ตูม!
ฟ้าดินสั่นะเืเลื่อนลั่น สรรพสิ่งหวาดหวั่น
โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์ปรากฏขึ้นนับไม่ถ้วนภาพมายาอันแปลกประหลาดผุดขึ้น รัศมีแสงสีเขียวมรกตล่องลอยสลัวดอกไม้ทองคำร่วงหล่นจากนภา เซียนร่ายมนตร์ สัตว์เทพปีศาจคำรามลั่นนับล้าน
สายฟ้าสีทองส่องประกาย หมอกสลัวพวยพุ่ง
เหนือฟากฟ้า แสงดวงดารานับล้านสาดส่องลงมา กลายเป็สายน้ำแห่งดาราจักรเหนือศีรษะของซูฉางเซิงแสงดาวเจิดจรัสดุจดั่งโลกแห่งดวงดาว
ทั่วทั้งฟ้าดินถูกปกคลุมไปด้วยดาราจักร แสงดาวกว้างหาที่สุดไม่ได้สาดส่องราวกับมาถึงจักรวาลแห่งดวงดาว
ตูม!
ภายในดวงตาทั้งสองของซูฉางเซิง แสงดาวเจิดจรัสมองเห็นดาวดวงใหญ่หมุนวน ปลดปล่อยคลื่นพลังอันบ้าคลั่งจนไม่อาจมองได้โดยตรง
ในเวลานี้เอง เขาที่อยู่เหนือสายนทีแห่งดาราจักรเท้าเหยียบพื้นพิภพอันกว้างใหญ่ ราวกับเป็เ้าแห่งดวงดาวทั้งมวลเพียงความคิดเดียวก็สั่งการดวงดาวทั้งหมดได้ บารมีนั้นรุ่งโรจน์ และไร้ผู้ใดต้านทาน!
“เป็ไปไม่ได้!”
ในที่สุดใบหน้าเซียนจื่อซานก็เปลี่ยนสี ร่างกำยำก้าวถอยหลังไปดวงตาเบิกกว้างจ้องมองซูฉางเซิงด้วยความตะลึงงัน
“เซียนขั้นสี่หรือ!”
เขาอุทานใออกมา
เป็ไปได้อย่างไร!
ซูฉางเซิงผู้นี้เพิ่งเลื่อนขั้นเป็เซียนได้ไม่นานมิใช่หรือเหตุใดเขาจึงเป็ถึงเซียนขั้นสี่ได้!
ทั้งนี้ประเด็นสำคัญคือ เมื่อบรรลุถึงระดับเซียนนักบุญแล้วหาก้าฝ่าทะลวงขั้นต่อไป จำเป็ต้องเป็อัจฉริยะเหนือชั้น หรือมีพละกำลังร่างกายอันแกร่งกล้าสูงส่งมีทรัพยากรมากมาย หรือได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่
อีกทั้งหาก้าฝ่าทะลวงเพียงหนึ่งขั้น จำเป็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งพันปีหรือแม้กระทั่งหลายพันปี
และในกรณีนี้ หมายถึง ต้องเป็เซียนที่มีศักยภาพในการทะลวงขั้นต่อไปได้เท่านั้นจึงจะทำได้
เช่นเดียวกับเซียนจื่อซานศักยภาพของเขาถึงขีดจำกัด แม้ว่าจะบรรลุขั้นเซียนนักบุญมากว่าสามหมื่นปีแล้ว ก็ยังคงเป็เซียนนักบุญขั้นสองยากที่จะทะลวงไปสู่ขั้นสามได้!
ส่วนพี่ใหญ่ของเขามีพร์สูงกว่า ตอนนี้กำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรเพื่อทะลวงสู่ขั้นสี่
และนี่ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ในเซียนที่อ่อนแอกว่าบางคน แม้ว่าจะบรรลุระดับเซียนนักบุญได้เพราะโชคช่วยทว่าบั้นปลายตลอดชีวิตก็มักจะย่ำอยู่กับที่เท่านั้น
ดังนั้น แม้ว่าซูฉางเซิงจะเป็เซียนนักบุญ ทว่าเซียนจื่อซานก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก!
เพราะเซียนนักบุญที่เพิ่งเลื่อนขั้นจะมีพลังไม่สูงนัก ด้วยพลังของเขามีโอกาสทุกเมื่อที่จะถูกสังหาร
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนั้นผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด ซูฉางเซิงไม่ใช่เซียนนักบุญที่เพิ่งเลื่อนขั้น ทว่าเป็ถึงเซียนนักบุญขั้นสี่! แข็งแกร่งกว่าพี่ใหญ่ของเขาหนึ่งขั้น
“กระไรนะ! ซูฉางเซิงเป็ถึงเซียนนักบุญขั้นสี่งั้นหรือเขาไม่ได้เพิ่งเลื่อนขั้นมาเมื่อไม่นานหรอกหรือ”
“หรือว่าเขาล่วงหน้าเป็เซียนนักบุญมาหลายร้อยปีแล้ว”
“เป็ไปไม่ได้ แม้ว่าจะเป็เซียนนักบุญมาหลายร้อยปีแล้วเวลาเพียงเท่านี้ก็ไม่พอที่จะทะลวงถึงสี่ขั้น!”
“เหมือนเขาจะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่บางอย่างแน่ๆ!”
อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าเ้าสำนักกึ่งเซียนนักบุญต่างก็ตกตะลึงไปจนสิ้น
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าซูฉางเซิงจะไม่ใช่เซียนที่เพิ่งเลื่อนขั้นทว่าเป็ถึงเซียนนักบุญขั้นสี่!
“เป็เซียนนักบุญขั้นสี่อย่างนั้นหรือ...”
สีหน้าของหลิงเจี้ยนดูไม่สู้ดีนัก ในใจเริ่มรู้สึกสำนึกขึ้นมาบ้าง
หากรู้มาก่อนว่าซูฉางเซิงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขาคงไม่ซ้ำเติมคนล้มแน่นอน
แม้ว่าเขาจะพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่าหากมองในแง่ร้ายก็ถือว่าเป็การดูิ่บารมีของเซียน
หากซูฉางเซิงผูกพยาบาทต่อสำนักหลิงซวีเจี้ยนด้วยเหตุนี้ในฐานะเ้าสำนัก เขาก็จะถูกลงโทษเช่นกัน
‘ไม่ต้องกลัว สำนักหลิงซวีเจี้ยนของข้ามีบรรพบุรุษที่เป็เซียนนักบุญถึงสามท่านแม้จะเป็เซียนนักบุญขั้นสี่แล้วอย่างไร สำนักข้าก็มีถึงสองท่าน ไม่กลัวซูฉางเซิงหรอก!’
หลิงเจี้ยนคิดในใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกสำนึกอยู่บ้าง
“เซียนนักบุญขั้นสี่หรือ”
อีกด้านหนึ่ง ดวงตาของบรรพบุรุษไป๋อวิ๋นเป็ประกายความหวังกลับมาอีกครั้ง
ด้วยพลังระดับนี้ น่าจะไม่กลัวเซียนจื่อซานแล้ว!
ผู้ที่อยู่ด้านข้างอย่างไป๋เยวี่ยเกอ กะพริบตาปริบๆจ้องมองแผ่นหลังของซูฉางเซิงด้วยแววตาเป็ประกาย
“กล้ารบกวนพิธีแต่งงาน ข้าจะสังหารเ้าด้วยสามกระบวนดาบ!”
ในสนามรบ ซูฉางเซิงไม่แยแสต่อความตกตะลึงของทุกคนเขาก้าวไปข้างหน้า ปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามดุจสายน้ำไหลทะลัก
“ชิ้ง!”
ในชั่วพริบตา ซูฉางเซิงใช้นิ้วเป็ดาบ สายนทีแห่งดาราจักรเหนือศีรษะหมุนวนดาวดวงใหญ่แต่ละดวงกลิ้งลงมา ล้วนยิ่งใหญ่มโหฬารเปรียบดั่งดวงดาวแท้จริงบีบอัดห้วงมิติจนดังกึกก้อง ราวกับจะถล่มลงมา
ตูม!
ดวงดาวทั้งเก้าดวงหมุนวน กลายเป็ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่คมกริบเล่มหนึ่งพลังแห่งดาบทะลุชั้นอากาศ ราวกับจะแทงทะลุฟากฟ้า ตัดผ่านกาลเวลานับหมื่นปีได้
พลังดาบอันน่าสะพรึงเขย่าขวัญเซียนจื่อซาน เขาคำรามลั่น
“สังหารข้าด้วยสามกระบวนท่างั้นรึเ้าคู่ควรหรือ แม้จะเป็เซียนขั้นสี่แล้วอย่างไร ข้าก็ยังสังหารเ้าได้อยู่ดี!”
ตูม!
เมื่อพูดจบ เขาก็เหวี่ยงศรสีเืในมือ พลังศักดิ์สิทธิ์ไหลทะลักเข้าไปทันใดนั้นศรทั้งคันก็เปล่งประกายเจิดจรัส
แสงศักดิ์สิทธิ์สีเืส่องสว่างทั่วโลกา
ภายในสายธนู กฎลึกลับสีเืหมุนวน ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการสังหารหมู่ราวกับเทพสังหารที่ฟื้นคืนชีพ
คันศรปลิดชีพเซียนเป็อาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักสัตว์อสูร ทรงพลังกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปอยู่มาก
“สังหารเซียน สังหารเทพ สังหารสรรพสิ่ง!”
เซียนจื่อซานคำรามลั่นมืออีกข้างหนึ่งดึงสายธนูออกจนสุด เส้นผมสีขาวปลิวสะบัด เสียงวี้ด! ทันใดนั้น แสงสีเืมากมายก็พุ่งมาจากทุกสารทิศ
นั่นคือกลิ่นอายแห่งการสังหารที่แผ่กระจายอยู่ทั่ว์และพิภพซึ่งในตอนนี้กำลังรวมตัวกัน
แสงสีเืปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน มากมายราวกับทะเลสีเืภายในทะเลมีแสงสีดำของการสังหารและกฎแห่งการสังหาร!
นั่นคือพลังที่น่ากลัวยิ่งกว่า!
ในที่สุด ลูกศรรัศมีแสงสีเืและสีดำก็รวมตัวกันปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการสังหารหมู่
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ทำให้สรรพสิ่งต่างหวาดหวั่นและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ในทันที ซูฉางเซิงรู้สึกว่าตนเองถูกเล็งเป้าหมายด้วยจิตสังหารอันน่ากลัว
ราวกับว่าแม้จะหนีไปจนสุดขอบฟ้า เข้าไปในมิติอันไร้ขอบเขตก็ยังหลบหนีการไล่ล่าไม่ได้
แน่นอนว่านั่นเป็เพียงภาพลวงตา ทว่าก็แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของลูกศรนี้
เซียนทั่วไปมีโอกาสสูงที่จะถูกยิงตาย!
ฉึบ!
ในพริบตาถัดมา ลูกศรปะทะกับดาบแห่งเก้าดวงดาวคลื่นพลังราวกับวันโลกาวินาศแห่งการกวาดล้าง ห้วงมิติแตกเป็เสี่ยงๆฟากฟ้าราวกับถูกฉีกเป็รอยรั่วขนาดใหญ่
ห้วงลึกสีดำกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
เดิมทีเมืองเทียนหยวนมีขนาดใหญ่โตมโหฬารครอบคลุมพื้นที่หลายพันลี้ ทว่าเบื้องหน้าหลุมดำนี้ ก็ดูเล็กจ้อยไร้ค่า
“นะ นี่...พลังระดับนี้...”
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว พลังเบื้องหน้านี้แม้แต่กึ่งเซียนนักบุญก็แค่มดปลวก!”
“ไม่ดีแน่ คลื่นพลังนี้ช่างน่ากลัวเกินไปเมืองเทียนหยวนทั้งหมดกำลังจะถูกทำลาย หากไม่ไป เราจะถูกกลืนกิน รีบถอย!”
สีหน้าเหล่าผู้าุโจากสำนักต่างๆ เปลี่ยนไปเ้าสำนักกึ่งเซียนนักบุญแต่ละคนต่างหวาดกลัว
เหล่าอัจฉริยะหรือเทพธิดามากมายต่างตกตะลึง ในขณะเดียวกันก็มีประกายในดวงตาซึ่งเอ่อล้นไปด้วยแรงปรารถนา
นี่คือระดับที่พวกเขาใฝ่ฝัน เป้าหมายที่พวกเขาต้องไล่ตามไปชั่วชีวิต
วิ้ง!
ก่อนที่เมืองเทียนหยวนจะถูกกลืนกิน แสงดาวนับพันสาดส่องลงมาพลังลึกลับกวาดผ่าน ลบล้างหลุมดำ ระงับคลื่นพลังทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของซูฉางเซิง
ในขณะที่ต่อสู้กับคันศรปลิดชีพเซียนเขายังมีพลังเหลือเฟือที่จะลบล้างคลื่นพลังจากการปะทะ
“เป็ไปไม่ได้!”
สีหน้าของเซียนจื่อซานซีดเผือด การโจมตีเมื่อครู่นั้นเป็การโจมตีอย่างเต็มกำลังของเขาเพียงพอจะสังหารเซียนและเทพ เซียนนักบุญขั้นสี่ทั่วไปมิอาจรับมือได้ง่ายเช่นนี้
ทว่าซูฉางเซิง ไม่เพียงต้านทานได้เท่านั้น ยิ่งกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าเขายังมีพลังเหลือเฟือ!
“กระบวนดาบที่สอง!”
สีหน้าซูฉางเซิงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกใดมองลงมายังเซียนจื่อซาน ราวกับกำลังมองมดตัวหนึ่ง
“กระบวนดาบหมื่นดวงดาว!”
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้น สายนทีแห่งดาราจักรหมุนวน ดวงดาวนับพันกลิ้งลงมาครั้งนี้คือกระบวนท่าดาบหมื่นดวงดาว!