ตอนที่ 80 จะได้รับผลกระทบไหม?
บรรดาผู้คนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันพูดคุยจ้อกแจ้กเสียงดังวุ่นวาย กู้อวิ๋นฉีรอให้ผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง
“ใช้ชีวิตจนสุขสบายจนเกินพอแล้วกระมัง? เห็นอยู่กับตาว่าหานชีเยวี่ยนำผลประโยชน์มาให้เราไม่น้อย ปีนี้ทุกบ้านต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายสิบหยวน แต่แล้วอย่างไร? รู้สึกว่าเงินมันร้อนมือ ได้มาอย่างไม่ถูกไม่ควร?”
ผู้นำชุมชนตำหนิเสียงดัง คำพูดนี้ทำให้ใครหลายคนตระหนักได้ว่า หานชีเยวี่ย เด็กคนนี้มีความสามารถจริงๆ
“ถึงหานชีเยวี่ยจะนำผลประโยชน์มาให้ชุมชน แต่คุณก็ไม่ควรปกป้องเธอจนถึงขั้นโยนเสี่ยวหรง ลูกสาวของฉันออกไปแทนแบบนี้!”
สตรีที่เปิดปากพูดขึ้นมาก็คือ เฉียนชุ่ยฮวา ภรรยาของเหรัญญิกหลี่ เฉียนชุ่ยฮวารู้สึกแค้นใจมาตลอด นับตั้งแต่รู้ว่าผู้นำชุมชนไม่เพียงแต่ไม่ช่วยหลี่เสี่ยวหรง แต่กลับยังยืนดูเฉยๆ ขณะที่คนจากคณะกรรมการซือเสี่ยงพาตัวหลี่เสี่ยวหรงไป เธออยากจะข่วนหน้าผู้นำชุมชนเพื่อระบายโทสะให้สาสมใจ ตอนนี้ยิ่งเห็นสามีของตัวเองถูกผู้นำชุมชนรังแก วินาทีนั้นเธอจึงโกรธจนทนแทบไม่ไหว ตรงเข้าเปิดฉากทะเลาะทันที
“เฉียนชุ่ยฮวา ถ้าพูดแล้วดีขึ้นก็พูดไป แต่ถ้าพูดไม่เป็นก็หุบปากไปเสีย หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าโยนหลี่เสี่ยวหรงออกไปแทน? เป็นลูกสาวเธอเองนั่นแหละที่ไร้ยางอาย ไปหลงรักไอ้ลูกหมาทรยศชาติ เธอยังกล้าพูดว่าฉันเป็นคนโยนเธอออกไปแทนอีกหรือ?”
แม้ว่าคนอื่นๆ จะรู้ว่าการที่หลี่เสี่ยวหรงถูกพาตัวไปนั้น เหมือนจะเกี่ยวข้องกับหานชีเยวี่ยและจวงเหวินหลิน แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้วเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นกันแน่ ยามนี้พอได้ยินผู้นำชุมชนพูดคำว่า ‘ทรยศชาติ’ สี่คำนี้ ทุกคนก็ต่างตกใจจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีกเลย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับการทรยศชาติล่ะ?
ผู้นำชุมชนมีเส้นสายมากกว่าคนอื่น เขาจึงรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ชาวบ้านในชุมชนคนอื่นๆ แทบจะไม่ได้แม้แต่โอกาสไปที่สหคามเดือนละครั้งด้วยซ้ำ พวกเขาจึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมือง
"โกหก! คุณกำลังใส่ร้ายคนอื่น!" เฉียนชุ่ยฮวาเริ่มสับสนเล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากยอมรับ
"ถ้าลูกสาวเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงจะถูกคนจากคณะกรรมการซือเสี่ยงพาตัวไป แต่ไม่พ้นสองวันเดี๋ยวก็คงได้กลับมา แต่เธอกล้าพูดจริงๆ หรือ ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับไอ้ลูกหมาขายชาตินั่น?"
เหรัญญิกหลี่อาจจะไม่รู้เรื่องมากมายนัก แต่เฉียนชุ่ยฮวาผู้เป็นแม่รู้ดีแก่ใจว่าลูกสาวของเธอหลงรักไอ้บ้าคนนั้นจริงๆ ขนาดเรื่องการเข้าเมืองในวันนี้ เธอก็ยังไปเพื่อไปหาไอ้บ้านั่นอยู่ดี เฉียนชุ่ยฮวาไม่ได้คัดค้าน เธอคิดว่าบ้านสกุลจวงร่ำรวยและมีอำนาจ หากลูกสาวตัวเองได้แต่งงานเข้าบ้านนั้นจริงๆ ต่อให้จะต้องไปช่วยเช็ดอุจจาระปัสสาวะจริงๆ แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ในชนบท ไม่แน่ว่าอาจจะยังช่วยเหลือพี่น้องในบ้านให้ได้ดีได้อีกด้วย
ดังนั้น เฉียนชุ่ยฮวาจึงแอบสามีอนุญาตให้หลี่เสี่ยวหรงเข้าเมือง ทว่าเธอเองก็คิดไม่ถึงว่าบ้านสกุลจวงจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ที่จริงไม่ใช่แค่เฉียนชุ่ยฮวาที่ไม่รู้ แม้แต่เหรัญญิกหลี่ก็แค่ได้ยินว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในเมือง แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แน่นอนว่าเรื่องที่หลี่เสี่ยวหรงอยากแต่งงานกับจวงเหวินหลิน เขาผู้เป็นพ่อก็ถูกปิดบัง ไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียวเช่นกัน
ไม่อาจไม่บอกได้ว่าบางครั้งข้อมูลข่าวสารก็สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเหรัญญิกหลี่รู้เรื่องนี้มากกว่านี้ ต่อให้ต้องถึงขั้นล่ามโซ่หลี่เสี่ยวหรงไว้ เขาก็คงจะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่ตอนนี้ พูดอะไรก็สายไปเสียแล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว หลี่เสี่ยวหรงถูกพาตัวไปเรียบร้อยแล้ว
แม้เหรัญญิกหลี่จะไม่รู้เรื่องของหลี่เสี่ยวหรง แต่เขารู้จักคณะกรรมการซือเสี่ยงดี ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ใครก็ตามที่ถูกพาตัวเข้าไปนั้น จะต้องสารภาพเรื่องราวของบรรพบุรุษทั้งสิบแปดรุ่นออกมาให้ละเอียดชัดเจนที่สุด
เหรัญญิกหลี่เองก็มีเรื่องบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ แม้หลี่เสี่ยวหรงจะไม่รู้ทั้งหมด แต่ก็พอรู้อยู่บ้างเล็กน้อย ตอนนี้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหลี่เสี่ยวหรงจะพาคนทั้งบ้านเดือดร้อนไปด้วยหรือเปล่า
ผู้นำชุมชนมองเหรัญญิกหลี่ด้วยรอยยิ้มเย็นชา ขณะที่สีหน้าของอีกฝ่ายเริ่มสับสน
“หลี่โก่วเชิ่ง ถ้าฉันเป็นนายนะ ฉันจะรีบเข้าเมือง คิดหาวิธีเอาตัวลูกสาวออกมา ก่อนจะส่งเธอไปแต่งงานที่อื่นให้ไกลๆ อย่าให้เธอกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านอีก แน่นอนว่า นี่คือกรณีที่สามารถช่วยเธอออกมาได้ แต่ถ้าช่วยไม่ได้ ก็ทำได้แค่ขอให้บ้านสกุลหลี่โชคดีแล้วล่ะ! ”
หลังจากพูดอวยพรขอให้บ้านสกุลหลี่โชคดี สีหน้าของคนในตระกูลหลี่หลายคนก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่สนิทกับบ้านของเหรัญญิกหลี่ พวกเขามีสีหน้าซีดเผือดและโกรธแค้น
“ทำไมคุณไม่ช่วยปกป้องเธอเอาไว้? ถ้าคุณปกป้องเธอ เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นไม่ใช่หรือ?”
ถึงตอนนี้ เหรัญญิกหลี่ยังคงโทษคนอื่น แทนที่จะโทษตัวเอง
“นายดูบัญชีมากไปจนคิดว่าตัวเองฉลาดขึ้นแล้วกระมัง? นั่นมันลูกสาวฉันที่ไหนกัน? ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย? อีกอย่าง ไอ้เด็กไม่รู้จักโตคนนี้ ฉันอยากจะกระทืบหล่อนเสียด้วยซ้ำ จะให้ปกป้องเธอเนี่ยนะ? สมองของฉันต้องมีปัญหาไปแล้วแน่ๆ หลี่โก่วเชิ่ง ลูกสาวเป็นลูกของนาย ความผิดที่ก่อก็เป็นความผิดของเธอ อย่าคิดจะโยนความผิดให้คนอื่นเด็ดขาด ฉันขอเตือนนายไว้ก่อนนะ ถ้าเธอสารภาพเรื่องของคนในชุมชนออกมาล่ะก็ ฉันจะถลกหนังนายออกมาแน่!”
วันนี้ผู้นำชุมชนโกรธจนแทบเสียสติไปแล้ว เขาพยายามรักษาสถานการณ์มาอย่างลำบากลำบนหลายปี ทว่ากลับต้องมาพังลงเพราะเรื่องนี้ ทางฝั่งนี้กำลังอลหม่านสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน แต่คนที่บ้านสกุลหานกลับอยู่ที่บ้านของตัวเองหมด เรื่องราวในวันนี้ทำให้ย่าเฒ่าหานตกใจมาก หลังจากที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว หญิงชราก็ถึงกับเป็นลมไป เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาได้ก็ตอนนี้เอง คนในบ้านสกุลหานต่างก็พากันมาล้อมรอบปลอบใจเธอ แต่ย่าเฒ่าหานกลับเอาแต่ร้องไห้
“แม่ ดูสิ ชีเยวี่ยไม่เป็นไรเลย เธอยังแข็งแรงดี แม่ไม่ต้องกังวลแล้วนะ!”
“ไอ้พวกใจทรามสารเลว คิดจะทำร้ายชีเยวี่ยหลานฉัน โชคดีที่ผู้นำชุมชนมาทันเวลา ไม่งั้นชีเยวี่ยคง...” ย่าเฒ่าหานไม่กล้าคิดต่อ เธอคิดว่าถ้าตอนนั้นตกลงเรื่องแต่งงานกับบ้านสกุลจวงไป ตอนนี้ชีเยวี่ยก็คงจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย น่าสงสารมาก คราวนี้คงจะถูกส่งไปทำงานที่ไร่นาแน่
หานชีเยวี่ยลูบหลังย่าเฒ่าหานเบาๆ ก่อนพูดว่า "คุณย่าคะ ก่อนฟ้าจะสางย่อมต้องผ่านเส้นทางที่มืดมิดเสมอ อีกไม่กี่เดือนก็จะดีขึ้นแล้ว พวกเราต้องอดทนอีกหน่อย พรุ่งนี้หนูต้องเข้าเมืองอีก หนูต้องไปบอกเรื่องนี้กับหัวหน้าอู๋ค่ะ"
หานชีเยวี่ยไม่ไว้ใจหลี่เสี่ยวหรงเลย เธอรู้สึกว่าคนอย่างหลี่เสี่ยวหรงนั้น ต่อให้ต้องเสียสละตัวเอง แต่ยังไงก็จะลากตนล่มจมลงไปด้วยให้ได้ จากที่หลี่เสี่ยวหรงก่อเรื่องขึ้นมาในวันนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าหลี่เสี่ยวหรงเป็นผู้หญิงที่หัวสมองมีแต่เรื่องของความรักและเสียสติ ไม่แน่ว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะกุเรื่องต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นหลักฐานใส่ร้ายเธอ ถ้าไม่ทำอะไรเลย เธอก็คงไม่สบายใจ
แต่ย่าเฒ่าหานกลับไม่กล้าให้หานชีเยวี่ยเข้าเมืองอีกแล้ว “อาเยวี่ย ต่อไปนี้อย่าทำอะไรอีกเลย อยู่บ้านเฉยๆ ก็พอ”
ย่าเฒ่าหานจับมือหานชีเยวี่ยแน่นด้วยความกังวล กลัวว่าถ้าปล่อยมือ หานชีเยวี่ยจะหนีไป
“คุณย่าคะ เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เกรงว่าเราจะเสียเปรียบนะคะ บางเรื่องเราต้องเตรียมการล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ” หานชีเยวี่ยอธิบายให้ย่าเฒ่าหานฟังอย่างใจเย็น
ถึงย่าเฒ่าหานจะเป็นหญิงชราบ้านนอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย พออธิบายให้ฟังอย่างละเอียด หญิงชราก็เข้าใจ ย่าเฒ่าหานตกอยู่ในห้วงความคิดล้ำลึก ใช่แล้ว หลี่เสี่ยวหรงนั่น นางเด็กใจทราม ไม่แน่ว่าอาจจะกัดบ้านพวกเธอต่อไม่ยอมปล่อยแน่ๆ
ไม่รู้ว่าบ้านพวกเธอทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้โดนเด็กคนเดียวกลั่นแกล้งได้ขนาดนี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าหลานชายหลานสาวกำลังจะได้ไปเป็นคนเมือง ได้กินข้าวหลวงเป็นคนของราชการแล้ว ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้นะ? "ชีเยวี่ย แล้วเรื่องของหลานกับพี่สาม คงไม่ได้รับผลกระทบไปด้วยหรอก ใช่ไหม?"