่งขอเป็เพื่อนกับแพรแทนสมิท เธอเดินออกจากร้านทันทีโดยไม่สั่งอะไร
“ไม่คิดเลยว่าข่าวลือที่ได้ยินมาจากไต้หวัน จะกลายเป็เื่จริง” แพรกล่าวก่อนจะรับไอติมซันเดย์ของเธอจากพนักงาน “ขอดูหน่อยแล้วกัน ว่าเ้านายของเธอเป็คนยังไง ลิลี่”