ทุกคนต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแม้ว่าบอสโกเลมลาวาจะไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ที่น่าทึ่งเหมือนกับครูโซ่แต่มันก็เป็นบอสที่ฆ่ายากมากตัวหนึ่งเมื่อฆ่ามันได้ค่าประสบการณ์ของทุกคนก็พุ่งทะยานจนกลายเป็นระดับสามสิบสองขณะที่เมฆครามนั้นเกือบจะระดับสามสิบสามแล้ว
“เข้าดันเจี้ยนครั้งเดียวก็ได้สองระดับเชียวเหรอ”ทุกคนต่างเหม่อลอยไปในทันทีค่าประสบการณ์จากดันเจี้ยนถ้ำลาวาแทบจะเท่ากับการเก็บระดับข้างนอกทั้งวันเลยทีเดียว
เมฆครามยิ้มขำดันเจี้ยนถ้ำลาวาย่อมให้ผลตอบแทนที่ดี มันเป็นจุดที่จะช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเดิมทีดันเจี้ยนนี้ก็ไม่น่าจะถูกเคลียร์ได้ตั้งแต่ตอนที่ผู้เล่นระดับสามสิบแต่มันจะเป็นตัวช่วยให้ผู้เล่นไปถึงระดับสามสิบห้าได้เร็วขึ้นพอไปถึงจุดนั้นผู้เล่นก็จะมีโอกาสผ่านด่านของโกเลมลาวาได้
เหตุผลที่กลุ่มของเขาสามารถเลื่อนระดับได้เร็วขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่าศักยภาพที่เกินขอบเขตทั่วไปของเกมการที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนได้ตั้งแต่ระดับสามสิบไม่แปลกเลยที่ระดับของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดเช่นนี้
“เอาละมาดูของที่ได้รับกันเถอะ” ดันเจี้ยนถ้ำลาวาเป็นดันเจี้ยนที่ผู้เล่นทุกคนล้วนแต่คุ้นเคยเพราะแต่ละคนย่อมต้องผ่านดันเจี้ยนนี้คนละหลายๆรอบเขาจึงรู้ดีว่าดันเจี้ยนนี้ให้อุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เล่นระดับสามสิบและสามสิบห้า
เมื่อมองเห็นแสงสีเงินสาดส่องออกมาจากอุปกรณ์จำนวนสามชิ้นดวงตาของทุกคนก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นตั้งแต่ระดับสามสิบขึ้นไปอาวุธและอุปกรณ์สีเงินก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆแม้แต่บอสที่พวกเขาไล่ฆ่ามาหลายตัวในแผนที่ก่อนหน้าก็ยังให้อุปกรณ์สีเงินมาแค่ตัวละชิ้นเท่านั้นแต่โกเลมลาวากลับให้อุปกรณ์สีเงินมาถึงสามชิ้นในครั้งเดียว!
ที่สำคัญก็คืออุปกรณ์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์สีเงินระดับ35 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามูลค่าของมันสูงถึงเพียงไหน
“พวกเราวนลงดันเจี้ยนกันอีกสักพักเถอะถ้าเป็นไปได้วันนี้ก็ไปให้ถึงระดับสามสิบห้าเอาไว้ก่อน” ตามความทรงจำของเขา กิจกรรมใหญ่ครั้งแรกของเกมจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ถ้าทีมของเขาสามารถเก็บระดับจนถึง 35 และเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เป็นระดับ35 ได้ก่อนย่อมทำให้พวกเขามีความได้เปรียบเป็นอย่างมาก
ทุกคนต่างก็พยักหน้าแม้ว่าการสู้กับโกเลมลาวาจะทำให้พวกเขารู้สึกเหนื่อยแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็ทำให้พวกเขาสดชื่นและมีแรงขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ในคืนนั้นหลังจากการลงดันเจี้ยนซ้ำไปซ้ำมาอย่างบ้าคลั่งระดับของทุกคนก็ไปถึง35 ขณะที่เมฆครามไปถึงระดับ36 ในตอนนั้นผู้เล่นคนอื่นในเมืองไจโรก็ได้มาถึงระดับสามสิบแล้วเช่นกันพวกเขาจึงค้นพบภารกิจสำรวจถ้ำลาวาด้วย
สิ่งที่ปรากฏขึ้นภายในบอร์ดจัดอันดับทำให้เกิดความแตกตื่นในกลุ่มผู้เล่นภายในเมืองไจโรพวกเขาเก็บระดับอย่างยากลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็นถึงจะไปถึงระดับสามสิบคิดว่าตนเองจะเป็นผู้เล่นในอันดับต้นๆของเกมแต่พอเห็นระดับของทั้งห้าคนที่มากกว่าตนเองอย่างมากมายเช่นนี้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะไม่พอใจ
ผู้เล่นบางคนถึงขนาดทักท้วงไปยังทีมงานของเกมด้วยซ้ำแต่พวกเขาก็ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่ากลุ่มของเมฆาหวนคืนใช้วิธีการเก็บระดับแบบถูกต้องโดยไม่ได้อาศัยบัคของเกมดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงเก็บงำความไม่พอใจเอาไว้เท่านั้น
ผู้เล่นระดับสามสิบได้รวมตัวกันเพื่อที่จะทดลองเข้าไปในดันเจี้ยนถ้ำลาวาในตอนนั้นนักรบไร้พ่ายก็ได้จัดทีมของกิลด์สิงโตครองฟ้าขึ้นมาด้วยเช่นกันเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมเพราะเขาได้ซื้อข้อมูลของดันเจี้ยนจากเมฆาหวนคืน อีกฝ่ายยังได้ยืนยันกับเขาอีกด้วยว่าดันเจี้ยนนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเก็บระดับได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะโกเลมลาวาเหมือนกับกลุ่มของเมฆครามได้แม้แต่ทีมที่ดีที่สุดก็ทำได้แค่ไปถึงบอสก่อนจะสละชีพของผู้เล่นบางส่วนไปเพื่อที่จะรู้ว่าตนเองไม่สามารถผ่านด่านได้เท่านั้นอย่างไรก็ตามพวกเขาตระหนักได้เลยว่าเพียงแค่สัตว์อสูรในดันเจี้ยนก็ทำให้ระดับของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าก่อนที่จะถึงระดับสามสิบเสียอีก
เมื่อผู้เล่นมาถึงระดับสามสิบจำนวนมากขึ้นถ้ำลาวาก็ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของผู้เล่นในปัจจุบันไปแล้ว
ในระหว่างนั้นผู้เล่นบางส่วนที่ถูกกิลด์สั่งให้เฝ้าจับตาดูร้านลึกลับที่ปล่อยขายอุปกรณ์สีเงินหลายครั้งก็ได้พบว่าโซนใหม่ของร้านที่เคยว่างเปล่าบัดนี้ได้มีNPC ปรากฏตัวขึ้นและยังมีสินค้าถูกวางเอาไว้อีกด้วย
“นี่มัน!”ผู้เล่นฝ่ายจัดซื้อของกิลด์ขนาดกลางแห่งหนึ่งสูดหายใจอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นคุณสมบัติของยาต้านทานธาตุไฟแม้ว่าราคาของมันที่ถูกตั้งเอาไว้ถึงสิบเหรียญเงินจะชวนให้ผู้คนรู้สึกขนลุกเป็นอย่างมากเพราะถ้าเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครดิตในปัจจุบันซี่งอยู่ที่หนึ่งเหรียญทองต่อเจ็ดพันเครดิตก็แปลว่ามันมีค่าเท่ากับขวดละเจ็ดร้อยเครดิตเลยทีเดียว!
แม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่าราคานี้ถูกมากเมื่อเทียบกับความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะโกเลมลาวา!กิลด์ใหญ่น้อยมากมายล้วนแต่ปรารถนาที่จะเอาชนะโกเลมลาวาเพื่อค่าประสบการณ์ที่มหาศาลอุปกรณ์ระดับสามสิบห้าและยังสามารถจบภารกิจสำรวจถ้ำลาวาของเมืองไจโรได้อีกด้วย ลงทุนเพียงแค่เล็กน้อยเช่นนี้ไม่ถือว่าแพงอะไรเลยสำหรับกิลด์ที่มีกำลังทรัพย์
น่าเสียดายที่กิลด์ของเขาเป็นแค่กิลด์ขนาดกลางแต่ผู้เล่นฝ่ายจัดซื้อคนนั้นก็ได้ตัดสินใจควักเหรียญทองที่มีเพียงสองเหรียญของตนเพื่อซื้อยาต้านทานธาตุไฟยี่สิบขวดมาถือเอาไว้
เขาเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามียาต้านทานธาตุไฟปล่อยขายแค่สามร้อยขวดเท่านั้นและมันเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีการเติมปริมาณยาที่นำมาขายในทุกวันนั่นหมายความว่ายาพวกนี้ไม่เหมือนกับยาฟื้นพลังชีวิตที่สามารถซื้อได้แบบไม่จำกัด สินค้าแบบนี้มีแต่จะราคาพุ่งสูงขึ้นซื้อไปก่อนยังไงก็ไม่ขาดทุนแน่นอน
ผู้เล่นกิลด์ใหญ่เองก็จมูกไวมากเช่นกันไม่นานทุกคนในเมืองไจโรก็ได้รู้ว่าที่ร้านลึกลับแห่งนี้มียาต้านทานธาตุไฟวางขายในปริมาณจำกัด
“เร็วเข้า รีบสืบหาตัวเจ้าของร้านให้ได้พวกเราจะต้องจองยาต้านทานธาตุไฟที่ร้านวางขายในแต่ละวัน!” กิลด์ใหญ่นั้นให้ความสำคัญกับการแย่งชิงและสร้างชื่อเสียงอย่างมากถ้าพวกเขาสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนถ้ำลาวาได้ก็จะสามารถใช้เรื่องนี้เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและพวกเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาแย่งชิงชื่อเสียงไปด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ผู้เล่นในกิลด์ใหญ่นั้นมีจำนวนมากกว่าหลักพันเสียอีกยาเหล่านี้ผู้เล่นคนหนึ่งใช้อย่างน้อยก็น่าจะสักห้าขวดต่อการลงดันเจี้ยนรอบหนึ่งดังนั้นยานี้มีเท่าไหร่ก็ถือว่าไม่พอ!
ดันเจี้ยนถ้ำลาวานั้นไม่ได้มีแค่ในเขตเมืองไจโรเมืองระดับสองทุกเมืองล้วนแต่ประสบกับชะตากรรมเดียวกัน ดังนั้นพอรู้ว่าเมืองไจโรมียาต้านทานธาตุไฟวางขายกิลด์ใหญ่ต่างๆไม่ว่าจะใกล้หรือไกลต่างก็ล้วนพยายามส่งคนของตนมาที่เมืองไจโรเพื่อติดต่อกับเจ้าของร้านและพยายามซื้อยากลับไปจำนวนมาก
เมฆครามไม่สนใจข้อเสนอที่น่าเย้ายวนของบรรดากิลด์ใหญ่เหล่านั้นสักนิดเขาปกปิดตัวตนและขายยาในปริมาณจำกัดต่อวันอย่างเยือกเย็นต่อไป เพราะอุปสงค์มากแต่อุปทานต่ำจึงทำให้มียาต้านทานธาตุบางส่วนที่ถูกนำมาปล่อยขายในระบบประมูลราคาของยาต่อขวดในการประมูลนั้นสูงขึ้นหลายเท่า บางขวดขายได้ห้าสิบเหรียญเงินบางขวดถึงกับขายได้หนึ่งเหรียญทอง
เมฆครามไม่ได้ยกผลประโยชน์ให้ผู้เล่นอื่นฟรีๆเขาจงใจเก็บยาต้านทานธาตุไฟบางส่วนที่ผลิตขึ้นมาได้ในแต่ละวันก็เพื่อนำมาปล่อยขายในการประมูลเช่นกันแสร้งทำพฤติกรรมแบบเดียวกับผู้เล่นที่แสวงหากำไรซื้อมาขายไป ดังนั้นเขาจึงขายยาต้านทานธาตุไฟหนึ่งร้อยขวดโดยการแบ่งขายชุดละสิบขวดได้กำไรมามากมายหลายเหรียญทอง
รวมแล้วขายยาไปห้าร้อยขวด ได้เงินกลับคืนมาถึงห้าสิบเหรียญทองเฉพาะกำไรก็เท่ากับสี่สิบห้าเหรียญทองแล้ว!
เมื่อนำไปแลกเป็นเครดิตก็เท่ากับเขาสามารถทำเงินได้ถึงวันละสามแสนเครดิต!แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่ก็ยังมีเงินเดือนแค่ประมาณสองถึงสามล้านเป็นอย่างมากแต่เมฆครามกลับทำเงินได้เดือนละเกือบสิบล้านอย่างง่ายดายนี่ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์และอาวุธที่วางขายรวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตามเมฆครามรู้ดีว่ากำไรที่ยิ่งใหญ่นี้จะคงอยู่ไม่นานหลังจากเวลาผ่านไปมูลค่าเหรียญทองในเกมจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ยาต้านทานธาตุไฟถึงจะดีอย่างไรมันก็ไม่สามารถมีราคาเท่ากับข้าวมื้อหรูหนึ่งมื้อได้ตลอดไปเป็นแน่แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะในอนาคตเขาก็จะมีธุรกิจใหม่ที่สร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆส่วนยาต้านทานธาตุเองก็ยังสามารถสร้างเม็ดเงินที่แน่นอนให้กับเขาต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง
เมฆครามแลกเปลี่ยนเงินเป็นเครดิตเอาไว้เพราะมูลค่าของเหรียญทองนั้นลดลงเร็วมากในช่วงนี้ไม่ควรที่จะถือเอาไว้เป็นเวลานานเขาปล่อยให้พวกผู้เล่นบ้าคลั่งไปกับการทดลองบุกดันเจี้ยนถ้ำลาวาส่วนทีมของเขาใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อรอคอยกิจกรรมที่จะถูกจัดในวันถัดไป
วันถัดมาเมฆครามตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ชายหนุ่มเปลี่ยนชุดและออกจากบ้านในชุดวอร์มเพื่อวิ่งออกกำลังกาย หลังประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เมฆครามรู้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแรงของร่างกายนั้นเป็นประโยชน์ต่อเกมอย่างมากอีกทั้งยังดีต่อตัวเขาเองในระยะยาว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองในชีวิตใหม่ที่ได้รับมา
หวนนึกถึงตอนที่ยังเป็นซิลเวอร์แม้ว่าเขาจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในเกมควบคู่กับในชีวิตจริงแต่พอถึงจุดหนึ่งเขาก็ทุ่มเทแค่กับภายในเกมและละเลยร่างกายของตนเองไปกลายเป็นว่าแม้จะสู้ได้เก่งแค่ไหนแต่มันก็เหมือนกับมีขีดจำกัดบางอย่างคอยฉุดรั้งตัวเองเอาไว้ตลอดเวลา
ร่างกายของเขาในตอนนี้ถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีมากทั้งระบบเผาผลาญและกล้ามเนื้อล้วนแต่อยู่ในจุดที่สมบูรณ์ดีแม้จะไม่ถึงกับแข็งแกร่งเท่ากับนักกีฬามืออาชีพหรือนักศิลปะการต่อสู้แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
หลังจากวิ่งเสร็จเมฆครามไม่ได้กลับไปที่บ้านในทันทีแต่เขากลับมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟเล็กๆที่คุ้นเคยนั้น
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาแอบคาดหวังที่จะได้เจอกับใครบางคนที่นั่นน่าเสียดายที่เมื่อไปถึงในร้านยังคงว่างเปล่ามีแค่บาริสต้าที่รับหน้าที่เฝ้าร้านเท่านั้น
“ยินดีต้อนรับ รับอะไรดีครับ” บาริสต้าเอ่ยถาม
เมฆครามสั่งกาแฟแก้วหนึ่งจากนั้นก็นั่งตรงที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อดื่มกาแฟอย่างผ่อนคลาย
ขณะที่กำลังดื่มกาแฟเมฆครามก็มองเห็นเงาร่างหนึ่งที่กำลังเดินมาทางร้านกาแฟทันใดนั้นสายตาของเขาก็ถูกร่างนั้นดึงดูดเอาไว้โดยอัตโนมัติ
ร่างบางนั้นก้าวเดินมาจนถึงถึงด้านหน้าร้านก่อนจะหยุดชะงักไปเล็กน้อยดวงตาคู่ที่งดงามนั้นหรี่ลงขณะที่มองเขาก่อนจะเบิกกว้างราวกับนึกขึ้นได้ว่าตนเองเคยเจอกับเขามาก่อน
ท่าทีมีชีวิตชีวาเช่นนั้นทำให้เมฆครามหลุดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในความทรงจำของเขาเธอยังคงเป็นหญิงสาวที่น่าสนใจเช่นนี้อยู่เสมอ
“เฮ้ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะมาที่นี่อีกจริงๆ!เสี่ยวเหลียนฉันเอาเหมือนเดิมนะ”
บาริสต้าพยักหน้าก่อนจะลงมือชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าประจำของตนเฟย์เดินมาที่โต๊ะของเมฆครามก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมานั่ง เธอมองชุดวอร์มของเขาก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“คุณออกมาวิ่งเหรอ”
“ใช่ครับ” เมฆครามพยักหน้าเขาไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เฟย์ระวังตัวมากจนเกินไป เขารู้นิสัยของหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างดีแม้ว่าภายนอกเธอจะดูเป็นกันเองและไม่คิดอะไรมากแต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่มีสัญชาตญาณและการระมัดระวังที่ดีมากไม่อย่างนั้นด้วยตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยที่มีคนจำนวนมากหมายปองเธอคงต้องปวดหัวกับพวกผู้ชายที่พยายามเข้าหาเธอในแต่ละวัน
เมฆครามรู้ดีว่าเธอมีความลับบางอย่างซ่อนเอาไว้ไม่อย่างนั้นด้วยความงดงามเช่นนี้คงมีคุณชายที่มีชื่อเสียงเงินทองและอำนาจมากมายพยายามกดดันให้เธอยอมคบกับพวกเขาแต่ดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นจะทำได้เพียงแค่เพ้อฝันเท่านั้นเมื่อคิดดูแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างมากที่คนไม่มีอะไรอย่างเขาสามารถคว้าเธอมาได้ขณะที่คนพวกนั้นทำได้เพียงยืนมองดูอยู่ไกลๆ
แต่น่าเสียดายที่มันเป็นแค่เรื่องราวที่ไม่ยั่งยืนเมฆครามรู้ดีว่าเฟย์นั้นจริงใจต่อเขาและเธอไม่ได้เต็มใจที่จะจากไปในตอนนั้นแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะบอกอะไรกับเขานั่นหมายความว่าปัญหาที่เธอเจอจะต้องเป็นเรื่องที่ร้ายแรงดังนั้นในครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งเพียงพอเพื่อให้เธอสามารถไว้วางใจและพึ่งพาเขาได้
บรรยากาศรอบด้านนั้นเงียบสงบอย่างมากเมฆครามเป็นฝ่ายเอ่ยปากบ้างเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอึดอัดจนเกินไป “ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ดูแล้วชีวิตมหาวิทยาลัยของคุณคงผ่านไปได้สบายๆสินะ”
เฟย์ย่นคิ้วของเธอทันที “ใครว่าสบายกัน การสอบไฟนอลใกล้จะมาถึงแล้วฉันอ่านหนังสือจนดึกแต่ก็ยังต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะสอบผ่านหรือเปล่า”