บทที่ 9 อิ่มท้อง
ชิงอวิ๋นมองด้วยสายตาตัดพ้อ นี่ศิษย์ตัวน้อยของเขาพูดอะไรไม่คิด เสี่ยงที่ทำให้เขาขายหน้าจริง ๆ
เหยาเหยาขยับนิ้วด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่ได้ตั้งใจให้อาจารย์ชิงอวิ๋นเข้าใจผิด
"หนูน้อย กินอะไรมาหรือยังจ๊ะ"
เฉินฮุ่ยได้ยินลูกชายพูด ก็คิดว่าเหยาเหยายังไม่ได้ทานอะไร ตอนนี้อยู่ในวัยกำลังโต ไม่ควรอดอาหาร
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที "คุณจะเลี้ยงข้าวหนูเหรอคะ"
บนใบหน้าซีดเซียวของเฉินฮุ่ยปรากฏรอยยิ้ม "ได้สิจ๊ะ ที่บ้านมีของกินเยอะแยะ อยากกินอะไรก็บอกได้เลย"
เมื่อได้ยินว่ามีของกินเยอะ แสดงว่ามีให้กินเยอะ เหยาเหยาก็ตื่นเต้นจนกำหมัดแน่น ก่อนจะพูดอย่างลังเล "หนูกินจุมาก กินจนอิ่มเลยได้ไหมคะ"
เธอก็มีประสบการณ์มาก่อน ตอนนั้น เธอกินจนชิงอวิ๋นและสำนักแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เกือบจะไม่เหลืออะไร
กู้อวี่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดอย่างมั่นใจ "ไม่ต้องห่วง วันนี้กินให้เต็มที่เลย ครอบครัวเรารับไหวอยู่แล้ว"
ไม่นานนัก ในห้องก็มีโต๊ะมาตั้ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิด เป็ดปักกิ่ง ขนมเข่ง ขาหมู ล็อบสเตอร์ ปูจักรพรรดิ
ดวงตาของเหยาเหยาเบิกกว้าง เธอเอ่ยอย่างระวัง "ของพวกนี้มันแพงมากใช่ไหมคะ?"
แค่เธอกินบะหมี่ไม่กี่ชาม อาจารย์ก็แทบจะล้มละลายแล้ว อาหารมากมายขนาดนี้ ตระกูลกู้จะถูกเธอกินจนหมดตัวหรือเปล่านะ?
"ไม่แพงหรอกจ้ะ พวกเราก็กินแบบนี้เป็ประจำอยู่แล้วนะ"
เฉินฮุ่ยเดาความกังวลของเหยาเหยาได้ จึงอธิบายด้วยความใจดี เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหยาเหยาก็วางใจลง ก่อนจะกินอย่างเอร็ดอร่อย
ขาหมูเนื้อนุ่มรสกลมกล่อม เป็ดปักกิ่งหนังกรอบเยิ้มไปด้วยมัน อร่อยสุด ๆ ไปเลย
อาหารสชาติดีนับว่าไม่ใช่เื่แปลก ตระกูลกู้จ้างพ่อครัวฝีมือดีทุกคน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคุณสมบัติพอจะมาสมัครงานได้
เหยาเหยากินจนน้ำมันไหลเยิ้มเต็มปาก ในใจก็ชื่นชมอาหารของตระกูลกู้ว่าดีเลิศจริง ๆ ถ้าต่อไปเธอได้กินแบบนี้ทุกวันก็คงดี ชิงอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ต่างกัน คิดไม่ถึงว่าอายุขนาดนี้แล้วยังได้อาศัยบารมีเด็ก กินไปน้ำตาก็นองหน้าอย่างเสียไม่ได้
สำนักของพวกเขาไม่ได้ห้ามกินเนื้อสัตว์ จึงไม่มีข้อห้ามในการกิน
ที่เขาไม่กินก่อนหน้านี้ ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย นอกจาก ‘ไม่มีเงิน’
“ไม่ต้องรีบ ยังมีอีกเยอะ” เฉินฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอชอบเด็กน้อยคนนี้มากจริง ๆ
ไม่ใช่แค่เพราะเด็กน้อยเคยช่วยชีวิตเธอมาก่อน แต่เป็เพราะนิสัยขี้งอนนิด ๆ ของยัยตัวเล็กคนนี้ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดู
“หนูเพิ่งมาถึงเมืองหลวงเหรอจ๊ะ” เธอยังจำตอนเช้าได้ ตอนนี้พอมีเวลา เลยอดถามไม่ได้
“ใช่ค่ะ เมื่อก่อนหนูอยู่บนเขา อาจารย์จากไปแล้ว หนูเลยต้องมาพึ่งพาอาจารย์ชิงอวิ๋นค่ะ”
เหยาเหยาเคลิบเคลิ้มกับกลิ่นหอมของอาหาร พวกนักพรตพูดถูก บนเขามีของอร่อยเยอะจริง ๆ
เธอกลืนเนื้อกุ้งัลงคอ พยักหน้าช้า ๆ ตอนนี้ชิงอวิ๋นมีสีหน้าเขินอาย “วิชาของฉันยังตื้นเขิน ไม่คู่ควรกับความไว้วางใจของศิษย์พี่หรอก”
ตอนแรกเขานึกว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเป็เื่ง่าย แต่ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่า ชิงหานลำบากแค่ไหน เด็กน้อยคนนี้เขาเลี้ยงไม่ไหวจริง ๆ
เฉินฮุ่ยเห็นทั้งสองคนเสื้อผ้าขาดวิ่น ก็พอเดาได้ว่าชีวิตพวกเขายากลำบาก เมื่อนึกถึงหนูน้อยผู้น่ารัก ถ้าต่อไปต้องอด ๆ อยาก ๆ เธอก็อดใจไม่ไหวที่จะพูดบางคำออกมา
“อาจารย์ของหนูน้อยคะ คุณดูสิ พอดีที่บ้านฉันยังขาดลูกสาว ฉันกับหนูน้อยก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน ไม่ทราบว่าฉันขอรับเธอเป็ลูกสาวจะได้ไหมคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่ใช่แค่เพียงชิงอวิ๋น แม้แต่เหยาเหยาที่กำลังกินข้าวอยู่ก็เงยหน้ามองขึ้นมา
"หรือว่าฉันพูดจาไม่เหมาะสมไป ต้องขอโทษด้วยค่ะ"
เฉินฮุ่ยเห็นสีหน้าของทั้งสองคน ก็รู้สึกได้ว่าคำพูดของตัวเองเมื่อครู่นั้นไม่ค่อยจะเหมาะสม เพราะยังไงซะ พวกเขาก็มีผู้ปกครองที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมอยู่แล้ว การที่เธอพูดแบบนี้ มันเหมือนกับจะมาแย่งเด็กไป
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ตัวฉันเองน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก เื่นี้สำคัญอยู่ที่เหยาเหยา ถ้าเธอยินยอมก็ไม่มีปัญหาอะไร"
ชิงอวิ๋นรู้ดีถึงความสามารถของตัวเอง ศิษย์ตัวน้อยของเขาคนนี้ ถ้าได้อยู่กับเขาจริง ๆ แค่เื่กินให้อิ่มก็ลำบากแล้ว
บ้านตระกูลกู้เป็พ่อค้าใหญ่ในเมืองหลวง ทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล เื่เงินทองไม่ใช่ปัญหาแน่ ๆ ถ้าเหยาเหยามีคนรับเป็ลูกบุญธรรม ถือว่าเป็เื่ที่ดีมากเลยทีเดียว
เฉินฮุ่ยได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็ประกาย
เธอหันไปมองเหยาเหยาอย่างตื่นเต้นจนกำมือแน่น
"อาจารย์… อาจารย์ไม่้าหนูแล้วเหรอ"
"ต่อไปนี้หนูจะกินให้น้อยลง อาจารย์อย่าทิ้งหนูไปนะ"
ได้ยินแบบนั้น เธอก็วางช้อนลงทันที ปากน้อย ๆ เบะลง ดวงตากลมโตแดงก่ำ
ถึงแม้อาจารย์ชิงอวิ๋นจะยากจน แต่บนตัวเขามีกลิ่นอายของอาจารย์ชิงหานอยู่ เธอชอบความรู้สึกแบบนั้นมาก ตอนนี้เขาไม่้าเธอแล้ว เธอจึงน้อยใจจนน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
"ไม่มีใครไม่้าเธอหรอกนะ ก็แค่... ก็แค่หาคนมาเอ็นดูเธออีกคน เธอเองก็ชอบคุณนายกู้ไม่ใช่เหรอ"
"ถ้าเธอตกลง คุณนายกู้ก็จะดีกับเธอเหมือนที่อาจารย์เป็อยู่แบบนี้แหละ"
ชิงอวิ๋นไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยที่เพิ่งอยู่ด้วยกันได้ไม่ถึงวัน จะผูกพันกับเขามากขนาดนี้ ทำให้เขาอดปลื้มใจไม่ได้
แม้แต่โทนเสียงก็พยายามทำให้อ่อนโยนขึ้น
"จริงเหรอ?"
"จริงยิ่งกว่าจริงซะอีก"
เมื่อเธอแน่ใจแล้วว่าอาจารย์ไม่ได้้าทอดทิ้งเธอ ความน้อยใจก็หายวับไปในทันที
"ถ้าอย่างนั้น… หนูจะได้กินของอร่อยแบบนี้ตลอดไปใช่ไหมคะ" เธอถามด้วยความสงสัย
เฉินฮุ่ยถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้ว่ามีหวัง เธอรีบตอบในทันทีว่า "ได้สิจ๊ะ อยากกินอะไรก็ได้หมดเลย"
ตระกูลกู้ของพวกเขาน่ะ มีทุกสิ่ง โดยเฉพาะเงิน!
"ถ้างั้น หนูก็ยอมเป็ลูกสาวคุณค่ะ"
เด็กน้อยพยักหน้าอย่างจริงจัง
อาจารย์บอกว่า เธอกินจุมาก คนอื่นเลี้ยงเธอจะมีภาระ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนยินดีรับภาระเอง แน่นอนว่าต้องเป็คนดี
ถ้าอยู่กับเธอแบบนี้ ตัวเองคงไม่ขาดทุนหรอก
"ดี… ดีจ้ะ" คราวนี้เฉินฮุ่ยยิ้มร่าเริง ใบหน้าไม่เหลือเค้าความเศร้าหมองเมื่อครู่
เธอแค่อดใจไว้ไม่อยู่ คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีลูกสาวมาให้เธอชื่นใจได้แบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าขาของเธอยังเดินเหินไม่สะดวก ตอนนี้เธอคงรีบเข้าไปกอดลูกสาวคนใหม่สุดที่รักคนนี้ไปแล้ว
มองดูรูปร่างของเด็กน้อย เฉินฮุ่ยก็ครุ่นคิดว่าจะซื้อชุดสวย ๆ แบบไหนให้ดี
จริงสิ ต้องมีตุ๊กตาสวย ๆ แล้วก็กระเป๋าใบเล็ก ๆ ด้วย
เฉินฮุ่ยคนนี้ไม่เคยเลี้ยงลูกสาวก็จริง แต่ไม่เคยกินเนื้อหมู ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นหมูวิ่ง การเลี้ยงลูกสาวนั้น มีแค่คำเดียว คือตามใจจนตายนั่นแหละถูกต้องแล้ว
ชิงอวิ๋นมองไปยังศิษย์ตัวน้อยที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าทายาทของสำนักตัวเองถูกหลอกไปด้วยอาหารเพียงแค่มื้อเดียว
แน่นอน คนที่ใที่สุดคงหนีไม่พ้นกู้เสวี่ยซง เขาแค่ลงมาจากชั้นบนเพื่อรับโทรศัพท์เท่านั้น พอขึ้นไปข้างบนก็มีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาเฉยเลย
"คืนนี้ฉันไปนอนกับเหยาเหยานะ เสวี่ยซง คุณไปนอนที่ห้องทำงานก่อนแล้วกัน"
ที่น่าใกว่านั้นคือ ต้องนอนแยกห้องกันด้วย กู้อวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
น้องสาวกำมะลอคนใหม่นี่มีพื้นที่ในใจแม่ของเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ? ทันทีที่เธอมา พ่อของเขาก็ถูกไล่ไปนอนห้องทำงานเลย!
กู้เสวี่ยซงขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เฉินฮุ่ยก็เพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองพูดออกมานั้นมีความหมายกำกวม จึงรีบอธิบายเหตุผล
"เื่นั้นยังจัดการไม่ได้ ฉันกลัวว่ามันจะทำร้ายคุณไปด้วย ฉันก็เลยให้หนูเหยาเหยาอยู่เป็เพื่อนฉัน เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น เธอจะได้ช่วยฉันได้ไงคะ"
ตามที่เหยาเหยาบอก คืนนี้ผู้หญิงคนนั้นน่าจะไม่มาแล้ว เพราะมันเพิ่งไล่กรวดไป แต่เื่แบบนี้ก็ไม่มีใครพูดได้เต็มปาก เพราะผีมันไม่ได้คิดเหมือนคนปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอรู้สึกเอ็นดูลูกสาวที่เพิ่งรู้จักเป็อย่างมาก มีเหตุผลที่จะใกล้ชิดกันได้มากกว่านี้ เธอจะยอมพลาดได้ยังไงกัน
ส่วนเื่ที่กู้เสวี่ยซงจะไปนอนที่ห้องทำงานน่ะเหรอ
เื่แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรือไง!